ในขณะที่จันกำลังกำกับบ่าวไพร่ให้ทำงานตามที่ตนเอง้าอยู่นั้น คนบนเรือนก็กำลังนั่งมองสิ่งของมากมายที่วางกองอยู่จนเต็มชานเรือนด้วยไม่รู้จะทำอย่างไรดีเช่นกัน
"ข้าวของมากมายถึงเพียงนี้จะจัดการเยี่ยงไรดีเล่าแม่ดาว" แม่นายแก้วเอ่ยกับบุตรสาวคนรอง ยังดีว่าพวกเครื่องเรือนชิ้นใหญ่บุตรสาวคนเล็กได้เอาไปวางตามตำแหน่งต่างๆ บนเรือนให้หมดแล้ว ส่วนอันไหนที่ต้องย้ายของเก่าออกมาก่อน ก็เอาไปวางไว้ในบริเวณใกล้กันเพื่อให้สะดวกในการเคลื่อนย้าย แต่ก็ยังมีของที่ต้องจัดอยู่อีกมาก นางไม่น่ายอมตามใจให้อีกฝ่ายเอาของออกมามากขนาดนี้เลย
"เราเลือกพวกเครื่องประดับกับผ้านุ่งผ้าสไบออกมาก่อนดีหรือไม่เ้าค่ะ จากนั้นค่อยจัดการเื่เครื่องเรือน ส่วนพวกอาหารก็ให้บ่าวขนลงไปเก็บที่เรือนครัวให้หมด" ดาวมองดูข้าวของทั้งเป็กังวลและทั้งดีใจ ถึงแม้นางจะได้ชื่อว่าเป็บุตรสาวขุนนางคนหนึ่งเช่นกัน แต่ความเป็อยู่กลับไม่ได้ดีเทียบเท่ากับบุตรสาวของขุนนางคนอื่นที่มียศเท่ากับบิดา เพราะถูกคนเรือนใหญ่คอยกดขี่มาตลอด แม้แต่ผ้านุ่ง ผ้าสไบ หรือเครื่องประดับ ถ้ามิใช่เพราะมารดาเจียดเงินที่ใช้จ่ายภายในเรือนไปซื้อหามาให้ คาดว่าคนทั้งเรือนคงได้ใส่ผ้าหยาบมิต่างกับบ่าวไพร่ไปแล้ว
"อืม ถ้าเยี่ยงงั้นเอาตามที่แม่ดาวว่าเถอะ พวกเอ็งใครอยู่เรือนครัวก็เอาของลงไปเก็บ แต่แยกของสดเอาไว้ต่างหากล่ะ ประเดี๋ยวข้าจะลงไปจัดการเอง ส่วนพวกเครื่องเรือนเครื่องใช้อันไหนยกได้ก็ยกเข้าไปเปลี่ยนกับของเก่าในห้องเสียให้หมด แล้วยกของเก่าในห้องออกมา ถ้าอันไหนที่พวกเอ็งเอาไปใช้ได้ก็เอาไปไว้ใช้ที่เรือนเถอะ แต่ถ้าอันไหนหนักเกินไปก็รอให้พวกบ่าวชายมันเสร็จจากช่วยงานแม่หญิงจันแล้วค่อยให้พวกมันมายกไป ส่วนหมอน มุ้ง แลที่นอนนั่นแม่หญิงจันเอามาให้พวกเอ็งเอาไปแบ่งกันถ้ามิพอก็ให้มาบอก" แม่นายดาวเองก็เห็นด้วยกับความคิดของบุตรสาวจึงเอ่ยปากบอกพวกบ่าวให้แยกย้ายกันจัดการข้าวของ ส่วนพวกนางก็เลือกพวกเครื่องประดับกับผ้านุ่ง ผ้าสไบออกมา แล้วค่อยเลือกว่าจะแบ่งให้ใครบ้าง ส่วนข้าวของที่บุตรสาวเอาออกมาให้พวกบ่าวนางก็เอ่ยบอกให้เอาไปแบ่งกันด้วยเลย
"ข้าวของมากมายนักเ้าค่ะแม่นาย มีแต่ของดีๆ แลงดงามทั้งนั้น บ่าวว่าดีกว่าของที่เรือนใหญ่มีอีกหนาเ้าค่ะ" นางผินบ่าวคนสนิทของแม่นายแก้ว และยังเป็ผู้ที่ช่วยเลี้ยงดูบุตรทั้งสามของแม่นายเอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจและแปลกใจ แต่ที่เหนืออื่นใดก็คือความดีใจที่ตอนนี้เรือนของเ้านายตนน่าจะลืมตาอ้าปากได้เหมือนผู้อื่นแล้ว และของบางอย่างก็ดูงดงามกว่าของที่เรือนใหญ่มีเสียอีก ยังมีหมอนมุ้งที่เผื่อแผ่มาถึงบ่าวทุกคนนั่นอีก ส่วนเื่ที่ของพวกนี้มาได้อย่างไรนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่บ่าวทาสอย่างตนเองต้องเอามาคิด
"นางผินเอ็งก็อย่าเอ็ดไป แลพวกมึงด้วยอย่าให้กูรู้ว่าใครเอาเื่นี้ออกไปพูด กูจะให้ออกหลวงท่านสั่งเฆี่ยนเสียให้หลังลาย แลจะขายออกไปให้พ้นเรือนอีกด้วย" แม่นายแก้วเอ่ยดุบ่าวคนสนิท และหันไปเอ่ยบอกกับบ่าวคนอื่นๆ ด้วยน้ำเสียงดุดัน ส่วนเื่ที่บ่าวพวกนี้จะเอาออกไปพูดนางไม่ได้กลัว แต่ถ้ามีใครทำจริงนางก็จะทำอย่างที่พูดเอาไว้เช่นกัน ส่วนเื่ที่ถ้าถูกขายออกไปแล้วจะเอาเื่ของเรือนนี้ไปบอกเรือนใหม่ นางก็ไม่กลัวเพราะใช่ว่าเ้านายเรือนอื่นจะเห็นบ่าวทาสเป็คนเหมือนกัน อย่างตอนอยู่เรือนเก่าที่เรือนอื่นมีบ่าวถูกเฆี่ยนตายเพราะขัดใจเ้านายไปไม่รู้กี่คนแล้ว
"เ้าค่ะแม่นาย" บ่าวทั้งหมดเอ่ยรับคำด้วยความเต็มใจ และถึงแม้เ้านายจะไม่สั่งพวกตนก็จะเก็บปากเก็บคำของตนเองให้สนิท และจะช่วยกันดูไม่ให้ใครเอาออกไปพูดด้วย เพราะถ้าเ้านายเจริญยิ่งขึ้นพวกตนที่เป็บ่าวไพร่ในเรือนก็ย่อมต้องได้กินอิ่มนอนอุ่นไปด้วยเช่นกัน
คนทางฝั่งบนเรือนต่างช่วยกันจัดข้าวของอย่างมีความสุข ส่วนคนที่กำลังลงต้นไม้กลับเจอปัญหาเข้าเสียแล้ว
"ไหนพวกเอ็งบอกว่าคุณพ่อเพิ่งสั่งให้ล้อมรั้วที่ดินทั้งหมดแล้ว แต่ทำไมกงนี้รั้วถึงพังได้ล่ะ" จันเอ่ยขึ้นเมื่อเดินมาจนถึงเกือบท้ายของที่ดิน ซึ่งมีจุดหนึ่งที่รั้วถูกรื้อออกไปขนาดพอให้คนคนหนึ่งเดินผ่านไปมาได้เท่านั้น และคิดไปว่าพวกบ่าวทำงานไม่รอบคอบหรืออาจจะมีใครมารื้อรั้วของบ้านตนออก
"หลวงท่านให้พวกบ่าวล้อมรั้วใหม่ทั้งหมดแล้วจริงๆ หนาขอรับคุณหนู เมื่อวานบ่าวมาเดินตรวจก็ยังดีอยู่เลย" บ่าวชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางแปลกใจ เพราะเมื่อวานตอนที่พวกมันมาเดินตรวจตราก่อนกลับไปพักผ่อนรั้วตรงนี้ก็ยังอยู่ดี แต่ทำไมเช้านี้รั้วกลับถูกรื้อออกไปได้กัน
"นั่นใครน่ะ!!" ก่อนที่จันจะได้พูดอะไรออกไปก็เห็นเงาคนวูบไหวอยู่อีกฝั่งไม่ไกลจากรั้ว จึงะโออกไปด้วยน้ำเสียงข่มขู่ และคิดว่าอาจจะเป็บ่าวไพร่ของอีกเรือนมาแอบซุ่มทำอะไรไม่ดีแถวนี้ เพราะอีกฝั่งมีต้นไม้ขึ้นจนเต็มจึงทำให้ทางฝั่งนี้มองเห็นได้ไม่ชัด
"ขออภัยแม่หญิง ข้ากำลังไล่จับแม่แมวอยู่แต่มันมุดไปยังฝั่งเรือนเ้า ข้าจึงจำเป็ต้องให้คนรื้อรั้วออกเพื่อไปตามจับมันกลับมา ประเดี๋ยวข้าจะให้คนมาซ่อมแซมรั้วคืนให้หนา" ชายหนุ่มอายุน่าจะไม่เกินยี่สิบปีผู้หนึ่งเดินออกมาจากหลังต้นไม้ และในมือกำลังอุ้มแมวสีดำสลับขาวตัวหนึ่งเอาไว้ อีกฝ่ายมีหน้าตาหล่อเหลาที่ถ้าใครได้เห็นล้วนต้องพากันหลงใหล ท่าทางการวางตัวสง่างาม การแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อดี แหวนกับเครื่องประดับที่สวมใส่อยู่ดูก็รู้ว่ามีราคาไม่ธรรมดา
"เ้าค่ะ ว่าแต่มีแม่แมวแล้วมีลูกแมวด้วยหรือไม่เ้าคะ" จันเอ่ยตอบรับคำอีกฝ่ายออกไป แต่สายตากลับเอาแต่จดจ้องไปยังแมวอ้วนที่อยู่ในมือของอีกฝ่าย โดยไม่แม้แต่จะชายตาขึ้นไปมองชายหนุ่มตรงหน้าเลย
"แม่หญิงชอบแมวกระนั้นรึ แม่นิลมีลูกแมวอยู่สามตัว ถ้าเยี่ยงนั้นข้าจะแบ่งให้สักตัวดีรึไม่" ชายหนุ่มมองสำรวจหญิงสาวตรงหน้า อีกฝ่ายดูแล้วอายุน่าจะไม่เกินสิบห้าปี แต่กลับมีใบหน้าที่ดูงดงามตรึงตา แต่พอได้เห็นท่าทางของหญิงสาวก็ให้รู้สึกแปลกประหลาดที่ข้างในอกของตนเองยิ่งนัก ยิ่งได้เห็นท่าทางที่อีกฝ่ายไม่แม้แต่จะมองหน้าของตน กลับเอาแต่จดจ้องไปยังแมวอ้วนที่อยู่ในมือก็ให้คันยุบยิบในใจ จึงอดที่จะเอ่ยถามออกไปไม่ได้
"ชอบเ้าค่ะ เพียงแต่ข้าไม่อยากแยกแม่กับลูกออกจากกัน" จันเอ่ยตอบกลับไปเหมือนกำลังถูกสะกด แต่ไม่ใช่เพราะชายหนุ่มตรงหน้า แต่เป็เพราะแววตาออดอ้อนของเ้าแมวอ้วนที่มองจ้องนางกลับมานั่นต่างหาก
"พอดีเลย ข้ามีลูกแมวอยู่ตัวหนึ่งเป็กำพร้า แม่ของมันถูกหมาฟัดตายไป เ้าเอาตัวนั้นไปเลี้ยงดีรึไม่เล่า มันโตพอจนไม่ต้องกินนมแม่แล้ว แลมันยังเข้ากับพวกลูกแมวครอกนี้ของแม่นิลมิค่อยได้ ข้ากำลังคิดว่าจะทำเยี่ยงไรดีอยู่เลย" ชายหนุ่มไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไรจึงอยากจะพูดคุยกับหญิงสาวตรงหน้าเหลือเกิน จึงต้องหาเื่มาชวนอีกฝ่ายคุย และคิดไปถึงเื่ที่ทำให้ตนเองต้องมาอยู่ที่นี่ขึ้นมาได้
"ถ้าเยี่ยงนั้นข้าก็ยินดีเ้าค่ะ" จันพยักหน้าตอบรับคำของอีกฝ่าย และตลอดเวลาสายตาของนางก็จดจ้องอยู่แต่ที่แมวตัวนั้น มิได้สนใจจะมองหน้าของคนที่อุ้มมันอยู่เลย ความจริงแม้แต่ตอนนี้มีใครอยู่บ้างนางก็ไม่ได้สนใจ ในหัวมีแต่คำว่าน่ารักและน่าฟัดอยู่เพียงเท่านั้น
"ไอ้ฟักเอ็งไปเอานางขาวมาให้แม่หญิง ยกมาทั้งตะกร้าเลยหนามันจะได้มิใ" ชายหนุ่มเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าเอ่ยตอบรับโดยที่ยังไม่ยอมมองหน้าของตนก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความเสียดาย แต่ก็ยังหันไปเอ่ยสั่งบ่าวที่นั่งหมอบอยู่ด้านหลังของตน และถ้ามองให้ดีจะเห็นว่ามีบ่าวชายที่กำลังนั่งหมอบรอรับคำสั่ง และคอยปกป้องผู้เป็นายอยู่อีกหลายคน
"ขอรับพ่อนาย" ไอ้ฟักรับคำเ้านายด้วยความสับสนที่เ้านายของตนยอมเอ่ยปากพูดคุยกับแม่หญิงคนหนึ่ง และอีกเื่ก็คือที่จริงแล้วนางขาวเป็ลูกแมวที่เ้านายเขาได้มา และคิดจะเอามามอบให้คนเรือนออกพระศรียศเลี้ยง แต่นี่กลับสั่งให้เอามามอบให้ผู้อื่นแทนเสียแล้ว ส่วนเ้านิลที่กำลังอุ้มอยู่นี่ก็เป็แมวของเรือนออกพระศรียศอยู่แล้ว แต่เ้านายเขาเผลอปล่อยให้มันหลุดออกมาจากเรือนจึงต้องมาตามเอามันกลับไป เ้านายเขาเลี้ยงแมวเป็เสียทีใดกัน
"จริงสิเรียกข้าว่าพี่เพชรก็ได้ แม่หญิงคงเป็บุตรสาวของออกหลวงสาครกระมัง" เพชรเอ่ยบอกชื่อของตนเอง และไม่ลืมเอ่ยถามถึงหญิงสาวตรงหน้า ยิ่งได้มองเห็นใบหน้าที่ดูเพิ่งจะพ้นวัยเด็กก็คาดเดาถึงฐานะของอีกฝ่ายไปด้วย
"เ้าค่ะ ข้าเป็บุตรสาวคนเล็กของออกหลวงสาครชื่อจันเ้าค่ะ" จันเอ่ยตอบรับคำของอีกฝ่าย แต่สายตายังคงไม่ละไปจากเ้าแมวอ้วนเลยสักนิด ถ้าไม่ติดว่านางไม่ได้สนิทสนมหรือรู้จักกับอีกฝ่ายคงเข้าไปขอเ้าแมวอ้วนมาอุ้มเองแล้ว
"แม่หญิงจัน เรือนเราอยู่ใกล้กันแท้ๆ แต่กลับยังมิเคยได้เจอกัน" เพชรเอ่ยกับแม่หญิงตรงหน้า ซึ่งถ้าแม่หญิงตรงหน้าจะเฉลียวใจสักหน่อยว่าเขาใช้คำว่าเรือนใกล้กันมิใช่เรือนข้างกัน คงจะต้องสงสัยในฐานะของเขาบ้างเป็แน่
"เพราะเพิ่งจะย้ายมาแลยังจัดการที่เรือนมิเรียบร้อย คุณพ่อท่านว่าวันพรุ่งจึงจะพาเข้าไปกราบออกพระศรียศเ้าค่ะ" จันเอ่ยตอบกลับชายหนุ่มตรงหน้าออกไปโดยไม่ได้คิดเฉลียวใจกับคำพูดของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย และคิดว่าอีกฝ่ายคงเป็หนึ่งในบุตรชายเ้าของเรือนที่อยู่ข้างกันเท่านั้น
"เช่นนี้นี่เอง อ้าวมาแล้ว นี่คือนางขาวเป็ลูกแมวกำพร้าอายุเกือบจะสองเดือนแล้ว แลตอนนี้มันไม่ยอมกินนมของแม่แมวแล้ว แม่หญิงจันเอาไปเลี้ยงได้มิต้องลำบากหานมให้มันกิน ส่วนอาหารก็ข้าวคลุกกับปลาก็เพียงพอแล้ว ส่วนการขับถ่ายมันออกไปหาจัดการตนเองเป็แล้ว เพียงแต่แรกๆ แม่หญิงอาจจะต้องสอนให้มันรู้จักที่ทางสักหน่อย เป็เยี่ยงไรฟังแล้วติดขัดกงที่ใดรึไม่" เพชรยืนรอไม่นานบ่าวคนสนิทก็ถือตะกร้าลูกแมวมาถึง เขาจึงส่งแม่แมวที่อุ้มอยู่ให้บ่าวอีกคน และรับตะกร้าลูกแมวมายื่นส่งให้หญิงสาว พร้อมกับเอ่ยบอกสิ่งที่ตนเคยฟังจากคนเลี้ยงเดิมมาบ้างออกไป
"ข้าเองก็เคยเลี้ยงแมวมาก่อน ไม่ติดขัดที่กงไหนเ้าค่ะ" จันรับตะกร้าลูกแมวสีขาวดวงตาสีฟ้ามาด้วยความตื่นเต้น เมื่อก่อนจันทร์ทอแสงก็เคยเลี้ยงแมวเช่นกัน แต่พอแมวที่เลี้ยงแก่ตายไปก็ไม่ได้เลี้ยงอีก และนางเองก็ถือได้ว่าเป็ทาสแมวคนหนึ่ง พอได้เห็นแมวจึงได้หลงลืมทุกอย่างไปจนหมดแบบนี้
"ได้เวลาแล้วหนาขอรับพ่อนาย" ไอ้ฟักหรือบ่าวคนสนิทของชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเสียงเบา ด้วยเ้านายตนเองยังมีเื่ที่ต้องไปจัดการอีกหลายอย่าง และก็มาอยู่ตรงนี้เป็เวลานานแล้ว ถ้ามีใครผ่านมาเห็นคงไม่ใช่เื่ดีสักเท่าใด
"ถ้าเยี่ยงนั้นข้าคงขอตัวก่อน ถ้ามีปัญหาในการเลี้ยงก็ให้คนมาถามหาข้าที่เรือนได้หนา" เพชรได้ฟังคำเอ่ยเตือนของบ่าวก็รู้สึกไม่พอใจที่มาขัดเวลาพูดคุยของตนกับหญิงสาว แต่เพราะตนเองยังมีสิ่งที่ต้องไปทำอีกหลายอย่างจึงต้องตัดใจเอ่ยลาอีกฝ่าย
"ขอบพระคุณพี่เพชรมากเ้าค่ะ" จันส่งตะกร้าลูกแมวให้บ่าวช่วยถือ แล้วยกมือไหว้ขอบคุณอีกฝ่ายที่มอบลูกแมวมาให้ ตอนนี้ถึงได้มองเห็นใบหน้าของอีกฝ่าย ที่เรียกได้ว่าหล่อฟ้าประทานไม่มีผิด แต่จันเองก็พอมีภูมิต้านทานคนหล่ออยู่บ้าง จึงเพียงแค่ตกตะลึงไปครู่หนึ่งก็กลับมาเป็ปกติ และยังยืนรอจนอีกฝ่ายเดินจากไปไกลแล้ว ถึงหันหลังกลับไปรับตะกร้าลูกแมวมาถือเอง แล้วก็พาบ่าวทั้งหมดเดินกลับเรือน
*********
แม่จัน : น่ารักจริงเ้า
พ่อเพชร : อะแฮ่ม (ยืนเก๊กหล่อ)
แม่จัน : ไปอยู่กับข้าเถอะหนา
พ่อเพชร : ฮืม… (คิดในใจคนเพิ่งเคยเจอกันจะชวนไปอยู่ด้วยกันได้อย่างไร)
แม่จัน : ไปนะเ้าแมวน้อย
พ่อเพชร : เพล้ง!! (เสียงคนหล่อหน้าแตก)
ปล. ขอเปลี่ยนจากออกหลวงศรียศที่เป็เ้านายคุณพี่เมฆ เป็ออกพระศรียศแทนหนาเ้าค่ะ