ตอนที่ 6 — อาจารย์มาเคาะประตู
เช้าวันถัดมา ก่อนเจ็ดโมง
ท้องฟ้าเหนือเมืองหยุนนานยังเป็สีม่วงอ่อน แสงแรกของวันเพิ่งจะลอดผ่านขอบเมฆทางทิศตะวันออก ทาบลงบนหลังคากระเบื้องเก่าของคฤหาสน์ตระกูลหลิง ทำให้สีเทาของหินเปลี่ยนเป็สีทองจาง
นกตัวเล็กๆ สองตัวเกาะอยู่บนกิ่งต้นไม้เก่าในสวนหน้าบ้าน ส่งเสียงร้องจิ๊บๆ ทักทายรุ่งอรุณ ราวกับไม่รู้เลยว่าโลกของคนในบ้านหลังนี้กำลังพลิกผัน
เสียงเคาะประตูหน้าบ้านดังขึ้นสามครั้ง
ช้าๆ มั่นคง ไม่เร่งร้อนแต่ไม่ลังเล
เสียงเคาะแบบที่บอกว่าคนข้างนอกมีเวลาทั้งวัน แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจจะรอ
หลิงเซินที่เพิ่งลุกจากเตียง ยังผมยุ่ง ชุดนอนสีขาวยับจากการนอนพลิกตัวไปมาทั้งคืน เดินออกมาจากห้องพร้อมตาครึ่งหลับครึ่งตื่น มือขวาขยี้ตา มือซ้ายจับขอบประตูเพื่อพยุงตัว
เมื่อคืนนางแทบไม่ได้นอน ภาพของหานเจาหลงที่ยิ้มกว้างขณะยึดม้วนคัมภีร์ วนเวียนอยู่หลังเปลือกตาทุกครั้งที่หลับตา ความโกรธ ความอับอาย และความเ็ปผสมกันจนกลายเป็ก้อนแข็งที่ติดอยู่กลางอก
"ใครมาเช้าขนาดนี้..." นางพึมพำ เท้าเปล่าััพื้นไม้เย็นของระเบียง เดินผ่านสวนหลังบ้าน ผ่านบ่อน้ำเล็กๆ ที่คริสตัลสีน้ำเงินอ่อนยังส่องแสงรำไรจากใต้น้ำ
นางเดินมาถึงประตูหน้า แง้มออก
แล้วก็ตื่นทันที
ซ่างซียืนอยู่หน้าบ้าน
ชุดนักวิชาการสีขาวสะอาดรีดตรง ไม่มีรอยยับแม้แต่เส้นเดียว แสงเช้าทอดลงบนผ้าสีขาวทำให้ท่านดูสว่างจ้า ราวกับมีแสงออกมาจากตัว มือซ้ายถือไม้เท้าหัวคริสตัลสีฟ้าใสที่ส่งแสงวาวในยามเช้า หลังตรงแม้อายุเจ็ดสิบ เคราสีขาวยาวปล่อยลงมาถึงอก ดวงตาลึกที่มองตรงเข้ามาที่หลิงเซินด้วยสายตาที่คมชัดผิดปกติสำหรับคนที่ดูเหมือนไม่ได้นอนทั้งคืน
"อ—อาจารย์!" หลิงเซินเกือบกรีดร้อง มือที่จับขอบประตูบีบแน่นจนไม้ส่งเสียงเอี๊ยด
ซ่างซี ปรมาจารย์วิศวกรวงจรอันดับหนึ่งของเมืองหยุนนาน ผู้ที่แม้แต่หัวหน้าตระกูลใหญ่ยังต้องนัดล่วงหน้าหลายเดือนเพื่อขอพบ กำลังยืนอยู่หน้าบ้านตระกูลหลิงที่ทรุดโทรม ในเวลาก่อนเจ็ดโมงเช้า
"เมื่อวานข้าได้ยินว่าเ้าถูกพักการเรียน" ซ่างซีพูดตรงๆ ไม่มีคำทักทาย ไม่มีคำอ้อมค้อม เหมือนทุกครั้งที่ท่านพูด "ข้าไม่ได้สั่ง"
หลิงเซินเปิดปาก อยากจะพูดอะไรบางอย่าง อยากจะขอบคุณ อยากจะบ่น อยากจะระบาย แต่ไม่มีคำไหนออกมา นางจึงหุบปาก
"ขอโทษที่เื่นี้เกิดขึ้น" ซ่างซีพูดต่อ น้ำเสียงไม่ได้แสดงความสำนึกผิดแบบที่คนทั่วไปจะคาดหวังจากคำขอโทษ แต่เป็การระบุข้อเท็จจริงที่ท่านถือว่าต้องพูด เหมือนวิศวกรที่ระบุจุดบกพร่องในวงจร ไม่ได้ขอโทษวงจร แต่รับรู้ว่ามันต้องถูกแก้ไข
"ข้ามาเพื่อพูดคุยเื่การกลับมาเรียน" ท่านพูดต่อ "และเื่อื่น"
"เื่อื่น?" หลิงเซินกะพริบตา ยังคงมึนอยู่จากการตื่นนอนกะทันหัน
"ม้วนคัมภีร์ที่อยู่ในกระเป๋าเ้า" ดวงตาลึกของซ่างซีจับอยู่ที่หน้าหลิงเซิน ไม่หลุดแม้แต่วินาที "ด้านหลัง"
หลิงเซินรู้สึกเหมือนน้ำแข็งไหลลงมาตามกระดูกสันหลัง
ท่านเห็นแล้ว
"ข้า้าพบกับผู้วาด" ซ่างซีพูดตรงๆ อีกครั้ง ไม่อ้อมค้อม ไม่เกริ่น เหมือนคนที่ไม่มีเวลาเหลือสำหรับมารยาทที่ไม่จำเป็ "วันนี้ ถ้าเป็ไปได้"
หลิงเซินนึกถึงโรงเก็บของ นึกถึงชายหนุ่มที่ตอนนี้อาจยังนอนอยู่ — หรืออาจนั่งวาดวงจรมาตลอดทั้งคืน ใครจะรู้ — นึกถึงคำที่เขาพูดเมื่อวานตอนที่นางถามเกี่ยวกับแบบแปลน
"อย่าบอกว่าข้าเป็คนวาด"
เขาพูดเสียงเรียบ ไม่มีน้ำเสียงขอร้องแม้แต่น้อย เหมือนออกคำสั่ง ทั้งที่เขาเป็ทาส
"อาจารย์รอสักครู่ได้ไหม?" หลิงเซินถาม พยายามทำเสียงให้สงบที่สุด
ซ่างซีพยักหน้า ท่วงท่าของท่านบอกว่าจะรอตรงนี้นานเท่าที่จำเป็
หลิงเซินปิดประตูไม่สนิท หันหลังวิ่งเล็กๆ ไปที่โรงเก็บของ ชุดนอนสีขาวพลิ้วไปตามลมเช้า เท้าเปล่าแตะพื้นหญ้าที่เปียกน้ำค้าง
⬥ ⬥ ⬥
"เซียนหยู" นางเคาะประตูโรงเก็บของ เสียงกระซิบแต่เร่งร้อน "ตื่นแล้วหรือยัง?"
"นานแล้ว" เสียงตอบจากข้างใน เรียบ สงบ ราวกับเขาตื่นมาั้แ่ก่อนไก่ หรืออาจไม่ได้นอนเลย
"มีอาจารย์ซ่างซีมาหาเ้า"
เงียบสองวินาที
สองวินาทีที่ยาวนานผิดปกติ
"บอกว่าข้าไม่อยู่" เสียงจากข้างในตอบ
หลิงเซินขมวดคิ้ว "เขามาถึงหน้าบ้านแล้ว ข้าเพิ่งคุยกับเขาไป จะบอกว่าไม่อยู่ได้ยังไง"
"บอกว่าข้าออกไปซื้อของ"
"ก่อนเจ็ดโมงเช้า?"
"บอกว่าข้าหนีไปแล้ว"
"เซียนหยู!" หลิงเซินดึงหายใจเข้าลึก บีบสันจมูก พยายามกดความหงุดหงิดที่พุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว "ประตูหน้าบ้านล็อค ถ้าเ้าหนีไปข้าจะตามไปรับเงินค่าทาสคืน แปดร้อยห้าสิบเหรียญ ไม่ลดสักบาท"
เงียบนานกว่าคราวก่อน
นางนับในใจ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า
จากนั้นเสียงเท้าเดินในโรงเก็บของ เสียงน้ำกระเซ็น เสียงผ้ากระทบกัน เสียงประตูไม้เก่าเปิดออกเอี๊ยดอ๊าด
เซียนหยูยืนอยู่ข้างใน
ผมดำรวบหลวมๆ ด้วยเชือกผ้าเก่า ใบหน้าเพิ่งล้างน้ำ มีหยดน้ำเหลืออยู่ที่ขมับซ้าย ชุดที่สวมสะอาดกว่าเมื่อวาน แต่ก็ยังเป็ชุดผ้าเก่าสีซีดที่ดูเหมือนเคยเป็ของคนตัวใหญ่กว่า ขนาดหลวมโปร่งจนเห็นกระดูกไหปลาร้า ดวงตาสีดำลึกที่มักจะไร้อารมณ์ ตอนนี้มีบางอย่างอยู่ในนั้น — ไม่ใช่ความกลัว ไม่ใช่ความกังวล
มันเหมือนความรำคาญ
"ข้าบอกว่าอย่าบอกว่าข้าเป็คนวาด" เขาพูด เสียงเรียบแต่มีน้ำหนัก
"ข้าไม่ได้บอก" หลิงเซินตอบตรง "แต่เขาก็รู้แล้ว"
"รู้ได้ยังไง"
"เพราะเขาฉลาด" หลิงเซินพูดด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าคำตอบนี้ควรจะชัดเจนอยู่แล้ว "เขาเป็ปรมาจารย์วิศวกรวงจรที่ศึกษามาห้าสิบปี ถ้าเห็นวงจรแบบนั้นแล้วไม่รู้ว่าใครวาดได้ ก็คงไม่ใช่ปรมาจารย์"
เซียนหยูมองหลิงเซิน
นางยืนอยู่ตรงหน้าเขาในชุดนอนสีขาว ผมยุ่ง เท้าเปล่า หญ้าติดนิ้วเท้า แก้มยังมีรอยหมอนกดอยู่ข้างขวา ดวงตาบวมจากการนอนน้อย
แต่สายตานั้นตรงและไม่ถอย
เขาถอนหายใจ เสียงถอนหายใจที่ฟังดูเหมือนยอมแพ้ แต่ถ้าสังเกตดีๆ มุมปากข้างซ้ายยกขึ้นนิดเดียว — เกือบจะเป็รอยยิ้ม
"เดินตามมา" นางหันหลัง "และอย่าพูดอะไรโง่ๆ"
"คำนิยามของโง่ๆ ของเ้าคืออะไร?"
"อะไรก็ตามที่ทำให้อาจารย์ซ่างซีโกรธ"
"กำหนดค่อนข้างกว้าง"
"เพราะเ้าทำอะไรหลายอย่างที่อาจทำให้คนโกรธ" หลิงเซินพูดโดยไม่หันหลังมา
เซียนหยูเดินตามออกมาจากโรงเก็บของ เท้าเปล่าเช่นกัน เหยียบหญ้าเปียกน้ำค้างเดียวกัน ท่าทางของเขาเหมือนคนเดินเล่นในสวน ไม่ใช่คนที่กำลังจะพบกับปรมาจารย์ระดับสูงสุดของเมือง
⬥ ⬥ ⬥
หน้าบ้านตระกูลหลิง
ซ่างซียืนรออยู่ด้วยความสงบที่ฝึกฝนมาทั้งชีวิต มือถือไม้เท้า สายตาวนดูรั้วไม้เก่าที่สีลอก ต้นไม้ในสวนที่กิ่งก้านยื่นออกมาเหนือกำแพง ป้ายตระกูลสีทองเลือนรางที่แขวนอยู่เหนือประตู — ทุกสิ่งบอกเล่าเื่ราวของตระกูลที่เคยรุ่งเรืองแต่กำลังถดถอย
ท่านสังเกตว่าแม้บ้านจะเก่า แต่สะอาด ไม่มีใบไม้แห้งหล่นบนพื้นทางเดิน รั้วแม้จะเก่าแต่ตะปูทุกตัวยังแน่น บ่งบอกว่ามีคนดูแลอยู่อย่างสม่ำเสมอ
ประตูหน้าบ้านเปิด หลิงเซินก้าวออกมาก่อน
ตามด้วยเซียนหยู
ซ่างซีมองชายหนุ่มนั้น
สิ่งแรกที่ท่านสังเกตไม่ใช่รูปร่างหน้าตา ไม่ใช่เสื้อผ้าที่เก่าคร่ำ ไม่ใช่แม้แต่วัยที่อ่อนเกินกว่าจะเป็คนวาดวงจรนั้น
แต่เป็ดวงตา
ดวงตาสีดำลึกที่มองกลับมาที่ท่านอย่างสงบ ไม่เคารพ ไม่ดูถูก ไม่ตื่นกลัว ไม่ตื่นเต้น เป็สายตาของคนที่ประเมินสิ่งที่เห็นอย่างเป็กลาง สายตาเดียวกับที่ซ่างซีเคยเห็นในกระจกเมื่อหลายสิบปีก่อน สมัยที่ท่านยังเป็นักวิจัยหนุ่มที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร
แต่สายตานี้ลึกกว่า เก่ากว่า ราวกับอยู่ในร่างที่อายุสิบเจ็ดแต่จิตใจนั้นผ่านอะไรมามากกว่าที่ร่างจะรับไหว
ซ่างซีรู้สึกบางอย่างที่ไม่ได้รู้สึกมานานหลายสิบปี
ความถ่อมตน
ชายหนุ่มมองซ่างซีกลับ
สองสายตาประมาณกัน เงียบ
ลมเช้าพัดผ่าน พาเสียงใบไม้กระทบกันไปตามสวน
"เ้าชื่อเซียนหยู?" ซ่างซีถาม เป็คนแรกที่ทำลายความเงียบ
"ใช่"
"ตระกูลวิศวกรชั้นสูง?"
"เคยเป็" เซียนหยูตอบ ไม่มีความเศร้าในน้ำเสียง เป็เพียงข้อเท็จจริง เหมือนบอกว่าเมื่อวานฝนตก
ซ่างซีพยักหน้า
จากนั้นท่านก็ทำสิ่งที่ทำให้ทั้งหลิงเซินและเซียนหยูนิ่งงันพร้อมกัน
ชายชราอายุเจ็ดสิบก้มศีรษะ
ไม้เท้าย้ายจากมือขวาไปมือซ้าย มือขวายกขึ้นวางที่อก ตรงตำแหน่งหัวใจ จากนั้นโค้งตัวลง — ไม่ใช่การโค้งทักทายทั่วไปที่ก้มแค่ศีรษะ แต่เป็การโค้งลึกที่หลังโค้งลงจนเกือบขนานกับพื้น
ในวัฒนธรรมของเมืองหยุนนาน การโค้งแบบนี้มีชื่อเรียกเฉพาะ — 'ไหว้ครู' — เป็ท่าที่ลูกศิษย์แสดงต่ออาจารย์ เป็การยอมรับว่าอีกฝ่ายมีฝีมือสูงกว่า มีความรู้ลึกกว่า เป็ผู้ที่ตนเองควรเรียนรู้จาก
ปรมาจารย์ซ่างซี ชายที่ไม่เคยก้มหัวให้ใครมาตลอดชีวิตห้าสิบปีของการศึกษาวงจรพลังงาน
กำลังแสดงท่าไหว้ครูให้ชายหนุ่มอายุสิบเจ็ดในชุดผ้าเก่า
หลิงเซินอ้าปากค้าง มือทั้งสองข้างยกขึ้นมากดที่แก้มโดยไม่รู้ตัว
"ข้าศึกษาวงจรพลังงานมาห้าสิบปี" ซ่างซีพูดด้วยเสียงที่ไม่สั่น แม้ยังโค้งอยู่ "ผ่านตำราทุกสำนัก ผ่านอาจารย์หลายท่าน ผ่านจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดของการเรียนรู้ ไม่เคยพบสิ่งที่ทำให้ข้าต้องก้มหัวให้"
ท่านแหงนหน้าขึ้น สายตาจ้องตรงเข้ามาที่เซียนหยู
"มาจนถึงวันนี้"
ลมหยุดพัด
เซียนหยูมองชายชราอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาที่มักจะไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ตอนนี้มีบางอย่าง — คิ้วข้างขวายกขึ้นเล็กน้อย มุมปากเปลี่ยนมุมนิดเดียว เป็ท่าทางที่หลิงเซินเริ่มจำได้ว่าเขาทำเมื่อรู้สึกสนใจบางอย่างอย่างจริงจัง
"เ้ามาทำอะไร?" เขาถาม ตรงๆ โดยไม่มีคำนับตอบ
ซ่างซีแหงนหน้าขึ้นมา ยืดหลังตรง ดวงตาที่คมยังคมแม้จะเพิ่งโค้งหัวไป ไม่มีร่องรอยของความอับอาย เพราะการยอมรับฝีมือผู้อื่นไม่ใช่เื่น่าอาย
"มาขอเรียน" ท่านตอบ
⬥ ⬥ ⬥
ห้องนั่งเล่นหน้าบ้านตระกูลหลิง
ห้องเล็กๆ ที่เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเก่าแต่สะอาด โต๊ะไม้สีน้ำตาลเข้มที่ผิวขัดจนเงา เก้าอี้สี่ตัวที่พนักพิงมีรอยบุบจากการใช้งานนาน ชั้นวางของที่มีหนังสือวงจรพลังงานเรียงอยู่สิบกว่าเล่ม และภาพวาดครอบครัวเก่าแขวนอยู่บนผนัง — ภาพของชายหญิงวัยกลางคนที่ยิ้มแย้ม มีเด็กหญิงสองคนยืนอยู่ด้านหน้า
หลิงเซินชงชาสมุนไพรสามถ้วย วางลงบนโต๊ะด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายทำให้ระบบประสาทตื่นเต้นจนควบคุมไม่อยู่
ปรมาจารย์สูงสุดของสมาคม นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นบ้านนาง
ตรงข้ามกับทาสที่นางซื้อมาเมื่อสองวันก่อน
ดื่มชาจากถ้วยที่มีรอยบิ่นที่ขอบ
ซ่างซีและเซียนหยูนั่งตรงข้ามกัน
หลิงเซินนั่งฟังจากเก้าอี้ด้านข้าง พยายามทำตัวเหมือนอากาศ ทั้งที่ใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงตัวเอง
"วงจรที่เ้าวาดบนม้วนคัมภีร์" ซ่างซีเริ่มพูดก่อน ท่านวางถ้วยชาลง ท่าทางสงบแต่ดวงตาเปล่งประกาย "วงจรผิวหินที่ต่อเนื่องจากแบบแปลนของข้า มันอิงพื้นฐานอะไร? ข้าพลิกตำราทุกสำนักแล้วไม่พบรูปแบบนี้"
"รูปแบบที่ข้าใช้ไม่มีในตำราที่มีอยู่ตอนนี้" เซียนหยูพูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อม เสียงเรียบราวกับกำลังบอกว่าน้ำร้อน
ซ่างซีขมวดคิ้ว ตำราที่ 'มีอยู่ตอนนี้'? สำนวนที่แปลก ราวกับบอกเป็นัยว่ามีตำราอื่นที่ยังไม่มี หรือเคยมีแต่หายไป
"หมายความว่าเ้าสร้างเอง?" ท่านถาม
"หมายความว่าข้าเรียนจากแหล่งที่เ้าไม่รู้จัก"
"แหล่งใด?"
เซียนหยูหยิบถ้วยชาขึ้นมา ชิม วางลง ท่าทางของเขาเหมือนคนที่ดื่มชาในร้านนอกเมือง ไม่ใช่คนที่กำลังถูกซักถามโดยปรมาจารย์
"ข้าตอบไม่ได้ตอนนี้" เขาพูด
ประโยคนั้นควรจะทำให้ซ่างซีโกรธ หรืออย่างน้อยก็ไม่พอใจ ท่านเดินทางมาถึงบ้านั้แ่เช้า ก้มหัวให้ถึงระดับไหว้ครู และถูกปฏิเสธด้วยคำตอบสั้นๆ ว่า 'ตอบไม่ได้'
แต่ซ่างซีไม่โกรธ
เพราะท่านเห็นบางอย่างในดวงตาของเซียนหยูขณะที่เขาพูด ไม่ใช่ความเย่อหยิ่ง ไม่ใช่การหลีกเลี่ยง แต่เป็ความซื่อสัตย์ สายตาของคนที่พูดความจริงและไม่ขอโทษสำหรับมัน
"ข้าเข้าใจ" ซ่างซีพยักหน้าช้าๆ "ทุกคนมีเื่ที่ไม่พร้อมจะบอก ข้าเองก็มี"
ท่านหยุดจิบชา
"แต่ข้าอยากรู้ว่า" ท่านพูดต่อ "วงจรที่เ้าวาดมันสมบูรณ์ไหม? หรือเป็แค่ตัวอย่าง?"
เซียนหยูนิ่งอยู่ครู่ ดวงตามองถ้วยชาในมือ แสงเช้าจากหน้าต่างตกลงบนน้ำชาสีน้ำตาลอ่อน สร้างวงแหวนแสงเล็กๆ บนผิวน้ำ
"มันสมบูรณ์แล้ว" เขาพูด "แต่ยังไม่ใช่รุ่นที่ดีที่สุด"
"ยังไม่ใช่รุ่นที่ดีที่สุด" ซ่างซีทวนคำ
"ข้าวาดเสร็จในสิบห้านาที" เซียนหยูพูดต่อ "ถ้าข้ามีเวลาและวัตถุดิบที่ถูกต้อง ข้าสามารถทำให้ดีขึ้นได้อีกสามเท่า"
ห้องเงียบ
หลิงเซินที่นั่งฟังอยู่รู้สึกว่าอุณหภูมิในห้องลดลงนิดหนึ่ง เพราะประโยคที่เซียนหยูเพิ่งพูดนั้นเป็ประโยคที่โอ้อวดที่สุดที่นางเคยได้ยินในชีวิต วงจรที่ทำให้ปรมาจารย์ระดับซ่างซีต้องก้มหัวให้ วาดเสร็จในสิบห้านาที และยังทำให้ดีขึ้นได้อีกสามเท่า?
แต่เซียนหยูพูดมันออกมาด้วยน้ำเสียงเดียวกับที่เขาพูดว่า 'ข้าหิว' — ราบเรียบ ไม่เน้น เหมือนบอกข้อเท็จจริง
และนั่นทำให้มันน่ากลัวกว่าการโอ้อวดธรรมดาหลายเท่า
เพราะคนที่โอ้อวดจะเน้นเสียง จะยิ้ม จะยกคิ้ว จะทำให้คนฟังรู้ว่าเขากำลังอวด แต่คนที่พูดข้อเท็จจริงจะพูดเฉยๆ เหมือนที่เซียนหยูกำลังทำ
ซ่างซีมองเซียนหยูนาน สายตาเปลี่ยนไป จากความสนใจเป็ความเคารพ และจากความเคารพเป็ความตัดสินใจ
⬥ ⬥ ⬥
"ข้า้าให้เ้ากลับไปสมาคม" ซ่างซีพูดตรง "ในฐานะอะไรก็แล้วแต่ที่เ้าพอใจ"
"ข้าเป็ทาสของหลิงเซิน" เซียนหยูตอบ สายตาสงบ
"ข้าพูดกับหลิงเซินได้" ซ่างซีหันมาที่นาง
หลิงเซินที่กำลังยกถ้วยชาก็วางลงอย่างระมัดระวัง ถ้วยกระทบจานรองเสียงแก๊กเบาๆ นางรู้สึกว่าทุกคนในห้องกำลังมองมา
"เ้ากลับสมาคมได้" ซ่างซีพูดกับหลิงเซิน เสียงอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อพูดกับนักเรียน "เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวานไม่ใช่ความผิดเ้า ข้าอนุญาตให้นำม้วนคัมภีร์กลับไปดูเอง และข้าจะดูแลให้เื่แบบนี้ไม่เกิดขึ้นอีก"
คำพูดของซ่างซีไม่ได้แค่ยกเลิกการพักการเรียน มันเป็คำสัญญาที่มีน้ำหนักเท่ากับคำสั่งของสมาคม ไม่มีใครในเมืองหยุนนานกล้าขัดคำพูดของซ่างซี แม้แต่ตระกูลหาน
"ขอบคุณอาจารย์" หลิงเซินยกมือไหว้ ดวงตาร้อนขึ้น แต่นางกดมันลง ไม่ร้องไห้
"แต่มีเงื่อนไขหนึ่ง" ซ่างซีหันไปที่เซียนหยู "ข้า้าให้เขามาด้วย"
"มาด้วย?" หลิงเซินกะพริบตา
"ในฐานะที่ปรึกษา" ซ่างซีพูดชัดเจน น้ำเสียงหนักแน่น "ไม่ใช่นักเรียน ไม่ใช่ทาส ข้าจะจ่ายค่าตอบแทนให้ตรงกับฝีมือ และข้าจะไม่ถามเื่ที่เ้าไม่อยากตอบ"
เซียนหยูยังไม่ตอบ
เขาหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบอีกครั้ง ช้าๆ ราวกับกำลังลิ้มรสชาจริงๆ ไม่ใช่กำลังตัดสินใจเื่สำคัญ
แล้วเขาก็มองหลิงเซิน
หลิงเซินมองเขากลับ
สายตาของนางบอกอะไรบางอย่างที่ไม่ต้องใช้คำพูด — ตัดสินใจเอง ข้าไม่บังคับ แต่ถ้าถามความเห็น ข้าอยากให้ไป
เซียนหยูวางถ้วยชาลง
"ได้" เขาพูด คำเดียว สั้น ชัดเจน
ซ่างซียิ้ม ยิ้มกว้างที่สุดที่ท่านยิ้มมาในรอบหลายปี จนริ้วรอยที่มุมตาซ้อนกันเป็พัด
"ดี" ท่านพูด ยกถ้วยชาขึ้น "ดีมาก"
แสงเช้าส่องเข้ามาในห้องนั่งเล่นอย่างเต็มที่แล้ว ทำให้ทุกอย่างดูสว่างขึ้น โต๊ะไม้เก่า เก้าอี้ที่มีรอยบุบ ถ้วยชาที่มีรอยบิ่น ภาพวาดครอบครัวเก่าบนผนัง
และคนสามคนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะ
ปรมาจารย์ชรา ทาสหนุ่ม และสาวน้อยในชุดนอน
ทั้งสามคนดื่มชาพร้อมกัน
ไม่มีใครรู้ว่าเช้าวันนี้คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่กว่าที่ใครจะคาดคิด
— จบตอนที่ 6 —
แดนนิยาย ดินแดนที่ทุกเื่ราวเริ่มต้น
www.danniyay.com