เย็นวันนั้น..................................
เติ้งถิงถิงที่เห็นไป๋หลี่จวินอาบน้ำเพิ่งเสร็จเธอรีบเดินไปหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ของเขาที่อยู่ในตู้ออกมาให้ในทันที
ร่างเล็กค่อยๆเดินไปหาชายหนุ่มที่กำลังใช้ผ้าผืนนุ่มสีขาวสะอาดตาเช็ดตามเนื้อตามตัวอยู่บนเตียงนอน
เขาหันมาจ้องหน้าของหญิงสาวที่เดินมานั่งใกล้ๆใบหน้าของเธอแดงระเรื่อราวกับลูกอิงเถาอีกทั้งยังหลุบหน้าต่ำลงราวกับไม่กล้าจ้องมองเขา
“เติ้งถิงถิงเธอเป็อะไรไป”
“เอ่อ ปะปล่าวคะฉันไม่ได้เป็อะไรนี่ค่ะเสื้อผ้าชุดใหม่ของคุณฉันเตรียมมาให้แล้ว”เธอรีบยื่นเสื้อผ้าชุดใหม่ให้กับเขาแต่สายตายังคงหลุบต่ำลงไม่กล้าเผชิญหน้ากับคนร่างใหญ่ที่เปลือย้าเผยให้เห็นแผ่นอกแน่นๆที่อยู่ด้านหน้า
เขาเผยยิ้มอย่างเ้าเล่ห์เมื่อเห็นว่าเธอกำลังเขินอาย
“นี่ช่วยเช็ดตัวให้ฉันหน่อยสิข้างหลังยังรู้สึกแห้งไม่สนิทเลย”เขายื่นผ้าเช็ดตัวสีขาวให้กับเธอก่อนจะหันหลังให้
เติ้งถิงถิงรีบรับผ้าเช็ดตัวสีขาวมาจากเขาก่อนจะค่อยๆบรรจงเช็ดแผ่นหลังให้ด้วยความประหม่าเธอจึงเช็ดแผ่นหลังของเขาด้วยความเก้ๆกังๆเพราะั้แ่เล็กจนโตเธอไม่เคยเห็นกล้ามเนื้อแน่นๆของผู้ชายอย่างใกล้ชิดแบบนี้มาก่อน
“นี่เช็ดเบาขนาดนั้นเมื่อไหร่จะแห้งกันล่ะ”เขารีบหันมาจ้องหน้าเธอที่กำลังแดงระเรื่ออยู่
“แก้มเธอดูแดงไปนะเป็อะไรรึเปล่า”เขาแสร้งพูดขึ้นทั้งๆที่ก็พอจะรู้อยู่
เธอที่รู้สึกเขินอายในคำถามนั่นจึงได้รีบยื่นผ้าเช็ดตัวคืนให้แก่เขาในทันที
“ฉันไม่ได้เป็อะไรค่ะนี่ค่ะผ้าเช็ดตัวของคุณถ้าฉันเช็ดไม่ดีคุณก็เช็ดเองก็แล้วกัน”เธอบอกกับเขาพร้อมกับจะลุกเดินหนีแต่กับถูกคนร่างใหญ่ดึงรั้งตัวเข้ามากอดไว้ซะก่อน
“เดี๋ยวสิจะไปไหนสามีแค่ไหว้วานให้เช็ดตัวให้แค่นี้ก็ทำให้ไม่ได้หรือไงใจร้ายจัง”เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูน้อยใจ
เธอที่รู้ว่าเขากำลังแกล้งจึงได้พยายามผละตัวออกจากอ้อมกอดนั่น
“ปล่อยฉันนะคะทำไมคุณต้องแกล้งฉันด้วยนะ”
“ฉันแกล้งเธอที่ไหนกันล่ะฉันไม่ได้แกล้งซักหน่อย”
“ทำไมจะไม่ได้แกล้งละคะตัวของคุณก็ไม่ได้เปียกซักหน่อยทำไมจะต้องใช้ฉันเช็ดตัวให้ด้วย”
เขากระชับกอดเธอไว้แน่นกว่าเดิม
“ฉันไม่ได้แกล้งซักหน่อยฉันยังรู้สึกว่าผิวของฉันยังแห้งไม่สนิทเลยอีกอย่างฉันก็แค่อยากอ้อนให้เธอช่วยเช็ดตัวให้ก็เท่านั้นเองผิดด้วยเหรอที่สามีอยากอ้อนภรรยาบ้าง”
เธอถึงกับเผลอยิ้มให้กับน้ำเสียงออดอ้อนนั่นของเขา
“นี่คุณกำลังอ้อนฉันอยู่งั้นเหรอคะ”
“ก็ใช่นะสิแล้วเธอจะใจอ่อนเช็ดตัวให้ฉันต่อได้รึเปล่าล่ะ”
เธอเผยยิ้มเล็กๆออกมาอีกครั้ง
“ก็ได้ค่ะ แต่คุณปล่อยฉันก่อนสิคะ”
เขาค่อยๆคลายกอดออกจากเธอพร้อมกับยิ้มหวานให้
ใบหน้าสวยจ้องมองคนตรงหน้า
“ยังมีตรงไหนที่อยากให้ฉันเช็ดอยู่อีกคะแต่ดูแล้วเนื้อตัวของคุณก็ดูแห้งสนิทดีแล้วนี่นา”เธอเอ่ยถามขึ้น
เขามองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความน่ารักและอ่อนหวานของเธอก่อนจะยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“ไม่มีหรอกอันที่จริงฉันแค่อยากอ้อนให้เธอนั่งอยู่ใกล้ๆฉันก็เท่านั้นเอง”
เธอขมวดคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ
“เอ๋”
“เติ้งถิงถิงเธอไม่ได้รังเกียจใช่มั๊ยที่มีสามีพิการอีกทั้งใบหน้ายังเละเหมือนผี”
เธอส่ายหน้าเบาๆให้กับเขาก่อนจะเอื้อมมือไปถอดหน้ากากนั่นของเขาออก
“ฉันก็เคยบอกไปแล้วยังไงละคะว่าฉันไม่เคยรู้สึกรังกียจและอีกอย่างเวลาที่อยู่ในห้องกันสองคนคุณไม่ต้องสวมหน้ากากนั่นหรอกฉันไม่อยากให้คุณอึดอัดที่ต้องสวมใส่หน้ากากนั่นตลอดเวลา”
มือเล็กค่อยๆเอื้อมไปจับที่รอยแผลนั่นอย่างอ่อนโยนก่อนจะเผยยิ้มหวานให้กับเขา
“ดูๆแล้วเมื่อก่อนคุณคงจะดูหล่อเหลาเอามากๆเลยสินะคะขนาดใบหน้าอีกฝั่งมีรอยแผลเป็ขนาดใหญ่เต็มทั้งฝั่งแต่มันก็ไม่ได้บดบังความหล่อเหลาของคุณเลยซักนิด”เธอพูดขึ้นพร้อมกับจ้องมองใบหน้านั่นอย่างพิจารณา
“ไม่รู้สิแต่เมื่อก่อนผู้หญิงคนไหนก็ต่างพากันอยากเข้าหาฉันทั้งนั้นแต่พอฉันเกิดอุบัติเหตุใบหน้าเละเสียชมผู้หญิงเ่าั้ต่างก็พากันเบือนหน้าหนีไม่อยากเข้าใกล้รวมทั้ง......”เขาพูดยังไม่ทันจบก็รีบหันหน้าหนีราวกับไม่อยากเอ่ยถึงใครบางคน
“รวมทั้ง ทั้งใครงั้นเหรอคะ”เธอถามขึ้นด้วยความอยากรู้
“ป่าวไม่มีอะไร ฉันง่วงแล้วเธอก็รีบเข้านอนเถอะนี่มันก็ดึกมากแล้ว”เขารีบหยิบเสื้อมาสวมใส่ก่อนจะล้มตัวลงนอนในทันทีปล่อยทิ้งให้เธอยังคงสงสัยอยู่อย่างนั้น
เธอมองดูเขาที่กำลังนอนหันหลังให้ในหัวก็ยังไม่คลายความสงสัยที่ยังค้างคาอยู่ก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างๆ
“ทำไมวันนี้คุณถึงนอนเร็วนักละคะนี่ก็เพิ่งจะหัวค่ำยังไม่ดึกซักหน่อย”เธอพูดขึ้นลอยๆเผื่อว่าเขาจะยังไม่หลับ
เขาที่ก็ยังไม่ได้หลับจึงได้หันมาหาเธอในทันที
“ทำไม เธอไม่ง่วงงั้นเหรอ”
เธอรีบพลิกตัวหันหน้าไปหาเขาในทันทีอย่างรีบร้อน
“ยังคะแล้ววันนี้ที่ห้างเทียนเหลินทำไมคุณไม่บอกฉันว่าคุณเป็เ้าของห้างนั้นล่ะคะ”
เขายิ้มให้เธอเบาๆ
“ทำไม ถ้าเธอรู้แล้วจะทำไมเธอจะเหมาของทั้งห้างของฉันเลยหรือยังไง”
“ไม่ใช่ซะหน่อยฉันก็แค่อยากรู้อันที่จริงจะว่าไปแล้วฉันก็ยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคุณเลยด้วยซ้ำทั้งๆที่ฉันเป็ภรรยาของคุณแท้ๆแต่กลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวคุณเลยซักนิด”เธอพูดขึ้นราวกับน้อยใจ
เขามองใบหน้าสวยนั่นก่อนจะยิ้มให้เธออีกครั้ง
“ฉันชื่อไป๋หลี่จวินเป็บุตรชายคนเดียวของมหาเศรษฐีไป๋เหลินเจียผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองนอกจากฉันจะเป็บุตรชายของมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดของเมืองแล้วฉันยังมีธุรกิจมากมายอาทิห้างสรรพสินค้าที่เพิ่งเปิดใหม่อย่างห้างเทียนเหลินโรงสีข้าวไป๋ โรงทอผ้าจินฮวาและอีกมากมายเงินทองและทรัพย์สมบัติที่ฉันมีใช้ร้อยปีพันปีก็ไม่มีหมดเพราะเงินทองที่มากมายของตระกูลทำให้ใครๆต่างก็นับหน้าถือตาและยำเกรงดังนั้นตระกูลไป๋จึงได้มีอำนาจเหนือใครๆสามารถชี้เป็ชี้ตายใครก็ได้รวมทั้งนายพลหลี่จ้วนซุนที่ใครๆต่างก็คิดว่าใหญ่โตคับเมืองก็ต้องอยู่ภายใต้อำนาจของตระกูลไป๋และตอนนี้ฉันก็แต่งงานมีภรรยาแล้วเธอชื่อเติ้งถิงถิงและจะเป็ผู้หญิงคนเดียวที่จะได้นอนอยู่เคียงข้างฉันฉันแนะนำตัวแล้วเธอพอจะรู้จักฉันมากขึ้นรึยัง”เขาเผยยิ้มหวานให้กับเธอ
เธอเผยยิ้มกว้างอย่างติดตลกก่อนใบหน้าเล็กๆจะแดงระเรื่อขึ้น
“แล้วภรรยาของคุณเธอสวยมั๊ยคะ”เธอแสร้งถามขึ้นอย่างลองใจ
“ไม่รู้”
เธอถึงกับทำหน้าบึ้งตึงในทันทีเมื่อได้ฟังคำตอบสั้นๆห้วนๆของเขา
“เป็อะไรไปทำไมต้องทำหน้าอย่างกับโกรธฉันอย่างนั้นแหละฉันยังพูดไม่ทันจบเลยที่ฉันบอกไม่รู้ไม่ใช่ว่าเธอไม่สวยแต่ฉันแค่จะบอกว่าฉันไม่รู้ต่างหากว่าจะมีส่วนไหนในร่างกายของเธอที่จะดูไม่สวยต่างหากล่ะเพราะในสายตาของฉันเธอสวยมากสวยทั้งหน้าตาและจิตใจ”
เธอถึงกับยิ้มแก้มปริในทันทีเมื่อได้ฟังคำหวานนั่น
“นอนดีกว่าค่ะฉันง่วงแล้ว”เธอที่รู้สึกเขินอายจึงได้แกล้งทำเป็ง่วงก่อนจะหันหน้ามานอนยิ้มหวานให้กับคำชมที่รื่นหูของไป๋หลี่จวิน
เขามองดูเธอที่นอนหันหลังให้ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู