เซียนกวีท่องโลกวรรณกรรม (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 45 :คำอธิบายที่แท้จริงของเส้นทางวรรณกรรม

    ตอนที่ 45 :คำอธิบายที่แท้จริงของเส้นทางวรรณกรรม

     

    “มิเลว”

     

    หลินอี้เอ่ยปากชื่นชม

     

    มุมปากของหลี่เหวินโป๋กระตุกโค้งขึ้นมาและกล่าวว่า “ใช้ได้ใช่ไหม อย่างไรก็เป็นอันดับสามของสำนักศึกษา กล่าวตามตรงหากมิใช่ข้อตกลงนี้ ข้ามิมีทางเป็นเด็กรับใช้ของเจ้าเป็นแน่ เจ้าคงจะเข้าใจ”

     

    “ข้าเข้าใจแล้ว”

     

    หลินอี้พยักหน้า และกล่าวว่า“ดังนั้นในหนึ่งปีให้หลัง เจ้าก็จะได้รับอิสระกลับมา”

     

    “คำไหนคำนั้น”

     

    หลี่เหวินโป๋ถอนหายใจหลังจากนั้นก็มิได้คุยเรื่องนี้ต่อ

     

    ระยะเวลาหนึ่งปี

     

    สำหรับปัญญาชนอย่างพวกเขาแล้วประเดี๋ยวมันก็ผ่านไปแล้ว

     

    จากนั้นหลินอี้ก็หยิบตำราเล่มหนาขึ้นมาหนึ่งเล่มหน้าปกมีอักษรเขียนว่า ‘คำอธิบายที่แท้จริงของเส้นทางวรรณกรรม’เขาพลิกอ่านอย่างตั้งใจ

     

    นี่คือตำราอธิบายเกี่ยวกับเส้นทางวรรณกรรม

     

    ตั้งแต่ที่จักรพรรดิฟูซีเริ่มเปิดฟ้าจนไปถึงซุ่ยเหรินจุดไฟของเส้นทางวรรณกรรม...และไปถึงผู้บุกเบิกเส้นทางวรรณกรรมก่อตั้งเขตแดนเส้นทางวรรณกรรมทั้งเก้าขึ้นมา

     

    ภายในตำรานี้มีการบันทึกเอาไว้โดยละเอียด

     

    หลินอี้อ่านจนจมดิ่ง

     

    ความเข้าใจเกี่ยวกับเส้นทางวรรณกรรมภายในใจมีมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน

     

    ดั่งที่กล่าวกันว่า

     

    ปัญญาชนเพิ่มพลังพรสวรรค์ให้สูงขึ้นแท้จริงแล้วก็มิได้ต่างจากปัญญาชนในชาติที่แล้วของเขาเท่าไหร่นัก เพิ่มพูนความรู้ก็คือการเพิ่มพลังพรสวรรค์

     

    อ่านตำรา ก็อ่านตำราของปราชญ์

     

    อักขระที่เขียนก็เขียนอักขระของปราชญ์

     

    จุดประสงค์ต่างก็ทำเพื่อยกระดับพลังพรสวรรค์แต่ระดับความเร็วนั้นจะช้าเป็นอย่างมาก

     

    แต่การประพันธ์บทกวีบทความกลับสามารถเพิ่มระดับให้กับพลังพรสวรรค์ได้อย่างรวดเร็วและเพิ่มขึ้นในระดับที่สูงอย่างมาก

     

    ยิ่งบทกวีบทความโดดเด่นเท่าไหร่ก็จะยิ่งเพิ่งระดับพลังพรสวรรค์ให้สูงยิ่งขึ้น

     

    ที่น่าสนใจยิ่งกว่าก็คือ

     

    เหตุใดบทกวีที่มีพลังพรสวรรค์สูงห้าถังจึงเป็นบทกวีบทความที่สูงถึงระดับทะลวงแดนพรสวรรค์และทำให้ปัญญาชนเป็นบ้าเป็นหลังได้กันหรือ

     

    คำอธิบายที่แท้จริงของเส้นทางวรรณกรรมเล่มนี้ก็ได้ให้คำอธิบายไว้เช่นกัน

     

    เหตุผลโดยแต่เดิมก็คือ...บทกวีบทความระดับทะลวงแดนพรสวรรค์นี้ การคัดลอกและถอดคำประพันธ์ทำให้ระดับความเร็วในการเพิ่งพลังพรสวรรค์ สูงขึ้นเสียยิ่งกว่าการอ่านตำราของปราชญ์

     

    เพราะตั้งแต่การกำเนิดของตำราของปราชญ์จนถึงตอนนี้ต่างก็เป็นฉบับคัดลอกจากศิลา มิใช่ผลงานที่แท้จริงการเพิ่มระดับพลังพรสวรรค์จึงน้อยถึงน้อยมาก

     

    แต่บทกวีบทความที่เพิ่งเกิดใหม่ออกจากเตานั้นกลับมีพลังพรสวรรค์ที่สดใหม่ของฟ้าดินแฝงเอาไว้ เทียบเท่ากับการคัดลอกและถอดคำประพันธ์จากผลงานจริง

     

    ส่วนระดับความเร็วนั้นก็ถือว่าเป็นที่รู้ๆ กัน

     

    จนถึงขั้นบทกวีระดับกู่ก้องแดนพรสวรรค์ขึ้นไปจะมีสถิติที่แน่นอนอยู่ และสามารถชำระล้างเหวินกงของปัญญาชนได้

     

    ผู้ที่ผ่านประสบการณ์มาด้วยตนเองโดยทั่วไปจะมีคำอวยพรของเส้นทางวรรณกรรม

     

    คำอวยพรของเส้นทางวรรณกรรมนี้ก็คือเสียงสวรรค์ของเส้นทางวรรณกรรม

     

    และพรสวรรค์ระดับแปดถังบทกวีและบทความระดับพรสวรรค์กู่ก้องจังหวัดชำระล้างเหวินกงของปัญญาชนได้โดยสมบูรณ์ ทั้งยังทำให้ก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว

     

    เพียงแต่ว่า

     

    บทกวีระดับพรสวรรค์กู่ก้องจังหวัดนั้น ในต้าเหยียน... มิได้ปรากฏขึ้นมานับร้อยปีแล้ว

     

    คำอธิบายที่แท้จริงของเส้นทางวรรณกรรมยังมีอีกหนึ่งประโยคกล่าวไว้ว่า ในโลกนี้มีพลังพรสวรรค์ทั้งสิ้นสิบถัง นักปราชญ์ผูกขาดไปแล้วเก้าถังปัญญาชนทั่วไปครอบครองเพียงหนึ่งถัง

     

    ความหมายก็คือพลังพรสวรรค์ระดับเก้าถังคือนักปราชญ์และพลังพรสวรรค์ระดับแปดถังคือกึ่งปราชญ์

     

    และราชวงศ์ต้าเหยียนนอกจากเจ้าสำนักสถานศักดิ์สิทธิ์แคว้นเจิ้นเมื่อร้อยปีก่อนนั้นที่สำเร็จบรรลุเส้นทางวรรณกรรมขั้นสอง ประพันธ์บทความในแคว้นเจิ้นที่มีระดับพรสวรรค์สูงถึงแปดถัง จนได้แต่งตั้งเป็นกึ่งปราชญ์แล้ว

     

    ตั้งแต่นั้นมา

     

    ต้าเหยียนจะมิมีกึ่งปราชญ์อีกเลย

     

    “พลังพรสวรรค์สูงเก้าถังพรสวรรค์กู่ก้องแคว้น... ประชาชนทั่วใต้หล้าทั้งแคว้นนับร้อยล้านคนต่างก็ได้ยินเสียงสวรรค์ของเส้นทางวรรณกรรมนี่คือฤกษ์งามยามดีของการถือกำเนิดนักปราชญ์แสงสีม่วงมุ่งจากทางตะวันออกไปนับแสนลี้ และแผ่ซ่านออกไปสามร้อยรัฐ...”

     

    เมื่อหลินอี้อ่านถึงปรากฏการณ์บนท้องฟ้ายามที่นักปราชญ์ถือกำเนิดก็อดที่จะท่องออกมาไม่ได้

     

    เขาสัมผัสได้ถึงจิตใจวรรณกรรมที่สั่นสะท้าน

     

    ภายในใจได้รับการกระทบกระเทือนครั้งใหญ่

     

    หัวใจของเขาร้อนรุ่มภายในหัวนึกถึงบทกวีขึ้นมาจำนวนมากอย่างรวดเร็ว อยากจะรู้ว่ากวีบทใด...ที่จะสามารถมีระดับพรสวรรค์สูงถึงเก้าถัง

     

    ทันใดนั้นดวงตาของหลินอี้ก็เปล่งประกาย เมื่อนึกถึงบทกวีบทหนึ่งขึ้นมาได้

     

    แต่ต่อจากนั้น

     

    “ซี๊ด”

     

    ทันทีที่เขานึกถึงกวีบทหนึ่งขึ้นมาได้ก็รู้สึกปวดศีรษะอย่างรุนแรง ราวกับมีกระบี่เล่มหนึ่ง ต้องการจะฉีกจิตวิญญาณของเขา

     

    กระแสพลังห้าวหลานเจิ้งชี่สายหนึ่งพุ่งออกมาจากภายในร่างของเขาอย่างห้ามไม่อยู่

     

    “หลินอี้”

     

    หลี่เหวินโป๋รู้สึกงงงวยจึงตะโกนขึ้นมาเบาๆ

     

    ช่วงเวลาต่อมา

     

    เขามองเห็นหลินอี้ถูกปกคลุมด้วยพลังห้าวหลานเจิ้งชี่แสงสีทองแสบตา เขารีบยกมือขึ้นบัง

     

    แต่ในช่วงที่พร่ามัวราวกับเขาได้เห็นเงาร่างของไม้บรรทัดขึ้นมา

     

    “ตาของข้า”

     

    หลี่เหวินโป๋เพียงแต่เหลือบมองสองตาก็แดงขึ้นมาในพลัน จนทำให้น้ำตาไหลออกมา

     

    โชคดี

     

    หลินอี้หยุดการระลึกความทรงจำถึงกวีบทนั้นได้ทันกาลพลังห้าวหลานเจิ้งชี่ก็ถูกเก็บเข้าไปในชั่วพริบตาภายในห้องกลับมาเป็นดังเดิมอีกคราว

     

    เขาหอบหายใจยกใหญ่

     

    หลังจากนั้นหันหน้ามองไปทางหลี่เหวินโป๋แต่ก็ต้องชะงักนิ่งในพลัน และกล่าวว่า “เจ้าร้องไห้ทำไม”

     

    “???”  (`Д´*)

     

    หลี่เหวินโป๋ตะลึงงัน

     

    นี่ข้าร้องไห้หรือ

     

    หากมิมีเรื่องอันใด เจ้าก็อย่าปล่อยพลังห้าวหลานเจิ้งชี่ของเจ้าออกมาพร่ำเพรื่อได้หรือไม่

     

    หลี่เหวินโป๋มิสามารถกล่าวว่าเป็นเพราะพลังห้าวหลานเจิ้งชี่ได้มันน่าอับอายเกินไป จึงเอ่ยอ้างว่า “ทรายเข้าตาเฉย ๆ มิได้เป็นอันใด”

     

    “มิมีเรื่องอันใดแล้วข้าขอกลับห้องก่อน...”

     

    ดวงตาของหลี่เหวินโป๋ดูทรมานเป็นอย่างยิ่งเขาจึงจะกลับไปพักฟื้นที่ห้องเสียหน่อย

     

    “ไปเถอะ”

     

    หลินอี้พยักหน้า

     

    ยามที่อ่านตำราด้านข้างนั้นก็มีคนคอยเฝ้ามองอยู่ มันทำให้เขาขัดเขินเล็กน้อย

     

    หลี่เหวินโป๋ที่เตรียมจะออกไปแต่ภายหลังราวกับเขานึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหันมองไปทางหลินอี้และกล่าวว่า“สมบัติวรรณกรรมชั้นดวงเดือนของข้า จะให้เจ้ายืมใช้ก่อนแล้วกันพลังพรสวรรค์ของเจ้าน้อยเกินไป ต้องบำเพ็ญเพื่อเพิ่มระดับพลังสวรรค์อีกมากมิฉะนั้นก็มิมีทางฝึกฝนวิชาวรรณกรรมได้เช่นกัน”

     

    เขานำอุปกรณ์การเขียนออกมาจากหีบและเรียงรายแต่ละชิ้นลงบนโต๊ะ

     

    ด้วยระดับผู้เบิกเนตรขั้นเก้าของหลินอี้ในตอนนี้หลี่เหวินโป๋รู้สึกต่ำต้อยอย่างมาก ที่มาเป็นเด็กรับใช้ให้เขา

     

    จึงหวังอยากให้หลินอี้เพิ่มระดับขึ้นมาโดยเร็ว

     

    เพื่อที่เขาจะมิต้องถูกหัวเราะเยาะ

     

    หลินอี้วางตำราลงมองไปทางหลี่เหวินโป๋และกล่าวว่า “มิจำเป็น ข้ามีแล้ว”

     

    “มีแล้วหรือ”

     

    หลี่เหวินโป๋ชะงักไปชั่วครู่หันมองไปทางโต๊ะอักษรกลางห้อง ก็ได้เห็นอุปกรณ์การเขียนเหล่านั้น

     

    แต่เขาส่ายหน้าพร้อมหัวเราะก่อนจะกล่าวว่า “เจ้ามิเข้าใจ อุปกรณ์การเขียนทั่วไปมีผลต่อการเพิ่มระดับพลังพรสวรรค์น้อยอย่างมาก ด้วยความช่วยเหลือจากสมบัติวรรณกรรมชั้นดวงเดือนของข้าระดับความเร็วของมันมิใช่น้อย ๆ เลย”

     

    “ข้าช่วยเจ้าเก็บแล้วกันการเปลี่ยนเป็นของข้าคือสิ่งที่ถูกต้อง”

     

    หลี่เหวินโป๋เดินเข้าไปมิรอจนหลินอี้อธิบายจบ ก็เตรียมจะกวาดสมบัติวรรณกรรมหมาป่าน้ำเงินนั้นออกไปอีกทาง

     

    แต่ทันทีที่มือของเขาสัมผัสกับพู่กันหมาป่าน้ำเงินกลับพบว่าไม่ว่าอย่างไรก็ยกไม่ขึ้น

     

    “หือ”

     

    หลี่เหวินโป๋ชะงักไปชั่วครู่เขาสงสัยว่าพู่กันนี้ถูกยึดติดเป็นชิ้นส่วนของโต๊ะแล้วหรือไม่

     

    จึงออกแรงกระชากมัน

     

    ครึก

     

    นิ้วโป้งของหลี่เหวินโป๋ส่งเสียงลั่นขึ้นมาในพลัน

     

    “บ้าเอ้ย”

     

    เขาอดที่จะสบถออกมาไม่ได้ใบหน้าแดงก่ำในชั่วพริบตา เจ็บจนใบหน้าบิดเบี้ยว แล้วกล่าวว่า “มือของข้า...”

     

    เล็บฉีกหมดแล้ว

     

    หลินอี้ที่จมอยู่กับตำราเพิ่งจะสังเกตเห็นสภาพของหลี่เหวินโป๋ จึงรีบเดินเข้ามาและกล่าวว่า “ดั่งที่มีคำกล่าวในตำราอธิบายของสมบัติวรรณกรรมหลังจากที่สมบัติวรรณกรรมยอมรับเจ้าของแล้ว ผู้อื่นจะไม่สามารถยกขึ้นมาได้มันจะมีน้ำหนักมาก เจ้าประมาทเกินไปแล้ว”

     

    “สมบัติวรรณกรรมอะไรสมบัติวรรณกรรมชั้นดวงเดือนสามชุดในสำนักศึกษา มีข้าเฉินห้าวหลานและฟางฉิงเสวี่ยสามคนคนละชุดแล้วยังมีชุดที่สี่ด้วยรึ”

     

    หลี่เหวินโป๋บีบนิ้วโป้งเอาไว้แน่นและกล่าวว่า "นอกจากนี้สมบัติวรรณกรรมที่ยอมรับเจ้าของอย่างน้อยก็ต้องสมบัติวรรณกรรมชั้นพิภพเช่นกัน เจ้าคิดว่านี่คือสมบัติวรรณกรรม...ของ... ของสถานศักดิ์สิทธิ์แคว้นเจิ้นหรือ"

     

    เสียงของหลี่เหวินโป๋เบาลงเรื่อย ๆ

     

    ทันใดนั้นเขาเพิ่งจะตระหนักถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้และหันหน้ามองไปทางสมบัติวรรณกรรมหมาป่าน้ำเงินที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ

     

    ดวงตาถลึงโต

     

    ซี๊ด !

     

    หลี่เหวินโป๋มองอย่างใคร่ครวญ และอดที่จะสูดลมหายใจเข้าไปไม่ได้ใบหน้าเขียวคล้ำ และเอ่ยเสียงสั่นว่า “พู่กัน... พู่กันหมาป่าน้ำเงินหรือ”

     

    “ไม่...ยังมีแท่นฝนหมึกหมาป่าน้ำเงิน...”

     

    “น้ำหมึกหมาป่าน้ำเงินรึ”

     

    หลี่เหวินโป๋รู้สึกชาไปทั้งกาย จิตวิญญาณทะยานจากฝ่าเท้าขึ้นสู่ฟ้าขนลุกขนชัน ชี้ไปทางหลินอี้ และกล่าวอย่างอึกอักว่า

     

     “เจ้า เจ้า เจ้า...”

     

    คล้ายกับเรื่องเซียนกวีท่องโลกวรรณกรรม (นิยายแปล) **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912