กรุ๊บ
เพียงชั่วกะพริบตาโจรที่โชคร้ายคนนั้นก็ถูกแมงมุมยักษ์ห้าพิษกัดขาดเป็นสองท่อนเศษเลือดเนื้อและเครื่องในแหลกละเอียดกระจัดกระจายไปทั่ว
ภาพอันโหดร้ายนองเลือดชวนอกสั่นขวัญแขวนยิ่งนัก
แต่กระนั้น ชายหัวโล้น ชายหน้าบาก และเหล่าโจรที่ต้องเห็นเพื่อนตายไร้ที่ฝังต่อหน้าต่อตากลับไร้วี่แววโกรธเคือง
เรื่องเช่นนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกก่อนหน้านี้พวกเขาเคยเผชิญภาพน่ากลัวยิ่งกว่าด้วยซ้ำไป
ชายหัวโล้นผู้นำสงบอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว เขาตะคอกเฉียบขาด“โยนลูกอสนีบาตใส่ปากไอ้เดรัจฉานนั่นเสีย”
“ขอรับ!”
ลูกน้องรับคำ หยิบลูกเหล็กขนาดเท่าตามังกรออกมาทันที
ฟิ้วๆ
ดวงตาของพวกเขาฉายแววมุ่งร้ายต่างคนต่างปาลูกอสนีบาตในมือเข้าปากแมงมุมยักษ์ห้าพิษไป
ด้วยแมงมุมยักษ์ห้าพิษถูกโซ่เหล็กตะขอแหลมแทงอยู่เต็มหลังท้องมันจึงขยับตัวไม่ได้ ไม่อาจหลบลี้ลูกอสนีบาตลูกแล้วลูกเล่าระเบิดที่ข้างปากอันใหญ่โตของมัน
ลูกอสนีบาตเป็นภาชนะบรรจุดินปืนในพื้นที่อันเล็กจ้อยขณะขว้างปามันออกไปแล้วใส่พลังหยวนแท้ไปด้วย มันจะถูกพลังหยวนแท้บีบอัด ดินปืนด้านในจะระเบิดทันที
อานุภาพรวมศูนย์ พกพาสะดวกภาชนะเช่นนี้จึงได้รับความนิยมในหมู่ผู้ไล่ล่าสัตว์ปีศาจยิ่งนัก
ตู้ม!
ปั้ง!
...
เสียงกัมปนาทรุนแรงระเบิดข้างปากแมงมุมยักษ์ห้าพิษ ฝุ่นควันตลบอบอวลประกายไฟกระจายไปทั่วสารทิศ เศษหินกิ่งไม้บนพื้นถูกแรงระเบิดกระเด็นกระดอน
“ปาให้มันแม่นๆ หน่อยสิวะเกิดใครหน้าไหนสะเพร่าทำลายโกมลผลึกกุหลาบโลหิตขึ้นมาพ่อจะแล่เนื้อเถือหนังมันให้ดู”
ชายหัวโล้นบัญชาการพลางคอยเฝ้าระวังโกมลผลึกกุหลาบโลหิตพลาง
ดีที่โกมลผลึกกุหลาบโลหิตยังอยู่ห่างจากแมงมุมยักษ์ห้าพิษผนวกกับพลังของลูกอสนีบาตค่อนข้างรวมศูนย์โกมลผลึกกุหลาบโลหิตจึงไม่ถูกคลื่นโจมตีให้ได้รับความเสียหายอันใด
กี๊ซ
แมงมุมยักษ์ห้าพิษดิ้นรนไม่หยุดเลือดหมึกเขียวหลั่งไหลออกมาจากแผลที่หลังท้อง
หลังถล่มระเบิดเป็นชุด ลูกอสนีบาตของเหล่าโจรก็สำแดงเดช
หมอกควันจางหาย เห็นสภาพแมงมุมยักษ์ห้าพิษ ปากเละไปกว่าครึ่งฟันราวมีดตัดถูกแรงระเบิดถล่มแตกละเอียด ดูช่างเหมือนดอกไม้กินคนที่อ้าปากของเหลวน่าขยะแขยงหลั่งไหลออกมาจากด้านใน
“ฮะๆ ไอ้เดรัจฉานไม่เหลือแม้แต่ปาก ดูซิแกจะยังกัดใครได้”
ชายหัวโล้นหัวเราะชอบใจ ดวงตาเรืองแววมุ่งร้าย
กี๊ซ
แต่มีหรือที่แมงมุมยักษ์ห้าพิษมหาปีศาจขั้นสี่จะล้มได้ง่ายดายแค่นี้
สิ้นเสียงกรีดร้องน่าหวาดหวั่นเห็นตำแหน่งด้านหลังตรงหลังท้องของแมงมุมยักษ์ห้าพิษยุบลงไปเป็นแอ่งแอ่งพลันปรากฏรูขนาดเท่าชามข้าว
พริบตาต่อมา เรื่องอันน่าขนลุกก็บังเกิด
จุดสีดำเล็กๆ ยุบยับไต่ออกมาจากรูนั้นอย่างรวดเร็วหากมองดูให้ละเอียดจะพบว่าจุดสีดำเล็กๆ นั้นคือลูกแมงมุมขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียวตัวแล้วตัวเล่า
ลูกแมงมุมนับพันนับหมื่นเหมือนรังมดยามน้ำท่วม ลูกแมงมุมมหาศาลหลั่งไหลกันออกมาไต่ตามแนวโซ่เหล็กมายังพวกโจรไวราวติดปีกบิน
“เวรแล้ว”
เหล่าโจรหน้าเปลี่ยนสี รีบสะบัดโซ่ในมือทิ้งแล้วถอยกรูด
แต่มีโจรสองคนที่ตอบสนองไม่ทันการลูกแมงมุมนับไม่ถ้วนไต่โซ่เหล็กขึ้นแขนพวกเขา ใช้ฟันอันแหลมคมเล็กจ้อยขย้ำลงไป
ลูกแมงมุมตัวเล็กปานนี้เห็นทีถูกกัดไม่กี่ครั้งก็ไม่เป็นไรอย่างมากก็เจ็บเท่ามดกัด
แต่ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ความเจ็บปวดรุนแรงแล่นพล่านไปยังเส้นประสาทของผู้ถูกกัดมาตรแม้นเป็นเพียงลูกแมงมุมยักษ์ห้าพิษ แต่พิษร้ายของมันก็ยังน่าครั่นคร้าม
ที่น่าหวาดกลัวยิ่งกว่าคือลูกแมงมุมมากมายยิ่งกว่าไต่ร่างของคนทั้งสอง
ไม่กี่วินาที ร่างของโจรทั้งสองก็เต็มไปด้วยลูกแมงมุมจำนวนมหาศาลสิ้นเสียงกรีดร้องโหยหวนถึงขีดสุด เลือดเนื้อทั้งคู่ก็ถูกกัดกินจนสิ้นเค้า
บัดดล กลับหลงเหลือเพียงโครงกระดูก
กี๊ซ
ที่น่าหวั่นยิ่งกว่าคือเมื่อเหล่าโจรปล่อยโซ่ทิ้งแมงมุมยักษ์ห้าพิษที่หลุดพันธนาการก็สามารถเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง
“ลูกพี่ เราถอยก่อนเถอะ!” ชายหน้าบากเอ่ยเสียงเคร่ง
“เฮ้ยๆ กลัวอะไรเล่า? ตายไปสามคนแล้วพวกเราจะไม่ได้ส่วนแบ่งหินผลึกหยวนที่เราแลกกับโกมลผลึกกุหลาบโลหิตเพิ่มอีกคนละก้อนหรือ?”ชายฉกรรจ์หัวโล้นยิ้มประหลาดชั่วร้าย
“อะไรนะ?”
ไม่ทันให้คนที่เหลือตอบสนองอันใด ชายหัวโล้นก็หยิบลูกกลมสีเทาสามลูกออกมา
“อุดจมูกให้หมด”
ว่าจบ ชายหัวโล้นก็ขว้างลูกกลมสีเทาในมือใส่แมงมุมยักษ์ห้าพิษทันที
ปังๆๆ!
เสียงดังสามครั้งติดต่อกันลูกสีเทาสามลูกระเบิดออกเหมือนลูกอสนีบาตก่อนหน้าแต่กลับกระจายหมอกควันสีชมพูออกมาแทน
ทันใดนั้น อากาศอวลกลิ่นหอมประหลาด
ทุกหนทุกแห่งที่หมอกควันสีชมพูผ่านไป ลูกแมงมุมทั้งหลายไม่ขยับเขยื้อนขาดใจตายไปทันใด
ฝ่ายแมงมุมยักษ์ห้าพิษนั้นเล่าโงนเงนเดินต่อไม่ได้ ราวดื่มเหล้าเมามาก็มิปาน
กี๊ซ
ปากใหญ่อันน่าสังเวชของแมงมุมยักษ์ห้าพิษยังขยับไม่หยุดส่งเสียงกรีดร้องเกรี้ยวกราดออกมา แต่เสียงนั้นกลับอ่อนแรงลงมาก
เหล่าโจรอย่างชายหน้าบาก ชายร่างเตี้ย เป็นต้น เบิกตากว้างใบหน้ามีแววยินดีเต็มเปี่ยม
หลังหมอกควันกระจายไป ชายหน้าบากก็อดโพล่งออกมาไม่ได้ “ลูกพี่ นี่มัน?”
“เฮอะ ควันเสน่ห์ที่ทำจากผงผีเสื้อวิญญาณหลุดลอย”ชายหัวโล้นย่ามใจเป็นนักหนา เขาว่าต่อทั้งใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ผงผีเสื้อวิญญาณหลุดลอยกระทั่งสัตว์วิญญาณซึมซับเข้าไปยังแขนขาเป็นอัมพาตชั่วขณะนับประสาอะไรกับมหาปีศาจขั้นสี่”
“ลูกพี่ มีของดีปานนี้ทำไมไม่หยิบออกมาใช้แต่แรกเล่า?” ชายเตี้ยแคระท้วง
“ฮึ ของนี่แพงจะตายชัก ไม่เข้าตาจนจริงข้าก็ไม่อยากใช้”
ชายฉกรรจ์หัวโล้นมองเพื่อนสามคนที่ตายโหงไปแล้วแล้วจึงชี้แมงมุมยักษ์ห้าพิษนั้น“ไปหักขาไอ้เดรัจฉานนั่นมาให้ข้าก่อน อีกหน่อยก็คว้านเอาต่อมพิษมันมาขายได้ราคาดีนัก”
“ได้เลยลูกพี่ แฮะๆ!”
“จำไว้ อย่าฆ่ามัน เกิดมันตายเสียก่อน พิษในต่อมพิษจะด้อยคุณภาพราคาก็ลดลงไปด้วย แล้วก็เอาแก่นสัตว์มันมาด้วย”
“เข้าใจแล้วลูกพี่!”
...
พวกเขารีบปรี่เข้าหาแมงมุมยักษ์ห้าพิษอย่างร้ายกาจผงผีเสื้อวิญญาณหลุดลอยฉกาจจริง แมงมุมยักษ์ห้าพิษที่ไร้สิ้นเรี่ยวแรงก็ไม่ต่างจากเนื้อปลาบนเขียง
ฉู่เหินผู้ซ่อนเร้นอยู่ในมุมมืดมองแมงมุมยักษ์ห้าพิษที่ถูกตัดขาไปแล้วก็อดหรี่ตาไม่ได้
โจรกลุ่มนี้มีลูกไม้ทุกรูปแบบจริงแท้
กระทั่งสัตว์ปีศาจขั้นสี่ยังแล่เนื้อเถือหนังได้
และแล้วชายหัวโล้นก็ตรงไปยังโกมลผลึกกุหลาบโลหิต ฉู่เหินดวงตาวาววับแต่ยามที่จะลงมือนั่นเอง ฉู่เหินก็หยุดลงเสียก่อน เลิกคิ้วแล้วพึมพำด้วยนึกสนุก“เอ๋ มีนกขมิ้นอยู่อีกตัวหรือนี่...”
ฟ้าว!
ยามเหล่าโจรเพิ่งเริ่มงาน อานุภาพผ่าสลาตันก็จู่โจมเข้าหาตามมาด้วยเสียงหัวเราะยั่วเย้าและย่ามใจ
“ฮ่าๆๆๆ ขอบคุณทุกท่านมากที่ช่วยข้ากำจัดแมงมุมยักษ์ห้าพิษตัวนี้ผู้น้อยซาบซึ้งไม่ลืมเลือน”
อะไรกัน?
เพียงได้ยินเสียงนั้น บรรดาโจรก็ตกใจไม่อาจห้าม
ชายหัวโล้น ชายหน้าบาก เป็นต้น กำหมัดแน่นมองไปยังต้นเสียงใบหน้าเคร่งเครียด เห็นร่างเยาว์วัยสามร่างอยู่บนกิ่งของต้นไม้อันสูงใหญ่เทียมฟ้าเบื้องหน้า
คนเหล่านั้นเป็นชายสองหญิงหนึ่ง อายุอานามน่าจะราวสิบเจ็ดสิบแปด
ผู้พูดเมื่อครู่คือชายหนุ่มผู้ยืนอยู่ตรงกลางทั้งสามต่างมีใบหน้าสนุกสนานและยั่วเย้าเต็มเปี่ยม
“เด็กเวรจากไหนกันนี่ ไสหัวไปให้ไกลลูกตาเลยไป” ชายหน้าบากตะคอกรุนแรง
“เหอะๆ ทุกท่านอย่าได้เคร่งเครียดไปเลย พูดจาก็อย่าได้หยาบโลนนักฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย” ชายหนุ่มตรงกลางยกยิ้มมุมปาก ทั่วร่างกระจายรัศมีอันองอาจ
“ฮึ” เด็กสาวหน้าตาดียืนอยู่ข้างซ้ายของเขา คิ้วราวต้นหลิวโค้งโก่งดวงตาโตเปี่ยมน้ำ นางแค่นหัวเราะไม่แยแส “พวกโจรถ่อยชั่วช้าจะมาเสียเวลาเจรจากับพวกมันทำไมเล่า? ฆ่าเสียให้เกลี้ยง”
“ฮะๆ ศิษย์น้องซินเหวินพูดถูกแล้ว”ชายหนุ่มอาภรณ์เขียวข้างขวายกยิ้มเหลาะแหละ
...
“ฮึ รนหาที่!”
ชายหน้าบากโกรธจนไฟลุก พริบตาต่อมา เขาก็โผทะยานขึ้นเปลวรังสีดุร้ายแข็งกร้าวพุ่งเข้าใส่ทั้งสามดาบใหญ่ในมือพันด้วยพลังหยวนแท้เปล่งแสงสุกสกาว
“ตายเสียให้หมด”
“ฮึ!”
บุรุษชุดเขียวขวาสุดหัวเราะเยาะ กระโจนขึ้นมาโผเข้าใส่ว่องไวดุจวาฬเพชฌฆาต ยามเคลื่อนไหว กระบี่งามคมกริบพลันเผยตัวในมือ
ชิ้ง!
แสงกระบี่วาววับทิ่มแทงนัยน์ตา
สิ้นเสียง อากาศธาตุถูกฉีกกระชากนัยน์ตาที่หรี่เล็กของชายหน้าบากปรากฏความแตกตื่นหวาดกลัวสุดชีวิต
“ฮะๆ ไปดีไม่ขอส่ง!” ชายหนุ่มชุดเขียวหัวเราะแผ่วเบา
ฉัวะ
ฝนโลหิตโปรยปราย เครื่องในกระจุยกระจาย
อายกระบี่คมเฉียบผ่าร่างชายหน้าบากเป็นสองท่อนโลหิตแดงฉานร่ายระบำทั่วฟ้าอย่างเหิมเกริม สิ้นใจในบัดดล ไม่มีแม้เสียงกรีดร้อง
“เจ้าสอง!”
“พี่สอง!”
ชายหัวโล้นและชายร่างเตี้ยหน้าเปลี่ยนสีต่างคนต่างโกรธเกรี้ยวและใจหายอย่างที่สุด
สามคนนี้มีที่มาไม่ธรรมดา หาได้ง่ายดายเช่นที่คิดไว้ไม่
“ฮะๆ เพื่อขอบคุณที่ทุกท่านพาพวกข้ามาหาโกมลผลึกกุหลาบโลหิตสำเร็จพวกเราตัดสินใจจะส่งพวกท่านให้ไปดีเสียแต่ตอนนี้...”
………………………..