บทที่ 14 เธอคือผู้หญิงที่ดีที่สุดในโลกใบนี้
เธอเห็นชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งกำลังค่อย ๆ เข็นรถล้อเดียว ร่างกายเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่น ขาทั้งสองก้าวเดินอย่างมั่นคง
ถ้าไม่ใช่ฉู่เจียงชวนแล้วจะเป็ใครล่ะ !
เธอยืนมองเขาอยู่ตรงนั้นรอจนกระทั่งเขาเข็นรถเสร็จ และกำลังเช็ดเหงื่อ จึงรีบเดินเข้าไปรับผ้าขนหนูจากมือเขา
ผ้าขนหนูที่พาดอยู่บนตัวเขาสกปรกมอมแมม เธอสวมเสื้อเชิ้ตลายดอกไม้ มือขาวผ่องเป็ย่องใยของเธอตัดกับผ้าขนหนูที่สกปรกจนเห็นได้ชัด
ฉู่เจียงชวนยืนนิ่งงัน และเอ่ยตะกุกตะกัก "ผะ… ผมก็แค่… ขาหายดีแล้ว ละ… ละ… เลยอยากหาเงินเพิ่ม บ้านเรา… ไม่ควรให้คุณต้องทำงานคนเดียว..."
"ฉันรู้" ถังซีเหมียนยิ้มอย่างอ่อนโยน แต่สายตากลับพร่ามัวขึ้นเรื่อย ๆ เธอเบือนหน้าไปทางอื่นพลางเช็ดน้ำตา
"ทำงานเสร็จแล้วหรือยัง ฉันรอกลับบ้านพร้อมคุณนะ"
"เฮ้ย เจียงชวน นั่นภรรยานายเหรอ ? แต่งตัวสวยจังเลย !" เพื่อนร่วมงานที่อยู่ข้าง ๆ มองถังซีเหมียนด้วยสายตาไม่ค่อยดีนัก "ภรรยานายทำงานอะไรเหรอ ? ก่อนหน้านี้ไม่เคยบอกกันเลยนะ"
ถังซีเหมียนปรับน้ำเสียงเล็กน้อย "สวัสดีค่ะ ฉันเป็ผู้ประกาศข่าวภาคเช้าของสถานีวิทยุประจำอำเภอ ถังซีเหมียนค่ะ"
เพื่อนร่วมงานหลายคนตาโตขึ้นทันที สีหน้าของพวกเขาแปรเปลี่ยนเป็จริงจังขึ้นมา
พวกเขาคุ้นเคยกับเสียงนี้มาก ! ที่แท้ผู้ประกาศของสถานีวิทยุประจำอำเภอก็คือ ภรรยาของฉู่เจียงชวนนี่เอง !
บรรพบุรุษของพวกเขาคงมาประทานพรแน่ ๆ !
ฉู่เจียงชวนทำงานเสร็จแล้ว เขาตกลงกับเถ้าแก่ไว้ว่าค่าแรงวันละแปดเหมา ไม่เร่งไม่รีบ แต่วันศุกร์เขาขอกลับก่อน
โดยทั่วไปจะคิดตามจำนวนชิ้นงานหนึ่งเดือนก็ได้อย่างน้อยวันละหนึ่งหยวน แต่ฉู่เจียงชวนรู้ดีว่าขาของตัวเองเป็อย่างไรย่อมได้น้อยหน่อย ดีกว่าทำให้ความพยายามของภรรยาสูญเปล่า
ระหว่างทางกลับบ้าน ถังซีเหมียนเอาแต่นิ่งเงียบตลอด เธอไม่เคยลืมเื่ขาของ ฉู่เจียงชวน เธอสอบถามเขาหลายอย่างพอรู้ว่าขาของเขาไม่ได้เจ็บอีก สีหน้าถึงดีขึ้นบ้าง
หลังจากกลับถึงบ้านและทักทายคนในบ้าน ถังซีเหมียนก็ชายตามองฉู่เจียงชวนแวบนึงแล้วหมุนตัวเข้าห้องตัวเองไป
เมื่อเห็นรองเท้าของน้องชายเปื้อนดิน ฉู่เจียงหรงก็เดาได้ว่าอีกฝ่ายถูกถังซีเหมียนจับได้แล้ว เธอจึงหัวเราะพลางพูดว่า "แม่คะ หนูว่าเหมียนเหมียนเป็ห่วงเจียงชวนมากเลยนะคะ !"
สวี่กว่างเฟินไม่ได้ตอบอะไร แต่สีหน้าของเธอดูอ่อนโยนมาก
ภายในห้อง
ฉู่เจียงชวนยืนอยู่หลังถังซีเหมียนมาพักใหญ่แล้ว เขาถูมือเข้าด้วยกันจนหนังแทบจะถลอก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายว่าอย่างไรดี
"เหมียนเหมียน… คือว่า… ผม..."
ถังซีเหมียนถอนหายใจเฮือกใหญ่ แต่เมื่อเอ่ยปากอีกครั้งน้ำเสียงกลับสั่นเครือ
"มานั่งตรงนี้สิ !"
ฉู่เจียงชวนรีบนั่งลงข้าง ๆ เธอ และจับมือภรรยาไว้
"คุณ...อย่าโกรธเลยนะ ผมไม่ไปแล้วก็ได้..."
"คุณคิดว่าฉันเห็นคุณทำงานหนักแบบนั้นแล้วอายใช่ไหม ?" ถังซีเหมียนขมวดคิ้วน้อย ๆ ดวงตากลมโตจ้องมองจนฉู่เจียงชวนรู้สึกหวั่นใจ
"ไม่...ไม่ใช่..."
ถังซีเหมียนยกมือชี้ไปที่เขา ฉู่เจียงชวนจึงหุบปากเงียบ
ถังซีเหมียนยื่นมือไปบีบแก้มเขาก่อนจะดึงเขาเข้ามาใกล้ "คุณรู้ไหมว่าขาของคุณยังต้องพักอีก ฉันก็กำลังหาเงินอยู่แล้ว คุณรีบร้อนไปทำไม ก่อนหน้านี้ฉันไม่ได้บอกแล้วเหรอว่าลับมีดให้คมก่อนถึงจะตัดฟืนได้ดี คุณจำไม่ได้หรือไง ? ถ้าาเ็อีกครั้งคุณอาจจะลุกไม่ขึ้นไปตลอดชีวิตนะ !"
เธอนึกถึงชาติก่อน ที่ผู้ชายโง่เขลาคนนี้ลากขาที่สามารถรักษาได้ไปทนใช้ชีวิตทุกข์ทรมาน และใช้ชีวิตท่ามกลางความสิ้นหวังไปตลอดชีวิต พลันอดรู้สึกเ็ปไม่ได้ ดวงตาคู่นั้นของเธอแดงก่ำจนน่ากลัว
เธอปล่อยฉู่เจียงชวน และหันหลังให้เพื่อสงบสติอารมณ์ เธอหายใจเข้าออกเฮือกใหญ่
ฉู่เจียงชวนได้ยินแล้วรู้สึกแสบร้อนจมูก จึงโอบกอดเธอจากด้านหลัง
"ขอโทษ ผมขอโทษนะที่รัก ทำให้คุณต้องเป็ห่วงอยู่เรื่อย..."
"คุณจะทำให้ฉันโกรธจนตายหรือไง !" ถังซีเหมียนทุบไหล่เขาหลายที "ถ้าคุณเป็อะไรไป แล้วฉันจะทำยังไง..."
ฉู่เจียงชวนประคองใบหน้าภรรยา แล้วจุมพิตเบา ๆ บริเวณหน้าผาก จมูก ดวงตา ริมฝีปาก ทุกััล้วนเต็มไปด้วยความรักและความทะนุถนอม เต็มไปด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ได้
หญิงสาวที่เขารักเป็ผู้หญิงที่ดีที่สุดในโลกใบนี้...
การจากกันชั่วคราวทำให้รู้สึกเหมือนแต่งงานใหม่ คืนนี้ถังซีเหมียนกินข้าวอยู่ในห้องนอน
เช้าวันรุ่งขึ้น ถังซีเหมียนที่ปวดเมื่อยไปทั้งตัววางเงินลงบนโต๊ะ "ทั้งหมดเป็เงินที่ฉันเก็บมาหลายวันรวมทั้งหมดสองร้อยสี่สิบสองหยวน แม่คะ เงินนี้เอาไว้เก็บให้น่าน่านะ เมื่อเก็บเงินได้พอเราจะพาเธอไปหาหมอ !"
น่าน่าอุทานออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ "เงินเยอะจังเลย !"
ถังซีเหมียนลูบหัวเด็กน้อย "น่าน่า ่นี้เป็เหมือนก่อนหน้านี้ไหมจ้ะ ?"
"ไม่เป็ค่ะ! น้า หนูดื่มนมผงทุกวันเลย ตอนนี้ยังช่วยยายตากผ้าได้ด้วย !" น่าน่ายื่นแขนออกมา แม้จะยังผอมอยู่บ้างแต่สีหน้าก็ไม่ซีดเหลืองเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว
สวี่กว่างเฟินมองเงินบนโต๊ะ ผ่านไปพักใหญ่ จึงผลักกลับไป "เหมียนเหมียนเก็บไว้เองเถอะ ก่อนหน้านี้...ก่อนหน้านี้แม่ไม่ดีเอง ! ตอนนี้พวกเธอมีชีวิตที่ดีแล้ว แม่ยังมีเงินจากการขายข้าวสาลีอยู่ !"
ฉู่เจียงหรงตาแดงดึงมือถังซีเหมียนพูดว่า "เหมียนเหมียน มีเธอคอยดูแลน้องชายฉัน วางใจได้จริง ๆ ถ้าน่าน่าได้ผ่าตัดจนหายดี พี่จะยอมเป็ทาสรับใช้เธอไปชั่วชีวิต !"
"เป็พี่ของฉันเหมือนเดิมก็พอค่ะ !" ถังซีเหมียนคลี่ยิ้มบาง "งั้นฉันจะเอาเงินนี้ไปลงทุนทำอะไรสักอย่างขาย พวกแม่วางใจได้ ให้เวลาฉันหาเงินสองปีก็พอแล้ว !"
"อย่ากดดันตัวเองมากเกินไปนะ คุณยังมีพวกเราอยู่นะ" ฉู่เจียงชวนรู้สึกสงสารภรรยา
คืนนั้นเธอร้องไห้เพราะความเ็ป...หญิงสาวตัวเล็ก ๆ ที่กลัวความเจ็บและความเหนื่อยล้า ไหล่บาง ๆ ต้องแบกรักภาระทั้งครอบครัว เธอเหนื่อยมากจริง ๆ !
แต่ถังซีเหมียนกลับเพลิดเพลินกับความรู้สึกนี้ ความรู้สึกที่ถูกครอบครัว้า !
หลังจากกินมื้อกลางวัน น่าน่าอยากไปที่ริมแม่น้ำ ถังซีเหมียนห้ามเธอไม่ได้ จึงพาเธอไป และยังเอาถังเล็ก ๆ ไปใส่กุ้งด้วย
ส่วนเื่ที่เด็กคนนี้จะจับได้หรือไม่ก็ไม่แน่นอน !
เนื่องจากปัญหาสุขภาพ ปกติน่าน่าจึงแทบไม่ได้ออกไปไหน แต่ครั้งนี้เพราะน้าสะใภ้กลับมา เธอจึงมีความกล้ามากขึ้น
ทั้งสองมาถึงริมแม่น้ำ ไม่คิดว่าจะเจอฟางเจวียนกำลังซักผ้าอยู่ที่นั่น
เมื่อเห็นทั้งคู่เดินห่างออกไป ฟางเจวียนก็ทุบผ้าด้วยไม้ในมือแรงขึ้น
"ไอ้คนต่ำช้า ! ต่ำช้าที่สุด !"
ถังซีเหมียนทำเป็ไม่ได้ยิน พับแขนเสื้อของน่าน่าขึ้นเพื่อตักหินและกุ้งสีใสตัวเล็กขึ้นมา
"น้าคะ ! ดูนี่สิ !" น่าน่าช้อนหอยทากตัวกลมใหญ่ขึ้นมาได้ จึงคลี่ยิ้มด้วยความดีใจ
"หนูจับขึ้นมาได้แล้ว !"
ถังซีเหมียนลูบหัวเธอเบา ๆ "น่าน่าเก่งที่สุดเลย !"
ฟางเจวียนซักผ้าเสร็จแล้วก็จากไป ถังซีเหมียนรอจนเธอเดินไปไกลแล้วจึงพูดว่า "น่าน่าเล่นคนเดียวไปก่อนนะ น้าจะไปเข้าห้องน้ำ !"
แถวนี้มีแค่ส้วมธรรมดาเท่านั้น หลังจากบอกกล่าวแล้วเธอก็รีบตรงไปที่ห้องน้ำเพียงแค่สองสามนาที ถังซีเหมียนเพิ่งจะดึงกางเกงขึ้นก็ได้ยินเสียงกรีดร้อง
"น่าน่า !"
ถังซีเหมียนวิ่งพรวดออกไปก็เห็นฟางเจวียนวิ่งหนีไปแล้ว ส่วนน่าน่ากำลังตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำ
"น่าน่า!" ถังซีเหมียนก้าวลงไปในน้ำ เธอช่วยดึงน่าน่าขึ้นมาได้สำเร็จ แล้วอุ้มเธอวิ่งกลับบ้านทันที
เมื่อทุกคนในบ้านเห็นทั้งสองเปียกโชกเดินเข้ามาต่างก็วิ่งเข้ามาถามด้วยความใ
"เกิดอะไรขึ้นเหรอ ?!"
"เดี๋ยวค่อยว่ากันค่ะ ตอนนี้หาเสื้อผ้าให้น่าน่าเปลี่ยนก่อนเถอะ !" ถังซีเหมียนตอบด้วยท่าทางโกรธจัด