ตอนที่9 : แสงใต้บัลลังก์
เสียงฆ้องสามครั้งดังขึ้นทั่ววังหลวง
ท้องพระโรงใหญ่เปิดออก
ขุนนางทั้งหลายแต่งกายเต็มยศ นั่งเรียงรายราวเกลียวคลื่นแห่งอำนาจ
เบื้องบนสุด —บัลลังก์ัทองคำตั้งสง่า
ดวงตาเยือกเย็นของาาแห่งแคว้นหาน
ทอดมองไปยังทางเดินยาวที่ทอดเข้าสู่ใจกลางของอำนาจ
“นำตัวองค์ชายใหญ่เข้ามา”
เสียงขันทีดังกังวานสะท้อนไปทั่วห้องโถง
หานอวี้จินเดินเข้ามาช้า ๆ
ในชุดคลุมสีเทาอ่อน ไม่มีลวดลายโอ่อ่า
แต่กลับให้ความรู้สึกหนักแน่นจนทั้งท้องพระโรงเงียบสนิท
ทุกย่างก้าวของเขาเหมือนมีแรงบางอย่างผลักอากาศให้สงบนิ่ง
จนแม้แต่ขุนนางผู้มากวาทศิลป์ยังรู้สึกเหมือนมีเงาแห่งอำนาจคลุมอยู่รอบตัว
องค์ชายรอง — หานอวี้หลง —มองด้วยสายตาเยาะเย้ยแฝงคมดาบ
แต่แววตาขององค์ชายใหญ่ไม่ไหวเอนแม้แต่น้อย
เขาคุกเข่าลงกลางท้องพระโรง
“กระหม่อม หานอวี้จิน ถวายบังคมฝ่าา”
เสียงนั้นเรียบแต่หนักแน่นจนพื้นหินสั่นะเืในใจผู้ฟัง
หานเหยียนอ๋องทอดพระเนตรลูกชายอย่างยาวนาน
ไม่มีคำพูด ไม่มีรอยยิ้ม
เพียงสายตาที่เคยเต็มไปด้วยความผิดหวัง
แต่วันนี้... แฝงประกายบางอย่างที่ไม่อาจนิยามได้
“เ้าคือคนที่คนทั้งเมืองกล่าวขานว่าได้รับพรจากเทพเซียนใช่หรือไม่?”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“เ้าฟื้นขึ้นมาได้อย่างไร?”
หานอวี้จินยกสายตาขึ้น —สงบนิ่งดังบึงน้ำกลางหิมะ
“กระหม่อม... ไม่อาจอธิบายได้เพคะ
มีเพียงความฝันหนึ่ง ที่เทพเซียนวางมือบนหน้าผากของกระหม่อมแล้วตรัสว่า
‘อย่าให้ความเขลาครอบงำแผ่นดินนี้อีกต่อไป’”
ทั้งท้องพระโรงเงียบลงจนได้ยินเสียงลมหายใจ
ขุนนางบางคนพนมมือส่วนนักปราชญ์ฝ่ายซ้ายถึงกับคำนับ
องค์ชายรองหัวเราะเบา ๆ
“เทพเซียนหรือ...คำพูดลอย ๆ ของคนที่ฝันไปก็กลายเป็สัจธรรมได้แล้วหรือ?”
แต่ก่อนที่เขาจะพูดต่อ
หานเหยียนอ๋องยกพระหัตถ์ขึ้นห้าม
“ข้าจะถามเ้าด้วยตัวข้าเอง—
หากเ้ามีปัญญาจริง... ตอบข้ามาเถิด”
ฮ่องเต้เอนพระวรกายบนบัลลังก์
“หากในแผ่นดินนี้มีสองเมือง —
เมืองหนึ่งอุดมด้วยทองคำ แต่อีกเมืองอุดมด้วยข้าวปลาอาหาร
เ้าจะรักษาเมืองใดก่อน?”
เสียงซุบซิบดังขึ้นทันที
คำถามนี้คือคำถามทดสอบที่าาใช้กับขุนนางระดับสูง
ตอบผิดเพียงนิด อาจถูกมองว่าโง่ หรือเห็นแก่ผลประโยชน์
หานอวี้จินตอบโดยไม่ลังเล
“ข้าจะรักษาเมืองที่อุดมด้วยข้าวเพคะ”
ฮ่องเต้เลิกพระคิ้ว
“เพราะทองไม่มีค่าอย่างนั้นหรือ?”
“ทองซื้อได้ด้วยแรงคน
แต่แรงคน... ซื้อไม่ได้ด้วยทอง”
เสียงเงียบสนิททั่วทั้งท้องพระโรง
ขุนนางหลายคนก้มหน้า
ขณะที่แววตาของาาเริ่มอ่อนลง
“เ้ารู้หรือไม่...พ่อของเ้าในวัยหนุ่มเคยตอบเช่นนี้กับข้าราชสำนักสมัยก่อน”
หานอวี้จินก้มศีรษะ
“เพราะพระบิดาทรงเข้าใจแผ่นดินยิ่งกว่าผู้ใดเพคะ”
าายกมือขึ้นอีกครั้ง
“ถ้าเ้าต้องปกครองแผ่นดินที่ผู้คนไม่เชื่อฟัง
เ้าจะเลือกทำให้พวกเขากลัว... หรือเลือกให้พวกเขารัก?”
หานอวี้จินยิ้มบาง ๆ
“ถ้าข้าเลือกให้เขากลัว เขาจะเชื่อฟังในยามที่ข้าอยู่
แต่ถ้าข้าเลือกให้เขารัก — แม้ข้าจากไป เขาก็ยังยึดมั่นในสิ่งที่ข้าสร้าง”
ฮ่องเต้หัวเราะเบา ๆเป็ครั้งแรกในรอบหลายปี
“ฮ่า ๆ ๆ เ้านี่ช่างเหมือนคนที่ข้าเคยรู้จัก...แต่เฉียบแหลมกว่านั้นนัก”
องค์ชายรองที่นั่งข้าง ๆ กำมือแน่นสีหน้าเริ่มแข็งค้าง
าาลุกขึ้นจากบัลลังก์
เดินลงจากบันไดทีละขั้นอย่างช้า ๆ
เสียงขุนนางทุกคนคุกเข่าดัง ครืน!
ฮ่องเต้ยืนตรงหน้าลูกชาย
แสงจากช่องหลังคาสาดลงบนใบหน้าของทั้งสอง
เหมือน์ตั้งใจจะส่องเฉพาะพวกเขา
“อวี้จิน...ข้ามองเ้าผิดมานาน”
“ในอดีต ข้าเห็นแต่เปลือกแห่งความโง่เขลาของเ้า
แต่วันนี้ ข้าเห็นคนที่อาจแบกฟ้าแทนข้าได้ในวันหนึ่ง”
หานอวี้จินก้มศีรษะ คำนับลึก
“กระหม่อม... จะไม่ทำให้พระองค์ผิดหวังอีกเพคะ”
“เ้าจะได้ตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษในสภาราชการ
เพื่อช่วยว่าด้วย ‘การฟื้นฟูแคว้นหาน’”
เสียงฮือฮาดังไปทั่ว
บางคนมองด้วยความชื่นชม
บางคนมองด้วยความริษยา
แววตาขององค์ชายรองราวกับเปลวไฟ
หลังจากพิธีเสร็จสิ้น
าาทรงให้ทุกคนออกจากท้องพระโรง
เหลือเพียงพ่อลูกสองคน
บรรยากาศสงบจนได้ยินเสียงลมลอดหน้าต่าง
“เ้ารู้หรือไม่ข้าไม่ได้ถามเพื่อทดสอบเ้า
ข้าเพียงอยากรู้ว่าเ้า... ยังเป็ลูกข้าจริงหรือไม่”
หานอวี้จินยิ้ม
“เืของพระองค์ไหลในตัวข้า ไม่อาจเปลี่ยนได้เพคะ
เพียงแต่ตอนนี้ ข้าเข้าใจแล้วว่า
ผู้เป็าา... ต้องเข้าใจโลกมากกว่าที่โลกเข้าใจตนเอง”
าานิ่งไปนานก่อนจะยกมือแตะไหล่ลูกชาย
“ไปเถิด... เ้าคือความหวังของข้าและของแผ่นดิน”
ค่ำคืนนั้น
หานอวี้จินยืนอยู่กลางลานจวน มองแสงจันทร์สะท้อนบนผิวน้ำ
เสียงระบบ M.A.S. ดังขึ้นเบา ๆ
「ภารกิจสำเร็จ:ได้รับการยอมรับจากาาแห่งแคว้นหาน
ระดับอิทธิพลในราชสำนัก: 42%
การเฝ้าระวังจากองค์ชายรอง: เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ」
เขาหัวเราะในลำคอ
“ยิ่งสว่าง... เงาก็ยิ่งเข้มสินะ”
กลีบดอกบ๊วยปลิวผ่านใบหน้า
แสงจันทร์ขาวโพลน
เขาหันหลัง เดินเข้าสู่เงามืดของจวน
รอยยิ้มเยือกเย็นแต่งามราวแสงดาบใต้แสงจันทร์
“ในเมื่อฟ้ายอมเปิดทางให้ข้า...
ข้าจะเดินจนสุดปลายแห่งอำนาจและปัญญา —ไม่ว่าแผ่นดินนี้จะยอมรับหรือไม่ก็ตาม”