ตอนนี้ก็เริ่มเย็นแล้วภาดากับวรรณาก็ช่วยกันทำอาหารเย็น ส่วนอัทรากับประพันธ์ก็นั่งคุยกันอยู่ข้างนอกด้วยความคิดถึงกันที่ไม่ได้เจอกันนาน ประพันธ์เองก็พึ่งกลับมาจากที่ไร่เขาก็พึ่งได้เจอกับอัทรากับภาดา พิมพ์กาญจน์เองก็พึ่งกลับจากไร่เหมือนกันเมื่อกี้ เธอก็ขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจะได้มาช่วยภาดากับวรรณาทำกับข้าวด้วย ส่วนนิชาภาเธอก็เผลอหลับไปั้แ่ตอนไหนไม่รู้ แล้วตอนนี้เธอก็ยังไม่ตื่นกำลังนอนหลับด้วยความอ่อนเพลียของร่างกาย
“มีอะไรให้ยิ้มช่วยไหมจ๊ะ...”
“ไม่เป็ไรลูก ตอนนี้แม่กับป้าดาทำใกล้เสร็จแล้ว พ่อเราล่ะกลับมาอาบน้ำเรียบร้อยแล้วใช่ไหมถึงไปนั่งคุยกับลุงอัทเรา”ถ้าประพันธ์ได้คุยแล้วก็ลืมตัวตลอดว่าตัวเองต้องทำอะไรก่อนหน้าที่คิดไว้
“น่าจะอาบแล้วนะคะ ยิ้มเห็นพ่อปะแป้งซะหน้าขาวเลย”พิมพ์กาญจน์เธอตอบแล้วก็มองดูอาหารที่อยู่บนโต๊ะ ที่มีอาหารของชอบที่นิชาภาชอบกินอยู่สองสามอย่าง
“ผัดซิอิ๊วหมู ข้าวเห็ดหอมผัดไก่ ไข่ลูกเขย นี่เป็ของชอบที่น้ำหวานชอบกินตอนเด็กๆนี่คะ”พิมพ์กาญจน์เธอพูดขึ้นมาเมื่อเธอจำได้ แต่เธอก็ไม่รู้ว่าตอนนี้นิชาภายังชอบกินอยู่ไหม
“หนูจันทร์ยิ้มยังจำที่พี่เขาชอบด้วยหรอลูก น่ารักจังเลย”ภาดายกมือขึ้นลูบหลังของพิมพ์กาญจน์เบาๆ ซึ่งเธอไม่คิดว่าจะจำได้เพราะไม่ได้อยู่ด้วยกันตั้งนาน
“จำได้ทุกอย่างเลยนั่นแหละค่ะพี่ดา จันทร์ยิ้มคิดถึงพี่น้ำหวานเขาทุกวัน ถ้าไม่ติดว่าหนูน้ำหวานเป็ผู้หญิงนานี่ก็คิดว่าจันทร์ยิ้มเนี่ยชอบพี่น้ำหวานของเขาไปแล้วค่ะพี่ดา”
“ทำไมล่ะนา สมัยนี้ผู้หญิงกับผู้หญิงรักกันแต่งงานกันก็มีตั้งหลายคู่นะ ที่ประเทศนอกที่พี่อยู่นะแต่งงานมีลูกด้วยกันตั้งหลายคน เขาก็มีความสุขดีเลยนะ”ภาดาเธอเจอเื่แบบนี้จนชินแล้วตอนที่อยู่เมืองนอก เธอก็เลยไม่ติดว่าถ้านิชาภาจะชอบเพศไหน
“จริงหรอคะพี่ดา แต่ที่นี่นาไม่เห็นมีนะพี่ดา ถ้าจะมีก็ทอมที่แต่งตัวเหมือนผู้ชายแหละ แถวบ้านนี้มีเยอะเลยแต่นาไม่ชอบหรอกนะคะแบบนั้น นารับไม่ได้จริงๆถ้าจันทร์ยิ้มจะไปชอบแบบนั้น”
“สมัยนี้สมัยแล้วนาต้องเปิดใจยอมรับนะนา เดี๋ยวลูกของเราไม่มีความสุขเอาถ้าต้องทำในสิ่งที่ไม่ชอบ พี่เองก็ปล่อยน้ำหวานเื่นี้เหมือนกัน พี่ไม่อยากทำให้ลูกเสียใจเพราะเราก็ไม่รู้ว่าเราจะอยู่เคียงข้างลูกไปถึงวันไหน สุดท้ายแล้วคนที่อยู่เคียงข้างลูกเราก็คือคนที่เขารักนั่นแหละ”
“มันก็จริงอย่างที่พี่ดาพูดนั่นแหละนะ”วรรณาเธอพูดอย่างนั้นแล้วเธอก็ก้มหน้าทำกับข้าวต่อ เพราะสิ่งที่ภาดาพูดมามันก็เป็จริงอย่างที่พูด
“จันทร์ยิ้มไปดูพี่น้ำหวานให้ป้าหน่อยนะว่าตื่นยัง ถ้าตื่นแล้วก็บอกให้พี่เขาอาบน้ำเลยนะ เดี๋ยวเย็นกว่านี้จะอาบไม่ได้”ภาดาเธอรู้ว่านิชาภาไม่ชอบอาบน้ำเย็นเธอก็กลัวว่าจะโวยวายอีกถ้าน้ำเย็น ที่นี่พอตกเย็นมาอากาศก็ยิ่งเย็นตามไปด้วย เพราะที่นี่อยู่ใกล้หุบเขาแล้วก็มีแต่ต้นไม้พออาทิตย์เริ่มตกดิน อากาศก็จะเริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆจนทำให้ตอนกลางคืนอากาศเย็นสบายดีเลยทีเดียว
“ค่ะป้าดา”พิมพ์กาญจน์เธอรับคำแล้วก็เดินกลับขึ้นไปข้างบนอีกครั้ง พอรู้ว่าตัวเองจะต้องไปหานิชาภาทีไรหัวใจของเธอมันก็ชอบเต้นแรงอยู่เรื่อยเลย ทั้งที่นิชาภาทำตัวไม่น่ารักแล้วก็นิสัยเปลี่ยนไป มันก็ทำให้เธอรู้สึกประหม่าทุกครั้งเวลาที่ได้เจอใบหน้าหวานของนิชาภา
พิมพ์กาญจน์เธอเดินเข้ามาในห้องของนิชาภาที่ประตูเปิดไว้นิดหน่อย ไอเย็นของแอร์ที่เปิดก็ทำให้รู้สึกเย็นั้แ่ที่เปิดประตูเข้ามาในห้อง เธอเห็นนิชาภานอนอยู่ใต้ผ้าห่มหลับอยู่อย่างไม่รู้สึกตัว พิมพ์กาญจน์เธอก็ไม่เข้าใจว่าทำไมนิชาภาจะต้องห่มผ้าด้วย ทั้งที่ตัวเองบอกว่าร้อนแต่ก็นอนห่มผ้า ก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปดูใกล้ๆภาพในวัยเด็กของเธอก็ลอยเข้ามาในสมองของเธออีกครั้ง
“นอนด้วยกันไหมจันทร์ยิ้ม น้ำหวานรู้สึกง่วงมากเลย”
“น้ำหวานนอนเถอะนะเดี๋ยวจันทร์ยิ้มจะเฝ้าเอง”
“ทำไมต้องเฝ้าด้วยล่ะ ไม่มีใครมาทำอะไรเราซะหน่อยจันทร์ยิ้ม”
“ไม่มีใครมาทำอะไรหรอก แต่จันทร์ยิ้มอยากนั่งมองดูน้ำหวานนอน จันทร์ยิ้มไม่ง่วง...”
“ทำไมล่ะ...”
“จันทร์ยิ้มจะดูแลน้ำหวานไง น้ำหวานบอกว่าจะแต่งงานกับจันทร์ยิ้ม จันทร์ยิ้มก็อยากดูแลน้ำหวาน”
“เอาอย่างนั้นก็ได้ ต้องดูแลเราดีๆรู้ไหม”
“อื้อ...จันทร์ยิ้มสัญญา...”
ภาพในวันนั้นเธอจำได้ดีเธอสัญญาว่าจะดูแลนิชาภาอย่างดี แต่สุดท้ายแล้วเธอนั่งเฝ้านิชาภาอยู่ดีๆก็เผลอหลับไป พอเธอตื่นขึ้นมาเธอก็นอนอยู่บนเตียงกับนิชาภาแล้ว นิชาภาก็ล้อเธอใหญ่เลยว่าเธอดูแลนิชาภาไม่ได้ เพราะสุดท้ายแล้วนิชาภาเองนั่นแหละที่เป็ฝ่ายนั่งเฝ้าเธอจนตื่น
“น้ำหวาน...น้ำหวานตื่นได้แล้ว ตอนนี้เย็นแล้ว”พิมพ์กาญจน์เธอค่อยๆยื่นมือเรียวไปััที่ไหล่ของนิชาภาแล้วก็ปลุกให้ตื่น
“อื้อ...อย่ากวน...”นิชาภาเธอก็ขยับหนีเมื่อรู้สึกว่ามีคนมารบกวนเวลานอนของเธอ
“คุณป้าให้มาปลุกน้ำหวานไปอาบน้ำ ตื่นได้แล้วนะ”พิมพ์กาญจน์เธอก็พยายามปลุกนิชาภาให้ตื่น เพราะตอนนี้เริ่มเย็นแล้วน้ำที่นี่ก็เย็นด้วย เธอก็กลัวว่านิชาภาจะอาบน้ำเย็นไม่ได้
“................”
“น้ำหวานตื่นได้แล้วนะ....”
“บอกว่าอย่ากวนไงเล่า!!...”นิชาภาเธอลุกขึ้นแล้วก็โวยวายด้วยความโมโห ก่อนที่เธอจะลืมตาแล้วก็มองดูว่าคนที่มารบกวนเธอนั้นเป็ใคร พอเห็นว่าเป็พิมพ์กาญจน์เธอก็ยิ่งหงุดหงิดโมโหมากกว่าเดิม เพราะเธอรู้สึกไม่ชอบเอาซะเลยเวลาที่เห็นใบหน้าของพิมพ์กาญจน์
“เธอจะมารบกวนเวลานอนฉันทำไม รู้ไหมว่าฉันกำลังนอนเธอควรมีมารยาทนะ”
“คุณป้าให้มาปลุกน้ำหวานไปอาบน้ำ ตอนนี้เย็นแล้วเดี๋ยวอาบน้ำไม่ได้”พิมพ์กาญจน์เธอก็ตอบไปด้วยความรู้สึกกล้าๆกลัวๆ เพราะน้ำเสียงของนิชาภาบอกเธอให้รู้ว่าเ้าตัวไม่พอใจเธอมากๆที่มาปลุกเธออย่างนี้
“ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหมว่าอย่ามาเรียกฉันอย่างนี้ เธอควรรู้มารยาทไทยดีกว่าฉันนะว่าควรเรียกว่าอะไร แล้วที่นี่ไม่มีเครื่องน้ำอุ่นหรือไง”
“ไม่มี...”
“what!!...โอ๊ยฉันจะบ้าตาย ทำไมมันบ้านนอกอย่างนี้เนี่ย”
“ก็ที่นี่มันบ้านนอกนี่คะ ไม่ใช่ในเมืองที่จะได้มีพร้อมทุกอย่าง จะอาบไม่อาบก็เื่ของคุณแล้วกันนะ ฉันมาบอกคุณแค่นี้”พิมพ์กาญจน์เธออดที่จะประชดนิชาภาไม่ได้เธอเลยตอบออกไปอย่างนั้น ก่อนที่เธอจะหันหลังจะเดินออกไปจากห้องของนิชาภาอย่างน้อยใจ
“ฉัน้าน้ำอุ่น เธอไปต้มมาให้ฉันเดี๋ยวนี้ หรือจะทำยังไงก็ได้ไม่อย่างนั้นฉันไม่ยอมแน่”
“อยากได้ก็ไปทำเองแล้วกันนะคะ ฉันไม่ว่าง...”พิมพ์กาญจน์เธอพูดแค่นั้นแล้วก็เดินออกไปทันที แต่นิชาภาเธอไม่ยอมเพราะเธอ้าอาบน้ำอุ่น เธอจึงรีบลงจากเตียงไปดึงแขนพิมพ์กาญจน์ไว้ เพื่อที่จะได้ให้พิมพ์กาญจน์ไปทำตามที่เธอบอก
“เธอไม่มีสิทธิ์มาเดินหนีฉันอย่างนี้ ฉันอยากอาบน้ำอุ่นเข้าใจไหม เธอเป็เ้าของบ้านเธอต้องทำตามที่ฉันบอก ไม่อย่างนั้นฉันจะฟ้องคุณยาย...”
“ได้ค่ะ...ฉันจะไปเตรียมให้”พิมพ์กาญจน์เธอมองหน้านิชาภาแล้วก็เดินออกไปจากตรงนั้น เมื่อเห็นแววตาของนิชาภาว่ายังไงก็ไม่ยอม พิมพ์กาญจน์เธอไม่ชอบเลยที่นิชาภาเป็อย่างนี้ ก่อนที่เธอจะคิดอะไรบางอย่างออกเพื่อที่จะจัดการน้ำอุ่นของนิชาภา
ผ่านไปเกือบชั่วโมงพิมพ์กาญจน์เธอก็จัดการกับน้ำอุ่นให้นิชาภาจะได้อาบเรียบร้อย โดยที่เธอไม่ได้เตรียมไว้ให้นิชาภาอาบในบ้าน แต่เธอจัดเตรียมไว้ที่ขอบสระน้ำใสสะอาดที่เธอชอบมาว่ายเล่นอยู่บ่อยๆ แน่นอนเธอคิดว่านิชาภาจะต้องไม่ชอบแน่ๆที่เธอทำแบบนี้ แต่เธอก็จะไม่สนเพราะว่าที่นี่คือบ้านนอกไม่ใช่ในเมือง ที่นิชาภาจะมาทำนิสัยเอาแต่ใจตัวเองอย่างนี้ไม่ได้
“ไหนน้ำอุ่นของฉัน แล้วเธอพาฉันมาที่นี่ทำไม”
“นี่ไงคะน้ำอุ่นที่คุณ้า เชิญอาบได้เลยนะคะตามสบายเลยค่ะ”พิมพ์กาญจน์เธอชี้ไปที่น้ำในกะละมังอยู่ต่อหน้านิชาภาสองใบ เธอคิดว่าแค่นี้นิชาภาก็น่าจะอาบน้ำเสร็จเพราะมันก็เยอะอยู่เหมือนกัน
“what!!...นี่มันอะไรของเธอเนี่ย”
“ก็น้ำอุ่นที่คุณ้าไง แล้วคุณจะ้าอะไรอีก”พิมพ์กาญจน์เธอไม่เข้าใจเลยว่านิชาภาจะเอาอะไรอีก น้ำอุ่นที่้าเธอก็เตรียมให้เรียบร้อยแล้ว
“แล้วเธอจะให้ฉันอาบยังไง เธอจะให้ฉันแก้ผ้าอาบน้ำอยู่ตรงนี้หรือไง ฉันไม่อาบ...”นิชาภาเธอกอดอกแล้วก็หันหลังให้พิมพ์กาญจน์ทันทีออย่างไม่พอใจ
“ที่นี่บ้านนอกนะคุณ คุณจะเอาอะไรมากมายตามที่ใจคุณ้า คนที่นี่เขาก็อาบน้ำกันอย่างนี้ทั้งนั้น เมื่อก่อนคุณก็อาบอย่างนี้กับฉันที่นี่ คุณก็ยังอาบได้แล้วก็ชอบด้วยนี่”
“นั่นมันเมื่อก่อนเพราะว่าฉันยังเด็ก แต่ตอนนี้ฉันโตแล้วแล้วฉันก็ไม่ทำอะไรแบบนั้นด้วย ไปหาคนยกน้ำนี้ไปให้ฉันอาบบนห้อง ไม่อย่างนั้นฉันจะฟ้องคุณยาย”
“นี่คุณน้ำหวานอย่าทำเื่เล็กให้มันเป็เื่ใหญ่ได้ไหม นี่ผ้าถุงรีบอาบน้ำซะจะได้รีบกลับเข้าบ้าน”
“ฉันไม่อาบ...ฉันจะอาบบนบ้าน”
“จะอาบดีๆหรือว่าจะให้ฉันจับคุณแก้ผ้าอาบน้ำให้ ยุงมันเยอะรีบอาบได้แล้ว”พิมพ์กาญจน์เธอไม่รู้ว่าทำไมถึงพูดออกไปอย่างนั้น ว่าตัวเองจะจับนิชาภาแก้ผ้าอาบน้ำต่อหน้าตัวเอง
“ฉันไม่อาบ...ยังไงฉันก็ไม่อาบ ฉันจะไปฟ้องคุณยายว่าเธอตั้งใจแกล้งฉัน”นิชาภาเธอจะไม่มีวันอาบน้ำตรงนี้แน่นอน ก่อนที่เธอจะเดินหนีแล้วก็ไปฟ้องกัลยาอย่างที่พูดจริงๆ
“เฮ้ยนี่คุณจะไปไหน...”พิมพ์กาญจน์เธอก็รีบเดินเข้าไปดึงแขนนิชาภาไว้ไม่ให้ไปฟ้องกัลยา เพราะไม่อย่างนั้นเธอต้องถูกทำโทษแน่ๆที่ไปแกล้งนิชาภาอย่างนี้
“ฉันจะไม่อาบน้ำตรงนี้ ฉันจะไปฟ้องคุณยาย”
“แต่ฉันไม่ให้ไปคุณต้องอาบน้ำก่อน...”
“ฉันจะไป..”
“ไม่ให้ไป...”
“ว๊าย!!...”คนหนึ่งจะไปให้ได้อีกคนก็รั้งไว้ไม่ให้ไป ก็เลยกลายเป็ว่าดึงกันไปรั้งกันมาเลยทำให้ทั้งคู่ล้มลงทับกันอยู่ตรงนั้น ซึ่งพิมพ์กาญจน์อยู่บนตัวของนิชาพาที่ตัวใหญ่กว่าเล็กน้อย
ตึก...ตึก...ตึก...
หัวใจของพิมพ์กาญจน์เต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ที่ตอนนี้เธอทับนิชาภาอยู่้าซึ่งหน้าอกของเธอทั้งสองคนก็ทับัักันอยู่ นิชาภาเธอเองก็ใอยู่เหมือนกันที่ตอนนี้ใบหน้าหวานของเธอทั้งสองคนอยู่ใกล้กันเพียงแค่อากาศผ่านได้เท่านั้น อีกนิดเดียวปลายจมูกของเธอทั้งสองคนก็จะัักันอยู่แล้ว พิมพ์กาญจน์เธอได้สำรวจมองดูใบหน้าหวานของนิชาภาใกล้ๆก็ยิ่งรู้สึกว่าสวยมากกว่าเดิม
“โอ๊ยออกไปนะเธอมาทับตัวฉันไว้ทำไมเนี่ย...”
“...............”พิมพ์กาญจน์เธอได้รู้สึกตัวเธอก็รีบลุกขึ้นจากตัวของนิชาภาทันที นิชาภาเธอก็รีบลุกขึ้นจากพื้นดินแต่ก็มีบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกไม่ชอบ เพราะเธอนอนอยู่บนพื้นดินเปียกๆที่มีน้ำแฉะอยู่บริเวณนั้น
“อร๊ายยย...น้ำสกปรกอะไรเนี่ย เอาน้ำมาล้างให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะไปเอาน้ำมาซี้...งื้อ...”นิชาภาเธอมองดูดินเหนียวเปียกน้ำอยู่ที่มือตัวเองแล้วก็รู้สึกขยะแขย่งอย่างรังเกียจทันที
“คุณก็เดินไปอาบน้ำให้มันเสร็จดีกว่าไหม”
“ฉันจะไปอาบบนบ้าน เอาน้ำมาล้างตัวให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยรีบเอามา..”
“มาอาบน้ำ...ถ้าไม่มาก็ปล่อยให้มันเปื้อนอยู่อย่างนั้นแหละ”พิมพ์กาญจน์เธอก็ไม่ยอมทำตามที่นิชาภา้า แล้วก็บอกให้นิชาภารีบมาอาบน้ำให้เสร็จเร็วๆตอนนี้ก็เริ่มค่ำขึ้นเรื่อยๆแล้ว
“คอยดูนะกลับไปฉันจะไปฟ้องคุณยาย”นิชาภาเธอบ่นแต่ก็ต้องเลือกอาบน้ำที่นี่ตามที่พิมพ์กาญจน์บอก เพราะเธอรู้สึกขยะแขย่งทนไม่ไหวแล้ว
“แล้วฉันต้องทำยังไงเนี่ย ฉันเคยอาบน้ำแบบนี้นะ”นิชาภาเธอไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเธอก็เลยใส่ผ้าถุงอาบน้ำไม่เป็ พิมพ์กาญจน์เธอจึงเข้าไปทำให้ดูแล้วให้นิชาภาทำตาม เพราะเธอก็ต้องอาบน้ำเหมือนกันเธอก็เลยอาบที่นี่ด้วยซะเลย ทั้งที่เธอตั้งใจจะทำให้นิชาภาอาบน้ำตรงนี้คนเดียวแท้ๆแต่เธอก็ต้องได้มาอาบด้วย
หลังจากที่อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้งสองคนก็กลับเข้าบ้าน ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็ลงมากินข้าวที่โต๊ะข้างล่างกัน โดยที่นิชาภาเธอยังรู้สึกเคืองพิมพ์กาญจน์ไม่หายที่ให้เธอไปอาบน้ำในที่อย่างนั้น พอเธอนั่งลงที่โต๊ะเธอก็ฟ้องกัลยาทันทีว่าพิมพ์กาญจน์เธอไปอาบน้ำที่ไหน แถมยังต้องมานั่งกินข้าวข้างๆกันอย่างนี้อีก เธอไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่ชอบพิมพ์กาญจน์ั้แ่เห็นครั้งแรก ยิ่งตอนนี้เธอก็ยิ่งไม่ชอบพิมพ์กาญจน์มากขึ้นไปกว่าเดิมอีก
“ทำไมทำอย่างนั้นล่ะจันทร์ยิ้ม ที่ห้องน้ำข้างล่างก็มีเครื่องน้ำอุ่นนี่ ทำไมไม่ให้พี่เขาไปอาบในห้องนั้น”
“what!!...นี่เธอแกล้งฉันใช่ไหม!...”นิชาภาเธอรู้อย่างนี้เธอหันหน้าไปถามพิมพ์กาญจน์ด้วยความไม่พอใจทันที
“เปล่านะจ๊ะยาย จันทร์ยิ้มเข้าไปเปิดดูแล้วมันไม่ติด จันทร์ยิ้มต้องไปต้มน้ำให้คุณเขาอาบเลยนะคะ”พิมพ์กาญจน์เธอก็รีบหาทางแก้ตัวทันที จริงๆเธอก็ไม่ได้เข้าไปเปิดดูหรอกว่าเครื่องน้ำอุ่นใช้ไม่ได้จริงหรือเปล่า
“ถ้าอย่างนั้นพ่อปันพรุ่งนี้ก็ให้คนมาดูนะ หนูน้ำหวานจะได้อาบน้ำอุ่นได้”
“ดาต้องขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อนเพราะเื่น้อยๆ”ภาดาเธอรู้ว่าตอนนี้นิชาภากำลังเื่มากเพราะไม่อยากมาที่นี่
“ไม่เป็ไรหรอกแม่ดา กินข้าวกันดีกว่านะตอนนี้ก็เริ่มดึกแล้ว จะได้ไปพักผ่อนกัน”
“น้าทำของชอบของหนูน้ำหวานด้วยนะลูก ลองชิมดูนะว่าถูกปากหนูหรือเปล่า”วรรณาเธอบอกนิชาภาหวังว่าจะทำให้นิชาภากินข้าวได้ พิมพ์กาญจน์เธอเห็นอาหารจานโปรดของนิชาภาอยู่ต่อหน้า เธอก็เลยจะตักใส่จานให้แต่นิชาภาก็โวยวายขึ้นมาอีก
“ไม่ต้องมายุ่งกับจานฉัน ฉันมีมือฉันตักเองได้”
“ถ้าอย่างนั้นก็ตักเองแล้วกัน”พิมพ์กาญจน์เธอก็แค่หวังดีเพราะเห็นว่าอยู่ต่อหน้าเธอน่าจะตักใส่จานลำบาก พิมพ์กาญจน์เธอก็เลยตักใส่ปากตัวเองด้วยความหงุดหงิด
“โอ๊ะ...”นิชาภาเธอขยับตัวจะตักอาหารเองมันเลยทำให้เธอเสียหลักเซตัวจะล้มไปหาพิมพ์กาญจน์ พิมพ์กาญจน์เธอเลยจับแขนไว้นิชาภาไว้ไม่ให้ล้มใส่ตัวเธอ
“ปล่อยฉันนะอย่ามาจับตัวฉัน”
“แต่คุณจะล้มมาใส่ตัวฉันนะคะ”พิมพ์กาญจน์เธอก็ตอบกลับทันทีเมื่อเห็นว่านิชาภาทำตัวเหมือนรังเกียจตัวเอง ผู้ใหญ่ที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่ก็หันมามองทั้งสองคนว่ามีเื่อะไรกันหรือเปล่า
“ฉันทรงตัวอยู่ได้ฉันไม่อยากอยู่ใกล้เธอหรอก”
“มีอะไรกันหรือเปล่าลูกจันทร์ยิ้ม แล้วทำไมไม่ตักอาหารใส่จานให้พี่น้ำหวานล่ะ อาหารอยู่ต่อหน้าลูกนะนั่น”วรรณาเธอพูดขึ้นเมื่อเห็นว่านิชาภากำลังทำท่าจะตักอาหารอยู่ต่อหน้าพิมพ์กาญจน์อย่างไม่ถนัด
“ก็คุณเขาไม่ให้จันทร์ยิ้มตักให้นี่คะแม่ เขาบอกว่าจานของเขาอย่าไปยุ่ง”
“ทำไมเรียกพี่เขาอย่างนั้นล่ะจันทร์ยิ้ม หนูสองคนก็เหมือนเป็ญาติพี่น้องกันนะ เรียกน้ำหวานว่าพี่เข้าใจไหม ยายไม่เคยสอนให้หลานเป็คนที่ไม่รู้จักว่าอะไรควรไม่ควรทำยังไงนะ”กัลยาเธอต่อว่าพิมพ์กาญจน์เล็กน้อยที่พิมพ์กาญจน์เรียกนิชาภาอย่างนั้น
“ไม่เป็ไรค่ะคุณยาย น้ำหวานไม่มีน้องสาวน้ำหวานบอกให้เขาเรียกน้ำหวานอย่างนั้นเองค่ะ”
“แม่ดาเื่แค่นี้เธอควรสอนลูกหน่อยนะ พวกเราทุกคนในที่นี้เป็เสมือนญาติพี่น้องกัน จะมาทำตัวเหมือนพวกผู้ดีต้องเรียกฉันว่าอย่างนั้นอย่างนี้ไม่ได้นะ เข้าใจไหม”
“ค่ะคุณแม่ น้ำหวานทำตามที่คุณยายบอก อย่าให้แม่ต้องเตือนเป็ครั้งที่สอง”นิชาภาเธอก็หันไปมองพิมพ์กาญจน์ด้วยความไม่พอใจ ที่ทำให้เธอต้องถูกต่อว่าต่อหน้าทุกคนอย่างนี้
“ค่ะคุณแม่ หนูขอโทษค่ะคุณยาย”นิชาภาเธอยกมือขอโทษกัลยาที่ทำอย่างที่กัลยาพูดแล้วก็หันมามองพิมพ์กาญจน์ด้วยความไม่พอใจ ก็เธอไม่อยากให้พิมพ์กาญจน์มาเรียกเธอสนิทสนมกันเพราะเธอไม่ชอบพิมพ์กาญจน์ พิมพ์กาญจน์เธอยิ้มเล็กน้อยที่มุมปากที่เธอจะได้ไม่ต้องเรียกนิชาภาว่าคุณอีก ก่อนที่ทุกคนจะรีบกินข้าวให้เสร็จจะได้แยกย้ายกันไปพักผ่อนกัน
จบตอน