นานะนอนชูมือมองสร้อยข้อมืออยู่กับพื้นห้องอย่างเลื่อนลอยภายในใจคิดถึงแต่คืนที่ชินมาหา เพราะหลังจากวันนั้น เขาก็ไม่ได้ติดต่อมาอีกเลยเธอเริ่มวิเคราะห์ความรู้สึกของเธอที่มีต่อชินและเคน
ถึงแม้ตอนนี้เคนจะเอาใจใส่เธอมากขึ้นพาเธอไปเที่ยวบ่อยๆ และเป็คนที่อยู่เคียงข้างเธอตลอดเวลาเหมือนเมื่อก่อนแต่ทำไมนะ ทำไมความรู้สึกของเธอถึงไม่เหมือนเดิม บางครั้งเธอเห็นเคนพูดคุยกับผู้หญิงอื่นหรือมีผู้หญิงเข้ามาคุยกับเขา แต่เธอกลับไม่รู้สึกอะไรเลย แปลกจริง หรือว่าใจมันจะชาไปแล้วนะ…ยิ่งคิดนานะก็ยิ่งไม่เข้าใจ เฮ้อ…เธอได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความสับสนในความรู้สึก
“นานะ! นานะ!” เสียงที่แต่ก่อนเธอเฝ้ารอคอยทุกขณะเรียกเธออย่างตื่นเต้นแล้วร่างเขาก็ปรากฏขึ้นในห้อง
“อะไรเหรอ”
“ฮ่าๆๆทำอะไรของเธอน่ะ ยัยตัวเล็ก” หนุ่มร่างสูงหัวเราะดังลั่นเมื่อเห็นนานะนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนพื้นและมีผ้าห่มห่อตัวเอาไว้เหมือนลูกหมูตัวเล็กๆ
“หัวเราะอะไรของนายยะ”นานะถามเสียงเขียว ก่อนจะกลิ้งเล่นไปมาเรื่อยๆ
“หึๆเธอนี่ถ้าจะประสาทกลับแฮะ” เคนเดินเข้าไปดึงผ้าห่มออกจากตัวเธอ
“ยุ่งน่ามีอะไรรีบๆ พูดมาเลย” นานะสะบัดตัวและลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินไปนั่งลงบนเตียง
“อ้อมีบัตรเชิญส่งมาให้เธอกับเราด้วย” เคนนึกได้รีบเอาบัตรเชิญออกมาให้นานะดู
“บัตรเชิญอะไร”นานะขมวดคิ้ว
“บัตรเชิญไปงานเปิดตัวสินค้า”เคนอ่านที่บัตรเชิญให้นานะฟัง
“ไม่เห็นจะน่าสนใจเลย”นานะยักไหล่ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนยาวบนที่นอนของเธอ
“งั้นเหรอแต่นี่เป็งานเปิดตัวสินค้า Blue Tear ที่เธอเป็นางแบบโฆษณานะถ้าเธอไม่อยากไปก็ตามใจ” เคนพูดลอยๆก่อนจะใช้ั์ตาคมเหล่มองนานะที่นอนอยู่
“อะไรนะ! ไหนดูหน่อยซิ” นานะหูผึ่งกระเด้งตัวลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เธอคว้าบัตรเชิญไปจากมือเคนทันที
“เฮ้ย! ไหนบอกไม่สนใจไง”
“ใครบอกว่าฉันจะไม่ไปไปย่ะ! แบร่!” นานะแลบลิ้นใส่เขา
“อะไรวะ” เคนเกาหัวอย่างงงๆ
นานะจ้องมองดูบัตรเชิญแล้วเกิดความหวังว่าหากเธอไปงานเปิดตัวสินค้านี้ อาจได้เจอชินก็เป็ได้คิดแล้วเธอก็ลากเคนออกไปหาซื้อชุดที่จะใส่ไปงานทันที โดยที่หนุ่มตัวโตกว่าร้องโวยวายอย่างไม่เต็มใจนักแต่ในที่สุดพวกเขาทั้งคู่ก็หาชุดใส่ไปงานเปิดตัวได้สำเร็จ
ตอนเย็นของวันงานเคนซึ่งแต่งตัวเรียบร้อยแล้วมายืนรอนานะที่ด้านหน้าของห้อง วันนี้เขาหล่อมากเป็พิเศษในชุดทักซิโดสีดำซึ่งขับใบหน้าขาวคมเข้มให้ดูโด่นเด่นมากกว่าปกติ เคนก้มดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือด้วยอาการร้อนรนก่อนจะเอามือรัวทุบไปที่ประตูห้องของนานะ
“นี่! ยัยตัวเล็ก แต่งตัวนานจริง ชักช้าแบบนี้เดี๋ยวไม่รอซะหรอก”
“พูดมากจริงนายนี่!ยิ่งแก่ยิ่งพูดมาก” นานะะโว่าเคนออกมา
“เดี๋ยวเถอะยัยตัวเล็ก เดี๋ยวให้นั่งรถเมล์ไปเองซะเลย”
พอจบประโยคที่เขาพูดคนในห้องก็เปิดประตูออกมาพอดี เคนตกตะลึงกับผู้หญิงร่างเล็กตรงหน้าคืนนี้นานะแต่งตัวสวยเป็พิเศษในชุดราตรีกระโปรงสั้นสีฟ้า ที่ขับผิวขาวของเธอให้ดูผ่องนัวเนียน
“มองอะไรเล่า!”นานะว่าเคนอย่างเขินๆ เมื่อเห็นเขาจ้องมองเธอนิ่งนาน
“เปล่าๆ” เคนรีบปฏิเสธ ก่อนจะเหลือบไปเห็นสร้อยข้อมือที่นานะใส่อยู่
“สร้อยเส้นนั้น…”เคนแกล้งถาม ทั้งๆ ที่เขารู้อยู่แล้วว่าใครเป็คนให้เธอ
“อ๋อ เอ่อ…เพื่อนให้มาน่ะ” นานะรีบตอบก่อนจะหลบตาเคนอย่างมีพิรุธ
“ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่แค่จะบอกว่าสร้อยสวยดีน่ะ เหมาะกับเธอดี”
ได้ยินเคนพูดแบบนั้นนานะก็รู้สึกผิดในใจอย่างบอกไม่ถูก
“รีบไปกันเถอะยัยตัวเล็ก เดี๋ยวจะไม่ทันงานเริ่ม” เขายิ้มก่อนจับศีรษะเธอโยกไปมาอย่างเอ็นดู
“อืม” นานะแอบถอนหายใจโล่งอกที่เคนไม่ถามอะไรเธอมากมายเกี่ยวกับสร้อยเส้นนี้
เคนขับรถพานานะไปยังMinitary Hotel ซึ่งเป็โรงแรมระดับห้าดาว ด้านหน้าทางเข้ามีผู้คนมากมายมาร่วมงานในคืนนี้รวมทั้งดารานางแบบต่างๆ ที่เคยเป็พรีเซ็นเตอร์ให้กับบริษัท
พวกเขาสองคนยื่นบัตรเชิญให้พนักงานที่ยืนให้บริการอยู่หน้าทางเข้าก่อนเดินเข้าไปในงานสุดหรู นานะตื่นตาตื่นใจกับเวทีที่จัดแต่งเอาไว้สำหรับการเดินแบบโดยเฉพาะและเธอก็ยังทันสังเกตเห็นพวกสาวๆ ที่มองเคนกันเป็แถว จริงสินะวันนี้เคนดูดีมากกว่าวันไหนๆ แต่แปลกที่เธอกลับไม่ใจเต้นเหมือนเมื่อก่อน
เคนพานานะไปนั่งโต๊ะที่แสดงอยู่ในบัตรเชิญซึ่งอยู่ใกล้กับเวทีมากสุดทั้งคู่นั่งคุยกันไปพลางมองไปรอบๆ งานก็พบแต่นางแบบและนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงทั้งนั้น
ตอนเคนไปหยิบเครื่องดื่มนานะกวาดสายตามองไปรอบงานเพื่อหาคนที่เธออยากเจอ แต่เนื่องจากมีผู้คนมากมายการจะหาเขาพบไม่ใช่เื่ยากเลย นานะถอนหายใจพร้อมกับก้มลงมองสร้อยข้อมือ
พอเคนนำเครื่องดื่มกลับมาที่โต๊ะก็ถึงเวลาเปิดงานพอดี ทั้งคู่นั่งมองการเดินแบบของนางแบบชั้นนำที่ใส่เครื่องประดับBlue Tear อย่างตื่นตาตื่นใจ นานะรู้สึกภูมิใจไม่น้อยที่เธอได้เป็นางแบบโฆษณาเครื่องประดับชิ้นนี้ด้วย
“เอาล่ะครับแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ต่อไปนี้ กระผมจะขอเชิญให้ทุกท่านได้พบกับประธานบริษัท TANAKOคุณยามาโตะ ทาเคชิครับ ขอเสียงปรบมือต้อนรับด้วยนะครับ”
แปะๆๆๆๆๆๆ
“ขอบคุณสำหรับเสียงปรบมือนะครับแหม…ทำให้ผมนึกว่าผมเป็ดาราไปแล้วนะครับเนี่ย ฮ่าๆ” ประธานยามาโตะกล่าวขอบคุณแขกทุกคนอย่างติดตลกซึ่งเรียกเสียงหัวเราะจากแขกได้เป็อย่างดี
“ครับผมขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานเปิดตัวสินค้าใหม่ของเรานะครับผมมีความยินดีเป็อย่างยิ่งที่จะบอกว่า สินค้าชิ้นนี้เป็เทรนด์ใหม่ของวงการจิวเวลรี่เลยนะครับคุณสมบัติของมันคือ…”
“นี่ นานะดูผู้หญิงที่ยืนข้างๆ ท่านประธานสิ สวยน่ารักชะมัดเลยแฮะ” เคนกระซิบเรียกให้นานะดูเธอเลยละความสนใจจากสิ่งที่ประธานบริษัทพูดไปหมด
“เหรอ ก็ดูดีนี่”นานะตอบส่งๆ ไปอย่างงั้น ใจเธอพะวงอยู่แต่เื่อยากเจอชินตอนฟังท่านประธานพูด เธอยังไม่ค่อยใส่ใจฟังเท่าไหร่เลย
“นานะ เป็อะไรรึเปล่าใจเธอลอยๆ พิกลแฮะ” เคนจับใบหน้าเล็กของนานะให้หันมาเผชิญหน้า
“เปล่าๆ ไม่มีอะไร”นานะรีบปฏิเสธ
“เอาล่ะครับก่อนที่จะมีการแสดงโชว์ชุดต่อไป ผมขอแจ้งเื่ให้ทุกท่านทราบซักนิด”
ทุกคนตั้งใจฟังประธานบริษัทยกเว้นนานะกับเคนที่ยังคงคุยกันอยู่เล็กน้อย
“เื่ที่ผมจะบอกก็คือผู้ที่จะมาสืบทอดเจตนารมณ์ของบริษัทผม ก็คือลูกชายของผมเอง ทากามูระ ชินครับ”ประธานบริษัทกล่าวพร้อมกับผายมือไปทางด้านซึ่งชินเดินออกมาแล้วเสียงปรบมือต้อนรับจากแขกทุกคนก็ดังสนั่นขึ้น
ทากามูระ ชิน…ทั้งนานะและเคนต่างสะดุดหูกับชื่อนั้น ทั้งคู่หันไปมองบนเวทีก็พบว่าคนที่เดินออกมานั้นคือ…
“ชิน!” นานะกับเคนอุทานพร้อมกัน
“และผมก็อยากให้ทุกคนแสดงความยินดีกับลูกชายของผมด้วยเพราะอีกไม่นาน เขาจะเข้าพิธีหมั้นกับคุณหนูโคบายาชิ รุมิ ลูกสาวของประธานบริษัท ANGIESครับ”
เสียงปรบมือแสดงความยินดีดังกึกก้องท่านประธานนำรุมิไปยืนคู่กับลูกชาย ซึ่งแสดงสีหน้าว่าไม่พอใจเป็อย่างมากที่พ่อมัดมือชกเขาแบบนี้ชินหันหน้าหนีไปมองทางอื่นอย่างไม่สนใจ แล้วเขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบนานะนั่งอยู่ด้านหน้าเวที
นานะลุกขึ้นยืน วิ่งฝ่าฝูงชนซึ่งยืนปรบมือกันอยู่ออกไปทันทีเธอรู้สึกเสียใจที่ชินโกหกเธอมาตลอดชินเห็นดังนั้นก็รีบะโลงจากเวทีตามนานะออกไปทิ้งประธานบริษัทและรุมิเอาไว้บนนั้น แขกภายในงานต่างพากันงุนงงสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่พิธีกรบนเวทีก็สามารถแก้ไขสถานการณ์ไปได้ด้วยการประกาศให้เชิญชมการแสดงชุดต่อไป
“นานะ!!!” ชินะโเรียกนานะที่กำลังวิ่งอยู่บนระเบียง แต่เธอไม่สนใจยังคงวิ่งต่อไปแม้รองเท้าส้นสูงจะทำให้วิ่งไม่ถนัดก็ตาม
“ฟังก่อน! นานะ!!” ขายาวๆ ของเขาวิ่งตามนานะจนทัน ชินคว้าตัวเธอดันเข้าหากำแพงด้านข้างทันทีมือสองข้างยันกำแพงกันไม่ให้เธอหนี ร่างสูงบดบังเธอมิด
“ปล่อยฉันนะ!!ฉันไม่อยากฟัง!!”
“นานะฉันขอโทษที่โกหกเธอ แต่เื่ที่พ่อประกาศ ฉันไม่รู้จริงๆ นะ”
“โกหก!! นายจะโกหกฉันไปถึงไหน เห็นอยู่ตำตาแบบนี้ยังจะมีหน้ามาโกหกอีก นายหลอกฉันมาตลอดทั้งเื่นายเป็แค่พนักงานออกแบบของบริษัทจิวเวลรี่ รวมทั้งเื่คืนนั้นด้วย!”นานะแผดเสียงใส่ชิน ขณะน้ำตาค่อยๆ ไหลเอ่อออกมา เธอรู้สึกเ็ปมากจนไม่อยากมองหน้าเขาอีก
“นานะฉันไม่ได้ตั้งใจ แต่เื่คืนนั้นฉันหมายความตามที่พูดจริงๆ นะ”
“ฉันไม่เชื่อ!!ฉันไม่เชื่อในสิ่งที่นายพูดอีกแล้ว” นานะสะบัดตัวหลุดออกจากชินได้สำเร็จน้ำตาไหลร่วงหล่นผ่านแก้มเธอเป็ทาง ชินได้แต่ยืนมองนิ่งอึ้งั์ตาที่เคยอ่อนโยนเสมอมากลับกลายเป็ั์ตาโศก
“ฉันรักเธอนะ นานะจะเชื่อหรือไม่เป็สิทธิของเธอ แต่นี่เป็ความรู้สึกจริงๆ ของฉัน” ชินจ้องหน้านานะอย่างจริงจังขณะพูดความนัยออกมา
นานะตกตะลึงในคำบอกรักของเขา
“แล้วเธอล่ะ เธอรู้สึกยังไงกับฉัน…”ชินขยับร่างสูงเข้าไปใกล้
“คุณชินคะคุณลุงให้มาตามค่ะ เอ๊ะ!” รุมิเดินมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดีภาพตรงหน้าบอกเธอให้พอเข้าใจว่าอะไรเป็อะไร เธอรู้สึกโกรธและเสียใจขึ้นมาทันที
“ฉันเกลียดนายที่สุด!!!คนหลอกลวง!!!” นานะะโใส่หน้าชินก่อนจะหันหลังวิ่งผ่านเคนซึ่งตามมาถึงพอดีออกไปด้านหน้าโรงแรม
“นานะ!!” เคนะโเรียก
ผัวะ!!!!!
“ว้าย! ตายแล้วคุณชิน” รุมิร้องออกมาที่เห็นชินโดนต่อยก่อนผวาเข้าไปประคองเขา
“นายมันแย่ที่สุด!!!! อย่ามายุ่งกับพวกเราอีกนะ”เคนชี้หน้าชินด้วยความโมโหและวิ่งตามนานะไป ทิ้งให้คนโดยต่อยยืนกุมปากและมองตามไปอย่างรู้สึกผิด