ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 140 ใจเต้น ข้าทนเจ้าได้

            อี้ไท่เฟยมองไปที่หานอวิ๋นซีอย่างจริงจัง

            แม่ของเด็กหญิงผู้นี้เป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตของไท่เฮาและตอนนี้นางก็ได้กลายเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตของไท่เฟยแล้ว

            นี่ถือว่าพระเจ้าเล่นตลกใช่หรือไม่?

            อี้ไท่เฟยเป็นคนที่อดทนต่อความยากลำบากในวังหลังมาทั้งชีวิตไม่ว่าจะพูดอย่างไรนางก็ไม่ใช่ตะเกียงประหยัดน้ำมันการที่มู่หรงหว่านหรูสั่งให้คนไปเชิญหานอวิ๋นซี แม้ว่าจะไม่ได้อธิบายอะไรเลยแต่ด้วยความฉลาดของหานอวิ๋นซีก็น่าจะเดาได้

            แม้ว่ามู่หรงหว่านหรูจะไปด้วยตัวเองนางก็ยังกังวลว่าสตรีผู้นี้จะอาฆาตแค้นและทำให้สิ่งต่างๆ ยุ่งยากขึ้น ใครจะรู้ว่านางจะมาที่นี่ด้วยตัวเอง หลังจากที่มู่หรงหว่านหรูเพิ่งออกไป

            ความจริงแล้วถ้าสตรีผู้นี้มาช้าไปหนึ่งก้าว หรือแม้แต่ในตอนที่กำลังล้างพิษเมื่อครู่นางก็สามารถที่จะทำให้ช้าลงได้ หมอพิษจำนวนมากไม่สามารถตรวจพบพิษได้หากนางเสียชีวิตด้วยพิษโดยไม่ตั้งใจจริงๆ สตรีผู้นี้ก็จะไม่มีความผิดอะไรเลย

            ต้องรู้ว่าหากนางตาย สตรีผู้นี้จะกลายเป็นนายหญิงของจวนฉินอ๋อง

            อย่างไรก็ตามนางไม่เพียงรีบมาที่นี่ด้วยความสมัครใจแต่นางยังพยายามอย่างเต็มที่ในการฝังเข็มและสั่งยา ซึ่งอย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่านางไม่ได้มีเจตนาชั่วร้าย

            อี้ไท่เฟยแอบถอนหายใจในใจพลางคิดว่าหานอวิ๋นซีนะหานอวิ๋นซี ถ้าเจ้าไม่คลุกคลีอยู่กับไท่เฮาข้าก็คงต้อนรับเจ้า วิชาพิษอันล้ำเลิศของเจ้าบางทีอาจจะช่วยให้เฟยเยี่ยมีอำนาจได้!

            หลังจากที่หานอวิ๋นซีจับชีพจรแล้วนางก็ตรวจสอบอย่างระมัดระวังอีกครั้ง เมื่อแน่ใจว่าพิษเริ่มลดลงแล้วนางจึงดึงเข็มสีทองที่จุดฝังเข็มของอี้ไท่เฟยออก

            “หมู่เฟยช่างเป็นคนดีผีคุ้มจริงๆพิษทุเลาจนเกือบหมดแล้ว แต่ก็ยังเหลืออยู่บ้าง จำเป็นต้องฝังเข็มและขับพิษออกตั้งแต่พรุ่งนี้ข้าจะมาฝังเข็มและขับพิษออกให้หมู่เฟยทุกวันเพียงแค่สามวันติดต่อกันมันก็จะหายดีช่วงนี้โปรดหมู่เฟยทานอาหารอ่อนและกินสิ่งที่ทำให้ชุ่มชื้นคอมากขึ้น”หานอวิ๋นซีอธิบายอย่างจริงจัง

            แน่นอนว่าอี้ไท่เฟยมีความสุขแค่ตอนนี้ชีวิตของนางไม่ตกอยู่ในอันตรายแล้ว นางจึงสงบลงและไม่ตื่นตระหนกเหมือนก่อนหน้านั้น

            นางพยักหน้า“เยี่ยมไปเลย...”

            หานอวิ๋นซียิ้มอยู่ในใจ“ถ้าอย่างนั้นหมู่เฟยพักผ่อนก่อนเถิดเพคะ หากมีเรื่องอันใด เรียกข้ามาได้เสมอ”

            อี้ไท่เฟยโบกมืออย่างเอื่อยเฉื่อยแต่หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นางก็เอ่ยปากขึ้นมาว่า “ครั้งนี้...ขอบคุณเจ้ามานะ”

            หานอวิ๋นซีประหลาดใจอย่างมากและในที่สุดก็รู้สึกถึงความสำเร็จในการช่วยชีวิตผู้คน นางพูดด้วยยิ้มว่า“นี่คือสิ่งที่ข้าควรทำ ข้าขอตัวก่อน”

            ใครจะไปรู้ก่อนที่นางจะออกไป มู่หรงหว่านหรูก็ผลักประตูเปิดเข้ามา “หมู่เฟย! หมู่เฟยข้าหาไม่เจอ...”

            ทันทีที่นางเห็นหานอวิ๋นซีมู่หรงหว่านหรูก็ตกตะลึงอ้าปากค้าง ทำไมสตรีผู้นี้ถึงอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?

            นางค้นหาทั่วจวนตระกูลหานแต่ไม่มีใครรู้ว่าหานอวิ๋นซีหายไปไหน

            นางเสียใจและกลัวว่าจะสายเกินไปที่จะช่วยชีวิตหมู่เฟยใครจะรู้ว่าหานอวิ๋นซีจะอยู่ที่นี่!

            “หว่านหรูไม่ว่าจะเจอเรื่องใหญ่อะไรในภายภาคหน้า เจ้าควรพูดออกมาตรงๆ มิฉะนั้นผลที่ตามมาไม่ใช่สิ่งที่เจ้าและข้าจะรับผิดชอบได้”หานอวิ๋นซีพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เดินผ่านมู่หรงหว่านหรูแล้วออกไป

            เมื่อประตูปิดลงพร้อมกับเสียง“เอี๊ยด” มู่หรงหว่านหรูจึงจะได้สติขึ้นมา และเห็นอี้ไท่เฟยเหล่มาที่นาง

            “หมู่เฟยข้า...”

            “เจ้า? ชีวิตของข้าเกือบจะพังทลายด้วยน้ำมือเจ้า! เรื่องใหญ่ขนาดนี้เจ้ากล้าดีอย่างไรไปโกรธพี่สะใภ้ของเจ้า? เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงทำเช่นนี้?”อี้ไท่เฟยถามอย่างโกรธเคือง

            มู่หรงหว่านหรูที่คิดไว้อย่างดีว่าหากนางไปเชิญหานอวิ๋นซีด้วยตัวเองแม้ว่าหานอวิ๋นซีจะไม่มา แต่ถ้าหมู่เฟยบังคับให้นางกลับมาก็ยังพอมีเวลา

            นางจะไปรู้ได้อย่างไรว่าหานอวิ๋นซีจะมาที่นี่ด้วยตัวเอง

            “หมู่เฟยข้าไม่...ข้า...ข้าคิดว่านางรู้อยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นตอนที่ไปเชิญนางจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเกิดอะไรขึ้น?” มู่หรงหว่านหรูทำได้แต่เพียงแก้ตัวเช่นนี้

            อี้ไท่เฟยจะไม่เข้าใจผู้มีส่วนได้เสียในที่นี่ได้อย่างไรนางจึงยิ่งโกรธมากขึ้น “พอได้แล้ว เจ้าอย่ามาแก้ตัวเลยเห็นได้ชัดว่าเจ้าเห็นชีวิตของข้าเป็นเรื่องล้อเล่น อย่าคิดว่าข้ามองไม่ออกเลย!”

            อี้ไท่เฟยจะไม่ทราบทัศนคติที่แท้จริงของมู่หรงหว่านหรูที่มีต่อหานอวิ๋นซีได้อย่างไรกัน? อี้ไท่เฟยสามารถปล่อยให้นางเล่นตลกกับหานอวิ๋นซีได้แต่นางไม่ได้รับอนุญาตให้เล่นตลกกับไท่เฟยโดยเด็ดขาด

            นิสัยของอี้ไท่เฟยมู่หรงหว่านหรูจะไม่เข้าใจได้อย่างไร นางรู้ว่าตัวเองไม่มีที่ว่างให้แก้ตัวนางแค่ประหลาดใจเกินไปและคิดไม่ถึงว่าหานอวิ๋นซีจะอยู่ที่นี่กับหมู่เฟยที่รักนางมากที่สุดอย่างไม่ทันตั้งตัว

            หานอวิ๋นซีถ้าไม่กำจัดเจ้า ข้ามู่หรงหว่านหรูจะไม่มีวันยอมแพ้เด็ดขาด!

            นางคุกเข่าลงร้องไห้อย่างน่าสงสารพร้อมกับพูดด้วยเสียงสะอื้นว่า “ลูกผิดไปแล้วลูกทำผิดครั้งใหญ่ ได้โปรดหมู่เฟยลงโทษ!”

            ความโกรธของอี้ไท่เฟยนั้นจะสลายไปอย่างง่ายดายได้อย่างไรนางชี้ไปที่ประตู “เจ้าออกไปเดี๋ยวนี้!กักบริเวณและทบทวนถึงความผิดพลาดของเจ้าเสีย หากไม่มีคำสั่งของข้าเจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมา!”

            หานอวิ๋นซีที่อยู่ที่ประตูได้ยินเช่นนี้นางเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา แต่โชคดีที่นางกลั้นมันไว้ทัน

            นางพอใจอย่างมากและอารมณ์ดีสุดๆจากนั้นจึงเดินออกไปจริงๆ

            ทันทีที่มาถึงลานดอกบัวหานอวิ๋นซีก็รู้ว่าหลงเฟยเยี่ยไม่ได้กลับมา ชายผู้นี้ไม่สนใจจริงๆ หมู่เฟยโดนวางพิษจนตกอยู่ในอันตรายขนาดนั้นคิดไม่ถึงว่าจะไม่โผล่หน้าออกมาเลย

            ในขณะที่ทานอาหารเช้านางก็ถามว่า “ฉู่ซีเฟิงก็ไม่อยู่หรือ?”

            “ออกไปข้างตั้งแต่เมื่อวานตอนบ่ายและยังไม่กลับมาเพคะหวังเฟย เรื่องของเมื่อวานทุกคนในจวนต่างรู้ว่าเกิดอะไร ท่านยอดเยี่ยมมาก!”แม่นมจ้าวยกนิ้วขึ้นด้วยรอยยิ้ม

            สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้คงสร้างความฮือฮาไปได้อีกหลายวันนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หานอวิ๋นซีเป็นที่พูดถึงในเมืองหลวงแต่อย่างไรนางก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย แต่เมื่อแม่นมจ้าวพูดมาขนาดนี้นางก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงประโยคที่หลี่ซื่อพูดก่อนหน้านั้น

            ทุกคนรู้ว่าเทียนหนิงมีฉินอ๋องแต่กลับไม่รู้จักฮ่องเต้เทียนฮุย ทุกคนรู้ว่าฉินหวังเฟยสามารถล้างพิษได้แต่กลับไม่รู้ว่าคนที่ล้างพิษเก่งคือปรมาจารย์แห่งยาพิษต่างหาก!

            คำพูดเหล่านี้จะดึงดูดปัญหาให้กับหลงเฟยเยี่ยมากแค่ไหนและจะดึงดูดปัญหาให้นางมากขนาดไหนกันนะ!

            การจัดการเรื่องคนทรยศในตระกูลหานหลงเฟยเยี่ยจะเป็นกลางใช่หรือไม่?

            ไม่รู้ว่าตอนนี้ชายผู้นั้นจะอยู่ในวังหรือในกูหยวนต้องรอให้เขากลับมาเท่านั้นจึงจะรู้สถานการณ์ได้

            เมื่อคิดเช่นนี้หานอวิ๋นซีก็หมดความอยากอาหารและรู้สึกเหนื่อยมากหลังจากอดนอนมาทั้งคืนนางบอกแม่นมจ้าวว่าอย่ารบกวนและขึ้นไปชั้นบนเพื่อพักผ่อน

            หลังจากกลับมาจากการถูกลักพาตัวก็ต้องมาเผชิญหน้ากับคำใส่ร้ายของสวี่ซื่อ ไหนจะมีเรื่องการเดิมพันอีกจนถึงตอนนี้หานอวิ๋นซียังไม่ได้นอนหลับสนิทสักคืนแม้ว่าจะเต็มไปด้วยเรื่องที่มั่นใจ อย่างไรก็หมดแรงอยู่ดี

            ทว่ายังไม่ทันที่จะถึงเตียงนางก็ล้มลงบนตั่งอุ่นแสร้งทำเป็นตายแล้วและนอนอยู่เป็นเวลานานก่อนที่จะพลิกตัวอย่างเกียจคร้าน

            ใครจะคิดว่าเมื่อมองขึ้นไปจะเห็นดวงตาที่มีเสน่ห์คู่หนึ่งบนคานหลังคาจ้องมองมาที่นางด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของนาง

            “อ๊าย!”

            หานอวิ๋นซีส่งเสียงกรีดร้องออกมาทันทีตกใจจนความง่วงหายไปจนหมดชายผู้นี้...คือกู้ชีฉ่าวเจ้าของโรงน้ำชาเทียนเซียงผู้ชั่วร้ายคนนั้นไม่ใช่หรือ?

            “เจ้าเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร?” นางพูดด้วยน้ำเสียงตกใจ

            จวนฉินอ๋องได้รับการคุ้มกันอย่างแน่นหนายิ่งลานดอกบัวแห่งนี้ยิ่งแน่นหนายิ่งกว่าคิดไม่ถึงว่าชายผู้นี้จะเข้ามาได้โดยไม่มีเสียง

            เมื่อเห็นปฏิกิริยาของหานอวิ๋นซีกู้ชีฉ่าวก็ยิ้มสดใสยิ่งขึ้น เขาเกี่ยวขาของเขาบนคานหลังคา ห้อยหัวลงเหมือนค้างคาวพร้อมหัวเราะเยาะหานอวิ๋นซี “ข้าคิดว่าเจ้าจะไม่กลัวอะไรเสียอีกที่แท้ก็ขี้ขลาดเหมือนกันนี่!”

            หานอวิ๋นซีกลอกตาและถามอย่างระแวง“เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”

            “สาวน้อยยาพิษนี่คือท่าทางของเจ้าที่มีต่อผู้ช่วยชีวิตของเจ้าอย่างนั้นหรือ?” กู้ชีฉ่าวถามอย่างจริงจัง

            หานอวิ๋นซีเลียนแบบท่าทางจริงจังของเขาและถามว่า“ไหนผู้ช่วยชีวิตล่ะ?”

            กู้ชีฉ่าวชี้นิ้วโป้งที่หน้าอกตัวเองอย่างเย่อหยิ่ง“นี่อย่างไรล่ะ!”

            หานอวิ๋นซียิ้มเยาะ“ข้าไม่รู้จักเจ้า”

            “เจ้า…”

            กู้ชีฉ่าวพลิกตัวและนั่งลงข้างๆหานอวิ๋นซีทันที “นี่ ไม่ว่าจะพูดอย่างไรข้าก็เสี่ยงชีวิตช่วยเจ้านะเจ้าจะมาเมินข้าอย่างนี้ได้ด้วยหรือ?”

            หานอวิ๋นซียืนขึ้นทันทีเว้นระยะห่างจากเขาอย่างปลอดภัยและมองเขาด้วยท่าทางรังเกียจ “มีเรื่องอะไรก็พูดมาจะได้รีบออกไปเสีย!”

            ไม่ว่าคนชั่วร้ายผู้นี้จะมาอย่างไรแต่ด้วยรูปลักษณ์ที่เจ้าชู้และดื้อด้านเอาแต่ใจเขาต้องเป็นคนเลวที่ไม่มีบรรทัดฐานหรือความซื่อสัตย์ ดังนั้นจึงเป็นการดีกว่าที่จะอยู่ห่างจากเขา

            “จุ๊จุ๊จุ๊ใจร้ายจัง” กู้ชีฉ่าวที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวัง

            “พอได้แล้ว!ถ้าเจ้าลงมือเร็วกว่านี้ ก็คงไม่ต้องช่วยข้าแบบไม่คิดชีวิตไม่ใช่หรือ?”

            แม้ว่าหานอวิ๋นซีจะขอร้องเพื่อโรงน้ำชาเทียนเซียงแต่ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากความโกรธที่นางมีต่อหลงเฟยเยี่ยเลยการช่วยเหลือของกู้ชีฉ่าวที่ช่วยนางนั้น เหมือนกับที่หลงเฟยเยี่ยช่วยนางไม่มีผิดทั้งคู่ต่างถ่วงเวลาโดยไม่คำนึงถึงอันตรายของนางและพยายามล่อฆาตกรตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังออกมาศิลปะการต่อสู้ของกู้ชีฉ่าวนั้นไม่ด้อยกว่าของชิงอีอย่างแน่นอนและเขาสามารถช่วยนางในถ้ำได้ในตอนนั้น

            หลังจากที่หานอวิ๋นซีเปิดโปงกู้ชีฉ่าวก็ลูบผมยาวจากด้านหลังใบหูและค่อยๆ เกลี่ยให้เรียบ ไม่พูดโต้เถียงใดๆ

            หานอวิ๋นซีเลิกคิ้วมองเขารู้สึกได้ถึงอารมณ์นับพันในหัวใจ ท่าทางการเกี่ยวผมของชายผู้นี้ดูสวยกว่าสตรีได้อย่างไรกันนะ? ทั้งยังดูไม่ขัดตาเลยแม้แต่น้อย?

            เป็นไปได้หรือไม่ว่าพอโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจะหล่อทุกอย่างจะดูดีขึ้น?

            แน่นอนหานอวิ๋นซีจะไม่ถูกหลอกด้วยความงามของเขา นางพูดอย่างไม่เกรงใจว่า“เจ้ามาหาข้าทำไมกัน?”

            นางที่แค่ถอดถุงเท้ารองเท้าก็ทำให้หลงเฟยเยี่ยไม่มีความสุขแล้วหากเขารู้ว่ามีชายผู้หนึ่งบุกเข้าไปในห้องของนางพระเจ้าคงรู้ดีว่าภูเขาน้ำแข็งใหญ่ที่อนุรักษนิยมนั้นจะตอบสนองอย่างไร

            “มีเรื่องบางอย่าง”กู้ชีฉ่าวตอบทันที

            “เช่นนั้นก็พูดมาสิ”อันที่จริงหานอวิ๋นซียังคงสงสัยอยู่มากการที่มาหานางถึงที่นี่ต้องมีเรื่องบางอย่างแน่นอน

            กู้ชีฉ่าวหัวเราะเบาๆลุกขึ้นและเดินเข้าไป หานอวิ๋นซีรีบก้าวถอยหลังทันที “อยู่ห่างๆ ข้าไม่อย่างนั้นข้าจะเรียกคนเข้ามา!”

            ผู้ชายคนนี้เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ได้คืบจะเอาศอกจริงๆ

            เช่นนั้นกู่ชีฉ่าวจึงหยุดฝีเท้าเต็มไปด้วยความจริงจังและถามด้วยเสียงต่ำว่า “สาวน้อย ใครสอนวิชาพิษให้เจ้า? ใครบอกให้เจ้าใช้ปลาทองทดสอบพิษงูหมื่นตัว?”

            เมื่อคืนกู้ชีฉ่าวอยู่ที่ประตูศาลต้าหลี่ และเห็นขั้นตอนการทดสอบพิษของหานอวิ๋นซีอย่างชัดเจน

            ไม่ต้องพูดถึงหลี่ซื่อหรอกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปลาทองสามารถทดสอบพิษงูหมื่นตัวได้สันนิษฐานว่าชายสวมหน้ากากที่อยู่เบื้องหลังหลี่ซื่อก็ไม่รู้เช่นกัน

            สตรีผู้นี้น่าทึ่งจริงๆ!

            ใครคืออาจารย์ของนาง? นางเรียนรู้วิชาพิษมาจากที่ไหน?

            หากหานอวิ๋นซีจำไม่ผิดชายผู้นี้เคยถามคำถามนี้กับนางแล้วในถ้ำคงไม่ได้มาที่นี่แค่เพราะคำถามนี้หรอกใช่หรือไม่?

            “ข้าคิดว่าเจ้ามาที่นี่เพื่อขอร้องให้โรงน้ำชาเทียนเซียงเสียอีก”หานอวิ๋นซีรู้สึกประหลาดใจ

            “แค่โรงน้ำชาข้ายอมเสียได้” กู่ชีฉ่าวยิ้มอย่างสง่างาม“ข้าสนใจในตัวเจ้ากับวิชาพิษของเจ้ามากกว่า”

            ช่างเป็นสิ่งที่เป็นเสนียดจัญไรเสียจริง!

            หานอวิ๋นซีรู้สึกเสียใจกับโรงน้ำชาจริงๆเดิมทีต้องการหาโอกาสถามฉู่ซีเฟิงว่าหลงเฟยเยี่ยจัดการอย่างไรแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าคงไม่จำเป็น

            ส่วนวิชาพิษของนางหนึ่งในสามส่วนก็มาจากพรสวรรค์ อีกส่วนก็มาจากความขยันหมั่นเพียรและส่วนสุดท้ายมาจากความช่วยเหลือของระบบล้างพิษ

            ถ้านางต้องถามว่าใครเป็นอาจารย์ของนางนางคงพูดได้เพียงว่าอาจารย์ของนางคือระบบล้างพิษระบบที่มองไม่เห็นนี้มีความรู้เรื่องพิษทุกประเภททั้งจีนโบราณ จีนสมัยใหม่และต่างประเทศ จนถึงตอนนี้นางได้เรียนรู้มันในขณะที่ใช้งาน

            แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นความลับความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนางและนางไม่มีทางบอกใครเด็ดขาด

            “แล้วใครสอนวิชาพิษให้เจ้าล่ะ? เจ้าของโรงน้ำชา ไม่ต้องพูดถึงศิลปะการต่อสู้ชั้นสูงวิชาพิษเองก็ไม่เลวเช่นกัน ไม่แปลกใจที่หลงเฟยเยี่ยจะตรวจสอบเจ้า”หานอวิ๋นซีเปลี่ยนหัวข้อไปที่กู้ชีฉ่าวอย่างชาญฉลาด

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ] ที่คุณอ่าน