“เ้าคิดว่าคำทำนายนั้นเป็เื่ตลกหรอ เจียงหยาง” ชายในชุดเกราะอ่อนพูดขึ้นมา อวี่เซวี่ยนหันไปมองอาจารย์ของเขา เขาคิดในหัว
‘ชายคนนี้เป็ใคร แถมรู้ชื่อจริงของอาจารย์ด้วย อย่าบอกนะว่าเ้านั้นคือคนที่อาจารยเคยเตะขาหักที่อาจารย์ชอบเล่าให้ฟัง’ อวี่เซวี่ยนกลืนน้ำลายเขาเริ่มหันหาทางหนี
“ใช่ สำหรับข้ามันเป็เื่ตลก มีแต่พวกบ้าๆ แบบพวกเ้านั้นละ ที่เชื่อ ข้าไม่เหมือนกับพวกเ้าที่โดนคำทำนายนั้นจูงจมูกให้ฆ่าคนฆ่าปีศาจฆ่าเซียน เหลืออะไรอีกที่พวกเ้ายังไม่ได้ฆ่า”
เจียงหยางพูดออกมา น้ำเสียงของเขานิ่งใบหน้าของเขาก็นิ่งไรสึกความกังวลหรือความกลัว แต่คนที่ใที่สุดคือ อวี่เซวี่ยน เขาหันมามองอาจารย์ก่อนจะหันกลับไปมองชายในชุดเกราะอ่อน เขาคิดในใจ ‘นี้มันเื่บ้าอะไรกัน อาจารย์ข้าไปเกี่ยวข้องอะไรกับใคร แล้วเ้าหมอนีเป็ใคร’
ชายในชุดเกราะอ่อนได้ยินแบบนั้นก็ทนไม่ได้ะโขึ้น “เ้าบ้าไปแล้วหรือไง คำทำนายมันถูกต้องทุกอย่าง ไม่ว่าจะเื่หินพลังภพก้อนแรก หรือก้อนที่สาม หรือแม้แต่เื่ที่เ้าจะมาเปิดโรงหมอที่นี่มันก็ตรงทั้งหมด มีแต่เ้าที่ไม่ยอมรับความจริง” ชายในชุดเกราะอ่อนพูดด้วยน้ำเสียงโมโห มือของเขากำแน่น
“แล้วจะอย่างไร มันตรงแล้วจะทำไมข้าไม่สนใจอีกแล้ว ไปซะ จะไปไหนก็ไป เราอย่าได้เจอกันอีกเลย เ้าเก้า ส่งแขก” พูดจบเจียงหยางก็นั่งลงที่เก้าอี้ก่อนจะหยิบเอายาลูกกรเอายัดเข้าปากหนึ่งแม็ด อวี่เซวี่ยนเดินไปข้างชายชุดเกราะอ่อนและลายมือออก
“เชิญ โรงหมอของเราปิดแล้ว” พูดจบ ชายในชุดเกราะไม่หันกลับแต่เขากับชักมีดและปาดเข้าที่คอของอวี่เซวี่ยนความเร็วของเขาเร็วจนแทบมองไม่ทัน อวี่เซวี่ยนเอามือกุมคอเืไหลไม่หยุดก่อนที่เขาจะล้มลงไปกองกับพื้น เจียงหยางไม่แสดงอาการอะไรเขายังนั่งนิ่งไม่ขยับ แต่สีหน้าของเขากับเริ่มคล้ำเครียดสายตาจ้องมองไปที่ชายในชุดเกราะอ่อน
“เ้าทำไปเพื่ออะไร” เจียงหยางพูดขึ้น
“มันเป็หนึ่งในคำทำนาย” คำตอบที่เจียงหยางได้รับทำเขาถอดหายใจ เขาหยิบเอายาลูกกรและเอาเข้าปากอีกหนึ่งเม็ด ก่อนจะมองไปที่ชายในชุดเกราะอ่อน และกล่าวว่า
“ในคำทำนายบอกว่า ชีวิตของเ้าจะจบลงทีนี่ เ้าจะให้ข้าทำอย่างไร ให้ข้าฆ่าเ้าใช่หรือไม่” เจียงหยางถาม
“ไม่ต้อง ยังไงเ้าก็หนีโชคชะตาไม่ได้คำทำนายนั้นสำหรับเ้ามันก็แค่คำหลอกลวงแต่สำหรับพวกเรามันคือโชคชะตา และเ้าก็หนีโชคชะตาไม่ได้ ส่วนชีวิตของข้านั้น”
พูดจบชายชุดเกราะอ่อนก็เอามีดของเขาปาดคอตัวเอง เขาล้มลงกับพื้นก่อนจะสิ้นใจไป เจียงหยางเอามือก่ายหน้าผาก ก่อนจะหยิบเอายาลูกกรยัดเข้าปากไปอีกหนึ่งเม็ด เขาหันไปมองลูกศิษย์ของเขาก่อนพูดขึ้น
“เ้าจะนอนอยู่ตรงนั้นถึงไหน ลุกขึ้นได้แล้ว”
พูดจบ อวี่เซวี่ยนที่นอนอยู่ก็เด้งตัวขึ้นยืน หน้าตาของเขาซีด ดวงตาเต็มไปด้วยความกลัว
“อาจารย์ ข้าตายได้เลยนะ ความเร็วเมื่อสักครู่ถ้าข้าก้าวช้าเพียงนิดเดียวข้าคงสามารถล่องลอยบินตามหาพ่อแม่ข้าได้….แล้วพวกเราจะเอายังไงกับศพ”
อวี่เซวียนยืนมองศพมือของเขาลูบคอไปมาส่วนเืที่พุ่งออกก็เป็ของปลอมที่เอาไว้หลอกตา เจียงหยางลุกขึ้นก่อนจะเดินเข้ามาดูศพด้วย เขาเอาใบยันต์สีเหลืองออกมาแล้วโยนใส่ศพ เมื่อใบยันต์ตกลงร่าง ร่างกายของชายในชุดเกราะอ่อนก็เริ่มสลายไป ทิ้งไว้แค่อุปกรณ์ต่างๆ และกระเป๋าใบเล็ก เจียงหยางก้มลงไปเปิดกระเป๋าและล้วงมือเข้าไปหยิบเอาหินพลังภพออกมา หินนั้นมีขนาดใหญ่เท่ากำมือ ลักษณะดูไม่ต่างจากหินธรรมดาเพียงแต่มันอัดเน้นไปด้วยพลังที่ดูจะไม่มีที่สิ้นสุด เจียงหยางจ้องมองมันเขาจมลงสู่ห้วงแห่งความคิด เมื่ออวี่เซวี่ยนเห็นแบบนั้นจึงถาม
“ท่านอาจารย์หินนี้มันทำอะไรได้ มันมีพลังที่ไม่สิ้นสุดนิจากที่ข้ารู้สึกได้ คนที่ได้มันไปต้องดึงพลังมันออกมาใช่มั้ยหรือต้องเอาไปทำอะไร” เขาถามด้วยความสงสัย
“ไม่ มันคือะเิ” เจียงหยางหันมาตอบพร้อมกับส่งยิ้มให้เขา
“ะเิ? หินขนาดเท่านี้จะแรงะเิแรงขนาดนั้น” อวี่เซวี่ยนพูดปนขำออกมา
“ก็…….ะเิภพหนึ่งให้หายไปได้”
เจียงหยางพูดออกมาโดนไม่สะทกสะท้านอะไรเลย แต่อวี่เซวี่ยนใหน้าตาแตกตื่น พูดคำไม่เป็คำ
“ทะ ทะ ทะ ทำลายภพหนึ่งภพ” อวี่เซวี่ยนพูด
“ใช่ ภพในโลกของเรา มีสามภพ ภพเทพ ภพมนุษย์ ภพปีศาจ ตอนนี้เราอยู่ในภพปีศาจ ณ แดนประตูเชื่อมภพ เ้าลองคิดดูหากมีคนใช้มัน ะเิที่นี่ ภพปีศาจทั้งหมดจะหายไปทันที”
เจียงหยางพูดออกอย่างหน้าตาเฉย แต่อวี่เซวี่ยนหน้าตาของเขาซีดเขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนที่จะมองที่อาจารย์ของเขาแล้วกล่าว “ละ ละ แล้วเราจะทำอย่างไรดี เราควรส่งคืนท่านจอมปีศาจหรือไม่ ไม่สิต้องส่งคืน ต้องส่งคืน….ท่านอาจารย์ท่านเงียบทำไม” เมื่ออวี่เซวี่ยนมองดูอาจารย์ของตนก็เกิดความสงสัย เจียงหยางนิ่งเงียบมองก้อนหินที่อยู่ในมือ ก่อนที่จะหันหน้ามามองเขา
“เ้าเก้า เ้าเข้าไปในห้องเก็บของ ลื้อกล่องที่อยู่ด้านในสุดมุมซ้ายของห้อง ที่นั้นจะมีประตูลงไปห้องใต้ดิน เ้าลงไปเ้าจะรู้เองว่ามันมีอะไร ขนมันขึ้นมาให้ข้าที”
อวี่เซวี่ยน กำลังจะพูดแต่เขาก็เงียบและเดินไปที่ห้องเก็บของส่วนเจียงหยางก็เดินไปที่เสาตนหนึ่งจ้องมองเสาตนนั้นอยู่นาน
….
อวี่เซวี่ยนเปิดประตูห้องเก็บของ เขาดีดนิ้วทำให้ไฟในโคมไฟที่อยู่ตามห้องถูกจุด เขามุ่งตรงไปที่มุมห้องด้านซ้ายยกลังของต่างๆ ออกจึงได้พบประตูที่ลงไปใต้ดิน เขาคิดในใจ ‘อาจารย์ ท่านเป็ใครกันแน่ท่านไม่ใช่แค่หมอ์หรอ’
เขาเปิดประตูใต้ดินก่อนจะเดินลงไปเมื่อลงมาจนสุดทางก็เห็นประตูด้านหน้า เขาก้าวเดินเข้าไปก่อนจะเปิดประตูเข้าไป ในห้องนั้นมืดสนิทอวี่เซวี่ยนดีดนิ้ว โคมไฟติดขึ้นเผยให้เห็น ชุดเกราะสีดำเข้มถูกจัดวางและห้อยแขวนไว้บนหุ่นไม้อย่างเป็ระเบียบ แผ่นเกราะอกโลหะสลักลายสวยงาม ส่วนเกราะไหล่หนาซ้อนชั้นไม่ใหญ่มากดูพอดี และชายเกราะเกล็ดเหล็กทิ้งตัวดิ่งลงมาตามโครงไม้ ส่งกลิ่นอายของเหล็กกล้าและน้ำมันขัดเกราะอบอวล รอบๆ ห้องนั้นเต็มไปด้วยชั้นวางหนังสือ และยังมีแผนที่ทั้งสามภพที่ติดอยู่กับกำแพง และยังมีอุปกรณ์สำหรับทำแผนที่อีก อวี่เซวี่ยนกลืนน้ำลายลงคอในหัวเขาคิด ‘ข้าว่าไม่ใช่แล้ว อาจารย์ข้าเป็อะไรมาก่อน ก่อนที่จะมาเป็หมอ์’
อวี่เซวี่ยนลบความคิดของตัวเองออกก่อนจะหอบเอาชุดเกราะทั้งหมดกลับไปหาอาจารย์ของเขา เมื่อเขาเดินมาถึงห้องรับผู้ป่วยก็เห็น เจียงหยาง กำลังงัดเอาอะไรบ้างอย่างออกมาจากเสา อวี่เซวี่ยนเดินไปที่โต๊ะก่อนจะว่างชุดเกราะลงบนโต๊ะและพูดถามว่า “ท่านอาจารย์ ท่านทำอะไรนะ”
เจียงหยางไม่ตอบแต่กับงัดบ้างอย่างออกมาได้ สิ่งนั้นคือ ดาบพร้อมฝัก สีดำ เขาชักดาบออกมามันมีลักษณะ ใบดาบตรง สันดาบหนาสันปลายดาบตัด ด้ามจับยาว ลวดลายบนด้ามจับสลักเป็อักษรโบราณ เขาเก็บดาบก่อนจะเดินมาหา อวี่เซวี่ยน และวางดาบลง อวี่เซวี่ยนยืนอ้าปากค้างมองอาจารย์ของเขา ในหัวมีแต่คำถาม เจียงหยางเห็นหน้าของศิษย์ตัวเองก็ขำออกมาจึงได้ถามไป “เป็อะไร มันน่าใขนาดนั้นหรือ”
อวี่เซวี่ยนพยักหน้าราวกับไก่ก่อนจะกล่าวว่า “ท่านอาจารย์ ท่านเป็ใครกันแน่”
เจียงหยางหันมองเขาพร้อมตอบ
“เ้าไม่ต้องรู้หรอก รู้แค่ว่าข้าเก่งมาก เก่งโคตรๆ ด้วย”
.
.
.
.
.