บทที่ ๑๔
ย้ำเตือนสถานะตัวเอง
“เป็อะไรไปบัว ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะลูก?”
ผู้เป็ปู่เอ่ยถามหลานสาว ทั้งคู่นั่งทานอาหารเย็นกันอยู่ที่แคร่ไม้ในโรงครัวซึ่งตอนนี้ก็เป็เวลาสี่โมงเย็น ปู่มิ่งทานเร็วและเข้านอนเร็วซึ่งเป็ปกติธรรมดา
“เปล่าจ้ะปู่ ไม่มีอะไรหรอก”
เด็กสาวผมเปียสีดำขลับพร้อมกับหน้ามาบางเบาคลี่ยิ้มออกมา
“ปู่ทานเยอะๆเลยนะ วันนี้หนูตั้งใจทำต้มยำกุ้งกับผัดกระหล่ำให้ปู่โดยเฉพาะเลยนะเนี่ย”
ว่าแล้วก็เปลี่ยนเื่คุยโดยการตักกุ้งตัวใหญ่ในชามต้มยำส่งให้ปู่ในจานข้าว
“เออขอบใจมาก ไว้กินเสร็จไปรับใช้คุณภูแกมี่เรือนใหญ่ด้วยล่ะเพื่ออยากจะได้อะไรเป็พิเศษ คุณแกคงทาอยู่ที่นี่ยาวเลยล่ะดูทรง”
ปู่ในวัยหกสิบพูดแนะหลานพร้อมกับตักข้าวขึ้นมากิน
“ปู่รู้ได้ยังไงว่าคุณภูแกจะมาอยู่นาน บางทีอาจจะแค่แวะมาทำงานแค่ชั่วครู่ก็ได้”
หลานสาวเอ่ยถามด้วยความสงสัยเหตุใดปู่จึงรู้ดี เธอนั่งพับเพียบบนแคร่ไม้พร้อมกับตักผัดกระหล่ำในจานกลางขึ้นมาใส่จานข้าวของตัวเอฝ
“เสื้อผ้าเอามาเยอะ ข้าวของในการทำงานพวกอุปกรณ์อีก คงอยากมาพักใจที่นี่ยาวเลยล่ะ น่าสงสารจนิงยังไม่ทันได้แต่งงานก็เป็พ่อม่ายไปซะแล้ว”
พูดพร้อมส่ายหน้าไปมาเบาๆ ไม่ได้มีเจตนาจะนินทาผู้เป็นายเพียงแค่เวทนาในวาสนาก็เท่านั้น
“ตอนนี้คุณภูแกคงอยู่ในระยะทำใจแหละจ้ะ”
ตอบออกไปเสียงเจื่อนพร้อมกับคนข้าวในจานตัวเองไปมา กลัวผู้เป็ปู่จะร่วงรู้ถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ปกติระหว่างเธอกับภูริช
“เอาเป็ว่า่นี้บัวอย่าไปกวนใจคุณเขามากก็แล้วกัน เดี๋ยวจะโดนอารมณ์เสียใส่ได้ คนกำลังอยู่ใน่ระยะทำใจคงจะเสียใจมาก”
แกะหัวกุ้งไปพร้อมกับแนะหลานไปกลัวว่าใบบัวจะไปกวนใจผู้เป็นายทำให้ขุ่นหมองอารมณ์กันได้ อยากให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติและไม่อยากให้ใบบัวโดนเ้านายดุ
“จ้ะปู่ หนูจะพยายามไม่ไปยุ่งกับเขา”
ถ้าเขาไม่มายุ่งกับหนูก่อนนะจ๊ะ คิดในใจพร้อมกับตักกระหล่ำปลีขึ้นมากิน ไม่รู้ว่าคืนนี้จะต้องเข้าไปปรนนิบัติเขาอีกมั้ย หรือบางทีเบาอาจจะโกรธเธออยู่ก็ได้
หลังจากทานอาหารกันเสร็จใบบัวก็ให้ปู่ไปพักผ่อนส่วนเธอก็เก็บจานชามไปล้างและเตรียมสำรับใหม่ไปเสิร์ฟเป็มื้อค่ำให้กัยภูริชที่ห้องอาหารบนเรือนไม้ เรือนไม้โบราณทีโต๊ะไม้เตี้ยกลางบ้านพร้อมกับหลังคาไม้
เธอยกอาหารไปเสิร์ฟตั้งไว้เพื่อรอภูริชมารับประทาน เมนูในวันนี้คือแกงเผ็ดไก่กับผัดผักรวมใส่กุ้ง
ร่างแกร่งในชุดนอนสีเทาผ้าซาตินราคาแพงเดินออกมาจากห้องนอนไม้พร้อมกับถือไอแพดในมือมาด้วย เขานั่งลงกับพื้นและมองดูอาหารบนโต๊ะตัวเตี้ยความสูงขนาดเท่าโต๊ะญี่ปุ่นที่เด็กๆชอบเอาไว้ใช้อ่านหนังสือทำการบ้าน
“ทำไมตักข้าวจานเดียว แล้วเธอไม่กินรึไง?”
เขาถามใบบัวที่นั่งพับเพียบอยู่ด้านล่างพื้นไม้ยกระดับอีกที โต๊ะตัวนี้ถูกวางบนไม้ที่ยกระดับขึ้นมาทำให้สูงกว่าคนตัวเล็กที่นั่งพับอยู่กับพื้นไม้
“ไม่ค่ะ หนูพึ่งทานกับคุณปู่ไปเมื่อตอนเย็น เซ็ตนี้คืออาหารของคุณที่หนูทำมาเสิร์ฟค่ะ”
“อืม...”
คนตัวใหญ่ครางตอบในลำคอพร้อมกับมองอาหารบนโต๊ะ ดวงตาคู่เรียวตวัดไปมองคนตัวเล็กที่อยู่ในชุดนอนสายเดี่ยวสีขาวลายกระต่ายถือแครอทสีส้ม ผมยาวสบวยสีดำถูกปล่อยไปถึงกลางหลัง ผมเส้นตรงกลับหยิกลอนจากการถักเปียมาทั้งวัน ดวงหน้าสวยใสกิ๊งปราศจากเครื่องสำอาง กลิ่นกายหอมอ่อนราวกับสบู่เหลวเด็กนั้นยั่วเย้าอารมณ์ดิบในตัวของภูริชได้เป็อย่างมาก
“มานี่สิ...ขึ้นมานั่งข้างฉัน”
เขาออกคำสั่งพร้อมวางไอแพดลงบนโต๊ะแล้วใช้มือหนาตบเข้าที่พื้นข้างตัวเอง ดวงหน้าเล็กเงยขึ้ยมองผู้เป็เ้านาย
“ไม่ดีกว่าค่ะ หนูนั่งตรงนี้ก็ดีอยู่แล้ว”
ดวงหน้าเล็กก้มลงมองพื้นตามเดิมอย่างนึกน้อยใจในวาสนา เื่เมื่อกลางวันเธอยังจำคำพูดของเขาได้ดีไม่มีลืม เธอไม่มีสิทธิ์แตะต้องผู้หญิงคนนั้น แน่นอนว่าใบบัวไม่คิดอาจเอื้อมไปแตะต้องคุณแก้วกาญจน์ผู้หญิงของภูริชหรอก
“บอกว่าให้ขึ้นมานั่งไง ทำไมชอบขัดใจฉันอยู่เรื่อย”
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิดไม่ได้ดั่งใจ คนตัวเล็กยิ่งตัวเล็กลีบกว่าเดิมกลัวว่าเขาจะโมโห เธอใช้มือยันตัวลุกขึ้นแล้วเดินเหยียยพื้นไม้ยกระดับมานั่งพับเพียบลงที่ข้างคนตัวใหญ่
“ขอโทษนะคะที่ทำให้คุณภูรำคาญใจ”
คนตัวเล็กหน้าหมองลงเมื่อโดนดุเขาอย่างนั้น เธอก้มลงมองพื้นไม่สบตา ยังคิดว่าเขาอาจจะโกรธเธออยู่จากเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวันแต่ไม่เลย...มือแกร่งปูดโปนไปด้วยเส้นเืยกเชยคางเรียวของเธอขึ้นแล้วสบตา
ดวงตาคู่คมเรียวจ้องมองดวงตากลมนั้นอย่างหลงใหลในเสน่หา ใบหน้าของเขาเริ่มขยับเข้าไปใกล้เธอแล้วประกบริมฝีปากบดขยี้จูบอย่างรุนแรง มือหนาเลื่อนขึ้นจับเข้าที่ไหล่มนเล็กและถอดเสื้อสายเดี่ยวลอดแขนของเธอชูชันขึ้นออก เผยให้เห็นนวลเนื้อเนียนไร้ซึ่งอาภรณ์ปกปิด
ชุดเดรสนอนสายเดี่ยวสีขาวลายกระต่ายถือแครอทถูกโยนทิ้งไปที่พื้นไม้
เขาบดขยี้จูบแล้วใช้มือขยำเข้าที่ทรวงอกอวบ นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้บีบเข้าที่ยอดปทุมถันเล่นหัวที่แข็งขึ้นมาเป็เม็ดไตนั้นอย่างพึงพอใจ
“อื้ม ม้วบ~”
ผละริมฝีปากออกแล้วเลื่อนไล้ลงมาที่ซอกคอขาวเนียนก่อนจะมาเข้าที่เต้าอวบชูชันแข็งขันโชว์เม็ดยอดปทุมถันแข็งสู้เป็ไต
“อื้ม~” อุ้งปากสากตักตวงความหวานอวบใหญ่จากเต้านั้น มือหนาไม่อยู่สุขเลื่อนขึ้นมาบีบขยำเค้นเต้าเต่งอีกข้างที่ยังว่าง เนื้อนมนวลปริออกมาจากง่ามนิ้วของผู้เป็เ้านาย
แผ่นหลังเล็กแอ่นเข้าหาโก่งตัวให้เขาได้ัักับเต้านมอวบนิ่มอย่างพึงพอใจ ปากเล็กอ้าออกเป็เสียงครางหวานให้ภูริชได้ยิน
“อ่า คุณภูขา...”
“อืม~ ม๊วบ”
ปากหนายังคงหยอกเล่นอยู่กับเต้านมอวบอิ่ม มือเลื่อนลงมาใช้นิ้วกลางแหวกเข้าที่ร่องกลีบสวาทด้านล่างซึ่งรอรับััอันแสนจะหฤหรรษ์อยู่
แจ๊ะ เสียงน้ำใสกระทบเข้ากับนิ้วเรียวแกร่งที่ถูกแหย่เข้าไป นิ้วเรียวยาวชักเข้าออกอย่างเป็จังหวะจนขาเล็กอ้าออกสั่นครืน
“อ๊า คุณภู อย่าเล่นแกล้งกันแบบนี้สิคะ”
หญิงสาวครางกระเส่า เนื้อตัวสั่นเทาระรัวด้วยความหวาดเสียวจากการกระทำของนิ้วแกร่งที่แหย่เข้าออกร่องสวาทอยู่ไม่หยุด แขนเรียวเล็กของเธอปัดสะเปะสะปะวางลงบนแขนใหญ่ที่ปูดโปนไปด้วยเส้นเืของดาราหนุ่ม
“ไม่ได้แกล้งสักหน่อย...แค่ทำให้เธอรู้สึกสนุกเท่านั้นเอง”
ภูริชว่าอย่างนั้นก่อนจะชักนิ้วแกร่งออกจนน้ำสีใสไหลยืดตามง่ามนิ้วออกมาราวกับใยแมงมุม เขายกขึ้นดูแล้วบิดนิ้วหัวแม่มือเข้ากับนิ้วกลางขยี้น้ำใสของสาวน้อย ปากหยักยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ ดวงตาเรียวตวัดกลับมาจ้องมองที่หญิงสาวตัวเล็กซึ่งตอนนี้เธอนอนราบไปกับพื้นไม้ยกระดับ ด้านข้างตัวที่ล้มลงนอนก็เป็โต๊ะข้าวที่ยังไม่มีการแตะแม้แต่นิดเดียว
เขาในตอนนี้รู้สึกว่าคนตัวเล็กน่าสนใจกว่าสำรับอาหารเย็นในวันนี้เยอะเลย อยากเล่นกับเธอมากกว่าอยากกินข้าวเสียอีก
“คุณภูขา อย่าแกล้งหนูเลยนะคะ...นี่ก็เริ่มค่ำแล้วทานข้าวกันดีกว่านะจะได้เข้านอนกันค่ะ”
เธอนอนหายใจหอบถี่ กำลังจะคลานไปหยิบเศษชุดนอนที่ถูกโยนออกไป แต่แล้วก็โดนแขนแกร่งรั้งเอวเอาไว้ทั้งสองข้าง
“ว๊าย”
ใบบัวร้องอุทานออกมาใอย่างสุดขีดเมื่อโดนเขายึดเอวเล็กเอาไว้พร้อมกับตอกแท่งลำเอ็นเข้ามาจากทางด้านหลังโดยที่เธอกำลังจะคลานเข่าไปหยิบเสื้อผ้าแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
ปั้ก เสียงลำเอ็นร้อนกระแทกเข้าไปภายในร่องเล็กเสียงดังปัก ร่างเล็กสั่นเทาแทบจะใช้เข่ายันคุกเข่าเอาไว้ไม่อยู่เมื่อโดนกระแทกเข้าอย่างจัง มือเรียวเล็กที่ค้ำยันพื้นไว้สั่นระรัวราวกับเสาค้ำยันที่กำลังจะหัก
“อู้ย~ อย่าแกล้งกันสิคะคุณภูขา หนูกำลังจะไปเอาเสื้อผ้ามาใส่”
เธอร่ำร้องบอกเขาไปพยายามจะคลานต่อไปแต่ก็โดนมือหนารั้งเอวเอาไว้แล้วแทงแท่งร้อนเข้ามาให้ลึกยิ่งกว่าเดิม หน้าสวยเงยเชิดขึ้นด้วยความเสียวซ่าน ปากเรียวเล็กอ้าออกเปล่งเสียงครางลามก
“อื้อ ค คุณภู แบบนี้มันเสียวเกินไป...นี่อยู่นอกเรือนนะคะเดี๋ยวใครก็มาเห็นหรอก”
แม้จะสุขสมกับสิ่งที่เขามอบสอดแทรกเข้ามาให้ แต่ก็ยังมีสติรู้ว่านี่มันเป็ด้านนอกเรือนกลัวว่าใครจะบังเอิญเข้ามาเห็น แม้ว่าที่นี่จะไม่มีใครเข้าออกแถมปู่มิ่งก็เข้านอนแล้วก็ตาม
“ไม่มีใครเห็นหรอก บ้านเรือนไทยเข้ามาลึกขนาดนี้จะมีสัดกี่คนกันเชียวที่จะเข้ามา เธอเองก็รู้ดีนี่”
เขาไม่สนใจสิ่งที่หญิงสาวพูด ร่างแกร่งจับยึดเอวเอาไว้มั่นแล้วรัวกระแทกสะโพกสอบลงมาอย่างรุนแรง
ปั้ก เสียงลำเอ็นร้อนกระแทกเข้าออกกับร่องสาวที่เต็มไปด้วยน้ำรักสีใส
“อ๋า คุณภูขา~” เธอครางเสียงสั่นดวงหน้าสวยเต็มไปด้วยรอยริ้วแดง
“อ่า ซี้ด~ แน่น...แน่นมากใบบัว”
ภูริชอยากจะปริแตกออกมาเมื่อร่องสาวตอดรัดเขาเอาไว้แน่น เชื่อเลยว่าตอนนี้ไม่สามารถชักออกมาได้เพราะเธอบีบเค้นมันเอาไว้แน่นเหลือเกิน
ปั้ก ปั้ก เสียงโต๊ะไม้กระทบไปมากับพื้นยกระดับ ร่างหนุ่มสาวสองคนคลอเคลียกันอยู่โดยมีภูริชจับยึดสะโพกนั้นเอาไว้แล้วตอกลงมาอย่างไม่เกรงใจใคร
“อู้ย~...คุณภูขา” ร่างสวยครางกระเส่าสั่นเทาไปตามแรงกระแทก ไม่รอช้าเขาจับเธอพลิกตัวนอนราบกับพื้นแล้วขึ้นมาคร่อมพร้อมกับเสียบลำเอ็นที่หลุดออกมาเข้าไปใหม่ ต้นขาเนียนโดนดันเข้าจนหัวเข่าชิดเข้ากับเนิน อกอวบสีสวย รูสวาทตอดรัดลำเอ็นร้อนของเขาอย่างเต็มที่
แจ๊ะ เสียงน้ำสีใสกระทบเข้ากับลำเอ็นสีสวย น้ำใสทะลักเอ่อล้นออกมาจากร่องสวาทจนหยาดเยิ้มลงมาถึงช่องทางรูหลังกระทบเข้ากับพื้นไม้ยกระดับจนเลอะเรี่ยราด
ตั้บ แท่งลำยุทธโธปกรณ์จั่วกระแทกเข้าที่ร่องสาวอย่างพึงพอใจ อีกมือยกขึ้นลูบไล้ใบหน้าของเธออย่างบางเบาพร้อมกับมองภาพตรงหน้าอย่างหื่นกระหาย ภาพเด็กสาวหน้าสวยเปลือยเปล่าแถมยังโดนเขาจับกระแทกร่องนุ่มนี้มันช่างกระตุ้นอารมณ์หื่นได้ดีเสียจริง
กระแทกไปได้สักพักน้ำสีขาวขุ่นก็พ่นทะลักฉีดเข้าไปเต็มมดลูกของเด็กสาวใบบัวซึ่งเป็สาวใช้ภายในเรือนเล็กแห่งนี้...
แท่งลำร้อนชักออกพร้อมกับมองร่องเล็กสีสวยที่คายน้ำสีขุ่นออกมา ใบบัวกระตุกตัวเล็กน้อยด้วยความเสียวซ่านไปทั้งเนื้อกาย ดวงหน้าเล็กเงยขึ้นเผยอปากออก ยิ่งเห็นยิ่งรู้สึกว่าเธอช่างสวยเสียเหลือเกินในเวลาที่ได้ร่วมรักกับเขา
บ้าฉิบ นี่กูเผลอปล่อยในอีกแล้ว...ทำไมวะ ทำไมเห็นหน้าเด็กคนนี้แล้วอยากจับมาขย้ำอยู่ตลอด ไม่เคยห้ามใจตัวเองได้เลย...
ภูริชมองภาพนั้น อารมณ์หื่นกระหายหายไปเหลือเพียงแต่ความรู้สึกผิดกับตัวเองและรู้สึกผิดกับเด็กสาวที่โดนเขาจับกระแทกรูจนบานแถมยังแดงบวมอีก
“ฉันจะนั่งทานข้าว เธอไปได้แล้ว”
“เอ่อ ค่ะ อูย~”
ใบบัวพยายามยันตัวลุกขึ้นแต่ก็ลุกไม่ไหวจึงคลานเข่าไปหยิบชุดนอนสายเดี่ยวซึ่งเป็เดรสสีขาวลายกระต่ายถือแครอทของของตัวเองขึ้นมาใส่ ผมเผ้ายุ่งเหยิงจากการเสพสมกับเ้านายหนุ่มเมื่อครู่ เธอสวมใส่เสร็จก็พยายามยันตัวยืนขึ้นเต็มความสูงแต่ก็ยืนได้ยากเหลือเกิน
“งั้นหนูขอตัวกลับเรือนเล็กนะคะ คุณทานเสร็จก็วางไว้ได้เลยเดี๋ยวหนูจะเก็บถาดไปล้างเอง”
“อืม ไปได้แล้ว” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยออกมา ภายในหัวความคิดสับสนกำลังตีกันไปมา
เมื่อโดนเ้านายหนุ่มไล่อย่างนั้นใบบัวก็เดินกระโหยกกระเหยกราวกับนกขาหักกลับไปยังเรือนเล็กของตัวเอง มือเร็วเล็กโอบกอดตัวเองเอาไว้แล้วเดินจากมา
เมื่อเขาเสพสมจนพอใจแล้วก็ไล่เธอออกมา...คนตัวเล็กก้มหน้ามองพื้นแล้วเดินงุดออกมาพร้อมกับคิดน้อยใจ ยังไงสถานะก็คงเป็ได้เท่านี้อย่าไปคิดอะไรให้มันมากนักเลยใบบัว แค่ทำหน้าที่ปรนนิบัติดูแลคุณภูไปอย่างนี้มันก็ดีมากแล้วสำหรับเธอ
ใบบัวสาวใช้ดึงสติตัวเองว่าควรจะมีหน้าที่แค่รับใช้เขา ไม่ควรรู้สึกไปมากกว่านี้....เธอต้องบอกตัวเองทุกวันให้จำจนขึ้นใจ