“ศิษย์พี่คืนนี้ท่านจะอยู่เป็เพื่อนข้าดึกเสียหน่อยได้หรือไม่”
ซูเหมยหลินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ได้สิ ถือเป็การไถ่โทษที่ศิษย์พี่ลืมแจ้งวันกลับให้เ้าแล้วกัน”
มู่ไห่เฉินจ้องมองวิชาต่าง ๆ อย่างครุ่นคิด ศิษย์พี่มีวิชามากมายหลายแขนง ดูจากเวลาที่ใช้ในการดาวน์โหลดคงจะเลือกได้เพียงหนึ่งวิชา แต่ละวิชาก็ไม่รู้ว่าจะดีมากน้อยเพียงใด
หากพูดถึงสักวิชา มู่ไห่เฉินคิดว่าควรเลือกวิชาที่ไม่สามารถดาวน์โหลดได้จากคนในสำนัก แต่จะเลือกวิชาแบบใดถึงจะเหมาะสมกับตอนนี้
“เริ่มการดาวน์โหลดประสบการณ์ด้านดนตรี ระยะเวลาดาวน์โหลด แปดชั่วโมง สิบนาที”
นี่คงเป็ทักษะที่น่าจดจำตลอด่เวลาที่อยู่ด้วยกัน อย่างไรเสียแม้ยังไม่รู้ความสามารถด้านดนตรีนี้จะมีประโยชน์อันใดในอนาคต แต่ในอนาคตก็อยากบรรเลงเพลงควบคู่กับศิษย์พี่สักครั้ง นางคงจะมีความสุขเป็แน่เมื่อถึงครานั้น
“ศิษย์พี่ท่านช่วยสอนดนตรีเพิ่มเติมให้ข้าเสียหน่อยได้หรือไม่”
ซูเหมยหลินได้ยินก็พรางยิ้มอย่างมีความสุข นางตอบรับยินดี ถึงแม้ไม่มีผู้ใดบอกกล่าว แต่ท่าทีของนางเกี่ยวกับดนตรีนั้นก็แสดงออกมาว่านางชื่นชอบดนตรีมากมายเพียงใด
หากเ้าอยากเรียนวันนี้ข้าก็จะสอนเพิ่มเติมให้ แต่หลังจากนี้เ้าต้องศึกษาและเรียนรู้ด้วยตนเอง วิชาศาสตร์ของดนตรีหากจะเก่งต้องศึกษาให้ลึกซึ้ง
ศิษย์พี่เริ่มสอนเครื่องกู่ฉินให้มู่ไห่เฉิน แม้จะเข้าใจยากสักหน่อยสำหรับเขาในตอนนี้ แต่ก็คงไม่นานนักทั้งหมดนี้เขาก็จะได้เข้าใจจนหมดสิ้น
ตะวันคล้อยค่อย ๆ หายลับไปหลังเขา ่เวลาการดาวน์โหลดครั้งนี้นับว่ารวดเร็วนัก อาจจะคงเพราะนี่เป็่เวลาที่มีความสุขของมู่ไห่เฉิน นี่คงเป็ครั้งแรกที่ไม่อยากให้เวลาในการดาวน์โหลดรวดเร็วเช่นนี้ หากได้อยู่กับศิษย์พี่ให้นานกว่านี้อีกเสียหน่อยก็คงดี
หากนับเวลา่นี้ก็คงสักหนึ่งทุ่มได้แล้ว อากาศที่นี่ก็เริ่มหนาวเย็นลงมาก มู่ไห่เฉินและศิษย์พี่มิได้พูดคุย ต่างคนต่างนึกถึงเื่ราวต่าง ๆ ของตนเองอย่างเงียบสงบ
แต่แล้วแสงสว่างดวงเล็ก ๆ นับสิบก็เริ่มล่องลอยเข้ามาในบริเวณ ราวกับดาวน้อยนับร้อยที่หลุดร่วงลงมาจากฟากฟ้า พวกมันค่อย ๆ เคลื่อนไหวเหนือผิวน้ำ ส่งแสงนุ่มนวลสั่นไหวไปตามจังหวะสายธาร
“ศิษย์น้องมู่ เ้าดูนั่นสิ”
ซูเหมยหลินเอ่ยเสียงเบา นางยกมือชี้ไปยังริมธารที่หิ่งห้อยเริ่มบินวนเข้ามามากขึ้น ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างไม่รู้ตัว นางเร่งฝีเท้าก้าวเข้าไปท่ามกลางแสงไฟดวงน้อยเ่าั้ แสงสีอ่อนสะท้อนบนปลายแขนและชายเสื้อ นางหัวเราะเบา ๆ อย่างเป็ธรรมชาติ เสียงนั้นใสและบริสุทธิ์ ราวกับเด็กสาวที่ลืมโลกทั้งใบไปชั่วขณะ
บุคลิกสงบนิ่งของศิษย์พี่ในยามปกติหายไป เหลือเพียงรอยยิ้มที่ไร้การปิดบัง และแววตาที่เปล่งประกายอย่างมีชีวิตชีวา
มู่ไห่เฉินยืนมองภาพนั้นอย่างเงียบงัน หัวใจอบอุ่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว แสงหิ่งห้อยนับร้อยสะท้อนบนใบหน้าขาวผ่องของนาง เผยความละมุนละไมที่ยากจะอธิบาย ราวกับนางเป็ส่วนหนึ่งของค่ำคืนนี้ เป็ภาพที่เขาไม่อยากให้เลือนหายไปจากสายตา
ซูเหมยหลินหมุนตัวเล่นกับแสงไฟเล็ก ๆ เ่าั้ ปล่อยให้พวกมันบินวนรอบกาย เสียงหัวเราะแ่เบาดังคลอไปกับเสียงสายน้ำ กว่าจะรู้ตัว นางก็หันกลับมามองศิษย์น้องของตน พร้อมรอยยิ้มที่อบอุ่นยิ่งกว่าเดิม
“ทำไมหรือ…ศิษย์พี่ดูน่าขันไปหน่อยหรือไม่”
นางเอ่ยอย่างเก้อเขินเล็กน้อย
“อย่าถือสาเลย ศิษย์พี่คนนี้แค่ไม่เคยเห็นพวกมันมากมายขนาดนี้มาก่อน”
ในขณะนั้น แสงอักษรเรืองรองก็ปรากฏขึ้นอย่างเงียบงัน
“การดาวน์โหลดเสร็จสิ้น ท่านได้รับทักษะทางด้านดนตรีของ ซูเหมยหลิน”
ตัวอักษรลอยอยู่ท่ามกลางแสงหิ่งห้อยและเสียงหัวเราะอันอ่อนโยน ภาพตรงหน้าเหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยาย มู่ไห่เฉินรู้ดี่เวลาเช่นนี้ ไม่ว่าได้มาซึ่งพลังหรือทักษะใด ก็ไม่มีสิ่งใดมีค่ามากไปกว่าการได้จดจำมันไว้ในหัวใจ
“ท่านได้เลือกการเพิ่มระยะการดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งร้อยเมตร ปัจจุบันท่านมีระยะการดาวน์โหลด สองร้อยยี่สิบสอง เมตร”
“นี่คงเป็รางวัลสำหรับระบบใหม่สินะ” วันนี้มู่ไห่เฉินรู้สึกว่าเป็ที่โชคดีที่สุด ทุกอย่างดูเหมือนล้วนเป็ใจให้
มู่ไห่เฉินเฝ้ามองศิษย์พี่เล่นจนนางพอใจก่อนจะให้ทั้งสองแยกย้ายกันไป นั่นเพราะพรุ่งนี้ศิษย์พี่ต้องลงจากเขาแต่เช้า
และแต่รุ่งเช้ามู่ไห่เฉินก็รีบไปรอส่งศิษย์พี่ จนกระทั่งศิษย์พี่มา นางยิ้มให้มู่ไห่เฉินก่อนจะกล่าวลา ทิ้งท้ายเอาไว้ เมื่อนางกลับมาอย่าให้นางเห็นชุดประจำสำนักขั้นฝึกกายอีก
มู่ไห่เฉินรับปากว่าจะเลื่อนขั้นศิษย์สำนักในเร็ววัน มู่ไห่เฉินรู้ดีว่าที่ศิษย์พี่อยากให้เลื่อนขั้นศิษย์นั้น ไม่ใช่เพื่อโอ้อวดผู้ใด แต่การเลื่อนขั้นศิษย์สำนักหมายถึงภาระงานในสำนักที่มากขึ้น การพัฒนาตัวเองก็จะมากขึ้นเช่นเดียวกัน
ซูเหมยหลิน นางขึ้นรถม้าก่อนที่รถม้าจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไปตามเส้นทางลงเขาที่คดเคี้ยวไปมา ทางมู่ไห่เฉินเองไม่นานก็วิ่งไปยังหินผา ตรงนั้นมองเห็นรถม้าค่อย ๆ ลงเขาไปเส้นทางอย่างช้า ๆ
เขาหยิบขลุ่ยที่ศิษย์พี่ให้มาก่อนจะเป่าเพลงที่โลกนี้คงจะมีเขาและเธอเท่านั้นที่จะรู้จักมัน ครั้งนี้เขาเป่าได้ยอดเยี่ยม นั้นก็เพราะเมื่อคืนการดาวน์โหลดประสบการณ์ด้านดนตรีนั้นทำให้เขาได้เรียนรู้วิชาดนตรีหลายแขนงเข้าไปด้วย
ซูเหมยหลินที่นั่งอยู่ในรถม้าก็พรางยิ้มเมื่อได้ยินท่วงทำนองเพลงที่แปลกหู ศิษย์น้องคนนี้ไม่ธรรมดาเสียจริง
หลังสิ้นสุดบทเพลง มู่ไห่เฉินได้แต่มองรถม้าหายเข้าไปในหุบเขาอันซับซ้อน ภายในใจได้แต่อยากจะพบเจอศิษย์พี่อีกครั้งในเร็ววัน
นี่ก็นับว่าเป็ระยะเวลาที่นานพอแล้ว ถึงเวลาแล้วที่ตนจะต้องไปเลื่อนขั้นศิษย์สำนัก อย่างน้อยก็ได้ทำตามคำขอของศิษย์พี่ และถึงเวลาที่ตนนั้นต้องก้าวออกจากศิษย์ขั้นฝึกกาย
หากจะพูดถึงการเลื่อนขั้นศิษย์ นับว่าครั้งนี้เป็ครั้งที่สองแล้วที่มู่ไห่เฉินไปยังหอบัญชาหมู่ดาว ครั้งก่อนมาเลื่อนขั้นศิษย์ขั้นฝึกกาย มาครั้งนี้แม้เขาจะมีระดับวรยุทธ์ถึงขั้นทะลวงชีพจรแล้ว แต่ความตั้งใจนั้น้าเลื่อนขั้นศิษย์เพียงขั้นเดียว นั่นก็คือขั้นฝึกปราณ
อย่างแรกเขาไม่อยากโดดเด่นเกินไปจนผิดสังเกต อย่างที่สองการเลื่อนขั้นศิษย์สำนักนั้นจะต้องมาพร้อมภาระงานและความรับผิดชอบที่มากขึ้น มิอาจจะมีเวลาว่างเหมือนแต่ก่อนได้
ขั้นตอนการเลื่อนขั้นนั้นเพียงแค่ไปแจ้งผู้ดูแลหอบัญชาหมู่ดาว จากนั้นก็จะมีคนพาไปััก้อนผลึกลมปราณ
สำหรับก้อนผลึกลมปราณนั้นปกติแล้วจะมีลักษณะใสเหมือนแก้ว หากเราถ่ายทอดปริมาณลมปราณเข้าไป ตัวผลึกก็จะเริ่มส่องแสงเป็สีต่าง ๆ ตามปริมาณที่รับเข้าไป
มู่ไห่เฉินเองก็ไม่ทราบว่าผลึกนั้นจะเปลี่ยนสีใดบ้าง แต่ครั้งก่อนผลึกจากใส ๆ ก็สว่างขึ้นเป็สีขาว ครั้งนี้เขาตั้งใจจะค่อยเติมลมปราณเข้าไป ขอแค่ให้ผลึกนั้นเปลี่ยนจากสีขาวเป็สีอื่นก็นับว่าเพียงพอแล้ว
มู่ไห่เฉินัักับผลึกลมปราณและเริ่มส่งลมปราณไปยังผลึก ตัวผลึกเองก็ค่อย ๆ สว่างขึ้นเป็สีขาว และไม่นานก็เปลี่ยนสีฟ้า จากนั้นมู่ไห่เฉินก็ปล่อยมือ และไม่นานตัวผลึกก็ดับแสงลง
“เอาล่ะ ขั้นฝึกปราณ ตามข้าไปรับชุดประจำสำนักใหม่”
ศิษย์พี่ผู้หนึ่งพูดกับมู่ไห่เฉินก่อนจะเดินนำพามู่ไห่เฉินไปยืนรอรับเพื่อรอชุดสำนักใหม่
ไม่นานศิษย์พี่คนเดิมก็กลับมา เขานำชุดประจำสำนักชุดใหม่มาให้ ตัวมู่ไห่เฉินรับไว้ก่อนจะกล่าวขอบคุณแล้วเดินออกจากหอบัญชาหมู่ดาว เพียงเท่านี้ก็ถือว่าการเลื่อนขั้นศิษย์สำเร็จแล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้นมู่ไห่เฉินสวมใส่ชุดประจำสำนักชุดใหม่เดินทางไปยังหอบัญชาหมู่ดาว นี่นับเป็ขั้นตอนทุก ๆ เช้าที่ศิษย์ั้แ่ขั้นฝึกปราณจะต้องทำเป็ประจำทุกวัน และการไปในแต่ละครั้งก็เพื่อตรวจสอบว่าตัวเองนั้นมีรายชื่อในการทำภารกิจอะไรหรือไม่
ระหว่างทางวันนี้ผู้คนต่างซุบซิบตามทางเมื่อเห็นว่ามู่ไห่เฉินได้เลื่อนขั้นศิษย์สำนักแล้ว บางคนแทบไม่อยากจะเชื่อ หากนับด้วยระยะเวลาั้แ่มู่ไห่เฉินเป็ศิษย์ขั้นฝึกกายมาจนถึงวันนี้ นี่ใช้เวลาเพียงไม่ถึงสองเดือนเต็มด้วยซ้ำ นี่เป็เื่ที่ไม่ง่ายเลยสำหรับศิษย์ทั่วไป บางคนใช้เวลาหลายปีก็ยังไม่อาจจะเลื่อนขั้นได้
ศิษย์ขั้นฝึกปราณนับว่ามีประมาณหนึ่งในสามของสำนัก ขอเพียงมาถึงขั้นนี้ได้ก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้วในหมู่บรรดาศิษย์
“เพราะเขาได้อาจารย์และศิษย์พี่ฝึกสอนดีถึงได้เลื่อนขั้นได้เร็วเพียงนี้ โชคดีเสียจริง”
เสียงล่องลอยมาตามลมกระทบสู่ตัวมู่ไห่เฉิน หากทุกคนคิดได้เช่นนั้นก็นับว่าเป็เื่ที่ดี เข้าใจแบบนั้นอย่างน้อยก็เป็เหตุผลที่ดีในการเลื่อนขั้นศิษย์ที่รวดเร็วอย่างนี้โดยไม่ต้องอธิบายอะไรที่ยุ่งยาก
เมื่อเขามาถึงหอบัญชาหมู่ดาวก็รีบมุ่งไปยังผู้ตรวจสอบรายชื่อศิษย์