“เอ่อนี่ท่านเป็อะไรรึเปล่า?” จูกัดเหลียงถามด้วยความสงสัยก่อนที่เทียนหงส์จะเรียกสติตัวเองคืนมาปล่อยมือทั้งสองจากไหล่จูกัดเหลียง
“ขอโทษด้วยท่านนักวางกลยุทธิ์ พอดีข้าตื่นเต้นเกินไปหน่อย” เทียนหงส์ยิ้มเจือนๆทำตัวไม่ถูกว่าจะหาข้ออ้างอะไรดีให้เขาไม่สงสัย
“จริงซิ! แล้วนี่ท่านนักวางกลยุทธิ์รอดมาได้ยังไงกัน?” เฟยเปาถาม
“อย่างที่ข้าเคยเตือนท่านก่อนหน้าว่าข้ารู้สึกแปลกๆเกี่ยวกับการกระทำพักหลังๆของซากัว ข้าจึงได้เตรียมทางหนีทีไล่ไว้ก่อนแล้วเมื่อจำเป็ ซึ่งสาเหตุที่ข้าไม่ได้บอกท่านเพราะคิดว่าพูดไปท่านก็คงไม่ยอมเชื่อข้าอยู่ดี และใน่เวลาที่เกิดเหตุข้านั้นพอสามารถพากลุ่มชาวบ้านเด็กและคนแก่หนีออกไปได้บางส่วน และยังพอมีผู้ชายเหลืออยู่บ้างเจ็ดแปดคน”
เมื่อได้รู้ว่ายังมีชาวบ้านคนอื่นที่ยังมีชีวิตรอดเหลืออยู่ ทั้งสามก็ไม่รอช้าขอให้จูกัดนำทางพวกเขาไปหาคนที่เหลือทันที
ซึ่งในระหว่างทางก็เต็มไปด้วยทางคดเคี้ยว มีแต่กิ่งไม้ปลายแหลมยื่นออกมาตามทาง และบางทีก็มีขื่อไม้ทางต่างระดับลาดชันจนพูดได้ว่าหากเดินไม่ดูตาม้าตาเรือไม่ชินเส้นทาง ไม่าเ็สาหัสก็ไปนอนหลับฝันดีที่ตีนเขาสบายๆ
ในที่สุดพวกเขาสามคนก็เดินตามจูกัดจนมาถึงหน้าปากทางเข้าถ้ำแห่งหนึ่ง
“ท่านพ่อทำไมท่านถึงไปนานจัง” เด็กสาวสาวพูดขึ้นมาแต่ไกล
“หัวหน้า นี่พวกคุณสองคนยังไม่ตายอีกหรอคะเนี่ย” เฟยเปาเฟยซิ่นที่ได้ยินก็ยิ้มแห้งก็คำพูดเธอทันที พวกเขาได้แต่คิดในใจว่า ‘ไม่มีคำถามที่มันดีกว่านี้แล้วรึกันนะ สองพ่อลูกคู่นี้เหมือนกันไม่มีผิด’ โดยจริงๆแล้วมันก็มีสาเหตุอยู่ที่พวกเขาทั้งสองเลือกใช้คำแบบนี้ เนื่องจากสองพ่อลูกได้พูดเตือนสองพี่น้องหลายรอบแล้วแต่พวกเขาก็ไม่ยอมเชื่อ จนเธอกับพ่อเอือมระอาในเมื่อพูดไปยังไงเขาก็ไม่เชื่อเลยเลือกจะไม่พูดดีกว่า และมันก็เป็อย่างที่พวกเขาคาดกันหมู่บ้านถูกโจมตีจากเกาทุยที่มีซากัวเป็หนอนบ่อนไส้จนเป็เหตุให้คนในหมู่บ้านตายเกือบหมด
เมื่อเทียนหงส์พูดคุยกันจนได้ความแล้วเด็กสาวคนนี้ก็คือ ลูกสาวเพียงคนเดียวของนักวางกลยุทธิ์จูกัด ฝ่านเอ๋อ อายุ 15ปี ก่อนพวกเขาทั้งหมดจะเข้าไปคุยกันข้างใน
สภาพแต่ละคนที่เห็นตอนนี้ย่ำแย่มากโดยเฉพาะเหล่าเด็กๆที่รอดมาได้ พวกเขามีไข้ขึ้นสูงตัวร้อนจี๋กันหมด
“แบบนี้แย่แน่ พวกเขารอดมาได้แต่ก็ต้องมาตายเพราะไข้ขึ้นสูง์ช่างไม่เห็นใจจริงๆ” พวกคนแก่ที่ดูแลหลานๆตนต่างพากันร้องไห้ เสียลูกไปแล้วยังไม่พอยังต้องมาเสียหลายชายที่เปรียบเหมือนสมบัติชิ้นสุดท้ายในชีวิตพวกเขาไปอีก
เหล่าโจรผู้ชายที่รอดมาได้ก็เดินมาทำความเคารพเฟยเปาเฟยซิ่นทันที โดยมองข้ามไม่สนใจเทียนหงส์ว่าเขาเป็ใคร
“ทำความเคารพท่านหัวหน้า ข้าคิดไว้แล้วว่าดูฝีมืออันเก่งกาจของพวกท่านทั้งสองต่อให้ศัตรูบุกมานับร้อยก็คงไม่ระคายเคืองิัท่านหรอก ์ช่างเมตตานักที่ท่านรอดมาได้”
“พวกเ้าก็กล่าวชมเกินไปหากมีท่านเทียนหงส์ ป่านนี้พวกข้าสองพี่น้องก็คงตามเป็ผีเฝ้าหมู่บ้านแห่งนี้ไปนานแล้ว”
พวกเขาแปดคนที่ได้ฟังก็สงสัยว่าใครคือเทียนหงส์จึงเอ๋ยถามไปและได้รู้ว่าเขาคือผู้มีพระคุณของทั้งสองและยังเป็หัวหน้าคนใหม่ของหมู่บ้านอีกด้วย “หัวหน้าข้าไม่ยอมรับเื่นี้ ที่จะปล่อยให้คนนอกเข้ามาเป็หัวหน้า” พวกเขาคุกเข่าขอร้องพร้อมกัน
“เฮ้ยๆจะทำอะไรก็ให้มันน้อยๆหน่อย ฉันไม่สนว่าพวกแกจะยอมรับหรือไม่ยอมรับ แต่คนๆนี้คือผู้มีพระคุณของฉันกับพี่”
เทียนหงส์ไม่ได้สนใจเื่ที่พวกเขาคุยกันแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้เขากำลังดูอาการของเหล่าเด็กๆที่นอนป่วยอยู่
“แบบนี้ไม่ดีแน่ ต้องพาพวกเขาออกไปข้างนอกอากาศที่นี่ไม่ถ่ายเทและอับชื้นเกินไป” เทียนหงส์ออกคำสั่งทันทีกับพวกเขาให้ช่วยเด็กกลับไปที่หมู่บ้าน ซึ่งเหล่าคนแก่ก็ได้โต้เถียงอะไรเพราะเฟยเปาเฟยซิ่นบอกว่าเป็หัวหน้าคนใหม่ และอีกเหตุผลหากอยู่เฉยๆแบบนี้หลานพวกเขาก็คงอาการแย่ลงเรื่อยๆอยู่ดี
เทียนหงส์กับคนอื่นๆอุ้มเด็กเดินออกไปโดยไม่ได้สนใจกลุ่มโจรชายฉกรรจ์ที่คุกเข่าอยู่กับพื้นแม้แต่น้อย และนั่นก็เป็ประกายไฟเล็กๆในใจโจรเหล่านี้พวกเขาต่างกำหมัดแน่นไม่สบอารมณ์กับการกระทำของเทียนหงส์ที่กล้าเมินพวกเขาแล้วไปสนใจเด็กเหลือขอ
เขาได้อุ้มเหล่าเด็กๆมาที่กระโจมแห่งหนึ่งที่ยังสภาพดีอยู่ แต่อากาศข้างในค่อนข้างร้อนและอับเกินไปอยู่ดี
“เฟยซิ่นเ้าช่วยใช้ดาบฟันเจาะช่องรูตรงกำแพงเป็สี่เหลี่ยมแบ่งระยะให้เท่ากันที ให้อากาศที่นี่มันระบาย
เฟยซิ่นแม้จะไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่เทียนหงส์ แต่เขาก็พอเข้าจุดประสงค์นิดหน่อยว่าเทียนหงส์จะให้เขาทำอะไร
ไม่รอช้าเฟยซิ่นรีบตวัดออกมาเจาะรูกำแพงทั้งขวาและซ้าย โดยแบ่งระยะเท่าๆกัน แม้มันจะไม่ค่อยตรงเท่าไหร่แต่ก็พอถูๆไถๆ ซึ่งเจาะรูใหม่ๆผลที่ตามมาคือฝุ่น แต่มันก็แลกมาด้วยอาการที่ถ่ายเท เขานำร่างของเด็กๆไปวางนอนเรียงกันข้างนอก เพื่อให้ฝุ่นจางลง และสั่งให้เฟยเปาเฟยซิ่นไปช่วยกันหาผ้าแห้งกับคนอื่นๆก็เอาถังไม้ไปตักน้ำต้มให้อุ่นพอประมาณและเตรียมลูกมะนาวมาให้เร็ว ก่อนที่ตนเองจะลงทุนฉีกเสื้อผ้าท่อนบนออกเพื่อมาใช้เช็ดตัวเด็กๆ เผื่อผ้าไม่พอกับจำนวนเด็กที่มากกว่าสิบคน
เมื่อของที่้ามาครบและฝุ่นก็หน้าจะจางไปหมดแล้ว เขาก็ให้ยกร่างของเด็กๆเข้าไปข้างในอีกรอบหนึ่ง
“เอ่อนี่ท่านกำลังจะเช็ดตัวให้พวกเขาอย่างงั้นหรอ” หญิงชราคนหนึ่งถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ใช่ ข้ากำลังจะเช็ดตัวให้พวกเขา”
“คือข้าก็ไม่อยากจะสงสัยในวิธีการของท่านหรอกนะนายท่าน แต่ว่า...แค่เช็ดตัวเฉยๆมันคงไม่ทำให้ไข้ที่สูงขนาดนี้ลงได้”
“ใช่แล้วท่านหัวหน้า จริงอย่างที่ยายคนนี้พูดหากไม่ได้ทานยาข้าเกรงว่าคงจะไม่ได้ผล”
‘ก็จริงอย่างที่พวกเขาพูดหากทานยาก็จะชัวร์กว่า แต่สถานการ์ณตอนนี้เราไม่สามารถที่จะไปตามหาหมอมาได้ เราไม่รู้ว่าหรอกนะว่าที่โลกแห่งนี้เขาเช็ดตัวกันอย่างไรเพื่อลดไข้ที่ขึ้น แต่วิธีของเรานะเป็ฉบับเร่งด่วนน่าจะพอช่วยได้’
“ไม่ต้องห่วงไม่ลองก็ไม่รู้ สำหรับพวกเ้าสิ่งที่ข้ากำลังจะอาจดูไร้ประโยชน์ในสายตา แต่เชื่อข้าเถอะว่าวิธีการของข้าจะได้ผล พวกเ้าแค่ดูข้าทำและทำตามข้าก็พอ”
ไม่ให้เสียเวลาเขาก็เริ่มลงมือในทันที เขานำลูกมะนาวที่ได้มาผ่าบีบในน้ำอุ่นที่เตรียมเอาไว้ ซึ่งการนำมะนาวบีบในน้ำที่จะใช้เช็ดตัวนั้น ก็เพื่อให้น้ำมีน้ำมันจากผิวมะนาวด้วยเนื่องจากกลิ่นของน้ำมันมะนาวจะมีส่วนทำให้เืไหลเวียนและรู้สึกสบายตัวขึ้น จากนั้นใช้ผ้าออกแรงถูเล็กน้อยโดยไล่จากบริเวณใบหน้า ซอกแขน ซอกคอ รักแร้ ลำตัวว ขาหนีบและขาตามลำดับ
แต่สิ่งสำคัญคือควรเช็ดย้อนรูขุมขนเพื่อให้เส้นเืและรูขุมขนเกิดการขยายตัวระบายความร้อนได้เร็วขึ้น โดยเริ่มเช็ดจากปลายแขนขาเข้าหาลำตัวเสมอ หลังจากเช็ดตัวเสร็จเขาก็วางผ้าชุมน้ำพักไว้บนศีรษะ และใช้ผ้าอีกหลายผืนเอาไปหนีบบริเวณ ซอกคอ และซอกรังแร้ เพื่อระบายความร้อนไปด้วยเนื่องจากบริเวณดังกล่าวนั้นถือได้ว่าเป็จุดศูนย์รวมของเส้นเื เมื่อวางผ้าชุบน้ำพักไว้จะช่วยระบายความร้อนได้เร็วยิ่งขึ้น
เทียนหงส์คอยดูแลเช็ดตัวเหล่าเด็กๆนับสิบคนซ้ำหลายๆครั้ง ทันทีที่น้ำเย็นลงก็ไปเปลี่ยนน้ำอุ่นใหม่และเช็ดเหมือนเดิมทุกๆสิบห้านาที เขานั้นให้คำสำคัญกับเหล่าอาการของเด็กๆจนลืมความหิวไปเลย จากเริ่มทำั้แ่่บ่ายแดดเต็มฟ้าจนตอนนี้ค่ำมืดดึกดื่นหมอกเริ่มลง
“ตอนนี้ดึกมากแล้ว ข้าว่าพวกท่านไปพักผ่อนกันก่อนเถอะ เดี๋ยวข้าจะคอยดูอาการพวกเขาต่อให้เอง”
ตอนนี้ยายเฒ่าตาเฒ่าแต่ละคนต่างก้มกราบร้องไห้ทั้งน้ำตาขอบคุณน้ำใจของเทียนหงส์ที่ช่วยเหลือพวกเขาขนาดนี้ “ข้าขอบคุณท่านจริงๆนายท่าน หากไม่มีท่านข้าไม่รู้เลยว่าหลานข้าจะเป็ยังไง ชีวิตนี้ข้านั้นไม่มีอะไรจะตอบแทนพระคุณที่ท่านให้ได้เลย”
เทียนหงส์รีบโน้มตัวพยุงตายายและคนอื่นขึ้นทันที “ท่านจะมาก้มกราบข้าได้ยังไงกัน นี่มันไม่ใช่เื่ที่ข้าผู้ซึ่งหัวหน้าหมู่บ้านคนใหม่ควรทำอยู่แล้วงั้นรึ เมื่อเห็นชีวิตคนหนึ่งกำลังลำบากข้าก็ต้องช่วยอย่างเต็มที่สุดความสามารถแม้หนทางจะริบหรี่แค่ไหนก็ตาม พวกท่านโปรดทั้งหลายโปรดลุกขึ้นเถิดไม่งั้นตัวข้าคงอายุสั้นก็พอดีที่ให้คนเฒ่าชรามาก้มกราบเช่นนี้”
เฟยเปาและเฟยซิ่นที่เห็นพวกเขาก็รู้สึกประทับใจและชื่นชมในตัวของเทียนหงส์มากขึ้นเรื่อยๆ โดยขณะที่เช็ดตัวเหล่าเด็กๆพวกเขามักจะหันมองสังเกตุการกระทำแต่ละอย่างของเทียนหงส์ตลอด แต่ละอย่างที่เขาทำมันไม่ใช่การเสแสร้งแต่มันคือการทุ่มเทแรงใจเพื่อช่วยเหลือชีวิตคนจริงๆ
เมื่อล่ำลากันเสร็จเรียบร้อยหลังดูอาการของเหล่าเด็กๆที่ดีขึ้นมาและเตรียมกำลังจะพักผ่อนอยู่นั้น เสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้น
“พ่อหนุ่ม”
“นั่นใครนะ” เขาหันตามเสียงเรียกนั้นทันทีจนได้พบเข้ากับแสงสีทองเรืองแสงประหลาดอยู่ด้านเขาและมีร่างของหญิงสาวรูปโฉมงามปรากฎขึ้นโดยรอบๆมีออร่าสีทองจางๆอ้อมล้อมร่างกายอยู่
“เ้าจะเรียกข้าว่านางฟ้า หรือเทพธิดาก็แล้วแต่เ้าก็ได้นะ แต่ยังไงสุดท้ายก็ปฎิเสธไม่ได้ว่า ตัวข้าเองนี่แหละที่เป็คนเรียกเ้ามายังโลกใบนี้”
โปรดติดตามตอนต่อไป