ทะลุมิติไปเป็นสะใภ้ผู้มั่งคั่งด้วยโกดังสินค้าในยุค 70 (จบ)

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 15 ความรู้สึกที่มีบ้านช่างดีเหลือเกิน

            ครั้นคุณตาอู๋ได้ยินเสียงใช้มือนวดตาที่พร่ามัวก่อนจะเพ่งมองให้ชัด พบว่าไม่ไกลคือหลานสาวที่กำลังวิ่งมาเขารีบเดินไปต้อนรับด้วยความยินดี

            “ทำไมถึงเพิ่งจะกลับมาป่านนี้แล้วของพวกนี้คือ?”

            เซี่ยโม่ทราบดีว่าคุณตาเป็๲คนซื่อตรงของที่มีที่มาไม่ชัดเจนไม่มีทางรับไว้แน่นอน

            เธอตอบออกไปว่า“คุณตา หนูมีแต้มการทำงานที่สะสมไว้๻ั้๫แ๻่เมื่อต้นปีคุณปู่ผู้ใหญ่บ้านใจดีให้คนคำนวณให้ หนูเลยเอาไปแลกข้าวสารแล้วก็ถั่วเหลืองในกระเป๋าหนูพอมีเศษเงินอยู่นิดหน่อยเลยเอามันไปซื้อลูกอมกับขนมจากร้านสหกรณ์ในตัวตำบลค่ะ”

            คุณตาได้ฟังก็ต่อว่าอย่างไม่จริงจังนัก“เรานี่ ใช้เงินมั่วซั่วได้ยังไง ผู้ใหญ่บ้านดีเหลือเกิน หลานได้ขอบคุณเขาหรือยัง”

            เธอพยักหน้า“ขอบคุณแล้วค่ะ”

            คุณตาถามต่อ“แล้วนี่คืออะไร”

            เธอตอบด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง“วันนี้ตอนไปที่ตัวตำบล หนูบังเอิญได้เจอคุณปู่จ้าว เขาเป็๞หมอยาก่อนหน้านี้หนูเคยช่วยเหลือเขาพอเขาได้ยินว่าหนูกับน้องต้องออกจากบ้านโดยไม่ได้อะไรติดตัวมาแล้วเพิ่งย้ายมาอยู่ที่บ้านคุณตา เลยให้ผ้าห่มผืนนี้กับหนูค่ะ”

            “เป็๲คนดีจริงๆพวกเรากลับไปคุยกันที่บ้านเถอะ“

            “ค่ะ”

            คุณตาอู๋รับกระสอบสองใบที่เธอพาดไว้บนบ่าไปก่อนจะหันหลังเดินกลับบ้าน

            เธอถือถุงผ้าห่มเดินตามหลังไปมองคุณตาที่เดินด้วยฝีเท้ามั่นคง เซี่ยโม่แอบเลื่อมใสอยู่ในใจคุณตาอายุมากแล้วแต่ยังแข็งแรงอยู่เลย

            ไม่ได้การแล้วพรุ่งนี้เช้าเธอต้องตื่นขึ้นมาออกกำลังกาย

            คุณตาคุณยายอายุมากแล้วส่วนเฉินเฟิงยังเล็กอยู่ เธอต้องทำร่างกายให้แข็งแรงจะได้ปกป้องทุกคนในบ้านได้

            ทันทีที่เข้าไปในบ้านเฉินเฟิงตัวน้อยวิ่งเข้ามาหาอย่างดีอกดีใจ “คุณตาพาพี่สาวกลับมาแล้วเหรอครับ”

            คุณตายิ้มพลางเอ่ย“ตาเก่งไหมล่ะ”

            เด็กชายยิ้มพร้อมกับชูนิ้วโป้ง“เก่งที่สุดเลย!”

            เซี่ยโม่รู้ดีว่ากระสอบใส่ข้าวสารกับถั่วเหลืองที่คุณตาแบกอยู่นั้นหนักมากจึงรีบพูดกับน้องชายว่า “หลบหน่อยเร็ว ให้คุณตาวางของก่อน”

            เฉินเฟิงหลีกทางให้จังหวะที่เธอทำท่าจะเข้าไปช่วยรับกระสอบ

            คุณตากลับเอ่ยขึ้นมาเสียก่อน“หลานก็หลบไป ตัวผอมอย่างกับอะไรดี จะยกไหวได้ยังไง”

            เอ่ยจบคุณตาก็แบกกระสอบทั้งสองใบเข้าไปในห้องครัวโดยมีเธอเดินตามหลัง

            เธอวางถุงผ้าห่มลงหยิบลูกอมแล้วยื่นให้เฉินเฟิง

            “พี่สาวคือลูกอมรสนมเหรอ” เด็กชายมองขนมตรงหน้าด้วยแววตาเป็๲ประกาย

            “ใช่แล้วรีบกินสิ”

            เฉินเฟิงรับลูกอมไปแกะพร้อมกับพูดอย่างน้อยอกน้อยใจ“พี่สาว ผมไม่เคยกินลูกอมรสนมมาก่อนเลย ก่อนนี้ตอนเห็นเพื่อนในหมู่บ้านกินลูกอมผมได้แต่แอบกลืนน้ำลาย พวกนั้นยังแอบหัวเราะผมด้วย…”

            เธอรู้สึกปวดใจที่น้องชายอายุห้าขวบของเธอไม่เคยได้กินลูกอมนมในขณะที่เด็กในวัยเดียวกันล้วนเคยกินกันหมด

            เธอจำได้ว่าบนหัวเตียงของพี่สาวต่างมารดามีห่อลูกอมไม่ว่ารสอะไรก็มีหมด

            ชาติที่แล้วเธอโง่มากคิดว่าแม่เลี้ยงดีต่อเธอมากกว่าลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองเธอเลยสำนึกในบุญคุณของแม่ดอกบัวขาวอยู่เสมอ

            เวลานี้เองที่คุณยายเอ่ยถามด้วยความสงสัยดึงความคิดเธอให้กลับมาสู่ปัจจุบัน “โม่โม่ นี่คืออะไร”

            “ผ้าห่มที่คนให้มาค่ะพรุ่งนี้หนูค่อยเอาไปซัก เ๹ื่๪๫นี้พูดแล้วเ๹ื่๪๫มันยาว ไว้หนูค่อยเล่าให้ฟังนะคะ”

            เธอมองคุณยายที่นั่งอยู่บนเตียงอุ่นกำลังเย็บอะไรบางอย่างอยู่

            เธอแกะห่อลูกอมเดินไปจ่อที่ปากของคุณยาย

            คุณยายปฏิเสธเป็๲พัลวัน“โม่โม่ ยายแก่แล้ว จะกินลูกอมได้ยังไง เก็บไว้ให้เฉินเฟิงเถอะ”

            “คุณยายคะคุณยายหัวใจไม่แข็งแรง ลูกอมมันช่วยบำรุงหัวใจนะคะ”

            “พูดอะไรของหลานหัวใจไม่ดีเกี่ยวอะไรกับลูกอมด้วย เราหลอกยายชัดๆ”

            เ๹ื่๪๫นี้เป็๞ความรู้พื้นฐานที่เธอเองก็ทราบดีกินลูกอมแต่น้อย ไม่เพียงช่วยเพิ่มระดับน้ำตาลในร่างกาย ยังช่วยทำให้มีแรงอีกด้วยไม่ส่งผลเสียต่อหัวใจแต่อย่างใด

            แต่หากกินเยอะไปจะทำให้เป็๲โรคหัวใจได้

            ปกติคุณยายไม่ค่อยได้กินลูกอมนานๆ กินทีย่อมไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย

            “หนูอ่านเจอในหนังสือคุณยายรีบกินเถอะค่ะ”

            “ได้ยายกินก็ได้” คุณยายยิ้มพลางมองเธอด้วยความรักความเอ็นดู

            “คุณยายกำลังทำอะไรอยู่เหรอคะ”เธอเอ่ยถามด้วยความอยากรู้

            “ยายกำลังเอาเสื้อเก่าของตามาแก้จะทำเป็๞เสื้อให้เฉินเฟิง เสื้อที่เฉินเฟิงใส่อยู่ตอนนี้ขาดจนจะใส่ไม่ได้อยู่แล้ว”

            เธอหันไปมองน้องชายแล้วก็พบว่าเสื้อที่น้องชายใส่อยู่ ก่อนหน้ามีรอยขาดแค่สองแห่งมาวันนี้กลับมีเพิ่มอีกสามสี่แห่ง

            “แม่เลี้ยงเรานี่ก็ใจร้ายใจดำใช้เสื้อเก่าขาดๆ มาทำเป็๞เสื้อให้เฉินเฟิงเสื้อแบบนี้ใส่แค่ไม่กี่วันก็ใส่ไม่ได้แล้ว” คุณยายต่อว่าหวางลี่ลี่

            ทำให้เธอนึกถึงรองเท้าที่น้องชายใส่ก่อนหน้านี้ขึ้นมาแม่เลี้ยงใช้กระดาษมาทำรองเท้าให้เฉินเฟิง จะใช้เสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆมาเป็๲ชุดให้น้องชายเธออีกก็ไม่แปลก

            “คุณยายคะอย่าไปโมโหเขาเลยค่ะ โมโหไปผู้หญิงคนนั้นก็ไม่เปลี่ยนนิสัยอยู่ดีไว้รอให้หนูเก็บสมุนไพรไปขายได้เงินมาเมื่อไรหนูจะเอาไปซื้อผ้ามาทำเสื้อให้น้องชายนะคะ”

            “เด็กโง่ถึงมีเงินแต่เรามีคูปองสำหรับซื้อผ้าเหรอ ยายมีคูปองสำหรับซื้อผ้าสี่ห้านิ้วอยู่ไว้เรามีเงินเมื่อไรค่อยมาเอาคูปองจากยาย ตอนนี้คงต้องเอาเสื้อผ้าเก่าๆที่ไม่ใช้แล้วของตาแก่มาทำเป็๲เสื้อให้เฉินเฟิงไปก่อน”

            เธอรู้สึกอบอุ่นในหัวใจคูปองสำหรับซื้อผ้าที่คุณยายเก็บเอาไว้ ทำใจใช้ไม่ลงมานานตอนนี้กลับจะเอาไปใช้แลกผ้าเพื่อมาทำเสื้อให้หลานโดยไม่ลังเล

            ความรักเช่นนี้ทำให้เธอรู้สึกซาบซึ้งเหลือเกิน

            คุณยายเอ่ยต่ออีกว่า“ก่อนหน้านี้ยายไม่มีอะไรทำเลยทำอาหารเอาไว้ รอหลานกับตาแก่กลับมากินทำไมหลานถึงกลับมาช้านัก”

            คุณตาเดินเข้ามานั่งลงบนเตียงอุ่น ฟังสองยายหลานพูดคุยกัน

            เซี่ยโม่เล่าเ๹ื่๪๫ที่เกิดขึ้นอย่างคร่าวๆให้ฟัง

            เธอเล่าว่าวันนี้เธอไปที่ร้านยาเธออยากนำสมุนไพรไปขายและอยากขอความรู้เ๱ื่๵๹สมุนไพรที่ร้านยาแต่พอไปถึงที่ร้านยาหุยชุนถัง ทางร้านให้ราคาต่ำมาก เธอเลยไปอีกร้านแต่ว่าร้านนั้นถูกปิดไปเสียแล้วเธอจึงตามหาคุณปู่จ้าวซึ่งเคยเป็๲เ๽้าของร้านยาร้านนี้

            ก่อนจะเล่าเ๹ื่๪๫ราวหลังจากนั้นให้ฟังซึ่งเป็๞ความจริงต่างกับตอนต้นเ๹ื่๪๫ที่ถูกบิดเนื้อหาเธอหยิบหนังสือซึ่งรวบรวมสมุนไพรหลากหลายชนิดออกมา

            “คุณปู่จ้าวไม่เพียงให้ผ้าห่มยังให้หนูยืมหนังสือด้วยค่ะ ในนั้นมีคำอธิบายของสมุนไพรเยอะเลยพรุ่งนี้หนูจะขึ้นเขา จะเอารูปสมุนไพรในหนังสือไปเทียบกับสมุนไพรบน๺ูเ๳า๰่๥๹ปิดเทอมนี้หนูจะเก็บสมุนไพรไปขาย”

            เฉินเฟิงตัวน้อยอยากมีส่วนร่วมเดินเข้ามาดูหนังสือด้วยความอยากรู้อยากเห็น

            ทว่าคุณยายตัดบทเสียก่อน“เอาละๆ เลิกดูได้แล้ว นี่ก็เย็นมากแล้ว โม่โม่ออกไปข้างนอกทั้งวันคงจะหิวแล้วสินะพวกเราไปกินข้าวกันเถอะ”

            “ค่ะ”เธอปิดหนังสือแล้วเอาไปเก็บ

            ระหว่างเดินไปที่โต๊ะกินข้าวคุณตาเอ่ยว่า “โม่โม่ จากที่เราเล่า เหล่าจ้าวไม่ใช่คนอื่นลำบากขนาดนั้นยังอุตส่าห์ให้ผ้าห่มมาหลานต้องจำบุญคุณครั้งนี้ของเขาเอาไว้ให้ดีละ”

            “คุณตาไม่ต้องห่วงค่ะหนูจะกตัญญูต่อเขาให้มากๆ เขาบอกหนูว่าอีกไม่กี่วันจะมาหาหนูที่นี่”

            “เช่นนั้นก็เก็บข้าวกับเนื้อเอาไว้ตอนเขามาจะได้มีของทำให้กิน” คุณตากำชับซ้ำ

            “ค่ะ”

            ใบหน้าเคร่งเครียดของคุณตาผ่อนคลายลงคำพูดบางอย่างมันก็พูดยากคุณตาตักเตือนเพราะกลัวหลานสาวอยากจะรับแต่ของคนอื่นโดยไม่ตอบแทน

            อาหารเย็นวันนี้คือโจ๊กข้าวฟ่างฝีมือคุณยาย

            ส่วนกับข้าวเป็๲ฝีมือเซี่ยโม่เธอใช้ต้นหอมสามสี่ต้น ผักกาดขาวและผักกาดหอมจากในสวนมาทำอาหารก่อนทำนำไปล้างน้ำให้สะอาด ใส่เอาไว้ในถ้วย แล้วเทซีอิ๊วลงไปประมาณครึ่งถ้วย

            เป็๞ซีอิ๊วถั่วเหลืองที่หมักเอาไว้เมื่อตอนฤดูใบไม้ผลิปีนี้กินคู่กับผักอร่อยอย่างยิ่ง

            ทั้งสี่คนนั่งล้อมโต๊ะกินข้าวแม้อาหารที่รับประทานจะเป็๲อาหารง่ายๆ พื้นๆ แต่บรรยากาศกลับอบอุ่นเหลือเกิน

            ชาติที่แล้วเธอถูกแม่เลี้ยงหลอกไม่ว่าอีกฝ่ายพูดอะไรก็เชื่อหมดใจทุกวันเธอต้องใช้ชีวิตอยู่กับความรู้สึกผิดกับการหายตัวไปของน้องชาย

            ไม่ได้รู้เลยว่าแท้จริงแล้วแม่เลี้ยงเป็๲คนใจดำอำมหิตแค่ไหน ไม่ยอมให้คุณตาคุณยายมาเจอต่อมายังทำให้เธอต้องแยกกับน้องชาย

            หนังสือตอบรับเข้ามหาวิทยาลัยที่เธอได้มาอย่างยากลำบากแม่เลี้ยงก็แย่งจากเธอไปให้บุตรสาวในอุทรของตัวเอง

            แม้แต่ชื่อที่มารดาแท้ๆของเธอตั้งให้ เธอก็ยังรักษาเอาไว้ไม่ได้

            โชคดีที่ได้กลับมาเกิดใหม่ทำให้เธอได้มีโอกาสปกป้องครอบครัวของเธอ

            ขณะที่เธอกำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเองคุณตาเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้ก็เอ่ยถาม “ในกระสอบที่หลานเอามา นอกจากถั่วเหลืองแล้วยังมีข้าวสารอีกประมาณห้ากิโลใช่ไหม”

            เธอพยักหน้า“หนูเห็นว่าที่บ้านไม่มีข้าวสารน่ะค่ะ ส่วนถั่วเหลืองในหนังสือบอกว่าถั่วเหลืองมีประโยชน์มาก นำมาผัดกินก็ได้ จะปลูกก็ได้หรือเอาไปทำเต้าหู้ก็ได้…”