บทที่ 3 เงินทั้งหมดผมให้คุณ
หลังโทรศัพท์เสร็จ ลู่อวี้ก็รีบกลับบ้าน
แต่พอเปิดประตู เขาไม่เห็นใครในห้องนั่งเล่น เลยรีบผลักประตูห้องนอนเข้าไปด้วยความร้อนใจ พบว่าเจียงเยว่นอนหลับอยู่บนเตียงแล้ว
เขามองเธอที่นอนหลับอยู่บนเตียง มองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อจริง ๆ
่ที่ผ่านมาเขาโทรไปหาเธอ แต่เธอไม่รับสาย แถมก่อนจะจากไปเธอยังพูดเื่หย่ากับเขาอีก แน่นอนว่าเขาไม่เห็นด้วย
ท่าทางตอนเธอหลับน่ารักเหมือนกระต่ายตัวน้อยไม่มีผิด
เจียงเยว่ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงนาฬิกาปลุก
พอลืมตาก็หันมองไปรอบ ๆ ห้อง แต่กลับเห็นเพียงห้องว่างเปล่า
เมื่อคืนลู่อวี้ไม่ได้กลับมาเหรอ?
เธอรีบลุกขึ้น เปิดประตู แล้วเดินออกมาจากห้อง แต่เดินได้ไม่กี่ก้าวก็ชนเข้ากับบางอย่าง
เจียงเยว่ชนเข้ากับอกของลู่อวี้
“เจ็บหรือเปล่า?”
ลู่อวี้ไม่คิดว่าเจียงเยว่จะวิ่งออกมาเหมือนลูกะุปืนใหญ่และชนเข้าใส่เขา
เห็นสายตาห่วงใยของลู่อวี้ เจียงเยว่ไม่รู้ว่าเอาความกล้ามาจากไหน
เธอยื่นมือไปคล้องคอเขา ก่อนจะเขย่งปลายเท้าขึ้น แล้วจูบเขาเบา ๆ
ลู่อวี้สะท้านไปทั้งตัว ราวกับถูกฟ้าผ่า
ภรรยาจูบเขา!
ลู่อวี้ก้มหน้ามองเจียงเยว่
เธอก้มหน้าลงด้วยความเขินอายราวกับ้าหลบหนี เขาเลยรีบโอบเอวเธอไว้
ก่อนจะก้มหน้าเข้าไปใกล้ เธอเขินอายแต่ไม่ได้หลบเลี่ยง เขาจึงแตะริมฝีปากเข้ากับริมฝีปากนุ่มของเธอ พอเธอไม่ผลักออก ก็เริ่มจูบลึกซึ้งขึ้น
จูบของเขาเต็มไปด้วยความโหยหาและรุนแรง ภายใต้การรุกเร้าหนักหน่วง เจียงเยว่หายใจไม่ทันจนสมองมึนงง
ลู่อวี้เหมือนรับรู้ เขาผละออกเล็กน้อย แล้วมองใบหน้าเจียงเยว่ พอเห็นเธอหน้าแดงก่ำ เขาก็ยิ่งตื่นเต้น
ภรรยาจูบเขาก่อน แสดงว่าเธอไม่ได้รังเกียจเขาแล้ว…ใช่ไหม?
“ภรรยาครับ”
น้ำเสียงอ่อนโยนติดจะแหบของลู่อวี้เรียกเจียงเยว่
พอได้ยินลู่อวี้เรียกเธอว่าภรรยาอีกครั้ง หัวใจของเจียงเยว่พลันเต้นแรง
ตอนเกิดะเิ เขาพุ่งเข้ามาปกป้องเธอโดยไม่ห่วงชีวิต และตอนนั้นเขาก็เรียกเธอว่าภรรยาเหมือนกัน
“อือ”
ลู่อวี้ชะงัก เขาไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม ภรรยาตอบรับเขา
“ภรรยา”
ลู่อวี้ตื่นเต้นจนต้องกอดเจียงเยว่เอาไว้
“อื้ม”
คราวนี้เสียงของเธอหนักแน่นกว่าเดิม
ลู่อวี้กอดเจียงเยว่แน่น ตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนชนะการแข่งขันได้ที่หนึ่งเสียอีก
“ปล่อยฉันได้แล้ว ฉันหายใจไม่ออก” เสียงหวานของเจียงเยว่ดังขึ้นข้างหูเขา
ลู่อวี้รีบปล่อยมือ
“ขอโทษครับ”
เขามองสำรวจเธอขึ้นลงด้วยความเป็ห่วง
พอเห็นท่าทางกังวลของเขา เธอก็หัวเราะออกมา
เมื่อก่อนเธอช่างโง่เขลา ดันหลงเชื่อคำลวงของฉินเซียงและคนอื่น ๆ ทิ้งคนดี ๆ อย่างเขาไป
“สายแล้ว คุณรีบไปทำงานเถอะ”
“ผมซื้ออาหารเช้ามาให้คุณแล้ว กินก่อนนะ ถ้าเบื่อก็ลองไปเดินเล่นในเมือง นี่เงินเดือนของผมสองสามเดือนมานี้ ผมให้คุณทั้งหมดเลย”
ลู่อวี้ควักเงินสดกับพวกตั๋วออกมาจากกระเป๋า ก่อนจะยัดใส่มือเจียงเยว่
เจียงเยว่มองเงินและตั๋วจำนวนมากในมือ เธอพยักหน้ารับ
“ค่ะ”
พอเจียงเยว่ตอบตกลง ลู่อวี้ยินดีมาก เขาลูบปรอยผมบนหน้าผากของเธอเบา ๆ แล้วพูดว่า
“ตอนเที่ยงผมจะซื้ออาหารกลับมาให้นะ”
เจียงเยว่พยักหน้าอย่างว่าง่าย
พอเห็นเธอตอบรับ ลู่อวี้ถึงยอมก้าวไปที่ประตู แต่ก่อนจะเปิดประตู ก็อดหันกลับมามองเจียงเยว่อย่างลึกซึ้งไม่ได้
เจียงเยว่โบกมือให้เขา
ลู่อวี้ยิ้มกว้าง ดวงตาเป็ประกายสดใส
หลังจากลู่อวี้ออกไป เจียงเยว่ก็เดินไปที่ห้องนั่งเล่น
เมื่อมองไปที่โต๊ะก็เห็นซาลาเปาสองลูกกับก๋วยเตี๋ยวหนึ่งชามวางอยู่
เจียงเยว่กินอาหารเช้า พอกินเสร็จเธอก็เก็บโต๊ะเรียบร้อย วางเงินและตั๋วที่ลู่อวี้ให้เธอบนโต๊ะ
มีเงินมากกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบหยวน ส่วนตั๋วมีทั้งตั๋วซื้ออาหาร ตั๋วซื้อเนื้อสัตว์ ตั๋วเสื้อผ้า และอื่น ๆ รวมแล้วมีมากกว่าสิบใบ
เธอจำได้ว่าตอนนั้นเงินเดือนของลู่อวี้อยู่ที่ราว ๆ สามสิบหยวนนิด ๆ หมายความว่า ในมือเธอเป็เงินเดือนของเขาสามถึงสี่เดือน
พอมองบ้านที่ว่างเปล่า เจียงเยว่ก็ตัดสินใจจะไปซื้อของมาทำอาหาร
ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป เธอจะทำอาหารให้ลู่อวี้กินเอง
ก่อนหน้านี้พวกเขากินอาหารที่โรงอาหารตลอด และเพราะเธอค่อนข้างเลือกกิน รู้สึกว่าอาหารที่โรงอาหารไม่อร่อยเอาซะเลย
แม้ว่าฝีมือการทำอาหารของเธอจะสู้พ่อครัวในร้านอาหารใหญ่ ๆ ไม่ได้ แต่การมัดใจลู่อวี้ด้วยอาหารอร่อย ๆ ไม่ใช่เื่ยากแน่นอน
“ผู้พันลู่”
ระหว่างทางที่ลู่อวี้เดินไปที่ค่าย เขาก็เจอสหายทหารหลายคน ทุกคนต่างทักทายเขา ลู่อวี้ก็ยิ้มแย้มทักทายตอบ
“วันนี้ผู้พันลู่เป็อะไรน่ะ?”
“นี่เป็ครั้งแรกที่เห็นผู้พันลู่ยิ้มมีความสุขขนาดนี้”
“หรือว่ามีเื่น่ายินดี?”
บริเวณที่พักทหาร จางอวี้โบกมือเรียกหลินหลิง
“พี่สะใภ้ มีอะไรหรือเปล่า?”
“เธอรู้ไหมว่าเมื่อวานนี้ฉันเห็นใคร” จางอวี้พูดเสียงเบา
หลินหลิงมองจางอวี้อย่างสงสัยแล้วถามว่า
“ใครเหรอ?”
“ภรรยาของผู้พันลู่มาน่ะสิ”
“อะไรนะ?”
หลินหลิงมองจางอวี้อย่างใ “เธอมาทำไม? หรือว่าจะมาขอหย่ากับผู้พันลู่อีก?”
จางอวี้ส่ายหน้า
“ไม่รู้สิ ฉันเห็นเมื่อคืนนี้เอง”
มีภรรยาทหารอีกหลายคนเดินออกมา จางอวี้จึงเรียกพวกเธอเข้ามา
“ไม่รู้ว่าผู้พันลู่ไปทำกรรมอะไรไว้ ถึงได้ภรรยาแบบนี้”
“ใช่ไหมล่ะ ผู้หญิงจะสวยไปทำไมกัน ในเมื่อเอาแต่แต่งตัว ไม่ดูแลบ้าน แล้วยังทำให้ผู้พันลู่เสื่อมเสียอีก”
ในขณะที่ทุกคนกำลังซุบซิบนินทากันอยู่นั้นเจียงเยว่ก็ปรากฏตัวต่อหน้าพวกเธอ
เมื่อเห็นเจียงเยว่ ทุกคนก็มีสีหน้าเก้อเขินเล็กน้อย ไม่คิดว่ากำลังนินทาอยู่แท้ ๆ เ้าตัวจะเดินมาได้ยินซะได้
“สวัสดีค่ะ พี่สะใภ้ทุกคน”
เจียงเยว่ยิ้มทักทายพวกเธอ
เมื่อเห็นเจียงเยว่ทักทาย บรรดาพี่สะใภ้ทั้งหลายต่างใ
แต่ก่อนเมื่อเจียงเยว่เห็นพวกเธอ มักจะเชิดหน้าชูคอ ทำท่าเหนือกว่า ดูถูกพวกเธอที่มาจากชนบท
เมื่อเห็นเจียงเยว่สวมเสื้อโค้ทผ้าขนสัตว์ สวมรองเท้าหนัง และสะพายกระเป๋าผ้าใบสีเขียว หลินหลิงจึงเอ่ยปากก่อน
“สหายเจียง เธอกำลังจะไปไหนเหรอ?”
เมื่อก่อนเจียงเยว่ไม่ให้พวกเธอเรียกเธอว่าน้องสะใภ้ แต่บอกให้เรียกเธอว่าสหายเจียง
เหล่าภรรยาทหารคนอื่น ๆ จึงเรียกเจียงเยว่ว่าสหายเจียง
“ฉันอยากไปเดินเล่นในเมืองและซื้อของใช้สำหรับทำอาหารน่ะค่ะ ฉันตั้งใจจะทำอาหารให้ลู่อวี้กินที่บ้านค่ะ” เจียงเยว่ตั้งใจจะไปซื้อหม้อไหกระทะ ซื้อผักที่เก็บไว้ได้นาน ๆ และซื้อของใช้อื่น ๆ เพิ่มเติมอีกเล็กน้อย
เมื่อกี้แค่ประหลาดใจ แต่ตอนนี้พวกพี่สะใภ้ทั้งหลายต่างตกตะลึง
เจียงเยว่เป็คุณหนูเอาแต่ใจ ชอบแต่งตัว ี้เี แม้แต่เสื้อผ้าก็แทบจะไม่ซักด้วยซ้ำ
ได้ยินมาว่าเสื้อผ้าทั้งหมดผู้พันลู่เป็คนซักให้ แต่เธอกลับบอกว่าจะทำอาหารให้ผู้พันลู่กินเนี่ยนะ?
เมื่อเห็นท่าทางตกตะลึงของพวกเธอ เจียงเยว่ก็รู้ว่าภาพลักษณ์ของเธอในสายตาพวกเขานั้นแย่แค่ไหน แต่เธอจะเปลี่ยนแปลงมันให้ได้
“พี่สะใภ้ พวกพี่จะไปในเมืองหรือเปล่าคะ?”
ดวงตาของจางอวี้เป็ประกาย เธอตอบทันที
“ฉันไป”
“พวกเราก็จะไปด้วย”
จริง ๆ แล้วพวกเธอจะไปหรือไม่ไปก็ได้ แต่วันนี้เจียงเยว่บอกว่าจะไปซื้อของทำอาหารให้ผู้พันลู่กิน พวกเธอจึงอยากไปดูให้เห็นกับตา
“สหายเจียง เธอมาครั้งนี้เพื่อติดตามกองทัพกับสามีใช่ไหม?” จางอวี้เอ่ยถามคำถามที่ทุกคนอยากรู้
“ใช่แล้วค่ะ”
พี่สะใภ้ทุกคนต่างมองหน้ากันอย่างไม่อยากจะเชื่อ
คราวที่แล้ว เจียงเยว่โวยวายที่บ้านพักทหาร บอกว่าจะหย่า
ทำไมเวลาผ่านไปแค่เดือนสองเดือน เธอกลับบอกว่าจะติดตามกองทัพกับสามีแล้วล่ะ?
มันช่างน่าเหลือเชื่อจริง ๆ