“หมอแน่ใจแล้วหรือคะ?
นายแพทย์พยักหน้ารับเศร้าๆเสื้อคลุมสีเขียวแบบฟอร์มของห้องผ่าตัดยังสะอาดเอี่ยมเขาไม่ได้อยู่ในห้องผ่าตัดนานจนชุ่มเหงื่อ
“ผมเสียใจด้วยจริงๆครับมิสซิสแลงคาสเตอร์ มันลุกลามขยายใหญ่เร็วมาก”
“แล้วหมอทำอะไรไม่ได้เลยหรือคะ?”
“ก็คงทำได้แค่ช่วยบรรเทาอาการปวดให้มากเท่าที่จะทำได้ช่วยให้เขาสบายมากที่สุดเท่านั้นละครับ” เขาเอื้อมมาแตะแขนเธอเบาๆก่อนจะเลื่อนสายตามองไปทางผู้ชายคนที่ยืนอยู่เคียงข้าง พูดด้วยเสียงเน้นหนักว่า “ผมคิดว่าเขามีเวลาไม่มากนักนะครับ อย่างมากก็อีกแค่ 2-3 อาทิตย์เท่านั้น”
“ฉันเข้าใจค่ะ”เธอซับน้ำตาด้วยทิชชูที่ชื้น
นายแพทย์รู้สึกเห็นใจเธอยิ่งนักถ้าญาติผู้ป่วยต้อนรับข่าวร้ายด้วยการแสดงออกอย่างรุนแรงเขาแน่ใจว่าสามารถรักษาสถานการณ์ได้ แต่การยอมรับข่าวร้ายของเธอด้วยอาการเงียบงันสลดเศร้า มันทำให้เขาบังเกิดความรู้สึกละล้าละลังอย่างไรบอกไม่ถูก
“ถ้าเขาได้มาตรวจร่างกายเร็วกว่านี้บางที...”
ยิ้มที่ฉาบขึ้นบนใบหน้าของเธอในยามนี้เปี่ยมด้วยแววเศร้า
“ซึ่งเขาก็ไม่ได้ทำ...อันที่จริงฉันถึงกับลงทุนขอร้องให้เขามาพบหมอตอนที่เขามีอาการปวดท้องรุนแรงซึ่งมันทรมานเขาอย่างมาก แต่เขาก็ยืนยันว่าไม่ได้เป็อะไรมากนอกจากอาหารไม่ย่อยเท่านั้น”
“เราทุกคนรู้ดีครับ...ว่ารอสโคหัวดื้อขนาดไหน” แกรงเกอร์ ฮอพกินส์ผู้ชายคนที่มากับเธอ จับมือแคโรไลน์ขึ้นคล้องไว้กับแขนเขาอย่างนุ่มนวล “หมอพออนุญาตให้เธอเข้าเยี่ยมได้ไหมครับ?”
“เห็นจะต้องรออีกสัก2-3 ชั่วโมง ผมว่าตอนนี้คุณกลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อนดีกว่านะครับตอนนี้เขายังไม่ฟื้นจากยาสลบ”
แคโรไลน์พยักหน้าอย่างเห็นด้วยก่อนจะปล่อยให้แกรงเกอร์ ผู้เป็ทั้งทนายความและเพื่อนสนิท พาเธอเดินไปที่ลิฟต์ต่างยืนรออยู่ด้วยกันเงียบๆ สำหรับเธอราวตกอยู่ในภวังค์แต่ไม่ได้แปลกใจกับข่าวที่ได้รับทั้งนี้เพราะชีวิตของเธอไม่เคยโรยด้วยดอกกุหลาบหรือปราศจากความสับสนยุ่งยากเลยสักครั้งเธอไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมจึงหวังว่าสาเหตุของการเจ็บป่วยจนทำให้รอสโคถึงกับต้องรับการผ่าตัดครั้งนี้เป็เพียงแค่แผลในกระเพาะอาหารเท่า นั้น...?
“คุณไม่เป็ไรใช่ไหม?”แกรงเกอร์ถามอ่อนโยน ทันทีที่ประตูลิฟต์ปิดลงเมื่อเขาและเธอปลอดจากสายตาผู้อื่นแล้ว...
“ก็พอสมควร...สำหรับผู้หญิงที่รู้ว่าสามีจะตาย...ในอีกไม่นานนี้แล้ว” เธอตอบเสียงแหบพร่า
“ผมเสียใจด้วยจริงๆ”
เธอเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เขายิ้มเศร้าที่ทำให้หัวใจของแกรงเกอร์และใครก็ตามที่ได้พบเห็นต้องหลอมละลายลงยิ้มที่ประทับใจผู้คนไม่ว่าจะหญิงหรือชายเสมอมา
“ฉันทราบดีค่ะแกรงเกอร์ว่าคุณรู้สึกยังงั้นจริงๆฉันคงอธิบายได้ไม่หมดหรอกนะคะว่าฉันดีใจมากแค่ไหนที่มีคุณเป็เพื่อนโดยเฉพาะในยามนี้”
ทั้งสองเดินตัดล็อบบี้ของโรงพยาบาลทั้งเ้าหน้าที่และญาติคนไข้รายอื่นๆต่างมองมายังแคโรไลน์ก่อนจะหลบตาลงอย่างรวดเร็วซึ่งแสดงให้เห็นว่าทุกคนต่างรู้ข่าวกันแล้วทั้งนั้นในเมืองเล็กๆอย่างวินสตันวิลล์นี้ เมื่อบุคคลแถวหน้ากำลังจะตายข่าวย่อมแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วมาก
แกรงเกอร์พาแคโรไลน์มาส่งที่รถช่วยเปิดประตูให้เธอเลื่อนร่างเข้าไปนั่งในที่คนขับแต่ยังไม่ติดเครื่องสีหน้าของเธอในยามนี้บอกให้รู้ว่ากำลังตกอยู่ในภวังค์แห่งความคิดประสมกับความกังวลและสลดเศร้ามันมีอะไรหลายสิ่งหลายอย่างที่จะต้องรีบทำ แต่เธอไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหน
“ริงค์ควรจะได้รับการแจ้งให้ทราบ...”
ชื่อนั้นเสียดแทรกผ่านเข้าไปในดวงความคิดราวแท่งน้ำแข็งคมปลาบเย็นเยียบ มันกระแทกเข้าตรงอวัยวะที่สำคัญที่สุดของร่างกายมันกึกก้องอยู่ในโสตประสาทความรานร้าวที่บังเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันแทบจะทำให้เธอกลายเป็อัมพาตไปในบัดดล
“แคโรไลน์คุณได้ยินที่ผมพูดหรือเปล่า...ผมบอกว่า”
“ฉันได้ยิน...”
“ก่อนจะเข้าห้องผ่าตัดรอสโคให้ผมสัญญาว่า ถ้าผลการตรวจออกมาไม่ดี ผมจะต้องรีบติดต่อริงค์ทันที”
...ดวงตาคู่สีเทาควันเพ่งตรงเข้าไปในดวงตาของทนายความ
“เขาขอให้คุณติดต่อริงค์ด้วยหรือคะ?”
“ใช่เขาเน้นเื่นี้เลยล่ะ”
“ฉันออกจะแปลกใจนะคะ...คือ... ฉันคิดเอาเองว่าเื่ที่สองคนนี้เป็ปากเสียงกันอย่างรุนแรงมันจะทำให้ต่อไม่ติดเสียอีก”
“ขณะนี้รอสโคกำลังจะตายนะแคโรไลน์ผมว่าเขารู้ั้แ่ตอนที่เดินเข้าโรงพยาบาลแล้วละว่าเขาจะไม่มีโอกาสกลับออกมาอีกเพราะฉะนั้น เป็ธรรมดาที่เขาจะต้องอยากเห็นหน้าลูกชายก่อนตาย”
“สองคนพ่อลูกนี้ไม่เคยพบปะพูดจากันมาตั้งสิบห้าปีแล้วนะคะแกรงเกอร์ ฉันไม่แน่ใจเลยว่าริงค์จะยอมกลับมาหรือเปล่า”
“เขาจะต้องมาถ้าเขารู้ว่าสถานการณ์มันกำลังเลวร้ายขนาดไหน”
เช่นนั้นรึ...? โอ...พระเ้า... เขาจะต้องมาจริงๆ หรือนี่...?เธอจะยังได้พบเขาอีกครั้งแล้วใช่ไหม...? ถ้าพบกันจริงๆเธอจะรู้สึกเช่นไรหนอ...? เวลานี้รูปร่างหน้าตาเขาเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน...?เหตุการณ์ต่างๆ มันเกิดมานานมากแล้ว...นานถึงสิบสองปีทีเดียวมือที่ชื้นเหงื่อเกาะกุมพวงมาลัยรถลินคอล์นไว้แน่น
“ไม่ต้องวิตกให้มากเกินไปนักหรอก”แกรงเกอร์พอจะเดาความรู้สึกของเธอในยามนี้ออก “ในเมื่อคุณเองก็ไม่เคยรู้จักริงค์เพราะฉะนั้นผมจะรับหน้าที่เป็ผู้ติดต่อเขาให้เอง”
แคโรไลน์ไม่คิดจะแก้ความเข้าใจผิดของแกรงเกอร์ที่ว่าเธอไม่รู้จักริงค์ที่เป็เช่นนี้ก็เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขานั้นถูกเก็บเป็ความลับมาตลอดเวลา 12 ปี ซึ่งเธอไม่คิดจะนำมาเปิดเผยตอนนี้เธอแตะหลังมือเขาพร้อมกับบอกว่า
“ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างนะคะแกรงเกอร์”
ใบหน้าของบุรุษผู้เป็ทนายความเหมือนสุนัขพันธุ์แบสซิทพวงแก้มสองข้างห้อยย้อยเหมือนถุงหนัง ไม่น่าเชื่อเลยว่า เมื่อเธอจูบเขาเบาๆ นั้นใบหน้าของเขาแดงก่ำไม่ต่างกว่าเด็กหนุ่ม เขาเป็คนหลังค่อมเล็กน้อยเดินเหินค่อนข้างช้าพูดจาเสียงเบาและมีน้ำใจอย่างยิ่งทว่ารูปลักษณ์ภายนอกของเขาเป็เพียงสิ่งตบตา ทั้งนี้เพราะเื้ัรูปร่างหน้าตาที่เกือบอัปลักษณ์คือสติปัญญาอันเลอเลิศ และจิตใจที่เปี่ยมด้วยความซื่อสัตย์
“ผมยินดีช่วยครับถ้าสามารถทำได้มีอะไรจะให้ผมทำอีกไหมละครับ?”
เธอส่ายหน้าปฏิเสธรู้สึกโล่งใจไม่น้อยที่เขารับอาสาจะเป็ผู้ติดต่อริงค์เสียเอง เธอจะกล้ารับหน้าที่นั้นได้อย่างไร...?
“ฉันจะเป็คนบอกลอร่าเจนเอง...” หยาดน้ำใสเอ่อท้นขึ้นในดวงตาคู่สีเทา “มันไม่ใช่เื่ง่ายเลย”
“ผมคิดว่าคุณสามารถจัดการเื่นี้ได้ดีกว่าใคร”เขาตบหลังมือเธอเบาๆ ก่อนจะถอยออกห่างออกมา “ผมจะโทรศัพท์ไปหาคุณบ่ายวันนี้ก็แล้วกันนะครับถ้าคุณอยากกลับไปโรงพยาบาลตอนไหน ผมจะขับรถไปให้เอง”
เธอเพียงพยักหน้ารับสตาร์ทและขับออกไปยังท้องถนนที่คลาคล่ำด้วยยวดยานพาหนะการผ่าตัดรอสโคมีกำหนดตอนเช้าตรู่ของวันนั้นเมื่อมาถึง่เวลานี้ผู้คนล้วนแต่วุ่นวายอยู่กับธุรกิจอันเป็กิจวัตรประจำวันของตนโดยหารู้ไม่ว่า บัดนี้มันเป็อีกครั้งหนึ่งที่โลกของแคโรไลน์แลงคาสเตอร์ถูกพลิกจนกลับหัวกลับหางไปแล้ว
บุรุษที่ในตอนแรกเป็นายจ้างและต่อมาเป็สามีของเธอกำลังจะตาย อนาคตที่พอจะมองเห็นอยู่ว่ามั่นคงเริ่มสั่นคลอนและมีเค้าว่าจะรุนแรงยิ่งขึ้น การตายของรอสโคมิได้หมายความเพียงแค่การสูญเสียบุคคลสำคัญคนหนึ่งในชีวิตไปเท่านั้นแต่มันยังหมายถึงการสูญเสียเสาหลักในชีวิตอีกด้วย
เธอขับผ่านแลงคาสเตอร์ยิน ทุกคนกำลังเร่งมืออยู่ในโรงปั่นฝ้าย...หัวหน้าคนงานควรจะได้รับรู้อาการของรอสโคโดยเร็วซึ่งเื่นี้ย่อมจะต้องเป็หน้าที่ของเธออยู่แล้วเพราะเธอทำงานแทนรอสโคมาโดยตลอดนับแต่วันที่สุขภาพไม่อำนวยให้เขาออกมาบริหารงานด้วยตนเองได้หัวหน้าคนงานจะเป็ผู้บอกข่าวนี้ต่อไปยังพวกคนงานทั้งหลายและอีกไม่นานคนทั้งเมืองก็จะได้รับรู้ข่าวที่ว่า รอสโค แลงคาสเตอร์ กำลังจะตาย...!
ตอนที่แคโรไลน์ดอว์สัน... แต่งงานกับรอสโคแลงคาสเตอร์ ซึ่งมีอายุแก่กว่าเธอถึงสามสิบปีมันเป็ข่าวซุบซิบนินทาจนอื้ออึงไปทั่ว พวกชาวเมืองต่างพูดเป็เสียงเดียวกันว่าแม่สาวตระกูลดอว์สันคนนี้พยายามยกฐานะของตนเองในชั่วข้ามคืน จู่ๆเ้าหล่อนก็ลุกขึ้นมาขับลินคอล์นคันใหม่เอี่ยม ชอบแต่งตัวฟิตอย่างกับจะฆ่าตัวตายไม่ว่าจะในโอกาสไหนก็ตาม...ให้ตายสิ... นี่หล่อนคิดว่าตัวเองเป็ใครกันแน่?ใครๆเขาก็จำกันได้ทั้งนั้นว่าครั้งหนึ่งเ้าหล่อนแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าปอนขนาดไหนแถมหลังจากโรงเรียนเลิกยังต้องไปทำงานที่ร้านวูลเวิร์ธอีกด้วย แหม...แต่พอวันนี้ได้เป็คุณนายรอสโค แลงคาสเตอร์เพราะแต่งงานกับเศรษฐีขึ้นมาหน่อยทำเป็เดินเชิดหน้าไม่เห็นหัวคน...!
จริงๆ ก็คือแคโรไลน์พยายามหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับผู้คนเพราะไม่อาจทนสายตาที่เพ่งเล็งอย่างจับผิดได้ สายตาของคนเ่าั้เหมือนจะถามว่าเธอใช้เล่ห์เสน่ห์ร้ายขนาดไหน ถึงท่าให้รอสโคตัดสินใจแต่งงานกับเธอได้หลังจากที่ตกพุ่มม่ายมาเป็เวลานานหลายปี...?
แต่หลังจากเวลาผ่านไปไม่นานก็ผู้คนกลุ่มเดิมนั่นเองที่เข้ามาแสดงความเคารพต่อเธอ... แคโรไลน์หลับตาลงรู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ขณะทบทวนเื่ราวอยู่