ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 36 อัปยศ

            เรือนรับรองยังคงเงียบสงบเหมือนเช่นเคยม่อเวิ่นเฉินไม่อยู่ องครักษ์ที่ติดตามข้างกายเขาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นกัน

            ซูฉีฉีมองเรือนรับรองที่หนาวเย็นเช่นนี้ทำให้ในใจของซูฉีฉียิ่งว้าวุ่นยากจะสงบนางรู้สึกเหมือนว่าทุกสิ่งใกล้จะจบลงแล้ว ทว่านางไม่รู้ว่าจุดจบนั้นจะเป็นเช่นไร

            ด้วยฝีมือของซูชือฉางนั้นจะต่อกรกับม่อเวิ่นเฉินนั้นถือว่าห่างไกลนัก แต่ว่าในมือของซูชือฉางนั้นมีหมากอยู่ตัวหนึ่งเป็นหมากที่ทำให้ม่อเวิ่นเฉินนั้นต้องยอมพ่ายแพ้

            ซูฉีฉีเลิกกระโปรงตัวยาวของตนขึ้นก่อนจะทายาให้กับตัวเองแผลเล็กๆ จากเข็มกระจายอยู่รอบหัวเข่าของนาง บ้างก็เป็นสีม่วง บ้างก็เป็นสีเขียวเลือดไม่ไหลออกจากแผลเหล่านั้นแล้วแต่พวกมันกลับเจ็บปวดจนเกินจะทน

            แต่ว่าความเจ็บปวดเหล่านี้สำหรับซูฉีฉีนั้นถือว่าไม่ค่อยเท่าไรนัก

            มีเพียงมือของนางที่ลงยาอยู่กำลังสั่นเล็กน้อยเท่านั้น

            นางรับปากซูชือฉางทุกอย่างไปแล้วตอนนี้ในใจของนางสับสนมาก

            “ไม่มีทางเลือกอื่นจึงต้องรับปากมิใช่หรือ...” ซูฉีฉียิ้มหยันให้กับตนเองถ้าหากตอนนั้นม่อเวิ่นเฉินสามารถปรากฏตัวออกมาได้นางคงจะไม่ต้องลำบากถึงเพียงนั้นแล้ว

            เขารู้อยู่แล้วว่าในช่วงหลายวันมานี้นางต้องไปรับโทษที่ห้องสวดมนต์แต่เขากลับไม่คิดจะทำอะไร ด้วยความสามารถของเขาแล้วจะช่วยนางออกจากไทเฮานั้นคงจะไม่ยากเท่าใด

            แต่ว่าเขากลับไม่ทำเช่นนั้น

            ซูฉีฉีนั่งพิงหลังเข้ากับพนักพิงของเตียงตอนนี้นางรู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน ดวงตาทั้งสองค่อยๆ ปิดลง

            ในซอยลึกนอกเมือง ม่อเวิ่นเฉินและเหลิ่งเหยียนกำลังยืนอยู่ในเรือนเล็กด้วยสีหน้าเย็นชาทั้งสองคนไม่พูดไม่จากัน สีหน้าท่าทางแฝงไปด้วยไอสังหารและความอาฆาตแค้นโดยเฉพาะม่อเวิ่นเฉินตอนนี้ดวงตาที่เย็นชานั้นเหน็บหนาวจนสามารถแช่แข็งโลกทั้งใบได้แล้ว

            เพียงแต่ว่าภายใต้สายตาอันอาฆาตแค้นนั้นยังมีความอัปจนหนทางแฝงอยู่ด้วย

            “คิดไม่ถึงว่าร่องรอยของเจ้าสำนักเหลยจะถูกพบเสียแล้ว”เหลิ่งเหยียนถอนหายใจเบาๆเขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดีเช่นกันจึงรีบรายงานกับม่อเวิ่นเฉินโดยเร็วที่สุด

            ม่อเวิ่นเฉินกำหมัดแน่นไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา ครั้งนี้เขารู้ว่าตนเองต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของม่อเวิ่นเสวียนแล้วเป็นแน่

            เพราะว่าตอนนี้เขาไม่ใช่ม่อเวิ่นเฉินคนเดิมอีกแล้วในใจของเขามีสิ่งที่ต้องพะวงอยู่

            และความพะวงนี้แม้เขาคิดอยากจะวางมันลงแต่กลับทำไม่ได้

            และด้วยสถานการณ์เช่นนี้ เขาก็รู้แล้วว่าคนที่ทำให้ตนเองต้องเป็นพะวงนั้นได้ตกเข้าไปในกับดักเสียแล้ว

            เขาไม่สามารถทำตามที่รับปากนางเอาไว้ได้

            ในใจเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เส้นเลือดปูดขึ้นบนหน้าผากของเขามือที่กำแน่นทั้งสองข้างก็มีเส้นเลือดปูดขึ้นมาเช่นกันข้อต่อของนิ้วมือถูกแรงบีบจนค่อยๆ เป็นสีขาว สีหน้าของเขาเขียวคล้ำกว่าเดิมดวงตาดิ่งลึกแต่กลับให้ความรู้สึกประหนึ่งความเงียบสงบที่เกิดขึ้นก่อนพายุจะก่อตัวขึ้นความสงบเช่นนี้ของเขากลับทำให้คนที่พบเห็นรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง

            “ข้าอยากจะรู้จริงๆ ว่าเขาจะทำได้โหดร้ายและตัดรอนที่สุดหรือไม่ถ้าหากไม่ได้ ก็อย่าโทษที่ข้าไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์ก็แล้วกัน” ผ่านไปเนิ่นนาน ม่อเวิ่นเฉินแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ท้องฟ้ายังคงเป็นสีฟ้าฟ้าที่ใสสะอาดบริสุทธิ์เช่นนั้น กลับต่างกับในใจเขาตอนนี้ที่รู้สึกหนักอึ้งอย่างหาสิ่งใดเทียมไม่ได้

            แต่เดิมเขาไม่ได้คิดจะฆ่าม่อเวิ่นเสวียนแต่กลับถูกบีบให้ไม่มีทางเลือกอื่น

            ถ้าเช่นนั้นเขาก็คงไม่อาจถือความสัมพันธ์ฉันพี่น้องเอาไว้ได้อีกแล้ว

            “ตอนนี้เจ้าสำนักเหลยอยู่ในมือของพวกเขาฮ่องเต้...ต้องการป้ายคุมทหารของท่านไปแลก” น้ำเสียงของเหลิ่งเหยียนราบเรียบแต่กลับแฝงไปด้วยความกังวลใจ

            เขารู้ว่าม่อเวิ่นเฉินมิใช่คนที่จะทิ้งมิตรสหายอย่างไม่ดูดาย

            แต่ถ้าเอาป้ายคุมทหารไปแลกม่อเวิ่นเฉินจะใช้อะไรมาพลิกสถานการณ์ที่เป็นต่อนี้ได้อีก

            เหลิ่งเหยียนรู้สึกหงุดหงิดยิ่งนักถ้าหากรู้เช่นนี้แต่แรก เขาก็คงไปจวนอัครมหาเสนาบดีกับเหลยอวี๊เฟิงแล้ว

            ทว่านี่เป็นคำสั่งของม่อเวิ่นเฉินเขาไม่อาจไม่ทำตามได้

            “มิเป็นไรข้าก็เอาป้ายคุมทหารไปให้เขาเสียก็สิ้นเรื่อง...” ม่อเวิ่นเฉินยิ้มมุมปากแฝงด้วยความโหดร้ายอยู่บางๆดวงตาเป็นสีแดงจากเส้นเลือดฝอยที่กระจายอยู่รอบลูกตา

            ครั้งนี้ม่อเวิ่นเสวียนบีบเขามากไปจริงๆ

            “ท่านอ๋อง...”สีหน้าของเหลิ่งเหยียนคล้ำลง “มิสู้ให้ข้าพาลูกน้องไปชิงตัวเจ้าสำนักเหลยออกมา”

            ถ้าหากม่อเวิ่นเฉินไม่มีป้ายคุมทหาร ฮ่องเต้ก็จะไร้ซึ่งความกังวลใดๆอีก ถ้าถึงตอนนั้นเกรงว่าม่อเวิ่นเฉินจะตายอย่างอนาถเป็นแน่

            “มิต้องหรอก”ม่อเวิ่นเฉินโบกมือแสดงท่าทีปฏิเสธเขายังคงมีท่าทีสง่างามสูงศักดิ์เหนือผู้คน หาได้มีท่าทางดั่งคนจนมุมแม้แต่น้อย

            บรรยากาศมีความหนาวเย็นไม่น้อยหลังจากที่ม่อเวิ่นเฉินสั่งให้เหลิ่งเหยียนระวังตัวให้ดีแล้วเขาก็รีบจากไปเดิมเขาคิดจะไปช่วยซูฉีฉีออกจากน้ำมือของไทเฮาทว่ากลับคิดไม่ถึงว่าเหลยอวี๊เฟิงจะเกิดเรื่องขึ้นได้

            เขารู้ถึงฝีมือของม่อเวิ่นเสวียนดีและเขาก็รู้ด้วยว่าถ้าจะช่วยซูฉีฉีในตอนนี้คงจะไม่ทันเสียแล้ว

            “ให้ข้าเชื่อเจ้าอีกสักครั้งหนึ่งเถิด”ม่อเวิ่นเฉินเอ่ยออกมาเสียงเบาเขามองไปที่ซูฉีฉีที่บัดนี้ได้นอนหลับไปแล้ว เขาเองก็รู้สึกเหนื่อยเช่นกัน

            การมาเมืองหลวงครั้งนี้จะต้องอันตรายมาก เขาเองก็เตรียมตัวมาแต่แรกแล้ว

            เพียงแต่ว่าเมื่อมาถึงก็ตกเป็นเบื้องล่างแล้วนี่ทำให้เขาอดรู้สึกร้อนรนมิได้

            ทว่าเขาคือม่อเวิ่นเฉินต่อให้ร้อนรนเพียงใดเขาก็ยังคงจิตใจให้สงบเขาไม่อนุญาตให้ตนเองพ่ายแพ้อย่างย่ำแย่จนเกินไปอย่างน้อยในทางไปน้ำพุเหลืองซึ่งเป็นสถานที่คนตายนั้นเขาจะสามารถดึงคนให้ลงไปด้วยได้

            ซูฉีฉีนั้นนอนหลับไม่สบายเท่าใดนักคิ้วของนางขมวดเข้าหากันความเจ็บบนร่างกายทำให้นางที่กำลังอยู่ในฝันนั้นก็รู้สึกไม่สงบสบายเช่นกัน

            โดยเฉพาะเมื่อใจของนางในตอนนี้ได้เย็นสนิทไปเสียแล้วแม้ว่านางจะบอกตนเองแล้วว่าอย่าคาดหวังอันใดกับม่อเวิ่นเฉิน ทว่ามาถึงจุดนั้นจริงๆนางก็ยังคงรู้สึกผิดหวัง

            ยังคงเจ็บปวดหัวใจ

            ม่อเวิ่นเฉินค่อยๆ โน้มตัวลงไปมือของเขาขึ้นถูเบาๆ ที่หว่างคิ้วที่ขมวดแน่นของซูฉีฉี นิ้วมือนั้นหยาบกระด้างอยู่บ้างแต่ท่าทางของเขานั้นกลับนุ่มนวลยิ่ง

            เขาบอกกับตนเองไม่ว่าซูฉีฉีจะทำอะไรก็ไม่สามารถโทษนางได้ ครั้งนี้เป็นความผิดของเขาเอง


            ตำหนักอี้เหอ

            หลังฉากกั้นนั้นซูชือฉางกำลังพลอดรักกับไทเฮาอย่างหวานช่ำ

            ตลอดชีวิตของไทเฮา นางรักเพียงซูชือฉางแต่ว่าเพราะโชคชะตาไม่เป็นใจจึงทำให้คลาดกันถึงครึ่งชีวิต

            จนกระทั่งฮ่องเต้ชรานั้นได้สวรรคตไปฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ นางถึงสามารถพลิกชะตาชีวิตของตนได้ถึงกล้าที่จะอยู่กับซูชือฉางอย่างเปิดเผยเช่นนี้

            เดิมนางเป็นสตรีที่ใจกว้างแต่เพราะสู้รบแย่งชิงในวังมานานถึงยี่สิบปีทำให้กลายมาเป็นคนใจคอโหดร้ายลงมือโหดเหี้ยมและเพราะว่านางเกลียดแค้นเซี่ยเสี่ยวเตี๋ยในปีนั้นจึงให้ซูฉีฉีกับซูเมิ่งหรูสลับงานสมรสกัน

            ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นด้วยฝีมือของนางเอง

            ปีนั้นซูชือฉางนั้นก็ไม่เห็นด้วย เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นล้วนแต่ทำตามแผนการของนาง

            นอกตำหนักม่อเวิ่นเสวียนนั้นมีสีหน้าเยือกเย็น นิ้วมือของเขาจิกลงไปบนโต๊ะอย่างแรงดวงตาทั้งสองมืดสนิท ไอสังหารกระจายออกไปจนทั่ว

            เขาทนมานานแล้วแต่ว่าก็ไม่อาจทำให้เรื่องทั้งหมดนี้บานปลายเป็นเรื่องขึ้นมาได้

            เพราะนางคือมารดาของเขา

            แต่ว่าหลายวันมานี้พวกเขาดูเหมือนจะยิ่งไม่เกรงกลัวอันใดแล้วซูชือฉางเหมือนจะมาอยู่ที่ตำหนักอี้เหอแทบทั้งวันกระทั่งขันทีและนางกำนัลเขาก็ไม่คิดจะหลบเลี่ยงแม้แต่น้อย

            ทำให้ฮ่องเต้เช่นเขาต้องเสื่อมเสียเกียรติเสียจริงๆ

            เพราะเช่นนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมาเขามักจะมองซูชือฉางเป็นดังเสี้ยนหนามในดวงตาของตนก็มิปาน

            ความอัปยศเช่นนี้เขาไม่สามารถทนต่อไปได้แล้ว

            ม่อเวิ่นเสวียนสะบัดแขนเสื้อก่อนจะก้าวเท้ายาวออกจากตำหนักอี้เหอเขาหมุนตัวไปที่ห้องหนังสือ เขาจะต้องมั่นใจว่าครั้งนี้ได้บีบให้ม่อเวิ่นเฉินถึงที่ตายได้แล้วให้ม่อเวิ่นเฉินนั้นไม่มีทางพลิกฟื้นตัวกลับมาได้อีก

            คนเช่นนี้ถ้าหากวันหนึ่งเขาพลิกฟื้นตัวขึ้นมาได้จริงคงจะต้องเป็นวันที่เขาตายอย่างอนาถแน่นอน

            “ซูฉีฉีรับปากแล้วขาดเพียงขั้นตอนสุดท้ายเท่านั้น” ชายชราหนวดเคราขาวโพลนกำลังนั่งอยู่ด้านหลังฉากกั้นในห้องสมุดบนใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอย ทว่ากลับมีดวงตาที่ใสกระจ่าง

            “ใช่แล้วจากที่ท่านอาจารย์ดูแล้ว ครั้งนี้มีโอกาสสำเร็จเท่าใด?” สำหรับผู้อาวุโสผู้นี้ม่อเวิ่นเสวียนนั้นเคารพนับถือเป็นอย่างมาก บนใบหน้าของเขาไม่มีร่องรอยแห่งความอาฆาตและเยือกเย็นเหมือนดั่งก่อนอีกแล้ว

            “ทูลฝ่าบาท...จวนอัครมหาเสนาบดีเกิดเรื่องแล้วพ่ะย่ะค่ะ...”ในขณะที่ม่อเวิ่นเสวียนกำลังจะถามว่าเมื่อใดนั้นด้านนอกห้องสมุดก็มีเสียงตะโกนรายงานเข้ามา

    คล้ายกับเรื่องชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245