เมื่อหู่ซิ่นสือรู้ความจริงแล้วสวีเม่ยจึงไปเรียกชุนเหรินออกมาปรึกษาหารือกันเื่ที่จะให้นางย้ายไปอยู่กับท่านพ่อและท่านแม่ของนางที่ชนบทเมืองฉู่จิ้ง“หากข้าสองพี่น้องสามารถยื่นข้อมูลทุจริตของเ้าเมืองหยางได้แล้วพวกเราจะเดินทางกลับไปอยู่กับครอบครัว”
“ในเมื่อคุณหนูใหญ่คิดจะเอาชีวิตเ้าแล้วชีวิตพี่สะใภ้เ้าย่อมเสี่ยงยิ่งกว่า แม่นางชุนเ้ารีบเก็บข้าวของเถิดก่อนฟ้าสางควรเดินทางได้แล้ว เอาไว้ค่อยแจ้งพี่ชายเ้าทีหลัง”
“ข้าก็คิดเช่นนั้นยามนี้ข้าเป็ห่วงว่านางจะคิดเอาชีวิตเสี่ยวหลง” ชุนเหรินรู้ว่าหยางเยียนเป็คนโทสะร้ายนางเคยเผชิญหน้ากับสตรีผู้นั้นคราหนึ่ง ดีที่พี่อวี่ซีมาช่วยไว้ได้ทัน
“ภรรยาของใต้เท้าเซี่ยไม่มีบุตรหรอกหรือ?”
“หึ! จะมีได้อย่างไรกัน?พี่ชายของข้ายังไม่ยอมแตะต้องนางแม้แต่ปลายนิ้ว” ใบหน้าของสวีเม่ยบึ้งตึงเมื่อนึกถึงความร้ายกาจของหยางเยียน
“มิน่า! นางถึงแค้นเ้ากับแม่นางชุนยิ่งนักผู้หนึ่งก็มีบุตรด้วยกัน อีกผู้หนึ่งก็ได้รับความรักใคร่เอาใจใส่”
“นางผูกใจเจ็บข้ายิ่งกว่าผู้ใดคุณหนูใหญ่เคยไปอาละวาดที่หอซิงเยว่ตอนที่ข้าอยู่ที่นั่นหลายคราทว่าท่านพี่มาช่วยได้ทุกครั้ง พอข้าเริ่มตั้งครรภ์ท่านพี่จึงได้พาข้าออกมาอยู่นอกเมือง”ชุนเหรินสีหน้ากังวล นางห่วงความปลอดภัยของบุตรชายมากกว่าความปลอดภัยของตนเอง
เซี่ยอวี่ซีเตรียมรถม้าไว้ให้ภรรยาคันหนึ่งพร้อมด้วยบ่าวที่ช่วยดูแลบ้านซึ่งพอมีฝีมือการต่อสู้อยู่บ้างชุนเหรินกลับเข้าไปในห้องนอนเก็บข้าวของขึ้นเก็บในรถม้าเรียบร้อยพร้อมบอกให้บ่าวรับใช้เตรียมตัวเดินทางในตอนเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
ก่อนฟ้าสางรถม้าสองคันแยกกันเดินทางสวีเม่ยกับฟั่นชุนหลันเดินทางเข้าเมืองชิงหลิวโดยมีหู่ซิ่นสือควบม้านำหน้าครั้นเดินทางเลยหมู่บ้านมาครู่หนึ่งก็พบกลุ่มชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธครบมือพวกเขาใช้ผ้าปิดบังใบหน้าโผล่ออกมาขวางทางไว้
“ข้า้าตัวแม่นางสวีผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องไปได้” ชายร่างใหญ่ที่ยืนข้างหน้ายกดาบเล่มหนาชี้มาที่รถม้าองครักษ์หู่เห็นแล้วก็เลิกคิ้วเล็กน้อย
“หากข้าเกี่ยวข้องเล่า?”
“หึ! เกรงว่าเ้าจะเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่เสียเปล่า”
เสียงถกเถียงและการหยุดของรถม้าทำให้สวีเม่ยและฟั่นชุนหลันต้องเยี่ยมหน้าออกมามอง“พวกมันมาอีกแล้ว เห็นทีหยางเยียนคงหวังเอาชีวิตข้าจริงๆ”
“คุณหนูปล่อยให้คุณชายหู่จัดการไปเถอะเ้าค่ะ”
สวีเม่ยพยักหน้า นางเองก็อยากรู้เช่นกันว่าฝีมือของหู่ซิ่นสือที่อ้างว่าเป็ขุนนางจากเมืองหลวงผู้นี้เป็ฉันใดหู่ซิ่นสือลงจากหลังม้าหยิบกระบี่ที่สะพายไว้ด้านหลังออกมาอย่างใจเย็น
“ในเมื่อข้าไม่คิดจะถอยพวกเ้าก็เข้ามาเถิด”
“ฆ่า!”เสียงชายฉกรรจ์นับสิบร้องขึ้นพร้อมกันหู่ซิ่นสือใช้วิชาตัวเบาลอยตัวขึ้นกลางอากาศก่อนจะกระโจนเหยียบศีรษะคนเ่าั้แล้วเตะส่งไปทีละคนรอบวงเขาตีลังกาไปด้านหลังคนร้ายก่อนจะแทงกระบี่ทะลุร่างคนแรกแล้วยกเท้าขึ้นถีบร่างนั้นให้หลุดจากกระบี่ก่อนจะะโกลับหลังหันไปแทงคนที่สอง
“คุณหนูฝีมือคุณชายร้ายกาจนัก!” ฟั่นชุนหลันเอ่ยด้วยความตื่นเต้นนับั้แ่เห็นการลอบทำร้ายมายังไม่เคยเห็นผู้ใดสู้ด้วยฝีมืออันเหนือชั้นเช่นนี้มาก่อนร่างของหู่ซิ่นสือคล้ายร่ายรำอยู่ท่ามกลางคนร้ายกลุ่มใหญ่เขาพลิกกระบี่รวดเร็วและรุนแรง พละกำลังยามกระโจนหรือถีบฝ่ายตรงข้ามคล้ายทำได้อย่างง่ายดายสวีเม่ย ตกตะลึงกับฝีมือของชายหนุ่มที่นางคิดว่าเป็เพียงบุรุษเ้าสำอางนางเคยเห็นฝีมือพี่อวี่ซีที่ว่าเก่งกาจแล้วยามนี้กลับรู้ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้าคุณชายหู่ผู้นี้ฝีมือเลิศล้ำกว่าพี่ชายนางหลายเท่านั้น เขาพลิกร่างหันกลับมาเสียบโจรร้ายอีกสองล้มลงไปคนที่เหลือเริ่มละล้าละลังเมื่อเห็นฝีมือของชายหนุ่มตรงหน้าชั่วพริบตาเขาเอาชีวิตไปแล้วถึงสี่คน
“ข้ามิให้โอกาสพวกเ้าหนีได้อีกแล้ว”หู่ซิ่นสือยิ้มเหี้ยมเกรียมก่อนจะกระโจนเข้าไปตวัดกระบี่จนดาบของคนร้ายอีกสามคนกระเด็นไปคนละทางเขาฟันร่างศัตรูเฉียงจากบ่าพาดเฉียงไปด้านหนึ่ง
“อ๊าก!!”เสียงคนทั้งสามร้องลั่น ทำเอาอีกสี่คนที่เก้ๆ กังๆ ผงะเล็กน้อยชายหนุ่มกระโจนเข้าใส่ เพลงกระบี่ของเขายากจะต้านทานทั้งรุนแรงและไร้ช่องโหว่ หู่ซิ่นสือพลิกตัวตวัดกระบี่อีกไม่กี่ครั้งคนทั้งสี่ก็ล้มฟุบลงไป
“เร็วเข้า!ก่อนที่พวกมันจะมีคนมาช่วย” เขาร้องสั่งก่อนจะกระโดนขึ้นควบม้านำทางชายวัยกลางคนรีบละล่ำละลักรับคำแล้วกระตุกบังเหียนเร่งรถม้าตามสตรีทั้งสองที่อยู่ในรถม้าอกสั่นขวัญแขวน
“คราวนี้นางมิได้ส่งลิ่วล้อธรรมดาเห็นทีโจรร้ายพวกนี้จะเป็มือปราบหางแถวของชิงหลิว”สวีเม่ยนึกเดือดดาลที่หยางเยียนส่งคนมาทำร้ายนางอีกครั้ง
“นางโเี้นักคราวนี้ถึงกับส่งมือปราบมา” ฟั่นชุนหลันเจ็บใจ “ดีที่มีคุณชายหู่มิฉะนั้นเราสองคนเห็นทีต้องไปเฝ้ายมบาลเสียแล้วคุณหนู”
สวีเม่ยใบหน้าถมึงทึงด้วยความแค้น“กลับไปถึงชิงหลิวข้าคงต้องให้พี่อวี่ซีเร่งมือเสียแล้วนางลงมือโเี้เช่นนี้คงมิคิดจะไว้หน้าพี่อวี่ซีอีกต่อไป”
ครั้นรถม้ามาถึงหอซิงเยว่สวีเม่ยจึงเชิญคุณชายหู่ขึ้นไปยังห้องของนาง “ข้าขอบคุณคุณชายนัก หากไม่มีท่านวันนี้ข้าคงต้องลงหลุมเป็แน่”
“ในเมื่ออีกฝ่ายกล้าทำถึงขนาดนี้แล้วอีกไม่นานก็อาจจะส่งคนมาตามฆ่าเ้าถึงที่นี่ เ้าปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิดอาวุธอย่างได้ห่างกายเด็ดขาด” หู่ซิ่นสือสั่งความแล้วก็รีบกลับไปโรงเตี๊ยมเขาหายไปหนึ่งคืนป่านนี้ฮ่องเต้คงจะรอฟังข่าว องครักษ์หู่สั่งคนสนิทอีกสองคนให้ซุ่มอยู่แถวหอซิงเยว่เพื่อจับตามองความเคลื่อนไหวของคนร้าย
ฮ่องเต้กับฮองเฮาได้ฟังเื่ราวของสองพี่น้องตระกูลเซี่ยก็ยินดี“เ้าจงขอหลักฐานจากสองพี่น้องนี้มาให้ข้าเราจะได้จัดการเ้าเมืองหยางนี้ได้ง่ายเข้า ในเมื่อหมู่บ้านผู้อพยพถูกใต้เท้าเซี่ยกับฮูหยินดูแลเห็นทีการตายปริศนาของคนในหมู่บ้านนั้นเซี่ยอวี่ซีผู้นี้ต้องรู้แน่นอน”
เซี่ยอวี่ซีที่ได้รับข้อความลับจากน้องสาวร้อนใจจนต้องลอบออกมาหานางในตอนสาย“หยางเยียนช่างชั่วช้านักถึงกับกล้าส่งมือปราบไปฆ่าเ้า มิน่าเล่า!คนพวกนั้นจึงขาดราชการ ข้าให้คนออกตามหาก็ยังไม่เจอ”เซี่ยอวี่ซีสบายใจที่ภรรยากับบุตรชายของเขาหนีไปหาท่านพ่อกับท่านแม่แล้ว“ขอบใจที่เ้าดูแลชุนเหรินกับเสี่ยวหลงให้ข้า”
“พี่อวี่ซียามนี้มีขุนนางจากเมืองหลวงแฝงกายเข้ามาในเมืองชิงหลิวแล้ว” สวีเม่ยเล่าถึงหู่ซิ่นสือให้พี่ชายของนางฟัง “ที่แท้เขาก็สงสัยท่านจึงได้คิดสืบจากข้าแต่หากมิได้เขาช่วยไว้เช้านี้ข้าคงลาโลกไปแล้ว”
“เห็นทีฎีกาเืฉบับนั้นอาจจะไปถึงมือฮ่องเต้แล้ว”
“ฎีกาเืหรือ?”
“วันที่เ้าเมืองหยางส่งข้าออกไปตรวจตรานอกเมืองเขาให้มือปราบติงนำคนกลุ่มหนึ่งเข้าไปบุกบ้านตุลาการเซิ่งข้าตามไปกลับพบเพียงรอยเืจากนั้นตุลาการเซิ่งกับผู้ช่วยของเขาที่ชื่อหยวนช่วยก็หายตัวไปข้าตรวจดูร่องรอยในห้องอักษรเห็นน้ำหมึกกับพู่กันที่ยังไม่แห้งคาดว่าตุลาการเซิ่งอาจจะเขียนฎีกาทิ้งเอาไว้”