ตอนที่22
สำนักัฟ้า1
เสียงอึกทึกยังคงดังสนั่นศิษย์สำนักัฟ้ากว่าร้อยชีวิต วิ่งลงมาตั้งแถวเรียงรายอยู่ที่สองฟากฝั่ง ก่อนที่จะมีศิษย์อีกจำนวนห้าสิบคนแบกเสาศิลาแกร่งตามออกมาทุกท่วงเท้าที่เคลื่อนไหวของทั้ง 50 คน ล้วนกระทืบทับจนผงคลี่ฟุ้งกระจายขึ้นมา ขบวนศิษย์สำนักัฟ้าเคลื่อนเฉียดผ่านผู้คนที่ออกันอยู่อย่างหนาแน่นแยกย้ายไปยังเวทีทดสอบทั้งยี่สิบห้าเวที หลังจากนั้นผู้ที่แบกเสาศิลาทั้งหมดก็รอสัญญาณก่อนจะลงมือปักเสาศิลาลงกับพื้นพร้อม ๆ กัน จนแผ่นดินสั่นะเืไปทั่ว ผู้คนที่มารอชมล้วนส่งเสียงฮือฮา
หลังจากนั้นเ้าหน้าที่ควบคุมการทดสอบซึ่งเป็ผู้าุโของสำนักัฟ้าก็สั่งให้ศิษย์นอกทำการแยกกลุ่มผู้ร่วมการทดสอบกว่า 3000 คน ออกเป็ 25กลุ่มตามจำนวนสนามทดสอบ โดยจากการจับสลากแบ่งกลุ่มเสวี่ยินั้นได้อยู่ในกลุ่มที่25 จื่อฮุยอยู่ในกลุ่มที่ 8 ส่วนสองพี่น้องตระกูลหย่งอยู่ในกลุ่มที่ 3 และ 12สุดท้ายคือมู่จินหลันที่อยู่ในสนามทดสอบที่ 1
หนึ่งในสมุนของหลี่เปียวซึ่งเป็ศิษย์นอกก็ส่งสัญญาณแจ้งต่อหลี่เปียวว่าเสวี่ยินั้นได้หมายเลขทดสอบเป็หมายเลขที่ 25หลี่เปี่ยวแสยะยิ้มด้วยความอาฆาตแค้น เดินตรงไปยังศิษย์นอกที่ทำการควบคุมสนามทดสอบที่25 ก่อนจะใช้อำนาจของศิษย์ในข่มขู่ เพื่อเปลี่ยนตัวผู้คุมสอบเป็พรรคพวกของตัวเองซึ่งศิษย์นอกที่ควบคุมอยู่รู้ตัวดีว่าไม่ควรไปตอแยหลี่เปียวและพวกจึงยินยอมถอนตัวออกมาแต่โดยดี
หลังจากนั้นหลี่เปียวก็ให้ลูกสมุนของมันใช้ของวิเศษชนิดที่ถูกเรียกว่าเกราะเสริมพลัง ซึ่งตัวมันได้รับมาจากเจี้ยนเฉินใส่เข้าไปให้กับเสาทดสอบของสนามทดสอบที่ 25 ซึ่งของวิเศษจำพวกนี้มักจะใช้กับพวกอุปกรณ์ในการทำาโจมตีหรือป้องกันเมือง ซึ่งถือว่าเป็สิ่งของมีราคาแพง แต่ที่สำคัญกว่านั้นเกราะเสริมพลัง เป็สิ่งของที่หาซื้อได้ยาก เพราะถือเป็อุปกรณ์ทางการทหารซึ่งไม่ค่อยมีประโยชน์ในการต่อสู้ปะทะกันของผู้ฝึกตน แม้จะหาได้ยากในตลาดทั่วไป แต่สำหรับตระกูลขุนนางเก่าแก่เช่นตระกูลหลี่ ย่อมมีสิ่งของจำพวกนี้อยู่ในคลังตระกูลเป็จำนวนมาก
...หึข้าจะดูสิว่าแกจะเอาปัญญาที่ไหนมาผ่านเข้ารอบไปได้
"ผิงซิ่วจางเหลียง พวกแกทั้งสองตามข้าไปยังสนามที่ 25 ข้าละอยากเห็นหน้าของไอ้สวะเสวี่ยิตอนที่มันรู้ตัวว่าไม่อาจผ่านการทดสอบไปได้ จะได้รู้จักเจียมกะลาหัว...ว่าคนอย่างมัน ! ก็เป็ได้แค่สวะชั้นต่ำเท่านั้น !"
เมื่อผู้เข้าทดสอบต่างแยกย้ายไปประจำยังสนามของตัวเองแล้วผู้าุโของสำนักัฟ้าก็เดินออกมาด้านหน้าเพื่อกล่าวต้อนรับผู้เข้าทดสอบทั้งหมด รวมถึงประกาศกฎเกณฑ์ในการทดสอบรอบแรก...การทดสอบด้านพละกำลัง...ซึ่งตามมาตรฐานของการเข้าเป็ศิษย์นอกของสำนักัฟ้านั้นต้องมีพลังหมัดไม่ต่ำกว่า 1000 จิน จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์การทดสอบโดยผู้เข้าทดสอบจะมีโอกาสได้ชกศิลาทดสอบ ซึ่งตั้งอยู่บนสนามทั้ง 25 แห่ง จำนวนคนละ3 ครั้ง โดยจะนับครั้งที่สามารถทำน้ำหนักหมัดได้มากที่สุด โดยผู้ที่สามารถผ่านรอบแรกไปได้เท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ได้เข้าทดสอบต่อไปในด่านที่สอง
หลังจากที่แจ้งกฎเกณฑ์ในการผ่านการทดสอบเรียบร้อยแล้วผู้าุโของสำนักัฟ้า จึงได้กล่าวเริ่มการทดสอบ สิ้นเสียงกล่าวเปิดการทดสอบเสียงของผู้ชมต่างก็ะโโห่ร้องส่งเสียงเชียร์ดังขึ้นตามมาในทันที
.
.
สนามทดสอบที่8 ผู้เข้าทดสอบจื่อฮุย เมื่อชื่อของจื่อฮุยถูกขาน ผู้คนต่างก็หันมาสนใจเวทีที่ 8ในทันทีเพราะจื่อฮุยถือเป็ผู้ที่ได้ชื่อว่ามีพร์สูงที่สุดในหมู่เด็กรุ่นเดียวกันแถมจื่อฮุยยังควบตำแหน่งนายน้อยของตระกูลจื่อ ตระกูลของผู้ปกครองเมืองหยกม่วงอีกนี่ยังไม่นับรวมรูปลักษณ์ภายนอกอันหล่อเหลาสง่างาม การก้าวขึ้นบนเวทีของจื่อฮุย จึงเรียกเสียงเชียร์โห่ร้องได้ดังกว่าสนามอื่นๆ ในเวลาเดียวกัน
เมื่อจื่อฮุยก้าวขึ้นไปหยุดยืนที่หน้าศิลาทดสอบขนาดสูงกว่า3 วา เสียงผู้ชมก็สงบลง
จื่อฮุยหลับตาสนิทรวบรวมสมาธิสองขาตั้งมั่นในท่านั่งม้า เกร็งลมปราณแน่นจนหน้าอกโป่งพองขึ้นเล็กน้อย ลมหายใจผ่อนออกอย่างช้าๆ เมื่อถึงจุดที่กะเกณฑ์เอาไว้ สองตาที่ปิดสนิทพลันเปิดออกดวงตาส่องประกายเจิดจ้าแวบหนึ่ง ใช้ออกด้วยทักษะหมัดถล่มขุนเขาซึ่งเป็กระบวนท่าหนึ่งในวิชาเพลงหมัดหยกม่วง(เพลงหมัดประจำตระกูลจื่อ) สองเท้าที่หยั่งพื้นปรากฏเสียงแตกของพื้นหินเวทีหมัดขวาที่รวมรั้งลมปราณเข้าด้วยกันพุ่งออกไปรวดเร็วราวกับลูกธนูเสียงหวีดแหวกอากาศดัง จนผู้ที่อยู่ใกล้เวทีบางคนถึงกับยกสองมือขึ้นอุดหู
ตูม!!!
เสียงแตกะเิดังสนั่นทันทีที่หมัดกระทบถูกกับศิลาทดสอบ
ตัวเลขบนแป้นแสดงน้ำหนักหมัดวิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
1000...
2000...
3500...
4000...
4100...
4200...จนในที่สุดตัวเลขก็หยุดลงเสียงฮือฮาปรากฏขึ้นอีกครั้ง เพราะตัวเลข 4200นั่นเป็น้ำหนักหมัดของผู้ฝึกตนระดับพื้นฐานลมปราณ ขั้นที่ 3ซึ่งใกล้จะทะลวงเข้าสู่ขั้นที่ 4 ได้แล้ว (ผู้ที่ทะลวงสู่ขั้นที่ 4ส่วนใหญ่จะมีน้ำหนักหมัดอยู่ ที่ 4500 - 5000 จิน) แต่จื่อฮุยเพิ่งจะมีอายุเพียง15 ปี หากว่าเขาสามารถทะลวงขึ้นสู่ขั้นที่ 4 ได้ก่อนอายุ 16 ปีเชื่อว่าบัลลังก์ของศิษย์หลักในสำนักัฟ้าย่อมเกิดความสั่นะเืขึ้นอย่างแน่นอน
ในอดีตสถิติสูงสุดที่มีผู้เคยทำเอาไว้นั้นสูงถึง6000 จิน ซึ่งจื่อฮุยก็ไม่คิดว่าตัวเองจะทำลายได้เขาจึงขอสละสิทธิ์ที่จะต่อยต่อไปอีกสองหมัด และเดินลงมาจากเวทีด้วยใบหน้าเรียบเฉย
"อืม..."จื่อเจิ้งที่นั่งชมดูอยู่ส่งเสียงแสดงความพอใจในพัฒนาการของลูกตัวเอง"ดูเหมือนว่าจื่อฮุยจะทำได้ดีกว่าคราวที่ลูกของท่านพี่เข้าทดสอบสินะ"
"หึ...ครานั้นจื่อเจียงหาได้แสดงพลังที่แท้จริงเพราะเห็นว่าการทดสอบนี้ไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่หลังจากเข้าไปในสำนักัฟ้าแล้วนั่นถึงจะเป็การทดสอบที่แท้จริง" จื่อเลี่ยงจินพ่อของจื่อเจียงและมีศักดิ์เป็ลุงของจื่อฮุยเอ่ยขึ้นอย่างมิสบอารมณ์นัก
"..."จื่อเจิ้งหาได้ต่อล้อต่อเถียงกับจื่อเลี่ยงจินเพียงฉีกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปชมดูการทดสอบต่อไป
หลังจากที่จื่อฮุยผ่านการทดสอบมู่จินหลันที่ทดสอบสนามที่ 1 ก็ผ่านการทดสอบเช่นกัน โดยเธอทำน้ำหนักหมัดได้ 1500จิน ส่วนสองพี่น้องตระกูลหย่งก็สามารถผ่านเข้าไปได้ด้วยน้ำหนักหมัด 1100 และ 1200จิน การทดสอบทุกสนามนั้นดำเนินไปอย่างราบรื่นมีทั้งผู้ที่ผ่านการทดสอบและผู้ที่ตกรอบไปประมาณครึ่งต่อครึ่ง ยกเว้นเพียงแค่สนามทดสอบที่ 25ซึ่งมีผู้ทดสอบผ่านไปแล้ว 17 คน แต่กลับไม่มีใครผ่านการทดสอบเลยแม้แต่คนเดียวแถมพลังหมัดที่ออกไปยังต่ำเตี้ยเสียจนน่าใจหาย แม้จะมีผู้ทดสอบบางคนโวยวายประท้วงแต่เพราะหลี่เปียวและสมุนได้เข้าควบคุมสนามทดสอบที่ 25 เอาไว้ เื่ราวการประท้วงจึงถูกปกปิดเอาไว้โดยไม่ลุกลามจนไปถึงหูผู้าุโของสำนักัฟ้า
จื่อฮุยเมื่อรู้ว่าเสวี่ยิกำลังจะขึ้นทดสอบก็ตรงมาชมดูที่ข้างสนาม เมื่อพบเห็นหลี่เปียวและพวกพ้องอยู่ในบริเวณใกล้ ๆ กับสนามทดสอบเขาก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก แต่ไม่ทันที่จะได้เอ่ยพูดคุยกับเสวี่ยิเสวี่ยิก็ดันก้าวขึ้นไปบนเวทีเสียก่อน
"เจี้ยนเฉิน...แกแน่ใจนะว่าเกราะเคลือบที่เอามาจากในคลังจะได้ผล"แม้หลี่เปียวจะเห็นผลจากการทดสอบของผู้ที่ตกรอบก่อนหน้ามาแล้วว่าค่าพลังที่ได้นั้นต่ำเตี้ยติดดินขนาดไหนแต่จากรายงานของนักฆ่าเมื่อหนึ่งเดือนก่อนที่ระบุว่าเสวี่ยิมีพลังโจมตีรุนแรงไม่ต่างจากผู้ฝึกตนระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่4 หลี่เปียวจึงเกิดความไม่มั่นใจขึ้นมา เพราะหากคำกล่าวของนักฆ่าเป็จริงแสดงว่าพลังหมัดของเสวี่ยินั้นจะอยู่ในระดับ 4500 จินทีเดียว
"นายน้อยมั่นใจได้ครับเกราะเคลือบไม่ใช่ของวิเศษทั่วไป และตามการคาดการณ์ของบ่าวหากเ้าเด็กที่ชื่อเสวี่ยิจะผ่านการทดสอบไปได้ มันจำเป็ต้องมีน้ำหนักหมัดไม่ต่ำกว่า6000 จิน "เจี้ยนเฉินเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจ
(ที่เจี้ยนเฉินมั่นใจเช่นนั้นก็เพราะว่าเกราะเคลือบนั้น มีความสามารถในการรับแรงกระแทกที่สูงกว่า 500 จินขี้นไปโดยจะสามารถลดทอนแรงปะทะทางกายภาพได้สูงถึง 11 เท่าของปกติ ซึ่งเจี้ยนเฉินนั้นได้อธิบายคุณสมบัติของมันให้แก่หลี่เปียวฟังไปแล้วแต่เ้าเกราะเคลือบนี้ก็มีข้อเสียคือมันจะไปทำให้ความทนทานสูงสุดของอุปกรณ์ที่ใช้ลดลงไปเช่นศิลาทดสอบในครั้งนี้มีความทนทานสูงสุดที่ 15000 จินเมื่อทำการติดตั้งเกราะเคลือบเข้าไปแล้วความทนทานจะลดลงมากว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาจจะทำให้ศิลาทดสอบมีความทนทานสูงสุดเหลือเพียงแค่ 7500 - 8000 จินเท่านั้น)
"หากเป็เช่นนั้นก็ดี"หลี่เปียวเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเข้มพลางจ้องมองไปยังร่างของเสวี่ยิที่ยืนทำสมาธิอยู่หน้าศิลาทดสอบ
.
.
เสวี่ยิยืนนิ่งอยู่ที่หน้าศิลาทดสอบเขาไม่กล้าประมาทแม้จะรู้ดีว่าตัวเองนั้นมีพลังหมัดสูงเกินกว่า 5000 จินไปแล้วแต่เพราะเห็นผู้ทดสอบหลาย ๆ คนไม่ผ่านการทดสอบ แถมวายร้ายอย่างหลี่เปียวยังนั่งดูการทดสอบอยู่ที่ด้านล่าง ห่างจากเวทีทดสอบที่ 25 ไปไม่ไกลนัก และแม้ว่าจื่อฮุยไม่ได้กล่าวเตือนเสวี่ยิก็พอจะคาดเดาได้ว่า การทดสอบในสนามที่ 25ต้องมีเื่ราวไม่ชอบมาพากล และจะมากน้อยย่อมต้องเกี่ยวข้องกับหลี่เปียวและพวกซึ่งเหตุผลเื่ราวก็คงไม่พ้นจากตัวของเสวี่ยินั่นเอง
"เราจะประมาทไม่ได้"เสวี่ยิเอ่ยพลางกดเท้าซ้ายลงแน่น และใช้ขาขวาสืบเท้าเข้าหาศิลาทดสอบ ก่อนจะยกขึ้นกระทืบลงจนพื้นหินแตกออกพร้อมกับเกิดเสียงดังสนั่น หมัดขวาที่งอหดเข้าอยู่ก่อนพุ่งควงออกไปด้วยท่าหมัดเดี่ยวทะลวงร่าง ทันทีที่หมัดกระแทกเข้ากับศิลาทดสอบเสวี่ยิก็พบว่าผิดท่า หมัดที่แข็งกร้าวของเขา ค่อย ๆ ลดพลังลงไป ราวกับว่าหมัดนั้นซัดเข้าใส่ชั้นผิวที่อ่อนยวบก่อนจังหวะหนึ่งพลังหมัดก็ถูกลดทอนลงไปอย่างมหาศาล ทำให้เมื่อหมัดแกร่งทะลวงผ่านไปถึงศิลาทดสอบน้ำหนักที่ได้ก็แทบจะไม่เหลือหลอ
ตัวเลขบนแป้นทดสอบน้ำหนักหมัดวิ่งไวใน่ต้นก่อนจะชะลอลงอย่างรวดเร็ว
500...
600...
800...
900...
976...
แต่แล้วตัวเลขก็หยุดลงที่976หลี่เปียวระบายลมออกจากปากพร้อมยกมือขึ้นเช็ดปาดเหงื่อที่ไหลซึมออกมาบริเวณหน้าผาก
เจี้ยนเฉินที่มองดูแป้นทดสอบน้ำหนักล้วนปรากฏสีหน้าเหยเก เพราะในตอนแรกนั้นมันคิดว่าเ้านักฆ่าที่หนีเอาตัวรอดล้วนกล่าวความมั่วซั่วเพื่อกลบเกลื่อนเื่ราวความอ่อนด้อยของตัวเองที่จำต้องหลบหนีมาแต่เมื่อมาเห็นพลังหมัดของเสวี่ยิกับตามันก็ถึงกับพูดไม่ออกเพราะจากตัวเลขที่แสดงนั้นเป็ที่ยืนยันได้ว่าน้ำหนักหมัดของเสวี่ยินั้นต้องไปไม่ต่ำกว่า 5000อย่างแน่นอน และที่สำคัญเด็กหนุ่มยังมีระดับฝึกต้นเพียงแค่ลมปราณพื้นฐานขั้นที่ 2เท่านั้น ซึ่งตามความคิดของมันน้ำหนักหมัดของเสวี่ยินั้นเกินกว่าความเข้าใจของมัน
ส่วนจื่อฮุยที่ชมดูอยู่ก็มีสีหน้าโกรธเกรี้ยวเพราะเขามั่นใจแล้วว่าหลี่เปียวต้องใช้ลูกเล่นบางอย่างกับศิลาทดสอบอย่างแน่นอนทำให้จื่อฮุยไม่คิดที่จะนิ่งเฉย รีบจ้ำหายลับตาไปจากเวทีทดสอบที่ 25 มุ่งตรงไปยังผู้าุโของสำนักัฟ้าหมายจะใช้ชื่อเสียงของตระกูลจื่อ ชักนำผู้าุโที่ควบคุมการรับสมัครครั้งนี้ให้มาตรวจสอบยังสนามที่ 25 ในทันที