เช้าวันรุ่งขึ้น
แสงเช้าอ่อน ๆ สาดเข้ามาทางหน้าต่างโรงแรม หลิวอวิ๋นเหยาเดินลงบันไดอย่างสง่างาม เสียงรองเท้าหนังเบากระทบพื้นหินเป็จังหวะเบา ๆ เธอหยุดตรงเคาน์เตอร์ต้อนรับ พลางยิ้มให้พนักงาน
“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าสถานที่ช้อปปิ้งตอนเช้าที่สะดวกและไม่วุ่นวายมีที่ไหนบ้างคะ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพมีประกายสดใส
พนักงานต้อนรับยิ้มรับ “สวัสดีค่ะ ถ้าเป็่เช้าแนะนำจิมซาจุ่ยหรือคอสเวย์เบย์ค่ะ คนไม่เยอะ คุณลูกค้าสามารถเดินได้อย่างสบาย ๆ และเลือกซื้อของได้อย่างเต็มที่”
หลิวอวิ๋นเหยาเอ่ยยิ้ม “นั่นดีเลยค่ะ แบบนี้จะได้เดินได้เพลิน ๆ หน่อย ขอบคุณมากนะคะ”
พนักงานต้อนรับพยักหน้า “ด้วยความยินดีค่ะ ถ้า้าแผนที่ ฉันเตรียมให้ได้นะคะ”
หลิวอวิ๋นเหยาโน้มตัวเล็กน้อย “ถ้ามีแผนที่คงจะดีมากเลยค่ะ ฉันจะได้ไม่หลงทาง”
เธอรับแผนที่จากพนักงานต้อนรับ ก่อนจะหันไปมองถนนด้านหน้า
แสงอ่อน ๆ ยามเช้าของฮ่องกงสาดส่องบนฟุตบาทโล่ง ๆ ทำให้หัวใจของเธอรู้สึกสดชื่นราวกับเป็คำเชิญชวนให้เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการช้อปปิ้งอย่างสบาย ๆ
หลิวอวิ๋นเหยาเดินผ่านถนนจิมซาจุ่ยที่เพิ่งเริ่มเปิด
ร้านค้าเรียงรายเปิดประตูไม้ทีละบาน เสียงกระดิ่งเล็ก ๆ ดังแ่ทุกครั้งที่เ้าของร้านผลักบานประตูออกมา
เธอแวะหน้าร้านขายขนมโบราณ กลิ่นหอมของขนมไหว้พระจันทร์อบใหม่ ๆ ลอยมาแตะจมูก
หญิงชราหลังเคาน์เตอร์ยิ้มทักทาย “สาวน้อย ลองชิมขนมไหมจ๊ะ เพิ่งออกจากเตาใหม่ ๆ เลย”
หลิวอวิ๋นเหยาหันไปยิ้ม “ขนมหอมมากเลย นี่ไส้อะไรคะ”
“ไส้เม็ดบัวกับไข่แดงจ๊ะ เป็สูตรดั้งเดิมของทางร้านเลยนะ” หญิงชราว่าพลางหยิบชิ้นเล็ก ๆ ส่งให้เธอชิม
เธอลองกัดคำหนึ่ง รสหวานละมุนกับกลิ่นอบหอมเข้ากันพอดี
“อร่อยจริง ๆ ค่ะ รับ 10 กล่องนะคะ จะเอาไปฝากเพื่อนด้วย”
หญิงชรายิ้มกว้าง “ได้จ้ะ เดี๋ยวป้าห่อให้อย่างดีเลย”
ขณะรอ หลิวอวิ๋นเหยาก็เหลือบมองรอบ ๆ ร้าน เห็นตู้ไม้เก่า ๆ ที่เต็มไปด้วยขนมแบบโบราณ
มีทั้งขนมงา ขนมเปี๊ยะ และลูกอมผลไม้หลากสี เธอรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในอีกยุคหนึ่ง
“ฮ่องกงตอนเช้าต่างจากตอนกลางคืนเลยนะคะ” เธอพูดขณะรับกล่องขนม
หญิงชราหัวเราะเบา ๆ “ตอนเย็นผู้คนค่อนข้างพลุกพล่าน ตอนเช้ากับกลางวันจะชิลกว่า ของสวย ๆ ก็มีเยอะนะ เดินต่อไปอีกหน่อยจะมีร้านผ้า ร้านชาโบราณด้วยนะจ๊ะ”
“งั้นคงต้องลองไปดูแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” หลิวอวิ๋นเหยากล่าวพลางยิ้มอบอุ่น
เธอเดินต่อไปตามถนนและอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าเช้าวันนี้ ช่างเป็การพักใจที่สมบูรณ์แบบก่อนเดินทางกลับจริง ๆ
หลังจากนั้นเธอก็แวะร้านชา ร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่น ร้านกาแฟ ร้านเครื่องประดับและไข่มุก หลิวอวิ๋นเหยาเข้าร้านนั้นออกร้านนี้อย่างเพลิดเพลิน
แสงเช้าบนถนนนาธานยังอ่อนละมุน แต่ความวุ่นวายของเมืองเพิ่งเริ่มขยับตื่น หลิวอวิ๋นเหยาเดินช้า ๆ มือถือถุงของฝากไว้ เสียงหวูดรถรางดังแว่วมาแต่ไกล ซึ่งเป็เสียงที่คุ้นชินในทุก ๆ เช้าอยู่แล้ว
ทว่าในครั้งนี้จังหวะของเสียงหวูดกลับผิดเพี้ยนไป เสียงนั้นเร็วขึ้น หนักขึ้น เหมือนใครกำลังเร่งเวลาให้สั้นลงอย่างจงใจ
คนขายผลไม้หยุดเข็นรถในทันที เด็กเล็ก ๆ ในชุดนักเรียนถูกผู้ใหญ่ดึงไปหลบข้างทาง
“รถรางเร็วเกินไปแล้ว!” เสียงะโของใครบางคนดังขึ้นแล้วกลืนหายไปในความอลหม่าน
ล้อเหล็กเสียดเข้ากับรางจนเกิดประกายไฟยาว ๆ เป็เสียงเบรกแสบแก้วหู แต่ตัวรถกลับไม่ชะลอเลยแม้แต่น้อย
หลิวอวิ๋นเหยาเผลอก้าวถอยหลัง สายตากวาดหาที่หลบ แต่ทุกทางเต็มไปด้วยผู้คนที่วิ่งหนีกันสุดชีวิต
เสี้ยววินาทีนั้น ก่อนที่หัวรถจะพุ่งมาถึง มือของคนแปลกหน้าข้างหนึ่งก็คว้าแขนเธอไปอย่างแรง
“หลบทางนี้!”
แรงดึงนั้นเฉียบขาดจนเธอเกือบจะล้มไปชนกำแพง เสียงลมกรรโชกจากรถรางวิ่งเฉียดปลายผมจนหัวใจของเธอแทบจะหยุดเต้น
เสียงกรีดร้องดังขึ้นไปทั่วบริเวณ เด็กคนหนึ่งถูกผลักจนพุ่งไปด้านหน้า คนขับรถรางร้องะโ “หลบไป หลบไป”
เถ้าแก่แผงขายของจึงพุ่งเข้าไปดึงเด็กที่เกือบถูกชน เสียงร้องไห้ของเด็กปนเสียงหวูดไซเรนดังแว่วขึ้นมา
หลิวอวิ๋นเหยายืนตัวแข็งทื่อด้วยหัวใจที่เต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้
ชายขายของข้าง ๆ มองเธอแปลก ๆ ก่อนจะหันไปช่วยคนที่กำลังล้มอยู่ ทว่าสายตาของเขากลับเหลือบไปทางตรอกมืดด้านหลัง ที่แวบหนึ่งเหมือนมีเงาคนยืนอยู่ตรงนั้น
“โชคยังดีนะสาวน้อย” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลังต้นคอ คล้ายกระซิบผ่านลมหายใจ
หลิวอวิ๋นเหยาหันขวับ แต่แขนของเธอก็ถูกปล่อยในจังหวะเดียวกัน เธอเห็นเพียงปลายแขนเสื้อสูทสีเทาอ่อนและแผ่นหลังกว้างที่ก้าวหายไปอย่างแเีท่ามกลางฝูงคน
เมื่อเ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง ผู้คนก็พูดเป็เสียงเดียวกันว่า “เบรกแตก”
แต่เบาะแสเดียวที่แปลกคือรอยเท้าบางอย่างข้างรางรถ เหมือนมีใครพยายามงัดอะไรใต้ท้องรถก่อนที่มันจะพุ่งออกมา
หลิวอวิ๋นเหยายืนอยู่ตรงนั้น มือกำถุงของฝากแน่น เหงื่อซึมตามไรผม
เธอมองไปทางตรอกนั้นอีกครั้ง เงามืดหายไปแล้ว ทิ้งไว้แค่กลิ่นควันและคำถามที่เริ่มก่อตัวในใจ
“มันเป็อุบัติเหตุจริง ๆ หรือ” หลิวอวิ๋นเหยาคิดอย่างเหม่อลอย
เธอไม่มีอารมณ์จะเดินเล่นต่อไปแล้ว
หัวใจของเธอยังเต้นแรงแม้เหตุการณ์นั้นจะผ่านไปแล้วก็ตาม ทุกภาพ ทุกเสียง ยังก้องอยู่ในหู
เมื่อกลับมาถึงห้องพัก หลิวอวิ๋นเหยาเก็บถุงของฝากไว้ในพสุมายาแล้วหย่อนตัวลงบนเตียงอย่างหมดแรงและเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว
ในความเงียบ มีเพียงเสียงนาฬิกาเดินช้า ๆ กับเสียงรถจากถนนด้านล่างเท่านั้น
ความฝันแปลก ๆ แวบเข้ามา ภาพเหตุการณ์รถรางคันนั้นพุ่งใส่เธอเต็ม ๆ จนทำให้เธอสะดุ้งตื่นขึ้นพร้อมเหงื่อซึมทั่วขมับ
เวลาบ่ายโมง เธอลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเงียบ ๆ
กระจกสะท้อนใบหน้าที่ดูซีดเซียวกว่าปกติ ภายใต้แสงยามบ่าย แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความสงสัยและความกังวล
เหตุการณ์เมื่อเช้าไม่ใช่แค่ ‘อุบัติเหตุ’ หัวใจของเธอบอกอย่างนั้น
ตอนนี้สิ่งที่หลิวอวิ๋นเหยาััได้ชัดเจนคือ
มีใครบางคน…กำลัง้าทำร้ายเธอ
และใครบางคนที่เธอไม่รู้ว่าเป็ใครกำลังปกป้องเธออยู่ในเงามืด ซึ่งมีความเป็ไปได้มากว่าจะเป็คนจากตระกูลหยุน
ความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูกแล่นผ่าน ทั้งเย็นวาบและหนักแน่นในเวลาเดียวกัน
สัญชาตญาณของเธอบอกเพียงอย่างเดียวว่า มันต้องเกี่ยวข้องกับเื่ของคุณย่าทวดอย่างแน่นอน
ชื่อ ‘อวี๋เสวียนอวิ๋น’ ผุดขึ้นมาในใจโดยไม่รู้ตัว หญิงผู้ซ่อนความลับบางอย่างไว้กับพสุมายาและตำราหมื่นเข็มมายา
ความเงียบในห้องพักยิ่งทำให้เสียงหัวใจของเธอดังชัดขึ้น หลิวอวิ๋นเหยาหยิบกระเป๋าเดินทาง เตรียมมุ่งหน้าไปสนามบินแล้วทิ้งความคิดต่าง ๆ ไว้เื้ั