ฟุบ ฟุบ ฟุบ ฟุบ เปรี๊ยะ!
“อึก! อ๊ากกกก” เสียงร้องดังขึ้นจากบอดี้การ์ดที่ต่างถูกบางสิ่งยิงเข้าใส่โดยไม่ทันตั้งตัวของสิ่งนั้นเป็ปืนขนาดเล็กที่ยิงแท่งเหล็กติดสายไฟสองแท่งเข้าใส่
หลังแท่งเหล็กััถูกตัวมันก็ปล่อยกระแสไฟฟ้าอย่างแรงเข้าใส่ทำให้บอดี้การ์ดเ่าั้ทรุดตัวลงไปกองกับพื้นกันหมดตำรวจจึงเข้าใส่กุญแจมือและคุมตัวทันที
นั่นก็รวมไปถึงเย่เซวียนด้วยเขาถูกช็อตจนชาไปทั้งตัว แต่ก็ยังพอมีแรงที่จะขยับได้ดูเหมือนว่ากายาหยินหยางบริสุทธิ์จะแข็งแกร่งไม่ใช่น้อย
“เย่เซวียน! ไอ้พวกตำรวจสารเลว!มันไม่จบง่าย ๆ แน่!!” ฮวาหวู่หลิงกรีดร้องออกมาด้วยความใก่อนจะวิ่งไปดูอาการชายหนุ่มแต่ก็ถูกตำรวจนายหนึ่งขวางเอาไว้
“พาตัวไปให้หมด!” รองสารวัตรเอ่ยสั่งการออกมาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
ตำรวจต่างพากันควบคุมตัวพวกเย่เซวียนฮวาหวู่หลิง บอดี้การ์ดไปอย่างรวดเร็วพวกเขาใช้ลิฟท์ลงไปยังชั้นจอดรถเพื่อหลีกเลี่ยงผู้คนให้ได้มากที่สุดรองสารวัตรและเหอจุนต่างแอบยินดีในใจว่าแผนของพวกเขาสำเร็จแล้ว
แต่หารู้ไม่ว่าพวกเขาได้ทำสิ่งที่โง่ที่สุดลงไปจนได้
...
“ไอ้พวกบัดซบ! ตำรวจที่ไหนมันใช้ทั้งความรุนแรงแล้วก็ปืนไฟฟ้าพาตัวคนทั่วไปไปสอบสวนวะ!” เย่เซวียนที่ถูกพาตัวไปนั่งท้ายรถะโออกมาด้วยความโมโหเขาถูกพาตัวไปพร้อมกับฮวาหวู่หลิงที่อยู่ด้านข้างส่วนพวกบอดี้การ์ดถูกพาตัวไปที่รถคันอื่น
โชคดีที่พวกมันไม่ได้รื้อตัวเพื่อยึดอะไรไปทำให้โทรศัพท์ยังคงอยู่กับชายหนุ่มตามเดิมแต่ไม่แน่ใจว่าตอนนี้มันยังใช้งานได้ปกติหรือไม่
“สมน้ำหน้า! เป็ไงล่ะยังกล้าปากดีอีกรึไง ?”เหอจุนที่นั่งอยู่ด้านข้างคนขับกล่าวเยาะเย้ยออกมาเขารู้สึกสะใจมากที่อีกฝ่ายมีสภาพแบบนี้
แค่ฟลุครวยขึ้นมาจะมาสู้อะไรกับเขาที่รู้จักรองสารวัตรได้กัน?
“หวังว่านายจะรู้ตัวนะว่าทำอะไรลงไป”ฮวาหวู่หลิงที่ถูกใส่กุญแจมืออยู่ข้างเย่เซวียนกล่าวออกมาด้วยเสียงเย็นเยียบทำให้เหอจุนอดรู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาไม่ได้
“เฮอะ! พวกแกทำร้ายร่างกายฉันบังคับทำอนาจาร แถมยังขัดขวางเ้าหน้าที่อีก คิดว่าจะรอดไปได้รึไง ?” แม้จะรู้สึกแปลกใจที่อีกฝ่ายยังคงนิ่งอยู่ได้แต่เขาก็ไม่สนใจยังคงกล่าวออกมาด้วยความเย่อหยิ่ง
“นายไม่แปลกใจรึไงทำไมฉันถึงมีบอดี้การ์ดติดตัวแถมยังจัดงานกลางห้างซานิได้ ?” ฮวาหวู่หลิงกล่าวถามออกมาเสียงเย็นเธอแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่อีกฝ่ายมีความกล้าขนาดนี้
“รองสารวัตรไปถามผู้จัดการห้างมาแล้วเขาบอกว่าขอแค่มีเงินจ่ายก็เช่าสถานที่ได้ส่วนเธอก็คงเป็แค่คนมีเงินเล็กน้อยที่พอมีชื่อเสียงบ้างเลยมีบอดี้การ์ดติดตามก็แค่นั้นจะมาขู่อะไรฉันได้!” เหอจุนกล่าวออกมาให้อีกฝ่ายได้เข้าใจ
เขาไม่ได้โง่! เขาย่อมไปตรวจสอบมาอย่างคร่าว ๆแล้วว่าเย่เซวียนมันก็ยังเป็ไอ้ยาจกคนเดิม ไม่ได้มีธุรกิจอะไรเลยมันคงบังเอิญไปถูกหวยหรือขโมยเงินใครมาก็เท่านั้น
ส่วนผู้หญิงที่ชื่อหวู่หลิงด้วยเวลาที่สั้นเกินไปเขากับรองสารวัตรยังหาข้อมูลไม่เจอแต่เพราะทั้งสองคนไม่เคยได้ยินชื่อคนที่มีอิทธิพลชื่อหวู่หลิงมาก่อนเลยคิดว่าคงเป็เพียงพวกตัวเล็กตัวน้อยเท่านั้น
พวกเขาไม่นึกมาก่อนเลยว่าผู้หญิงตัวเล็กคนนี้จะนามสกุลฮวา!!
“พวกนายนี่ โง่กว่าที่คิดนะ” เย่เซวียนที่ได้ยินก็กล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มแค่คิดถึงเื่ที่จะเกิดขึ้นเขาก็อดกลั้นขำไม่ได้แล้ว!
ครึ่งหลัง
“แกว่าอะไรนะ ??” เหอจุนกล่าวถามออกมา
“เปล๊า! ไม่มีอะไรหรอก” เย่เซวียนตอบกลับไปแบบไม่มีพิรุธเลยสักนิด
...
ปั้ง!!
“แกยอมรับมาดีกว่าว่าแกเป็คนทำ! ถ้ายอมสารภาพแต่โดยดีโทษจะเบาลงนะ”เ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งทุบโต๊ะก่อนจะตวาดใส่ชายที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขา
ชายคนนั้นสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะมองรอบห้องด้วยความสนใจในห้องมีเพียงโต๊ะตัวหนึ่งกับเก้าอี้สองตัวรอบห้องเป็ผนังปิดทึบมีกระจกอยู่ด้านหลังเ้าหน้าที่ตำรวจแต่มันมองไม่เห็นว่าอีกฝั่งมีอะไรอยู่ไหม
“ห้องนี้เป็แบบในหนังไหมครับ ?อีกฝั่งมีคนดูอยู่ใช่ป่ะ” เย่เซวียนกล่าวถามด้วยความตื่นเต้นเขาไม่เคยได้เข้ามาในห้องแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต
“อย่ามาเฉไฉ ตอบคำถามของฉันมาซะดี ๆ !”นายตำรวจกล่าวเสียงดังด้วยความไม่พอใจ
“ช่วยถอดกุญแจมือให้ผมได้ไหมครับ ?” เย่เซวียนยกมือที่ถูกใส่กุญแจให้อีกฝ่ายดูก่อนจะถามออกมา
...
“ดูเหมือนว่ามันจะไม่ยอมรับสารภาพนะพี่เชียง” เหอจุนที่ยืนดูการสอบสวนอยู่กับรองสารวัตรกล่าวขึ้นมา พวกเขาแยกเย่เซวียนฮวาหวู่หลิง กับพวกบอดี้การ์ดคนละห้องเพื่อทำการสอบสวนแต่ทุกคนล้วนไม่ให้การร่วมมือเลยสักนิด
“ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวซ้อมพวกมันนิดหน่อยแล้วยัดข้อหาไปก็จบแล้ว”พี่เชียงหรือรองสารวัตรกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ เื่พวกนี้เขาทำบ่อยจนชินแล้ว
“แย่แล้วครับรองสารวัตร!” มีตำรวจนายหนึ่งวิ่งมาหน้าตาตื่น
“มีอะไร ? ฉันบอกแล้วนี่ว่าอย่าเข้ามารบกวนตอนนี้” รองสารวัตรกล่าวออกมาด้วยความไม่พอใจ
ตอนนี้ยังไม่มีผลลัพธ์อะไรเลยสักอย่างขืนเป็แบบนี้ต่อไปคงจะแย่แน่ ๆ
‘จับพวกมันขังไปก่อนดีไหมนะ ?’ รองสารวัตรครุ่นคิดในใจด้วยความจริงจัง
“มีผู้คนมาล้อมสถานีของเราเป็จำนวนมากเลยครับพวกเขาพากันโวยวายขว้างปาสิ่งของเต็มหน้าสถานีไปหมด”ตำนายที่รีบวิ่งมากล่าวออกมาด้วยความร้อนรน
“เกิดอะไรขึ้นกัน?! แล้วพวกนั้นมากันเท่าไหร่พวกมันมาทำอะไร”รองสารวัตรที่ได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายบอกก็เริ่มนั่งไม่ติดขึ้นมาเขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความใ
“หลายร้อยเลยครับ คร่าว ๆ คงเป็พันคนพวกเขาเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาครับ ผมว่ารองสารวัตรรีบออกไปเจรจาจะดีกว่านะครับ” ตำรวจที่มารายงานกล่าวออกมา
“เออ! พวกแกไปด้วยกันกับฉันทิ้งตำรวจไว้เฝ้าพวกนี้สิบนายก็พอ”รองสารวัตรกล่าวสั่งการออกมาทำให้มีตำรวจเกือบร้อยนายลุกออกจากสถานีเพื่อไปเจรจากับประชาชนที่กำลังปิดล้อมสถานีเอาไว้
หลังจากที่เหล่าตำรวจและรองสารวัตรได้ออกมายังหน้าสถานีแล้วพวกเขาก็พบเข้ากับฝูงชนจำนวนมากที่มารอต้อนรับพวกเขาอยู่ มีไข่สด ผัก ผลไม้อาหารต่าง ๆ ถูกขว้างปาเข้าใส่หน้าสถานีเละเทะไปหมดฝูงชนต่างพากันโห่ร้องแสดงความไม่พอใจ
“ทุกท่าน ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกันครับ”รองสารวัตรรับโทรโข่งจากตำรวจนายหนึ่งมาก่อนจะกล่าวเสียงดัง
“ใจเย็นบ้านป้าแกสิ! ฉันเห็นคลิปหมดแล้วว่าไอ้เหอจุนอะไรนั่นมันปากดีแค่ไหน!”มีชายคนหนึ่งะโออกมาพลางขว้างไข่ใส่ตำรวจที่ยืนอยู่ด้วย
“ใช่แล้ว! พวกแกมันก็ดีแต่ใช้อำนาจในทางที่ผิดพวกสารเลว!” หญิงกลางคนผู้หนึ่งะโออกมา
“คลิปอะไรกัน ? พวกคุณคงเข้าใจอะไรผิดแล้วครับพวกเราเหล่าตำรวจล้วนกระทำทุกอย่างโดยความยุติธรรมไม่มีการใช้อำนาจในทางที่ผิดแน่....”ยังไม่ทันที่รองสารวัตรจะพูดจบก็ได้มีมะเขือเทศลูกหนึ่งถูกปาใส่หน้าของเขาเข้าอย่างจัง
“ฮ่าฮ่าฮ่า สมน้ำหน้าไอ้ตำรวจเลว” ชายชราผู้หนึ่งหัวเราะออกมาอย่างสะใจในมืออีกข้างของเขามีถุงใส่มะเขือเทศสุกใกล้เน่าอยู่
“แกคิดว่าพวกเราโง่มากนักรึไง!! ถ้าวันนี้ไม่ปล่อยตัวคนพวกเราจะบุกเข้าไปเอง !”ไม่รู้ว่าใครที่เป็คนะโประโยคนี้ออกมาแต่มันก็ทำให้สถานการณ์ที่กำลังเดือดอยู่แล้วกลายเป็ะเิทันที!