(เนื้อหาบาง่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ห้ามลอกเลียนแบบ)
“เชี่ยยยยยยยยยยยยยย” เกียกกายสะดุ้งสุดตัวเมื่อภาพที่เห็นตรงหน้าคือผู้หญิงและเด็กผู้ชายตัวน้อย ซึ่งดูจากรูปร่างแล้วน่าจะเป็ิญญาที่เคยเจอกันเมื่อวานบนถนน แต่ตอนนี้ทั้งสองกลับมีใบหน้าเหมือนคนปกติ และนอนอยู่ตรงกลางระหว่างตนกับทีปกร ใจของเ้าตัวนั้นแทบจะตกไปยังตาตุ่มกับการปรากฏตัวอีกครั้งจึงรีบพลิกตัวะโลงจากเตียงทันที แล้ววิ่งไปหลบอยู่ที่มุมห้อง
“โวยวายอะไรอีกแล้ววะไอ้กาย” ทีปกรตื่นขึ้นมาด้วยอาการงัวเงีย หันไปด้านหลังเพื่อตะคอกเกียกกาย แต่ภาพที่เห็นนั้นกลับทำให้ตาเบิกโพลงขึ้นมาทันที
“เชี่ยยยยยยยยยยย ไอกายอยู่ไหนวะ" ทีปกรมองหาเกียกกายไปรอบห้อง จนมองเห็นเพื่อนรักที่หลบตัวอยู่ในมุมมืด
“ไอทีมานี่เร็ว” เกียกกายไม่กล้าที่จะะโออกมาอีก เพราะเกรงว่าจะเป็การรบกวนเวลานอนของสองแม่ลูกคู่นั้น จึงได้แต่กระซิบเบา ๆ พร้อมทั้งกวักมือเรียกทีปกรให้มากองรวมกันตรงมุมนี้
ถึงแม้ว่าเพื่อนรักทั้งสองจะใโวยวายออกมาเสียงดังแค่ไหน แต่สองแม่ลูกนั้นกลับนอนนิ่งหลับสนิทอยู่บนเตียง โดยไม่มีท่าทีที่จะตื่นขึ้นมา
“อะไรวะเนี่ย เกิดอะไรขึ้นกันแน่” ทั้งสองต่างกระซิบกระซาบกันไปมา
“ฉันก็ไม่รู้ แต่ฉันคิดว่าน่าจะเป็คนเดียวกันกับเมื่อวานนะ” เกียกกายทำใจดีสู้เสือชะโงกหน้าไปดูที่เตียงอีกครั้ง สายตาที่เพ่งพินิจทำให้รู้ว่าใช่คนเดียวกันแน่ เมื่อรู้สึกเช่นนั้นจึงหันมาพยักหน้าให้กับทีปกรเพื่อเป็การส่งสัญญาณ
“แล้วจะเอาไงดีวะ บอกความจริงเลยดีไหม” เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ในตอนนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เคยคิดเอาไว้ เกียกกายจึงเริ่มเสนอขึ้น
ทีปกรเริ่มใช้ฟันขบไปที่ริมฝีปากล่างของตนเหมือนเป็การใช้ความคิด ในขณะที่อีกใจหนึ่งก็ยังกล้า ๆ กลัว ๆ กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าซึ่งห่างกันแค่ไม่กี่ฟุต
“เดินเข้าไปปลุกเลยดีไหมวะ” ทีปกรพูดออกมาโดยผ่านการไตร่ตรองมาแล้วว่า คงจะมีแค่วิธีนี้วิธีเดียวเท่านั้นที่จะช่วยิญญาเหล่านี้ได้
“เป็ความคิดที่ดีนะ” เกียกกายพยักหน้าเห็นด้วย พร้อมทั้งผลักทีปกรให้ออกไปทางเตียงที่ิญญาสองแม่ลูกคู่นั้นกำลังหลับอยู่ จนทีปกรสะดุดไปข้างหน้า เ้าตัวหันมามองเกียกกายและชี้นิ้วเข้าหาตัวเองเป็การถามโดยนัยว่า ‘ฉันเหรอที่ต้องไป’
“เออ นายนั่นแหละ อยากกลับมานอนที่นี่ดีนัก รับผิดชอบเลยเพื่อนรัก จะได้จบ ๆ สักที” ทีปกรหยุดนิ่งไปสักพัก พร้อมทั้งสูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ จนเต็มปอด และผ่อนลมนั้นออกมาอย่างช้า ๆ เมื่อทำใจได้แล้ว จึงเดินไปยังเตียงที่อยู่ด้านหน้าอีกครั้ง
“แกร็ก” ทีปกรหยุดชะงักทันทีเมื่อได้ยินเสียงเปิดลูกบิดจากประตูหน้าบ้าน และรีบย่องกลับเข้าไปอยู่กับเกียกกายในมุมดังเดิม
ประตูค่อย ๆ เปิดออกอย่างช้า ๆ เงาตะคลุ่มเริ่มทอดยาวเข้ามาภายในบ้าน จนคนที่อยู่มุมห้องนั้นต่างชะโงกไปมองอย่างไม่คลาดสายตา ภาพที่เห็นก็คือชายเ้าหน้าที่คนเมื่อเช้าผู้นำทางมายังบ้านหลังนี้นี่เอง
“พี่ชลมาทำอะไรที่นี่ตอนนี้ครับ" ด้วยความสงสัย ทีปกรจึงะโถามเ้าหน้าที่ผู้นั้นที่เพิ่งเดินเข้ามาในบ้าน โดยไม่เกรงใจการนอนหลับของิญญาที่อยู่บนเตียงเลยแม้แต่น้อย ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ ของผู้ที่ถูกถามเลยสักนิด ไม่แม้แต่จะหันมามองคนที่ะโอยู่ตรงมุมห้อง
หลังจากที่เดินเข้ามาแล้วก็ได้แต่มองไปยังสองแม่ลูกที่กำลังหลับสนิทอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย แววตาที่ไร้ความรู้สึกซึ่งต่างจากเมื่อเช้าที่ได้พบเห็น มืออีกข้างหนึ่งเอื้อมไปหยิบหมอนที่วางอยู่บนเตียงสองใบ และค่อย ๆ วางลงบนใบหน้าของสองแม่ลูกคู่นั้น
“เห้ย นั่นมัน…” เกียกกายกำลังเริ่มกระซิบขึ้นอีกครั้ง แต่ทีปกรรีบเอามือจับไปที่ปากของเพื่อนรักทันที
“ชู่วว" ทีปกรพ่นลมที่แทรกออกมาจากฟันของตนเบา ๆ เพื่อเป็การบอกให้เกียกกายเงียบก่อน ทั้งสองต่างดูเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่คลาดสายตา
“ลาก่อนนังผู้หญิงใจง่าย เธอบังคับให้พี่ต้องทำแบบนี้ เธอทรยศในความรักของพี่” ชลกระซิบเบา ๆ ก่อนที่จะหยิบวัตถุสีดำที่เหน็บเอาไว้จากด้านหลังออกมา จอไปยังหมอนใบแรกที่ทับหน้าของผู้หญิงผู้นั้นที่นอนอยู่บนเตียง
“เห้ย!! นั่นมันปืนนี่หว่า” น้ำเสียงที่สั่นเครือของเกียกกายกระซิบออกมาด้วยความหวาดกลัว
“เห้ยพี่จะทำอะไร”