ตอนที่ 22: เผชิญหน้ายามวิกาล
เสียงสายน้ำเย็นเฉียบไหลซู่จากฝักบัวยังคงดังก้องกังวานกระทบแผ่นกระเบื้องเซรามิกสีขาวในห้องสุขาของห้องนอนชั้นบน เสียงน้ำไหลกระทบพื้นคอยกลบเสียงลมหายใจสั่นสะท้านของ ‘น้าหมวย’ เสมียนใหญ่วัยสี่สิบห้าปี ทว่าในเวลานี้ เสียงสายน้ำกลับไม่ได้ช่วยบรรเทาความตื่นตระหนกที่แผ่ซ่านอยู่ในหัวใจของเธอเลยแม้แต่น้อย วินาทีที่โสตประสาทของเธอจับสุ้มเสียงสั่นะเืยาวสองครั้งของโทรศัพท์สมาร์ตโฟนส่วนตัวที่เผลอวางทิ้งไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งไม้เก่าแก่ด้านนอกห้องนอน และเครื่องนั้นก็ไม่ได้ตั้งรหัสล็อกหน้าจอใดๆ ไว้เลยแม้แต่น้อย ความเย็นเฉียบพลันแล่นวาบขึ้นสู่สมองราวกับกระแสไฟฟ้าช็อตทำให้น้าหมวยรีบเอื้อมมืออันสั่นเทาไปหมุนปิดก๊อกน้ำเสียงดัง *ปึก* ร่างกายอวบอัดที่ยังเปียกปอนไปด้วยหยดน้ำอุ่นและไอระเหยร้อนรีบเอื้อมคว้าผ้าเช็ดตัวสีขาวผืนหนาขึ้นมาพันรอบอกอวบอิ่มพาดผ่านสะโพกผายอวบอัดอย่างลนลาน มือเล็กๆ บิดลูกบิดล็อกประตูห้องสุขาแล้วดึงเปิดออกกว้าง พาร่างกายสั่นระริกและเย็นะเืก้าวเท้ากะเผลกออกไปด้านนอก in ทันทีหวังจะคว้าโทรศัพท์ให้ทันท่วงที ทว่าทุกอย่างกลับสายเกินไปเสียแล้ว
ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้ากึ่งกลางแสงไฟนีออนสลัวสีส้มของห้องนอนทำให้น้าหมวยแทบจะลืมหายใจและแข้งขาอ่อนแรงลงในพริบตา ร่างผอมสูงและหลังค่อมเล็กน้อยของ ‘เดช’ สามีวัยแก่ของเธอกำลังยืนนิ่งสนิทอยู่ข้างโต๊ะเครื่องแป้งไม้โบราณ ในมือเหี่ยวแห้งที่เต็มไปด้วยเส้นเืปูดโปนของอดีตข้าราชการำาญผู้นี้กำลังถือสมาร์ตโฟนเครื่องบางของเธอค้างไว้ นิ้วมือขยับกดปุ่มข้างหน้าจอ แสงสว่างจ้าสีฟ้าจากหน้าจอที่ยังไม่ดับลงส่องกระทบใบหน้าเ็าและมีรอยเหี่ยวย่นตามวัยของเขา น้าหมวยยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็งในอุณหภูมิติดลบของห้องเย็น ดวงตาใต้ออฟฟิศสายตาที่ไร้แว่นตาพยายามเบิกกว้างเพ่งมองข้อความสีเขียวแจ้งเตือนบนหน้าจออย่างหวาดวิตกจนแทบจะกลั้นเสียงกรีดร้องไม่อยู่ หัวใจของเต้นรัวกระแทกซี่โครงจนเจ็บแปลบปลาบไปหมด
“มีคนส่งข้อความไลน์มาหาเธอดึกดื่นขนาดนี้เชียวหรือหมวย?” เดชเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราบเรียบไร้ความรู้สึก ทว่ากลับแฝงด้วยความกดดันอันแสนหนักหน่วงจนน่าอึดอัดแน่นในอก สายตาเ็าคู่นั้นกวาดมองภรรยาสาวใหญ่วัยสี่สิบห้าปีที่ยืนตัวสั่นสะท้านกอดอกตัวเองในสภาพผ้าเช็ดตัวผืนเดียวที่ห่อหุ้มร่างกายอวบอัดรบเร้าเร่าร้อน มีหยดน้ำเกาะพราวตามลาดไหล่ขาวนวล “คนชื่อเข้ม... หัวหน้าคนงานส่งข้อความมาถามว่าฉันหลับหรือยัง และยังพูดยั่วเย้าถามถึงเื่บีบปากสั่งงานอะไรกันอีก นี่มันหมายความว่ายังไงกันหมวย? ชี้แจงฉันมาซิ” เดชจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอเพื่อเค้นความจริงอย่างกดดันลึกซึ้ง
น้าหมวยสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความตระหนกจนทรวงอกอวบอัดกระเพื่อมไหวรุนแรงจนผ้าเช็ดตัวเกือบหลุดลุ่ย สมองบีบคั้นคิดหาคำลวงเพื่อเอาตัวรอดอย่างเร่งด่วนที่สุด เธอรู้ดีว่าหากความจริงเื่เริงรักหมู่และสถานะทาสกามในคลังสินค้าหลุดออกไป ชีวิตคุณนายเสมียนผู้ทรงเกียรติของเธอจะต้องแหลกสลายลงต่อหน้าต่อตาสามีและสังคมทันที น้าหมวยขยับแววตาแข็งกร้าวขึ้นทันควัน ดึงเอามาดปากจัดร้ายกาจประจำตัวออกมาใช้เป็โล่กำบังและตวาดกลบเกลื่อนพิรุธ “มันจะหมายความว่ายังไงล่ะคะพี่เดช! ก็ไอ้คนงานพวกนั้นมันเป็พวกป่าเถื่อนไม่มีการศึกษาไงคะ! วันก่อนหมวยไปตวาดด่าสั่งงานและหักเงินค่าล่วงเวลาที่ไม่ถูกต้องของพวกมันตามหน้าที่เสมียนเ้าระเบียบ มันโกรธแค้นหมวยจะตายอยู่แล้ว! ข้อความบ้าบอนี่มันก็แค่ตั้งใจส่งมาปั่นประสาท แบล็กเมล์แกล้งหมวยให้หวาดระแวงและรำคาญเล่นเฉยๆ นั่นแหละค่ะ พี่เดชอย่าไปหูเบาเชื่อเื่ก่อกวนของพวกสถุนในโกดังสินค้าเลยค่ะ พรุ่งนี้หมวยจะลงโทษทางวินัยพวกมันและสั่งตัดเงินเดือนให้เข็ดหลาบเอง!”
เธอยังคงพ่นคำด่าคนงานไม่หยุดปากเพื่อสร้างภาพพจน์ดั่งเดิม “ไอ้เข้มมันเป็แค่หัวหน้าคนงานแรงงานชั้นต่ำที่ชอบหาเื่แกล้งคนอื่นไปทั่ว ยิ่งหมวยเป็เสมียนคุมตารางงานมันก็ยิ่งเกลียดและคอยหาทางปั่นหัวหมวย พี่เดชอย่าไปใส่ใจข้อความขยะพวกนี้เลยค่ะ หมวยจัดการได้อยู่แล้ว” เธอพยายามควบคุมน้ำเสียงให้แข็งกร้าวและดุดันที่สุดเพื่อไม่ให้สามีสังเกตเห็นความจริงที่แฝงอยู่ น้าหมวยก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปแย่งโทรศัพท์มือถือกลับคืนมาไว้ในมือขยับกำไว้แน่นจนเจ็บฝ่ามือ เดชจ้องมองใบหน้าภรรยาเงียบๆ แววตาสลัวฉายความลึกซึ้งที่ยากจะคาดเดาก่อนจะลดมือลงกอดอกและเอ่ยช้าๆ “ถ้ามันเป็แค่เื่แกล้งกันก็ดีไปหมวย... แต่่นี้เธอเปลี่ยนไปเยอะ ทั้งกลับบ้านดึกดื่นเกือบสี่ห้าทุ่มทุกวัน แถมเงินทองในบัญชีร่วมก็ถอนออกไปหลายหมื่นโดยไม่มีเอกสารใบเสร็จชดเชยที่ชัดเจน”
เดชหยิบสมุดบัญชีธนาคารร่วมขึ้นมากางให้ดูรายการถอนเงินสด “เงินห้าหมื่นบาทที่ถอนออกไปเมื่อวันศุกร์ก่อนล่ะหมวย? เธออ้างว่าเอาไปจ่ายค่าน้ำมันสำรองของรถโฟล์คลิฟต์ แต่ทางออฟฟิศใหญ่ไม่มียอดใบเสร็จแจ้งเข้ามาเลยนะ มีเื่อะไรบัญชีที่เธอแอบดึงเงินออกไปหรือเปล่า?” เดชหันมาขยับแว่นตามองเธอ น้าหมวยสะดุ้งตัวสั่นรีบพ่นคำแก้ตัว “ก็คลังสินค้า่ฝนตกหนักน้ำมันสำรองมันหมดด่วนไงคะพี่เดช! ช่างเครื่องก็้าเงินสดทันที หมวยเลยต้องสำรองจ่ายไปก่อน เอกสารใบเสร็จชดเชยกำลังรอจัดส่งจากฝ่ายช่างอยู่ค่ะ พี่เดชจะมาจู้จี้สืบประวัติบัญชีของหมวยเหมือนหมวยเอาเงินไปปรนเปรอชู้ทำไมคะ!” น้าหมวยกระแทกเสียงขู่ฟ่อเพื่อสกัดความสงสัยของเดชในที่สุด
เดชจ้องมองภรรยาอย่างเคลือบแคลงสงสัยแต่ก็ไม่ได้โต้แย้งอะไรต่อ เขากางสมุดบัญชีแล้วเดินกลับไปนั่งเงียบเชียบ จากนั้นบอกว่า “พรุ่งนี้่เช้าฉันไม่มีธุระอะไร เดี๋ยวฉันจะแวะเข้าไปที่โกดังคลังสินค้าของเธอสักหน่อย ไปดูให้เห็นกับตาว่าพวกคนงานมันทำงานกันยังไง และฝากเตือนหัวหน้าคนงานคนนั้นเื่ข้อความหยาบคายพวกนี้ด้วย” คำพูดของเดชดั่งะเิเวลาที่ทำลายความหวังของน้าหมวยลงในพริบตา ความตื่นกลัวลนลานแล่นพล่านจนตัวสั่นเทิ้มยิ่งกว่าเก่า หากเดชไปที่คลังสินค้าและพูดคุยกับเข้ม... เข้มที่เป็หัวหน้าคนงานร่างั์ดิบเถื่อนและไม่มีทางยอมจำนนต่อใครอาจจะประชดและเปิดคลิปวิดีโอแบล็กเมล์ทั้งหมดให้เดชดูในทันทีเพื่อความสะใจและปราบพยศเธอต่อ น้าหมวยตัวสั่นสะท้านรีบพยักหน้ารับคำส่งๆ ก่อนจะเดินหลบหนีไปแต่งตัวในห้องแต่งตัว พยายามควบคุมอารมณ์อันบ้าคลั่งในหัวอกและกดกักเก็บความลับไว้อย่างมิดชิด
ค่ำคืนนั้น น้าหมวยนอนไม่หลับเลยแม้แต่วินาทีเดียว บนเตียงนอนใหญ่ที่ไร้เงาสวาทและเต็มไปด้วยความอึดอัดเ็าระหว่างเธอกับสามี น้าหมวยแอบขยับตัวหยิบโทรศัพท์มือถือมุดเข้าใต้ผ้าห่มผืนหนา รีบกดส่งข้อความแจ้งเตือนหาเข้มทันทีเพื่อเตือนภัยด้วยนิ้วมือสั่นระริก *“เข้ม! พรุ่งนี้ผัวฉันจะเข้าไปที่คลังสินค้า่เช้า แกกับพวกคนงานที่เหลือห้ามพูดเื่ส่วนตัวหรือทำตัวมีพิรุธเด็ดขาดนะ! ช่วยฉันปิดบังเื่คลิปและเงินด้วย ไม่อย่างนั้นเราพังกันหมดแน่!”* ข้อความนั้นส่องแสงสลัวบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกลัวและคราบเหงื่อเย็นเฉียบของเธอ
เช้าวันถัดมา ท้องฟ้าภายนอกหม่นหมองคล้ายฝนจะตกกระหน่ำอีกระลอก น้าหมวยรีบขับรถเก๋งมาถึงคลังสินค้าเร็วกว่าปกติเพื่อหวังจะกั้นทางสามี ทว่ายามก้าวลงจากรถและทอดสายตามองไปยังลานโหลดสินค้าทึมเทา หัวใจของเธอกลับเต้นผิดจังหวะและชาวาบไปทั้งตัว เมื่อพบว่ารถยนต์ซีดานคันเก่าของ ‘เดช’ สามีแก่ของเธอ จอดนิ่งสนิทอยู่ริมลานจอดรถพนักงานเรียบร้อยแล้ว ด้านหน้าลานโหลดสินค้าใกล้รถโฟล์คลิฟต์คันใหญ่ ร่างผอมสูงของเดชกำลังยืนเผชิญหน้าจดจ้องพูดคุยอยู่กับ ‘เข้ม’ หัวหน้าคนงานร่างั์ผิวเข้มที่ยืนยิ้มกึ่งเยาะจดจ้องตอบโต้กับสามีของเธอ น้าหมวยรีบสับเท้าเดินกะเผลกด้วยความระบมขาจากศึกสวาทค่ำคืนก่อนตรงเข้าไปหาพวกเขาทั้งสองคนด้วยความหวาดวิตกสุดขีดในหัวใจและเตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตเสมียนคลังสินค้าแห่งนี้
น้าหมวยพยายามขยับแว่นสายตาให้เข้าที่ ท่ามกลางเสียงด่าทอสั่งงานและบรรยากาศอันแสนตึงเครียดของโกดังคลังสินค้าในยามเช้าตรู่ ยามมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสของห้องออฟฟิศเสมียน เธอเห็นเงาร่างของเข้มที่กำลังยืนสั่งงานคนงานขนส่งต่างด้าวคนอื่นๆ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียม ราวกับไม่มีเื่ราวกระเส่าสวาทใดๆ เกิดขึ้นกึ่งกลางห้องทำงานกระจกแห่งนี้เมื่อคืนนี้เลยแม้แต่น้อย ร่างกายของเธอยังคงรุ่มร้อนและสั่นสะท้านไปด้วยไออุ่นที่ฝังลึกอยู่ในโคนขาอวบผาย รอยช้ำสีกุหลาบเข้มใต้ปกเสื้อเชิ้ตส่งความรู้สึกแสบเสียววาบขึ้นมาทุกครั้งที่เธอขยับตัวคุมงาน บัญชีทำงานล่วงเวลาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็พยานหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงถึงการยอมจำนนต่ออารมณ์ใคร่อย่างปฏิเสธไม่ได้ น้าหมวยสูดลมหายใจเพื่อระงับความสั่นไหวในทรวงอก พยายามดึงเอามาดเสมียนปากจัดจอมโหดออกมาตวาดสั่งงานกลบเกลื่อนเสียงกระซิบคำหยาบโลนของเหล่ายอดชายหนุ่มที่ยังคงดังก้องอยู่ในหัวสมองของเธอตลอดเวลา ความอึดอัดเ็าระหว่างเธอกับเดชสามีวัยแก่นั้นเปรียบเสมือนโซ่ตรวนที่ผูกมัดเธอไว้ในคุกสังคม ทว่ารสรักร้อนแรงดิบเถื่อนของสี่คนงานกลับเปรียบเสมือนแสงสว่างนำทางชีวิตที่ชุ่มชื้นและน่าหลงใหลจนยากที่จะปลดเปลื้องออกไปจากร่างกายอวบขาวในวัยสี่สิบห้าปีนี้ได้อีกแล้ว