เฟยหรงเดินทางมาสามเดือนเต็มๆจนถึงตอนนี้ในที่สุดเขาก็มาถึงทวีประดับกลางเป็ที่เรียบร้อย หากถามว่าทำไมถึงใช้เวลามากมายเพียงนั้นก็ตอบได้ทันทีว่าเขาไม่ได้เร่งรีบในการเดินทางแต่อย่างใดแต่กลับใช้เวลาในการฝึกฝนระหว่างทางที่ผ่านมาจนทำให้เฟยหรงในตอนนี้มีพลังลมปราณขั้นองครักษ์ขั้นที่หนึ่งแล้ว
ส่วนพลังวิญญานของเขานั้นกลับเหนือล้ำกว่าพลังปราณเสียอีกเนื่องจากเขาไม่ได้ฝึกฝนแต่เป็การกลั่นพลังดั้งเดิมของเขาจนทำให้ตอนนี้มันอยู่ในระดับแก่นแท้วิญญานขั้นที่ห้าและที่สำคัญคือสัญลักษณ์รูปเปลวเพลิงตรงระหร่างคิ้วของเขาก็แปรเปลียนจากสีขาวกลายเป็สีฟ้าครามแล้วในเวลานี้
เมื่อถามกู่เทียนหลงว่าทำไมมันถึงเปลียนสีเขาก็แค่ตอบสั้นๆว่าทักษะบ่มเพาะเพลิงวิญญานเก้าชาติภพของเฟยหรงนั้นมาถึงขั้นที่สองจากเก้าขั้นแล้วและมันจะทำให้เปลวเพลิงที่เขายกระดับขึ้นมาอีกหนึ่งขั้นและเมื่อเฟยหรงเรียกเปลวเพลิงอัสนีของเขาออกมามันก็เป็ดังที่อาจารย์เขากล่าว เปลวเพลิงอัสนีของเขาตอนนี้มันกลายเป็สีฟ้าครามและมีอุณหภูมิที่สูงกว่าเดิมลิบลับดังนั้นเฟยหรงที่เห็นจึงยกยิ้มอย่างพอใจ
แถมในตอนนี้ในฐานะนักปรุงยาแล้วเฟยหรงนับว่ากลายเป็นักปรุงยาระดับสามเป็ที่เรียบร้อย และด้วยพร์ของเขานั้นมันทำให้กู่เทียนหลงที่เป็อาจารย์ถึงกับพูดไม่ออกเนื่องจากเฟยหรงใช้เวลาหนึ่งเดือนในการปรุงเม็ดยาระดับสามได้สำเร็จ ความบริสุทธิ์แปดส่วนในเดือนที่สอง และความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนในเดือนที่สาม แถมยังเป็การปรุงยาโดยไม่ใช้เตาหลอมอีกต่างหาก พอกู่เทียนหลงถามว่าเขาทำได้อย่างไรเฟยหรงก็ตอบด้วยสีหน้าเฉยเมยว่า'สังเกตุเอาตอนที่ท่านปรุงยา'
คำตอบนั้นแทบจะทำให้กู่เทียนหลงต้องกระอักเื เนื่องจากเขาใช้เวลาหนึ่งปีเต็มกว่าจะปรุงเม็ดยาระดับหนึ่ง ใช้เวลาถึงพันปีกว่าจะใช้พลังฟ้าดินเป็เตาหลอมได้แต่เ้าศิษย์บ้านี่เปรียบดังสัตว์ประหลาดของจริง ใช้เวลาเพียงสามเดือนก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายแล้ว กู่เทียนหลงแทบจะก่นด่า์ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปในทันทีถึงความไม่ยุติธรรมนี้ แต่อีกใจก็อดที่จะภูมิใจในตัวลูกศิษย์ของเขาไม่ได้
ตัดกลับมาที่ปัจจุบันในเวลานี้เฟยหรงได้เดินทางมาถึงเมืองเล็กๆที่เขตชายแดนของทวีประดับกลางแล้ว และเขาก็ตรงไปที่โรงเตี้ยมในทันทีเพื่อสั่งอาหารและถามเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารในทวีปแห่งนี้จนได้เื่ว่า ทวีปแห่งนี้มีชื่อเรียกว่าเทียนเหล่ยถูกปกครองโดยราชวงศ์เหล่ยที่มีความสามารถและรูปแบบปราณที่เป็สายฟ้า และยังมีสำนักใหญ่อีกสองสำนักนั่นคือสำนักมารโลหิต และสำนักเซียนเมฆา และสิ่งมหัศจรรย์ของที่ทวีปนี้คือทะเลสาบอัสนีอันเลื่องชื่อที่แม้แต่คนของทวีประดับสูงหรือแม้แต่ทวีปศักดิ์สิทธิ์ยังมิอาจที่จะเข้าไปใจกลางของมันได้และใช้มันบ่มเพาะอยู่รอบนอกเท่านั้นเรียกได้ว่าเป็์ของผู้ที่มีปราณธาตุสายฟ้าเลยก็ว่าได้
เฟยหรงเมื่อได้รู้ข้อมูลเหล่านี้แน่นอนว่าเขารู้สึกสนใจทะเลสาบอัสนีไม่น้อยเลยทีเดียว แม้ว่าเขาจะไม่ได้บ่มเพาะธาตุอัสนีก็ตามแต่ต้องไม่ลืมว่าเปลวเพลิงของเขามีคุณสมบัติธาตุอัสนีอยู่ดังนั้นจึงอยากจะลองให้เปลวเพลิงของเขาดูดซับพลังจากมันสักคราหวังว่ามันจะพัฒนาไปอีกขั้น
"ปีศาจน้อยเ้าอยากจะรู้สถานที่มหัศจรรย์ไปทำไมกัน หากเ้าอยากเห็นมันจริงๆที่ทวีปศักดิ์สิทธิ์มีอยู่มากมายเลยละ"เมื่ออกมาจากโรงเตี้ยมแล้วกู่เทียนหลงกล่าวถามทันที เฟยหรงยกยิ้มก่อนที่จะกล่าวตอบไป "อาจารย์ก็จริงอยู่ที่ทวีปศักดิ์สิทธิ์นั้นมีสถานที่เช่นนี้อยู่มากมายแต่ก็ถูกสำรวจไปหมดแล้ว ทะเลสาบอัสนีนี้ถึงขนาดที่คนทั่วไปเยินยอมันว่าไม่มีผู้ใดเข้าไปได้ ข้าเองก็อยากรู้นักว่ามันมีอะไรอยู่ข้างใน ไม่แน่นะบัลลังก์ราชันแห่งอัสนีอาจจะอยู่ที่นี่ก็ได้จริงไหม"
"เหอะ ถ้ามันมาอยู่ที่นี่จริงๆอาจารย์ผู้นี้จะมอบสูตรยาระดับสี่และระดับห้าให้เลย"กู่เทียนหลงกล่าวออกมาอย่างไม่เชื่อ
"ฮ่าๆๆท่านอาจารย์ ท่านไม่เดิมพันตลกไปหน่อยหรือสูตรโอสถน่ะถึงอย่างไรท่านก็ต้องมอบให้ข้าอยู่แล้ว ท่านเดิมพันเช่นนี้ไม่สมเป็ท่านเลยนะ"เฟยหรงหัวเราะร่าพร้อมกล่าว
"งั้นจะเอาอะไรละ ลำพังวิญญานเช่นข้าก็มีให้แค่สูตรยาและทักษะวิชาเท่านั้นแหละ"กู่เทียนหลงกล่าวพร้อมกอดอก
"งั้นข้าขอเพลิงทองคำผลาญภพ"เฟยหรงกล่าวอย่างเ้าเล่ห์จนทำให้กู่เทียนหลงถึงกับหันขวับในทันที เ้าหนูนี่นับวันยิ่งเ้าเล่ห์แสนกล
"มันก็ไม่เห็นจะต่างกันตรงไหนเพราะถึงอย่างไรเมื่อถึงเวลาข้าก็มอบให้เ้าอยู่แล้ว"กู่เทียนหลงกล่าวออกมาเช่นนั้น มันทำให้เฟยหรงดวงตาเป็ประกายในทันที นี่หมายความว่าอาจารย์ของเขาตั้งใจจะมอบเปลวเพลิง์นี้ให้กับเขาจริงๆนี่มันทำให้เฟยหรงยิ่งเคารพกู่เทียนหลงเสียยกใหญ่
"แต่หากเ้าแพ้เดินพันเล่าข้าไม่เห็นได้อะไรเลย"
"ถ้าข้าแพ้ข้าจะตั้งใจฝึกและหลอมยาคืนวิญญานให้ท่านเป็อย่างไร"เฟยหรงเสนอ
"ไม่นับนั่นเป็สิ่งที่ศิษย์เช่นเ้าควรกระทำอยู่แล้ว เอาเช่นนี้เป็อย่างไรถ้าเ้าแพ้ภรรยาในอนาคตของเ้าจะต้องลดจำนวนจากยี่สิบเหลือสิบแปดคนเป็อย่างไร"เมื่อได้ยินการเดิมพันนี้เฟยหรงคิดหนักในทันที นั่นทำให้กู่เทียนหลงถึงกับหัวเสีย เ้าเด็กตัวเหม็นนี่มัวคิดอะไรอยู่ การเดิมพันนี้มันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มแต่เฟยหรงกลับคิดเหมือนมันเป็ปัญหาโลกแตกอย่างไรอย่างนั้น
"ท่านอาจารย์ข้าไม่เดิมพันกับท่านแล้วข้าไม่อยากเสี่ยงเอาภรรยาในอนาคตถึงสองคนมาเดิมพันได้"กู่เทียนหลงถึงกับลมแทบจับ เ้าเด็กนี่พูดมาได้อย่างหน้าไม่อาย นี่เพลิง์ของเขายังมีค่าไม่เท่าหญิงสาวอีกหรือยิ่งคิดเขายิ่งเวทนาตัวเองยิ่งนัก
"ตกลงว่าข้าไม่เดิมพันแล้ว ถึงอย่างไรพวกมันก็เป็ของข้าอยู่ดีแล้วข้าจะเอาเหล่าภรรยาที่น่ารักถึงสองคนไปเดิมพันทำไม ฮ่าๆๆ"เฟยพุ่งทยานไปใจกลางทวีปราวกับเด็กกำลังจะเจอของเล่นใหม่จนทำให้กู่เทียนหลงได้แต่ส่ายหัวอย่างจนใจก่อนที่เขาจะหายไปเข้าไปอยู่ในหอคอยเทพัของเฟยหรงตามปกติที่เขาเคยอยู่
เฟยหรงเดินทางมาเกือบสิบวันในที่สุดเขาก็มาถึงเมืองหลวงของทวีปที่ถูกประดับไปด้วยธงสีม่วงที่มีสัญลักษณ์รูปสายฟ้าประดับตกแต่งอยู่ทั้งเมือง และสิ่งแรกที่เขาทำเมื่อเข้าเมืองมาแน่นอนว่าต้องไปที่สมาคมนักปรุงโอสถเพื่อที่จะรับเรียญตราของนักปรุงโอสถนั่นเองเนื่องจากเขาเป็นักปรุงโอสถระดับสามแล้วแต่ยังไม่มีสิ่งยืนยันตัวตนเลย และการยืนยันตัวตนนี้มันยังทำให้เขาได้สิทธิพิเศษมากมายจากสมคมนักปรุงโอสถอีกด้วยไม่ว่าจะเป็การซื้อสมุนไพรในราคาพิเศษ ข่าวสารเื่สมุนไพรหายากต่างๆ รวมไปถึงการซื้อขายโอสถทิพย์ระดับต่างๆในราคาพิเศษอีกด้วย และด้วยสิทธิประโยชน์ที่มากมายเช่นนั้นเฟยหรงจะพลาดได้อย่างไรกัน
"เ้าหนูหากเ้าจะทดสอบจริงๆรีบไปซื้อเตาปรุงยามาด่วนเลยและอย่าให้ใครรู้ว่าเ้าใช้พลังฟ้าดินแทนเตาปรุงยาได้เพราะนั่นจะสร้างปัญหาให้เ้าไม่น้อย"กู่เทียนหลงนที่นอนอยู่ในวิหารเทพักล่าวขึ้น เฟยหรงเองก้พยักหน้าอย่างเข้าใจจากที่อาจารย์เขาเคยกล่าวนักปรุงโอสถนับระดับจากระดับหนึ่งไปถึงระดับเก้า และหากก้าวข้ามระดับเก้าไปก็จะเป็เทวะโอสถ โอสถศักดิ์สิทธิ์ และมหาเทวะโอสถตามลำดับ และการใช้พลังฟ้าดินเป็เตาปรุงยานี้เองก็มีเพียงระดับเทวะโอสถขึ้นไปเท่านั้นถึงจะทำได้และคนที่ชำนาญในการหลอมยาโดยใช้พลังฟ้าดินเป็เตานั้นมีเพียงไม่ถึงสิบคนในโลกใบนี้ ดังนั้นหากเฟยหรงใช้มันความวุ่นวายไม่จบสิ้นจะบังเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ดังนั้นเฟยหรงจึงได้ตัดสินใจเข้าไปในหอประมูลตระกูลเฟิงในทันทีพร้อมทั้งยื่นตราวิหคเพลิงสีทองให้กับพนักงานจนทำให้พวกเขาต้องตกตะลึงไปตามๆกันก่อนที่จะเข้ามาต้อนรับเฟยหรงอย่างนอบน้อมรวมไปถึงผู้จัดการหอประมูลตระกูลเฟิงสาขานี้ด้วย
"ข้า้าเตาปรุงยาที่นี่พอจะมีขายหรือไม่"เฟยหรงไม่ได้อ้อมค้อมแต่อย่างใดและกล่าวถามในทันที
"แน่นอนขอรับ ย่อมมีแน่นอนแต่เพื่อความสบายใจของนายท่านท่านสามารถเลือกมันด้วยตัวเองได้เลยขอรับ"ผู้จัดการหอประมูลกล่าวขึ้นอย่างรวดเร็วจนเฟยหรงพยักหน้าให้และพากันเดินตามไปยังห้องเก็บสมบัติ
ภายในห้องสมบัตินั้นมีสมบัติอยู่มากมายแน่นอนว่าเฟยหรงนั้นมองพวกมันด้วยดวงตาเป็ประกายแต่ก็ไม่ได้แตะต้องแต่อย่างใด เมื่อมาถึงโซนหนึ่งสิ่งที่เขาเห็นคือหม้อปรุงยานับร้อยใบที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างงดงาม เฟยหรงค่อยๆพิจารณามันอย่างพิถีพิถันและตั้งใจเนื่องจากเขาจะต้องใช้มันจริงๆและไม่้าของที่ไม่มีคุณภาพ
เฟยหรงตรวจสอบพวกมันทุกใบก่อนที่จะส่ายหัวอย่างหมดหวังเนื่องจากไม่มีใบไหนที่ถูกใจเขาเลยและเตรียมตัวจะเดินจากไป แต่ทันใดนั้นหอคอยเทพัในกายของเขาก็สั่นไหวอย่างรุนแรงจนเฟยหรงต้องหันไปมองเตาปรุงยาเก่าๆใบหนึ่งที่สลักรูปัและวิหคเพลิงไว้เอาไว้แต่มันกลับไม่เหลือเค้ารางของความสง่างามเลยแม้แต่น้อย