บทที่ 12 ทำไม? หรือเ้ามีเื่กระทำผิดใดปกปิดไว้?
ซ่งเส้าเส้ายกไก่ห่อใบบัวที่เพิ่งนึ่งเสร็จมาวางบนโต๊ะตัวใหม่ที่นางเพิ่งทำกับพี่ชาย
"ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ คุณชายทั้งสอง ทานข้าวได้แล้วเ้าค่ะ!"
"สาวน้อยกลิ่นอะไรหอมเช่นนี้" พ่อซ่งเดินออกมา
"ท่านพ่อ นี่เรียกว่าไก่ห่อใบบัวนึ่งเ้าค่ะ"
"ไก่ห่อใบบัวนึ่งหรือ? ทำจากใบบัวที่ข้าไปเก็บมาใช่ไหม" พี่ชายซ่งเดินตามกลิ่นออกมา
ซ่งเส้าเส้าพยักหน้าว่าใช่ "พี่ใหญ่ ลองชิมดูสิเ้าค่ะ"
"ได้ๆ ข้าจะชิมให้พวกเ้าก่อน"
พี่ชายซ่งกำลังจะคีบอาหารก็ถูกแม่ซ่งตี
"มีแขกอยู่ พูดจาแบบนี้ได้อย่างไร!"
"ท่านแม่ก็น้องหญิง..."
พี่ชายซ่งพูดได้ครึ่งหนึ่งก็เห็นซ่งเส้าเส้ายืนหัวเราะคิกคักอยู่ข้างๆอย่างสะใจ
"ซ่งเส้าเส้า นี่เ้า .. เ้าจงใจเชื้อเชิญเพื่อกลั่นแกล้งข้า!" พี่ชายซ่งพูดพลางเดินไปหาซ่งเส้าเส้า
"ท่านพ่อ ท่านพ่อดูพี่ใหญ่สิเ้าค่ะ" ซ่งเส้าเส้าหลบไปข้างหลังพ่อซ่ง
"เอาล่ะ เอาล่ะ กินข้าวกันเถอะ" พ่อซ่งเข้ามาปราม
"พวกเ้านั่งลง อย่าให้แขกรอนาน" แม่ซ่งพูดด้วยน้ำเสียงเข้มงวด
"ทราบแล้วท่านแม่"
"เ้าค่ะท่านแม่" ซ่งเส้าเส้าตอบพร้อมกับแลบลิ้นใส่พี่ชายซ่ง
เมื่อทุกคนนั่งประจำที่แล้ว แม่ซ่งก็เลื่อนอาหารไปทางลู่เฉินโม่และเหยียนหลีลั่ว
"คุณชายทั้งสอง บ้านของพวกเราเป็บ้านนอก อาหารก็ธรรมดา แต่เส้าเส้าของพวกเรามีฝีมือไม่เลว เชิญลิ้มรสเ้าค่ะ"
"ท่านแม่ เหตุใดลำเอียงชมแต่น้องหญิง"
พี่ชายซ่งพึมพำ แม่ซ่งมองค้อน พี่ชายซ่งจึงเงียบ
"อย่าถือสาเด็กๆเลยเ้าค่ะ พวกเขาเป็แบบนี้มาั้แ่เด็กแล้ว"
ลู่เฉินโม่ยิ้มออกมา "ไม่เป็ไรหรอกท่านป้า ที่บ้านของข้าก็มีน้องสาว ข้ามักออกไปข้างนอก ไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับนาง ข้าอิจฉาความสัมพันธ์แบบพี่น้องของพวกเขาจริงๆ"
"ใช่แล้วท่านป้า แบบนี้สิถึงจะอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน"
"เอาล่ะ เรากินข้าวกันเถอะ" แม่ซ่งพูดด้วยรอยยิ้ม
ซ่งเส้าเส้าได้ยินคำพูดของลู่เฉินโม่ก็ครุ่นคิด เขามีน้องสาวจริงๆ และในฐานะพี่ชาย เขารักน้องสาวคนนั้นมาก
"สาวน้อย ฝีมือเ้าไม่เลวเลย" เหยียนหลีลั่วกินไก่ห่อใบบัวนึ่งคำหนึ่ง
"เนื้อไก่นุ่มอร่อย มีกลิ่นหอมของใบบัว รสชาติเป็เอกลักษณ์จริงๆ" ลู่เฉินโม่เอ่ยบ้าง
ซ่งเส้าเส้าไม่คิดเลยว่าลู่เฉินโม่จะชมนางขนาดนี้ นางจำได้ว่าลู่เฉินโม่เป็คนเื่มากไม่ใช่หรือ
"ขอบคุณคุณชายทั้งสองที่ชมเ้าค่ะ ถ้าถูกปากก็ทานเยอะๆนะเ้าค่ะ"
"น้องหญิง นางเซียนของเ้าเก่งกาจนัก สอนเ้าทำอาหารได้อร่อยขนาดนี้"
"นางเซียนหรือ?"
ลู่เฉินโม่มองพี่ชายซ่งอย่างสงสัย แล้วก็หันไปมองซ่งเส้าเส้า
ซ่งเส้าเส้าถูกมองแบบนั้นก็รู้สึกประหม่า
"ใช่ ... ใช่แล้วเ้าค่ะ เป็นางเซียนที่สวยมากๆคนหนึ่ง"
"เส้าเส้าของพวกเรา ก่อนหน้านี้พลัดตกลงไปในน้ำ หลังจากนั้นก็เจอนางเซียน อาหารเหล่านี้นางเซียนเป็คนสอนนาง"
พี่ชายซ่งพูดไม่หยุด ในปากเต็มไปด้วยอาหาร
ลู่เฉินโม่มองซ่งเส้าเส้าด้วยความสงสัย
"ว่าแต่ฝีมือเส้าเส้าของพวกเราใช้ได้ใช่หรือไม่ เส้าเส้ายังคิดว่าจะไปขายอาหารในเมืองด้วยนะเ้าค่ะ"
"ขายอาหารหรือ? นั่นฟังดูน่าสนใจมาก หากนำอาหารเช่นบนโต๊ะนี้ไปขาย รับรองขายดีแน่นอน"
เหยียนหลีลั่วไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งเหมือนลู่เฉินโม่ เขามองแค่ว่าในเมื่ออาหารอร่อย ก็น่าจะขายได้ ว่าจบก็ตั้งหน้าตั้งตากินเหมือนกับพี่ชายซ่ง
ซ่งเส้าเส้าคิดว่าเหยียนหลีลั่วกับพี่ชายซ่งต้องเป็พี่น้องที่พลัดพรากจากกันแน่ๆ!
"ว่าแต่คุณชายทั้งสอง บ้านของข้าคับแคบ คืนนี้นอนรวมกับบุตรชายข้าได้หรือไม่" พ่อซ่งถาม
"ไม่มีปัญหาท่านลุง พวกข้านอนที่ไหนก็ได้"
"ใช่แล้วท่านลุง ไม่ใช่ปัญหา ไม่ใช่ปัญหาเลยขอรับ"
"เช่นนั้นก็ดี เรากินข้าวกันต่อเถอะ"
...
หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จ แม่ซ่งก็ไปล้างจานชาม ส่วนพ่อซ่งกับพี่ชายซ่งนั่งคุยกับลู่เฉินโม่และเหยียนหลีลั่ว
ซ่งเส้าเส้ามองไปรอบๆ เห็นว่าไม่มีอะไรทำจึงเหลือบไปเห็นมูลหมูที่ตากแดดใกล้จะแห้งแล้ว น่าจะเอาไปใส่ในดินได้แล้ว
ซ่งเส้าเส้าหยิบจอบแล้วเริ่มเอาปุ๋ยหมูไปใส่ในดิน
"สาวน้อยกำลังทำอะไรอยู่หรือ"
จะบอกว่าลู่เฉินโม่เห็นซ่งเส้าเส้า สู้บอกว่าลู่เฉินโม่ได้กลิ่นเลยเห็นซ่งเส้าเส้าจึงจะถูกกว่า
"นางจะปลูกผักไปขายในเมือง"
"แล้วนี่คือ ... ?"
"นี่คือการใส่ปุ๋ย ทำให้ผักเจริญเติบโตได้ดี"
ลู่เฉินโม่พยักหน้ารับรู้ มองซ่งเส้าเส้าที่อยู่ไม่ไกล สาวน้อยคนนี้ช่างมีแต่เื่ที่ทำให้ทึ่งเสียจริง
...
ฟ้าเริ่มมืดแล้ว
พ่อซ่งและแม่ซ่งเข้าไปในห้องั้แ่หัวค่ำ ส่วนพี่ชายซ่งกับเหยียนหลีลั่วก็คุยกันไม่หยุด สมกับเป็คนประเภทเดียวกัน
ซ่งเส้าเส้านั่งอยู่ที่ลานบ้าน มองดูดวงดาวบนท้องฟ้า ตอนอยู่ในศตวรรษที่ 21 นางไม่ค่อยได้เห็นดวงดาวเต็มท้องฟ้าแบบนี้ ชีวิตที่นี่แม้จะยากจนแต่ก็สงบ ทำให้นางรู้สึกพอใจ
"คิดอะไรอยู่หรือ"
ซ่งเส้าเส้าเหม่อลอย ไม่นึกว่าลู่เฉินโม่จะเดินเข้ามาจึงใ พลัดตกเก้าอี้อย่างแรง
"ท่าน ... ท่าน ... เหตุใดจู่ๆถึงโผล่มาไม่ให้ซุ่มให้เสียงเช่นนี้"
ลู่เฉินโม่เห็นซ่งเส้าเส้าล้มลงอย่างแรงก็อดขำไม่ได้
"ก็ข้าไม่คิดว่าเ้าจะตอบสนองเช่นนี้ ทำไม? หรือเ้ามีเื่กระทำผิดใดปกปิดไว้?" ลู่เฉินโม่พูดพลางพยุงซ่งเส้าเส้าขึ้นมา
"ท่านต่างหากปกปิดเื่กระทำผิดไว้ ไม่รู้หรือว่าคนขวัญอ่อนสามารถช็อกตายได้นะ!"
"เ้าไปเอาคำพูดพวกนี้มาจากไหน"
ลู่เฉินโม่ไม่รู้จริงๆว่าซ่งเส้าเส้าหมายถึงอะไร ซ่งเส้าเส้าลืมไปว่าประโยคนี้เป็คำพูดของคนยุคปัจจุบัน คนโบราณไม่รู้จักหรอก
"ข้าคิดเอง ก็คนขวัญอ่อนน่ะช็อกตายได้เลยจริงๆนะ!"
ในเมื่อพวกเขาไม่เคยได้ยิน ซ่งเส้าเส้าก็ยิ่งพูดอย่างมั่นใจ
มุมปากของลู่เฉินโม่เผยรอยยิ้มออกมา แล้วนั่งลงข้างๆซ่งเส้าเส้า
"เหตุใดเ้าไม่ไปอยู่กับพี่ชายและคุณชายเหยียนเล่า"
"หากมีแค่พวกเขา การสนทนาน่าจะครื้นเครงกว่า"
ซ่งเส้าเส้าหัวเราะคิกคัก ดูท่าลู่เฉินโม่ก็สังเกตเห็นว่าพี่ชายซ่งกับเหยียนหลีลั่วเข้ากันได้ดีเช่นกัน
"แล้วไร่นาผืนนั้นเ้าจะทำอย่างไรหรือ" ลู่เฉินโม่ชี้ไปที่ไร่นาที่ซ่งเส้าเส้าเพิ่งโรยมูลหมูเสร็จ
"อืม ...ข้าจะปลูกผักกับปลูกข้าวเ้าค่ะ แต่ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องหาเมล็ดพันธุ์ก่อน"
"เ้าอยากนำพวกมันไปขายอาหารในเมืองหรือ"
ซ่งเส้าเส้าพยักหน้ายืนยัน
"เช่นนั้นต่อไปหากมีอะไรที่ข้าช่วยได้ ก็จงมาหาข้า"
ซ่งเส้าเส้าเกือบลืมไปแล้วว่าลู่เฉินโม่เป็พี่ชายของคุณหนูตระกูลใหญ่ ไหนจะเป็คนจากกรมทหารองครักษ์อีก ดังนั้นเขาย่อมเป็คนในเมือง
"คงไม่รบกวนท่านหรอกเ้าค่ะ" จริงๆ แล้วซ่งเส้าเส้าไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับพวกเขาอีก
ลู่เฉินโม่มองซ่งเส้าเส้าราวกับจะพูดอะไรบางอย่าง เขาอ้าปากอยู่นาน สุดท้ายเอ่ยอย่างช้าๆ