“ระยะทางหนึ่งรอบประมาณยี่สิบห้าลี้ต้องวิ่งอย่างน้อยสิบห้ารอบเ้าถึงจะผ่านหมายความว่าเ้าต้องวิ่งสี่รอบในหนึ่งชั่วยามหรือหมายถึงเ้าต้องวิ่งไปกลับหนึ่งร้อยลี้” ถังเทียนกล่าวเขารู้เนื้อหาของการทดสอบและคนอื่นๆ จำนวนมากก็รู้เช่นกัน
เยี่ยซางคำนวนในใจเป็ไปได้ยากอย่างแท้จริง ที่จะวิ่งประมาณสี่ร้อยลี้ในสี่ชั่วยามเขาสามารถวิ่งในูเาลึกได้ไกลที่สุดเพียงหกร้อยลี้ต่อวันแต่มันก็เป็ูเาและหนองน้ำที่แห้งแล้งจึงยากกว่า
“ถ้าคิดว่าไม่ไหวก็ยอมแพ้เถิดคงน่าอับอายถ้าต้องถูกคัดออก” ฉินไห่พูดประชดอย่างโกรธเคือง
“เ้าหยุดพูดได้หรือไม่? น่าอายหรือ?คนตระกูลฉินของเ้าไม่น่าอายหรือ? ฉินซานไม่ได้ถูกคัดออกหรือ?” เมื่อได้ยินคำพูดของฉินไห่ถังเทียนก็ชี้ไปที่ฉินซานและะโอย่างอดไม่ได้ นิสัยของฉินไห่แย่เกินจะทนไหวทั้งยังดูมากเกินไปใน่นี้อีกด้วย
“ด่าข้าอย่างนั้นหรือ? เ้าคิดว่าข้ากลัวเ้าหรืออย่างไร? ถ้าเ้าไม่กลัวก็มาลองดูได้” เมื่อโดนถังเทียนต่อว่าสีหน้าของฉินไห่ก็ดูไม่ได้ เขาไม่คิดว่าถังเทียนจะไม่สนใจหน้าตาของตระกูลฉิน
“เ้าหมายความว่าข้ากลัวเ้าหรือ? น่าขันนัก! บอกเวลาและสถานที่ให้ข้าด้วยแล้วกัน”ถังเทียนก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน
“พอได้แล้วมาสู้กันเองเช่นนี้ไม่กลัวผู้อื่นหัวเราะเยาะหรือ?” ชิวเจินเอ่ยปราม
“ขอบคุณ หัวหน้าชิวโปรดพูดถึงการทดสอบที่สี่ด้วยเถิด!” เยี่ยซางคำนับถังเทียนก่อนหันไปหาชิวเจินเขารู้ว่าถังเทียนทำเพื่อเขา
“ด่านที่สี่คือการทดสอบจิตใจและลมปราณด้วยการปีนหน้าผาตานติ่งข้าจะบอกเ้าเกี่ยวกับผาตานติ่งเอง!” ชิวเจินถอนหายใจเพราะรอบที่สี่นั้นยากยิ่ง อย่างเยี่ยซางแล้วดูจะไม่มีความหวังมากนัก
ผาตานติ่งเป็สถานที่พิเศษในหุบเขาโอสถ้าสุดของหน้าผาคือที่ตั้งของหม้อโอสถแปดัซึ่งเป็อาวุธิญญาประจำหุบเขาโอสถก่อนหน้านี้มันเป็อาวุธิญญาของผู้ก่อตั้งหุบเขาโอสถ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาหม้อโอสถแปดัได้ถูกวางไว้บนผาตานติ่งซึ่งเป็แกนหลักในการปกป้องหุบเขาโอสถและได้รับการปกป้องจากผู้าุโหลายคนของหุบเขาโอสถ
หม้อโอสถแปดัเป็ของวิเศษของหุบเขาโอสถมีผู้าุโเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้วิธีเปิดใช้งานเพื่อกระตุ้นการปกป้องูเาได้โดยปกติแล้วไม่มีใครสามารถเข้าใกล้ได้ แม้แต่เ้าสำนักหุบเขาโอสถก็ตาม
หม้อโอสถแปดันี้เป็อาวุธิญญามันจะปล่อยแรงกดดันออกมาตลอดเวลาการปีนหน้าผาตานติ่งจะต้องเผชิญกับการต่อต้านของหม้อโอสถแปดันี่จึงเป็การทดสอบความมุ่งมั่น
“ผาตานติ่งไม่ได้เป็เพียงสถานที่สำหรับการทดสอบของผู้ที่้าเป็ศิษย์ของหุบเขาเท่านั้นศิษย์ของหุบเขาโอสถอย่างหยวนปั่งและตันปั่งก็มักจะปีนเพื่อฝึกฝนตนเองเช่นกัน”เมื่อเสียงของชิวเจินสิ้นสุดลงศิษย์ชั้นยอดของหุบเขาโอสถที่เดินเข้ามาในโรงเตี๊ยมก็กล่าวขึ้น
เขาคือศิษย์ของหุบเขาโอสถที่แจ้งให้ทุกคนไปที่ลานกว้างหน้าประตููเาเพื่อทดสอบวันนี้
เยี่ยซางเดินตามไปเขารู้ว่าการทดสอบของวันนี้ยากมาก แต่ตนเองก็ยังต้องพยายาม
“หนุ่มน้อยถ้าปีนี้เ้าไม่ผ่านก็กลับไปฝึกฝนใหม่ ไม่ช้าก็เร็วเ้าจะสามารถทำได้”ลูกศิษย์ของหุบเขาโอสถพูดกับเยี่ยซางด้วยรอยยิ้มทุกคนเห็นการทดสอบที่ยอดเยี่ยมของเยี่ยซางเมื่อวานนี้
“ข้าจะพยายามให้ดีที่สุด”เยี่ยซางพยักหน้า
ศิษย์ชั้นยอดของหุบเขาโอสถยิ้มและพยักหน้าให้
เยี่ยซางรู้ว่าศิษย์ชั้นยอดคนนี้เข้าใจความหมายของเขาผิดเขาตั้งใจจะบอกว่าการพยายามคือการต่อสู้อย่างหนักเพื่อผ่านการทดสอบไม่ใช่การพยายามอย่างหนักหลังจากล้มเหลวในการทดสอบไปแล้ว
ทั้งกลุ่มมาที่ลานกว้างในหุบเขาโอสถ
วันนี้จำนวนคนในลานลดลงเพราะมีคนถูกคัดออกจำนวนมากแต่ลานแห่งนี้ก็ยังเนืองแน่นไปด้วยผู้คนอยู่ดี
ผู้ผ่านการทดสอบสองรอบแรกของพิธีการคัดเลือกศิษย์จำนวนสี่ร้อยคนกำลังเดินไปที่หน้าวงแหวน
ฉู่หลิงเซียวลุกขึ้นจากที่นั่งและให้ศิษย์ผู้คุมกฎของหุบเขาโอสถไปที่ยอดเขาชิงสือซึ่งเป็สถานที่ทดสอบเพื่อคอยดูแลการทดสอบที่สาม หากมีผู้ใดคดโกงเขาจะต้องหยุดโดยทันทีถ้าไม่หยุดแล้วพวกเขาจะถูกคัดออก
หลังจากที่เหล่าศิษย์ของหุบเขาโอสถไปถึงสถานที่ทดสอบแล้วฉู่หลิงเซียวก็พยักหน้าให้ศิษย์หุบเขาโอสถที่ยืนอยู่หน้าวงแหวนซึ่งมีสัญลักษณ์หม้อโอสถสีเงินปักอยู่บนเสื้อคลุมสีขาว
นี่คือลูกศิษย์ของหุบเขาโอสถระดับหยวนปั่งศิษย์หยวนปั่งผู้นี้กำลังยืนอยู่บนพื้นที่ทดสอบ
“ข้าชื่อฉี่ิ หากเ้าสามารถเข้าสู่หุบเขาโอสถได้ข้าจะเป็ศิษย์พี่ของเ้า ข้าขอแสดงความยินดีกับศิษย์น้องทุกคนในที่นี้ต่อไปเป็ขั้นตอนที่สามของการทดสอบ เ้าได้เห็นยอดเขาชิงสือจากลานที่ยืนอยู่แล้วการทดสอบด่านที่สามคือการทดสอบความอดทน เ้าต้องวิ่งไปรอบๆ ยอดเขาชิงสือเป็เวลาสี่ชั่วยามและต้องวิ่งให้ครบสิบหกรอบหากวิ่งไม่ไหวก็หยุดได้นอกจากนี้โปรดจำไว้ว่านี่เป็เพียงการทดสอบเพื่อเข้าเป็ศิษย์เท่านั้น”ฉี่ิประกาศ การทดสอบด่านที่สามได้เริ่มต้นอย่างเป็ทางการแล้ว
ทันทีที่ประกาศกฎออกมาก็มีเสียงหลายคนกระซิบว่า ปีที่แล้วให้วิ่งสิบห้ารอบแต่ปีนี้เปลี่ยนเป็สิบหกรอบทำให้ยิ่งยากมากขึ้น
ผู้เข้าร่วมการทดสอบที่เหลือเดินเข้าสู่เส้นทางบนูเาภายใต้การนำของศิษย์ผู้คุมกฎของหุบเขาโอสถ
ด้วยสัญญาณมือของฉู่หลิงเซียวกลุ่มผู้เข้าร่วมก็เริ่มออกวิ่งไปตามเส้นทาง เยี่ยซางไม่้าถูกคัดออกเขาวิ่งออกไปด้วยความเร็วเทียบเท่ากับเสือดาวเกือบจะเท่ากับผู้ฝึกตนระดับเลี่ยนชี่ขั้นแปดที่อยู่กลุ่มหน้าซึ่งก็คือกลุ่มที่หนึ่งของผู้เข้าร่วมการทดสอบทั้งหมด
เมื่อเห็นเยี่ยซางวิ่งตามขึ้นมาฉินไห่ก็พ่นลมหายใจอย่างเ็าและเร่งความเร็ว
“เยี่ยซางอย่าใจร้อน เ้าต้องควบคุมความแข็งแกร่งของตนเองให้พอดี”ถังเทียนะโบอกเยี่ยซางขณะที่เขาวิ่งไปข้างหน้า
“ไม่ต้องกังวล ไป!”เยี่ยซางไม่ลดความเร็ว เขาพุ่งไปข้างหน้าเหมือนเสือดาวการวิ่งแบบนี้ไม่ได้ยากเย็นสำหรับเขา
เมื่อตอนที่เยี่ยซางล่าสัตว์เขาเคยไล่ตามเสือดาวลมกรดเป็เวลานาน แล้วในที่สุดก็สามารถฆ่าเสือดาวลมกรดได้
ใช้เวลาราวหนึ่งถ้วยชา1การวิ่งรอบแรกก็ผ่านไปเวลานี้ทุกคนยังมีพลังและความเร็วมาก แต่ก็ยากที่จะวิ่งด้วยความเร็วเท่านี้ในภายหลัง
“หนุ่มสาวที่เข้าร่วมการทดสอบในปีนี้ดูไม่เลวเลย” ฉู่หลิงเซียวมองไปที่หยานเป่ยจี๋และหลิ่วหยางอวี่แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
“ก็แค่ตอนนี้เท่านั้นด่านที่สี่เป็ด่านที่แสดงถึงศักยภาพได้มากที่สุด” หลิ่วหยางอวี่กล่าวขณะมองไปยังผู้เข้าร่วมที่กำลังวิ่งอย่างรวดเร็ว
“เ้าเด็กนั่นวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดไม่ฉลาดเลยที่วิ่งแบบนี้” เมื่อเห็นร่างของเยี่ยซางหยานเป่ยจี๋ก็กล่าวขณะถูเคราของตน
ในเวลานี้เยี่ยซางไม่ได้อยู่ในอันดับแรกแต่อยู่ตรงกลางของกลุ่มแรกและกลุ่มที่สอง สาเหตุหลักมาจากความเร็วของกลุ่มแรกนั้นเร็วเกินไป
แม้ว่าเยี่ยซางจะวิ่งด้วยความเร็วเต็มที่แล้วแต่เขาก็ยังตามไม่ทันเยี่ยซางเข้าใจดีว่าผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ไม่ได้เร่งความเร็วเต็มที่
ในเวลานี้เยี่ยซางกำลังวิ่งด้วยความเร็วเต็มที่เขาไม่้าที่จะรั้งอยู่ท้ายสุด แต่อย่างไรก็เป็เื่ยากที่จะตามให้ทันสำหรับความแข็งแกร่งของเขา เยี่ยซางไม่กังวลมากนักเขาเก่งเื่แบบนี้...การวิ่งทางไกล
การวิ่งยังคงดำเนินต่อไปทั้งสี่ร้อยคนวิ่งอย่างแข็งขัน ระยะห่างไม่กว้างขึ้นไม่แคบลงคนที่อยู่กลุ่มหน้ารักษากำลังไว้ และกลุ่มด้านหลังก็ตามมาอย่างสิ้นหวัง
หนึ่งชั่วยามผ่านไปกลุ่มที่เร็วที่สุดวิ่งไปหกรอบ เยี่ยซางวิ่งได้ห้ารอบสาเหตุหลักมาจากกลุ่มหน้าเร็วเกินไปอย่างไรแล้วเยี่ยซางก็ยังไม่สามารถไล่ตามได้ทันแม้จะใช้ความเร็วเต็มที่ก็ตาม
เยี่ยซางยังคงอยู่ตรงกลางเพราะหลังจากผ่านไปสองรอบ คนที่อยู่กลุ่มหลังก็ออกแรงวิ่งมากขึ้นเช่นกัน
ฉินเจินที่ยืนอยู่ข้างหลังหยานเป่ยจี๋รู้สึกกังวลมากขึ้นเพราะผู้ทดสอบที่เหลือนั้นแข็งแกร่งเกินไปโดยพื้นฐานแล้วพวกเขาทั้งหมดเหนือกว่าขั้นห้าของเลี่ยนชี่ขณะที่พลังขั้นสามของเยี่ยซางนั้นยังต่ำเกินไปจะเห็นได้ว่าแม้เยี่ยซางกำลังวิ่งด้วยความเร็วเต็มที่แต่ก็แทบจะไม่สามารถตามจังหวะของทุกคนได้ยิ่งไปกว่านั้นการวิ่งด้วยความเร็วเต็มที่แบบนี้ ต้องใช้กำลังกายเป็อย่างมาก จึงยากที่จะอดทนได้จนจบการทดสอบ
การทดสอบดำเนินต่อไปผู้คนจำนวนมากยังคงจับตามองเยี่ยซาง
ไม่ใช่ว่าเยี่ยซางนั้นโดดเด่นกว่าคนอื่นแต่รากฐานการบ่มเพาะที่ต่ำเกินไปของเยี่ยซางทำให้เขาแตกต่างจากผู้อื่นต่างหาก
----------------------------------------------------------------------
1 ถ้วยชาเป็หน่วยเวลาแบบหนึ่งของจีน 1 ถ้วยชาประมาณ 10-15 นาที