ยังไม่ได้ตรวจคำผิด
oooooooooooooooooooooo
หยางเจี้ยนและหยางจื่อพูดคุยกันเื่ของอนาคตข้างหน้า หยางเจี้ยนคิดไว้แล้วว่า
เขาจะกลับมาปลูกผักทำนา และล่าสัตว์เช่นเดิม เขาไม่้าออกห่างจากลูกๆของเขาอีกแล้ว
หยางเจี้ยนสำรวจตำลึงที่เขาทำงานเก็บสะสมมาหลายปีก็รู้ใจหาย เนื่องจากว่าเขาใช้มันซื้อของหมดไปเยอะเช่นกัน
แล้วไม่รู้ว่าบ้านของภรรยาที่ไม่มีใครอยู่มานาน จะชำรุดทรุดโทรมไปมากหรือไม่ ถ้าทรุดโทรมมากก็คงต้องซ่อมแซม และไม่รู้ว่าตำลึงที่มีอยู่จะพอหรือไม่
"เฮ้อ.."
เสียงถอนหายใจของหยางเจี้ยน ทำให้หยางจื้อหันมาดูท่านพ่อของตนเองทันที
"ท่านพ่อท่านเป็อะไรไปหรือขอรับ"
"พ่อกลุ้มใจเื่ค่าใช้จ่ายซ่อมแซมบ้านน่ะจื่อเอ๋อร์ ไม่รู้ว่าตำลึงที่มีอยู่จะเพียงพอหรือไม่"
หยางจื่อเห็นว่าท่านพ่อกลุ่มใจจึงเดินเข้าไปกระซิบบางอย่างให้ท่านพ่อได้รับรู้
"จริงหรือ!!"
"จริงขอรับ"
"ถ้าอย่างนั้นก็คงจะพอซ่อมแซมบ้านและซื้อที่ดินสร้างบ้านให้ท่านปู่ท่านย่าซ่งของเ้าแล้ว เอาไว้ถึงแคว้นตงค่อยเอาออกมาขายก็ได้"
"ขอรับท่านพ่อ"
"เมื่อเราตั้งหลักได้แล้ว พ่ออยากให้เ้าเลือกว่าจะอยู่ช่วยงานที่บ้าน หรือเข้าไปสมัครเข้าเรียนที่พรรคภูผามายา"
"ข้าขอคิดก่อนได้หรือไม่ขอรับท่านพ่อ เพราะการที่จะเข้าศึกษาเราต้องใช้ตำลึงเป็จำนวนมาก"
"จื่อเอ๋อร์ถ้าเ้าอยากเข้าเรียนที่ เ้าก็ไปสมัครได้เลยพ่อย่อมทำทุกวิถีทางเพื่อหาตำลึงมาส่งเ้าเรียนเองเข้าใจหรือไม่ และที่สำคัญนะจื่อเอ๋อร์ เมื่อเ้าสามารถเข้าพรรคภูผามายาได้ เ้าก็จะสามารถปกป้องดูแลน้องๆของเ้าได้"
"ขอรับท่านพ่อ เอาไว้ข้าจะคิดดู"
หยางเจี้ยนลูบหัวลูกชายอย่างเหนื่อยใจ ที่เขาเกลี้ยกล่อมลูกเป็เพราะว่าลูกชายของเขาเป็เด็กมีพร์ด้านการต่อสู้และวางแผนเขาไม่อยากตัดโอกาสของลูกชายด้วยคำว่าไม่มีตำลึง
"เ้าไม่ต้องห่วงน้องของเ้าหรอก บ้านเดิมของแม่เ้าอยู่ติดกับพรรคภูผามายา ไปเช้าเย็นกลับก็ได้"
"จริงหรือขอรับท่านพ่อ"
"พ่อพูดเื่จริง ตัดสินใจให้ดีล่ะ"
"ขอรับท่านพ่อ"
หยางจื่อดวงตาเป็ประกายทันทีที่รู้ว่าบ้านของพวกเขาอยู่ติดกับพรรคภูผามายา
ใจจริงเขาก็อยากจะร่ำเรียนเพิ่มเติม แต่เขาเองก็เป็ห่วงท่านพ่อน้องสาวและน้องชายที่ต้องทำงานหาเงินเพื่อส่งเขาเรียน
ถ้าพรรคภูผามายาอยู่ใกล้บ้านเช่นนี้ เขายังสามารถมาช่วยท่านพ่อปลูกผักทำนาได้
หลังจากที่สองพ่อลูกพูดคุยกันเื่ของอนาคต ท่านปู่และท่านย่าก็เดินเข้ามาพูดคุยด้วยเช่นกัน
"พรุ่งนี้ย่าคาดว่าจะไม่มีพายุหิมะแล้ว"
"ท่านย่าซ่งท่านรู้ได้อย่างไรขอรับ"
"นั้นอย่างไรเล่าเห็นหรือไม่"
"พระจันทร์หรือขอรับ"
"ใช่แล้ว คืนนี้ท้องฟ้าเริ่มเปิด พรุ่งนี้ไม่มีพายุแน่หิมะแน่นอน เอาล่ะดึกแล้ว จื่อเอ๋อร์ไปนอนเถอะ"
คืนนี้เป็คืนแรกที่ทุกคนได้เห็นแสงจันทร์ นั้นบ่งบอกว่าพายุหิมะได้พัดผ่านไปแล้ว
แต่ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้เลยว่าพายุหิมะที่ชอบพัดพาชีวิตของผู้คนไปด้วยนั้น จะหวนกลับมาอีกเมื่อไหร่
ทุกคนเตรียมออกเดินทางกันั้แ่เช้า เพื่อจะไปให้ถึงชายแดนแคว้นจงเจียนในวันนี้
การเดินทางเป็ไปอย่างเร่งรีบเพื่อไปให้ทันก่อนที่แคว้นจงเจียนจะปิดด่านชายแดน
สี่ยอดองครักษ์ที่อยู่ๆก็ลุกขึ้นยืนและระแวดระวังภัย ทำให้หยางมี่ที่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้จึงได้รีบบอกพี่ใหญ่ทันที
"พี่ใหญ่ระวังอันตรายเ้าค่ะ"
หยางจื่อที่หันไปดูน้องสาวที่โผล่ออกมาแต่ใบหน้าน้อยๆที่แสดงสีหน้าเป็กังวล
แล้วเขาก็สังเกตท่าทางของสี่ยอดองครักษ์ จึงรีบะโบอกท่านพ่อเช่นเดียวกัน
….โฮ่ง.....
เสียงขู่คำรามของสี่ยอดองครักษ์ ทำให้ทุกคนเตรียมอาวุธขึ้นมา พร้อมกับจ้องไปทิศทางเดียวกับสุนัขทั้งสี่ในทันที
แล้วพวกเขาก็เจอเข้ากับกลุ่มคนขี่ม้าเข้ามาพร้อมกับอาวุธเป็จำนวนมาก
"มี่เอ๋อร์ขึ้นไปข้างบนเร็วเข้า!!"
หยางมี่ตาเบิกโพลงทันทีที่ได้เห็นกลุ่มโจรที่กำลังพากันขี่ม้าเข้ามาเป็กลุ่มใหญ่
ก็รีบแบกน้องชายขึ้นไปข้างบนตามที่พี่ใหญ่บอกพร้อมกับส่องดูเหตุการณ์จากตรงหน้าต่าง
"พี่สาวทำไมวันนี้ท่านอุ้มข้าแล้ววิ่งขึ้นข้างบนรวดเร็วได้ล่ะขอรับ"
"เฉินเอ๋อร์ตัวน้อย เ้าต้องเข้าใจนะว่า เวลาพี่สาวคนนี้ใ แม้แต่ถังน้ำใบใหญ่พี่คนนี้ก็ยกได้"
หยางมี่บอกกับน้องชายแล้วก็หยิกแก้มไปหลายที ลงโทษที่เดี๋ยวนี้รู้จักต่อปากต่อคำกับพี่สาว หลังจากหยิกแก้มน้องชายแล้วก็
กลับมาดูเหตุการณ์ต่อ
"พี่สาวท่านปู่ซ่งกับท่านย่าซ่งเก่งมากเลยขอรับ"
"ใช่พี่ก็คิดเช่นนั้น"
หยางมี่มองทุกคนต่อสู้กับกลุ่มโจรอย่างกับหนังจีนกำลังภายใน พี่ใหญ่กับท่านพ่อของนางนั้นเก่งมาก
'ข้าจะสามารถฝึกได้หรือไม่นะ'
"พี่สาวข้าอยากเก่งบ้าง จะได้ช่วยเหลือทุกคนได้"
"เอาไว้รอเ้าหายเมื่อไหร่ เราจะฝึกฝนไปด้วยกันดีหรือไม่ "
"ดีขอรับ"
"จื่อเอ๋อร์อย่าออกห่างจากพ่อ"
"ขอรับ"
หยางเจี้ยนกระโจนฟาดฟันกระบี่เข้าที่จุดตายของพวกโจรเข้าทุกจุดอย่างแม่นยำ
ด้านข้างของเขาคือลูกชายที่ร่วมต่อสู้อยู่เคียงข้าง มีสี่ยอดองครักษ์ที่ร่วมต่อสู้ในครั้งนี้อย่างห้าวหาญ
ทั้งยังคอยปกป้องรถม้าของหยางมี่ด้วยเช่นกันกลุ่มโจรที่รอดักปล้นชาวบ้านผู้อพยพเริ่มเห็นท่าไม่ดี
เนื่องจากลูกน้องของตนเองนั้นาเ็ล้มตายราวกับใบไม้ร่วง
หยางเจี้ยนใช้วิชาตัวเบาะโไปทางด้านหัวหน้าโจรโดยไม่มีใครสังเกตเห็นทั้งๆที่เป็ตอนกลางวัน
พร้อมกับลอบเข้าข้างหลังอย่างเงียบเชียบ มีดสั้นเฉือนไปที่ลำคอของหัวหน้าโจรด้วยความรวดเร็วและเด็ดขาด
…ฉึบ…
บรรดาลูกน้องที่เห็นว่าหัวหน้าของตนนั้นได้ตกตายไปแล้วก็พากันขวัญเสีย และรีบถอยหนีออกมาอย่างหัวซุกหัวซุน แต่อวี่เหวินไม่ให้เป็เช่นนั้น
"ทุกคนหมอบ!!!"
เขาได้ขว้างบางอย่างออกไป แล้วก็เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
….ตู้ม....
กลุ่มโจรที่เหลือต่างล้มตายกันเกือบทั้งหมด แต่ก็ยังมีเหลือรอดชีวิตหนีออกไปได้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น
"หวังว่าพวกมันจะไม่ออกมาปล้นฆ่าชาวบ้านอีกนะ"
"ข้าก็หวังให้เป็เช่นนั้น มีใครเป็อะไรหรือไม่"
ทุกคนส่ายหน้าแล้วก็หันกลับไปดูสุนัขทั้งสี่ตัวด้วยดวงตาเป็ประกาย
ในขณะที่พวกเข้าต่อสู้
ทุกคนต่างก็เห็นว่าสุนัขทั้งสี่เข้าขย้ำกลุ่มโจรอย่างรวดเร็วและรุนแรงเช่นกัน
พวกเขาเชื่อหยางมี่ตัวน้อยแล้วว่าสี่ยอดองครักษ์ของนางนั้นเก่งอย่างที่หยางมี่บอกจริงๆ
"หวังเฉา หม่าฮั่น จางหลง เ้าหู่ พวกเ้าช่างเป็หมาที่ยอดเยี่ยมและเก่งกาจยิ่งนัก ถ้าหากพวกเ้ามีลูก ข้าขอลูกๆของเ้าเอาไปเลี้ยงดูได้หรือไม่"
เสียงขู่คำรามออกมาอย่างน่ากลัว ทำให้อวี่เหวินต้องตกมือยอมแพ้
'ลูกใครๆก็รัก มาขออย่างนี้ก็ได้หรอ เดี๋ยวก็แง้มซะเลย'
สี่ยอดองครักษ์เดินเชิดหน้าขึ้นไปนั่งเบียดกันอยู่บนรถม้า พร้อมกับเหล่ตามองอวี่เหวินอย่างไม่น่าไว้ใจ
ทำให้ทุกคนอดขำอวี่เหวินกับสี่ยอดองครักษ์ไม่ได้ เมื่อจบเื่ของโจรป่า
พวกเข้าก็รีบเร่งเดินทางกันให้เร็วขึ้นกว่าเดิม เพราะว่าพวกเข้าเสียเวลากำจัดโจรพวกนี้มากพอสมควร
เป็เวลาบ่ายคล้อยกลุ่มของหยางเจี้ยนก็มาถึงชายแดนแคว้นจงเจียน แต่พวกเขาก็ต้องพบกับความผิดหวัง
เนื่องจากแคว้นจงเจียนปิดด่านชายแดนไปแล้ว ตอนนี้พื้นที่ชายแดนเต็มไปด้วยผู้คนที่จะอพยพไปแคว้นอื่น เพื่อหลีกหนีา
"ข้าจะลองเจรจากับทางแคว้นจงเจียนดูก่อน ถ้าไม่สำเร็จข้าจะส่งเหยี่ยวสื่อสารไปหาท่านพ่อ เพื่อให้ท่านพ่อมาเจรจากับทางจงเจียนเปิดทางให้กับเรา ข้าไม่อยากอ้อมไปทางซีเปียน เกรงว่าพวกเราอาจจะไปรอดที่ต้องเผชิญกับพายุหิมะสุดท้ายในวันสิ้นปี"
อวี่เหวินพูดออกมาด้วยสีหน้าท่าทางเคร่งเครียด
"แล้วถ้าหาจงเจียนไม่ยอมเปิดประตูเมืองให้เราเข้าไปล่ะ"
"ข้าคงต้องบอกท่านลุงเื่การส่งสมุนไพรไปช่วยเหลือแคว้นจงเจียนขอรับท่านป้าซ่ง"
แคว้นตงเปียนเป็พื้นที่ที่มีป่าค่อนข้างเยอะ ทั้งยังเป็พื้นทีู่เาสูง นาข้าวและพืชผักจำเป็ต้องปลูกเป็ขั้นบันได พื้นที่ราบเรียบนั้นมีน้อยมาก
แต่แคว้นตงเปียนกลับเป็แคว้นสมบูรณ์ที่สุด และเป็แคว้นเดียวที่สามารถปลูกสมุนไพรได้ทุกชนิดและมีเป็จำนวนมาก
แคว้นตงเปียนจึงกลายเป็แคว้นที่มีการส่งออกสมุนไพรเป็อันดับหนึ่ง รองลงมาก็เป็ชาชั้นดี เกลือ
ทั้งยังมีเหมืองแร่เหล็ก แร่ทอง แร่เงินและแร่อื่นๆที่ทางการแคว้นตงปิดเป็ความลับอีกเป็จำนวนมากอีกด้วย
"เอาตามที่อวี่เหวินแนะนำข้าว่าดีที่สุด ขืนเดินทางต่อข้าว่าพวกเราและม้าอาจไปไม่รอด"
ทุกคนพยักหน้าลงความเห็นพ้องต้องกัน จากนั้นอวี่เหวินแยกตัวไปทางประตูเมืองแคว้นจงเจียนเพื่อไปเจรจาตามที่คุยกันไว้
"พี่เจี้ยนท่านรอพวกข้าอยู่ตรงนี้นะขอรับ เดี๋ยวข้าจะกลับมา"
"อืม..ไปเถอะ ระวังตัวด้วย"
"ขอรับ"
oooooooooooooooooooo
ขอบคุณมากๆนะคะ