เคยมั้ยคะ? ทั้งที่งานบนโต๊ะล้นจนแทบไม่มีที่วางแต่พอมีใครเดินมาขอให้ช่วยอะไรบางอย่าง ปากเ้ากรรมกลับตอบไปว่า “ได้เลยค่ะ”ทั้งที่ในใจอยากจะปฏิเสธใจจะขาด
เราหลายคนเติบโตมาพร้อมกับความรู้สึกที่ว่าการเป็คน
มีน้ำใจคือสิ่งที่ดีที่สุด จนบางครั้งเราเผลอเอาความรู้สึกของคนอื่นมาวางไว้บนบ่าแล้วทิ้งความสุขและความจำเป็ของตัวเองไว้ข้างหลัง เรามักจะกลัวว่าถ้าปฏิเสธไปแล้วเขาจะโกรธเราไหม? เขาจะมองว่าเราแล้งน้ำใจหรือเปล่า? สุดท้ายเราเลยกลายเป็ “คนดีที่เหนื่อยเปล่า”เพราะต้องแบกความคาดหวังของทุกคนไว้ ยกเว้นความ้าของตัวเอง
จิตวิทยาเื้ั “ความเกรงใจ”ที่ทำร้ายเรา การที่เราไม่กล้าปฏิเสธส่วนหนึ่งเป็เพราะสัญชาตญาณของมนุษย์ที่้าเป็ส่วนหนึ่งของกลุ่ม เราใช้“ความใจดี” เป็เครื่องมือสร้างความปลอดภัย แต่ความจริงที่น่าใก็คือ
ยิ่งคุณตอบตกลงกับทุกเื่ คนรอบข้างจะยิ่งมองเห็นคุณค่าของคุณ “น้อยลง”เพราะเขาจะเริ่มชินชากับการที่เห็นว่าเวลาของคุณไม่มีราคาและคุณจัดการง่ายกว่าคนอื่น การตอบตกลง
ทุกอย่างจึงไม่ใช่การซื้อใจแต่เป็การเปิดโอกาสให้คนอื่นล้ำเส้นพื้นที่ส่วนตัวของเราได้ง่ายขึ้นต่างหากค่ะ
วิธีแก้ด้วยเทคนิค “PositiveRejection” เทคนิคง่าย ๆที่จะช่วยให้คุณทวงคืนเวลาของตัวเองกลับมา โดยที่ยังรักษาความสัมพันธ์ที่ดีไว้ได้คือการเปลี่ยน “จุดเริ่มต้น” ของประโยคค่ะแทนที่จะเริ่มด้วยการ “ขอโทษ” (ซึ่งทำให้คุณดูเป็ฝ่ายผิดทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด)ให้เปลี่ยนเป็การ “ขอบคุณ” แทนเพื่อแสดงความให้เกียรติผู้ฟังแต่ยังคงไว้ซึ่งขอบเขตของเราเอง
ลองใช้สูตร: [ขอบคุณที่นึกถึง] +[บอกเหตุผลตามจริง] + [ปฏิเสธอย่างชัดเจน]
-ตัวอย่างที่ 1 (ในที่ทำงาน): “ขอบคุณมากเลยค่ะที่นึกถึงในโปรเจกต์นี้แต่ตอนนี้งานในมือแน่นมากจริง ๆ เกรงว่าถ้ารับมาเพิ่มจะทำออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควรครั้งนี้ขอผ่านก่อนนะคะ”
-ตัวอย่างที่ 2 (เื่ส่วนตัว): “ขอบคุณที่ชวนนะแต่่นี้เราอยากใช้เวลาพักผ่อนส่วนตัวจริง ๆ เลยยังไม่สะดวกไปไว้โอกาสหน้าลองชวนเราใหม่นะ”
ทำไมวิธีนี้ถึงทรงพลัง? การ “ขอบคุณ” คือการยอมรับน้ำใจของผู้พูดทำให้เขารู้สึกว่าเราได้รับสารที่เขาส่งมาแล้ว ส่วนการ “บอกเหตุผล”คือการแสดงความจริงใจ การปฏิเสธในลักษณะนี้ไม่ได้ทำให้คุณดูเป็คนใจดำแต่มันแสดงให้เห็นว่าคุณเป็คนที่มีวุฒิภาวะ รู้จักลำดับความสำคัญและบริหารจัดการชีวิตตัวเองได้ดี ซึ่งในระยะยาวคนจะเกรงใจและให้เกียรติคนที่รู้จักขอบเขตของตัวเองมากกว่าคนที่ไม่เคยปฏิเสธใครเลยค่ะ
จำไว้นะคะ... ทุกครั้งที่คุณพูดคำว่า “ได้ค่ะ” ทั้งที่ในใจไม่อยากทำ คุณกำลังพูดคำว่า “ไม่” กับความสุขและเวลาที่มีค่าของตัวเอง
สรุปใจความสำคัญ: การปฏิเสธไม่ใช่เื่ผิดและการ
รักตัวเองไม่ใช่ความเห็นแก่ตัวเริ่มต้นวันนี้ด้วยการเลิกขอโทษในสิ่งที่คุณไม่ได้ทำผิดแล้วหันมาสื่อสารด้วยความจริงใจเพื่อให้คุณได้เลิกเป็คนดีที่เหนื่อยเปล่าเสียทีนะคะ
เริ่มปรับใจกับทริคแรก! หากชอบเทคนิคนี้ยังมีอีก 49 ทริค (220+ หน้า)รอคุณอยู่ในเล่มเต็มนะคะ ฝากติดตามทริคถัดไปที่จะลงทุกวัน
