อี้ไท่เฟยมองไปที่หานอวิ๋นซีอย่างจริงจัง
แม่ของเด็กหญิงผู้นี้เป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตของไท่เฮาและตอนนี้นางก็ได้กลายเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตของไท่เฟยแล้ว
นี่ถือว่าพระเจ้าเล่นตลกใช่หรือไม่?
อี้ไท่เฟยเป็นคนที่อดทนต่อความยากลำบากในวังหลังมาทั้งชีวิตไม่ว่าจะพูดอย่างไรนางก็ไม่ใช่ตะเกียงประหยัดน้ำมันการที่มู่หรงหว่านหรูสั่งให้คนไปเชิญหานอวิ๋นซี แม้ว่าจะไม่ได้อธิบายอะไรเลยแต่ด้วยความฉลาดของหานอวิ๋นซีก็น่าจะเดาได้
แม้ว่ามู่หรงหว่านหรูจะไปด้วยตัวเองนางก็ยังกังวลว่าสตรีผู้นี้จะอาฆาตแค้นและทำให้สิ่งต่างๆ ยุ่งยากขึ้น ใครจะรู้ว่านางจะมาที่นี่ด้วยตัวเอง หลังจากที่มู่หรงหว่านหรูเพิ่งออกไป
ความจริงแล้วถ้าสตรีผู้นี้มาช้าไปหนึ่งก้าว หรือแม้แต่ในตอนที่กำลังล้างพิษเมื่อครู่นางก็สามารถที่จะทำให้ช้าลงได้ หมอพิษจำนวนมากไม่สามารถตรวจพบพิษได้หากนางเสียชีวิตด้วยพิษโดยไม่ตั้งใจจริงๆ สตรีผู้นี้ก็จะไม่มีความผิดอะไรเลย
ต้องรู้ว่าหากนางตาย สตรีผู้นี้จะกลายเป็นนายหญิงของจวนฉินอ๋อง
อย่างไรก็ตามนางไม่เพียงรีบมาที่นี่ด้วยความสมัครใจแต่นางยังพยายามอย่างเต็มที่ในการฝังเข็มและสั่งยา ซึ่งอย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่านางไม่ได้มีเจตนาชั่วร้าย
อี้ไท่เฟยแอบถอนหายใจในใจพลางคิดว่าหานอวิ๋นซีนะหานอวิ๋นซี ถ้าเจ้าไม่คลุกคลีอยู่กับไท่เฮาข้าก็คงต้อนรับเจ้า วิชาพิษอันล้ำเลิศของเจ้าบางทีอาจจะช่วยให้เฟยเยี่ยมีอำนาจได้!
หลังจากที่หานอวิ๋นซีจับชีพจรแล้วนางก็ตรวจสอบอย่างระมัดระวังอีกครั้ง เมื่อแน่ใจว่าพิษเริ่มลดลงแล้วนางจึงดึงเข็มสีทองที่จุดฝังเข็มของอี้ไท่เฟยออก
“หมู่เฟยช่างเป็นคนดีผีคุ้มจริงๆพิษทุเลาจนเกือบหมดแล้ว แต่ก็ยังเหลืออยู่บ้าง จำเป็นต้องฝังเข็มและขับพิษออกตั้งแต่พรุ่งนี้ข้าจะมาฝังเข็มและขับพิษออกให้หมู่เฟยทุกวันเพียงแค่สามวันติดต่อกันมันก็จะหายดีช่วงนี้โปรดหมู่เฟยทานอาหารอ่อนและกินสิ่งที่ทำให้ชุ่มชื้นคอมากขึ้น”หานอวิ๋นซีอธิบายอย่างจริงจัง
แน่นอนว่าอี้ไท่เฟยมีความสุขแค่ตอนนี้ชีวิตของนางไม่ตกอยู่ในอันตรายแล้ว นางจึงสงบลงและไม่ตื่นตระหนกเหมือนก่อนหน้านั้น
นางพยักหน้า“เยี่ยมไปเลย...”
หานอวิ๋นซียิ้มอยู่ในใจ“ถ้าอย่างนั้นหมู่เฟยพักผ่อนก่อนเถิดเพคะ หากมีเรื่องอันใด เรียกข้ามาได้เสมอ”
อี้ไท่เฟยโบกมืออย่างเอื่อยเฉื่อยแต่หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นางก็เอ่ยปากขึ้นมาว่า “ครั้งนี้...ขอบคุณเจ้ามานะ”
หานอวิ๋นซีประหลาดใจอย่างมากและในที่สุดก็รู้สึกถึงความสำเร็จในการช่วยชีวิตผู้คน นางพูดด้วยยิ้มว่า“นี่คือสิ่งที่ข้าควรทำ ข้าขอตัวก่อน”
ใครจะไปรู้ก่อนที่นางจะออกไป มู่หรงหว่านหรูก็ผลักประตูเปิดเข้ามา “หมู่เฟย! หมู่เฟยข้าหาไม่เจอ...”
ทันทีที่นางเห็นหานอวิ๋นซีมู่หรงหว่านหรูก็ตกตะลึงอ้าปากค้าง ทำไมสตรีผู้นี้ถึงอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?
นางค้นหาทั่วจวนตระกูลหานแต่ไม่มีใครรู้ว่าหานอวิ๋นซีหายไปไหน
นางเสียใจและกลัวว่าจะสายเกินไปที่จะช่วยชีวิตหมู่เฟยใครจะรู้ว่าหานอวิ๋นซีจะอยู่ที่นี่!
“หว่านหรูไม่ว่าจะเจอเรื่องใหญ่อะไรในภายภาคหน้า เจ้าควรพูดออกมาตรงๆ มิฉะนั้นผลที่ตามมาไม่ใช่สิ่งที่เจ้าและข้าจะรับผิดชอบได้”หานอวิ๋นซีพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เดินผ่านมู่หรงหว่านหรูแล้วออกไป
เมื่อประตูปิดลงพร้อมกับเสียง“เอี๊ยด” มู่หรงหว่านหรูจึงจะได้สติขึ้นมา และเห็นอี้ไท่เฟยเหล่มาที่นาง
“หมู่เฟยข้า...”
“เจ้า? ชีวิตของข้าเกือบจะพังทลายด้วยน้ำมือเจ้า! เรื่องใหญ่ขนาดนี้เจ้ากล้าดีอย่างไรไปโกรธพี่สะใภ้ของเจ้า? เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงทำเช่นนี้?”อี้ไท่เฟยถามอย่างโกรธเคือง
มู่หรงหว่านหรูที่คิดไว้อย่างดีว่าหากนางไปเชิญหานอวิ๋นซีด้วยตัวเองแม้ว่าหานอวิ๋นซีจะไม่มา แต่ถ้าหมู่เฟยบังคับให้นางกลับมาก็ยังพอมีเวลา
นางจะไปรู้ได้อย่างไรว่าหานอวิ๋นซีจะมาที่นี่ด้วยตัวเอง
“หมู่เฟยข้าไม่...ข้า...ข้าคิดว่านางรู้อยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นตอนที่ไปเชิญนางจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเกิดอะไรขึ้น?” มู่หรงหว่านหรูทำได้แต่เพียงแก้ตัวเช่นนี้
อี้ไท่เฟยจะไม่เข้าใจผู้มีส่วนได้เสียในที่นี่ได้อย่างไรนางจึงยิ่งโกรธมากขึ้น “พอได้แล้ว เจ้าอย่ามาแก้ตัวเลยเห็นได้ชัดว่าเจ้าเห็นชีวิตของข้าเป็นเรื่องล้อเล่น อย่าคิดว่าข้ามองไม่ออกเลย!”
อี้ไท่เฟยจะไม่ทราบทัศนคติที่แท้จริงของมู่หรงหว่านหรูที่มีต่อหานอวิ๋นซีได้อย่างไรกัน? อี้ไท่เฟยสามารถปล่อยให้นางเล่นตลกกับหานอวิ๋นซีได้แต่นางไม่ได้รับอนุญาตให้เล่นตลกกับไท่เฟยโดยเด็ดขาด
นิสัยของอี้ไท่เฟยมู่หรงหว่านหรูจะไม่เข้าใจได้อย่างไร นางรู้ว่าตัวเองไม่มีที่ว่างให้แก้ตัวนางแค่ประหลาดใจเกินไปและคิดไม่ถึงว่าหานอวิ๋นซีจะอยู่ที่นี่กับหมู่เฟยที่รักนางมากที่สุดอย่างไม่ทันตั้งตัว
หานอวิ๋นซีถ้าไม่กำจัดเจ้า ข้ามู่หรงหว่านหรูจะไม่มีวันยอมแพ้เด็ดขาด!
นางคุกเข่าลงร้องไห้อย่างน่าสงสารพร้อมกับพูดด้วยเสียงสะอื้นว่า “ลูกผิดไปแล้วลูกทำผิดครั้งใหญ่ ได้โปรดหมู่เฟยลงโทษ!”
ความโกรธของอี้ไท่เฟยนั้นจะสลายไปอย่างง่ายดายได้อย่างไรนางชี้ไปที่ประตู “เจ้าออกไปเดี๋ยวนี้!กักบริเวณและทบทวนถึงความผิดพลาดของเจ้าเสีย หากไม่มีคำสั่งของข้าเจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมา!”
หานอวิ๋นซีที่อยู่ที่ประตูได้ยินเช่นนี้นางเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา แต่โชคดีที่นางกลั้นมันไว้ทัน
นางพอใจอย่างมากและอารมณ์ดีสุดๆจากนั้นจึงเดินออกไปจริงๆ
ทันทีที่มาถึงลานดอกบัวหานอวิ๋นซีก็รู้ว่าหลงเฟยเยี่ยไม่ได้กลับมา ชายผู้นี้ไม่สนใจจริงๆ หมู่เฟยโดนวางพิษจนตกอยู่ในอันตรายขนาดนั้นคิดไม่ถึงว่าจะไม่โผล่หน้าออกมาเลย
ในขณะที่ทานอาหารเช้านางก็ถามว่า “ฉู่ซีเฟิงก็ไม่อยู่หรือ?”
“ออกไปข้างตั้งแต่เมื่อวานตอนบ่ายและยังไม่กลับมาเพคะหวังเฟย เรื่องของเมื่อวานทุกคนในจวนต่างรู้ว่าเกิดอะไร ท่านยอดเยี่ยมมาก!”แม่นมจ้าวยกนิ้วขึ้นด้วยรอยยิ้ม
สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้คงสร้างความฮือฮาไปได้อีกหลายวันนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หานอวิ๋นซีเป็นที่พูดถึงในเมืองหลวงแต่อย่างไรนางก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย แต่เมื่อแม่นมจ้าวพูดมาขนาดนี้นางก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงประโยคที่หลี่ซื่อพูดก่อนหน้านั้น
ทุกคนรู้ว่าเทียนหนิงมีฉินอ๋องแต่กลับไม่รู้จักฮ่องเต้เทียนฮุย ทุกคนรู้ว่าฉินหวังเฟยสามารถล้างพิษได้แต่กลับไม่รู้ว่าคนที่ล้างพิษเก่งคือปรมาจารย์แห่งยาพิษต่างหาก!
คำพูดเหล่านี้จะดึงดูดปัญหาให้กับหลงเฟยเยี่ยมากแค่ไหนและจะดึงดูดปัญหาให้นางมากขนาดไหนกันนะ!
การจัดการเรื่องคนทรยศในตระกูลหานหลงเฟยเยี่ยจะเป็นกลางใช่หรือไม่?
ไม่รู้ว่าตอนนี้ชายผู้นั้นจะอยู่ในวังหรือในกูหยวนต้องรอให้เขากลับมาเท่านั้นจึงจะรู้สถานการณ์ได้
เมื่อคิดเช่นนี้หานอวิ๋นซีก็หมดความอยากอาหารและรู้สึกเหนื่อยมากหลังจากอดนอนมาทั้งคืนนางบอกแม่นมจ้าวว่าอย่ารบกวนและขึ้นไปชั้นบนเพื่อพักผ่อน
หลังจากกลับมาจากการถูกลักพาตัวก็ต้องมาเผชิญหน้ากับคำใส่ร้ายของสวี่ซื่อ ไหนจะมีเรื่องการเดิมพันอีกจนถึงตอนนี้หานอวิ๋นซียังไม่ได้นอนหลับสนิทสักคืนแม้ว่าจะเต็มไปด้วยเรื่องที่มั่นใจ อย่างไรก็หมดแรงอยู่ดี
ทว่ายังไม่ทันที่จะถึงเตียงนางก็ล้มลงบนตั่งอุ่นแสร้งทำเป็นตายแล้วและนอนอยู่เป็นเวลานานก่อนที่จะพลิกตัวอย่างเกียจคร้าน
ใครจะคิดว่าเมื่อมองขึ้นไปจะเห็นดวงตาที่มีเสน่ห์คู่หนึ่งบนคานหลังคาจ้องมองมาที่นางด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของนาง
“อ๊าย!”
หานอวิ๋นซีส่งเสียงกรีดร้องออกมาทันทีตกใจจนความง่วงหายไปจนหมดชายผู้นี้...คือกู้ชีฉ่าวเจ้าของโรงน้ำชาเทียนเซียงผู้ชั่วร้ายคนนั้นไม่ใช่หรือ?
“เจ้าเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร?” นางพูดด้วยน้ำเสียงตกใจ
จวนฉินอ๋องได้รับการคุ้มกันอย่างแน่นหนายิ่งลานดอกบัวแห่งนี้ยิ่งแน่นหนายิ่งกว่าคิดไม่ถึงว่าชายผู้นี้จะเข้ามาได้โดยไม่มีเสียง
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของหานอวิ๋นซีกู้ชีฉ่าวก็ยิ้มสดใสยิ่งขึ้น เขาเกี่ยวขาของเขาบนคานหลังคา ห้อยหัวลงเหมือนค้างคาวพร้อมหัวเราะเยาะหานอวิ๋นซี “ข้าคิดว่าเจ้าจะไม่กลัวอะไรเสียอีกที่แท้ก็ขี้ขลาดเหมือนกันนี่!”
หานอวิ๋นซีกลอกตาและถามอย่างระแวง“เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”
“สาวน้อยยาพิษนี่คือท่าทางของเจ้าที่มีต่อผู้ช่วยชีวิตของเจ้าอย่างนั้นหรือ?” กู้ชีฉ่าวถามอย่างจริงจัง
หานอวิ๋นซีเลียนแบบท่าทางจริงจังของเขาและถามว่า“ไหนผู้ช่วยชีวิตล่ะ?”
กู้ชีฉ่าวชี้นิ้วโป้งที่หน้าอกตัวเองอย่างเย่อหยิ่ง“นี่อย่างไรล่ะ!”
หานอวิ๋นซียิ้มเยาะ“ข้าไม่รู้จักเจ้า”
“เจ้า…”
กู้ชีฉ่าวพลิกตัวและนั่งลงข้างๆหานอวิ๋นซีทันที “นี่ ไม่ว่าจะพูดอย่างไรข้าก็เสี่ยงชีวิตช่วยเจ้านะเจ้าจะมาเมินข้าอย่างนี้ได้ด้วยหรือ?”
หานอวิ๋นซียืนขึ้นทันทีเว้นระยะห่างจากเขาอย่างปลอดภัยและมองเขาด้วยท่าทางรังเกียจ “มีเรื่องอะไรก็พูดมาจะได้รีบออกไปเสีย!”
ไม่ว่าคนชั่วร้ายผู้นี้จะมาอย่างไรแต่ด้วยรูปลักษณ์ที่เจ้าชู้และดื้อด้านเอาแต่ใจเขาต้องเป็นคนเลวที่ไม่มีบรรทัดฐานหรือความซื่อสัตย์ ดังนั้นจึงเป็นการดีกว่าที่จะอยู่ห่างจากเขา
“จุ๊จุ๊จุ๊ใจร้ายจัง” กู้ชีฉ่าวที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความผิดหวัง
“พอได้แล้ว!ถ้าเจ้าลงมือเร็วกว่านี้ ก็คงไม่ต้องช่วยข้าแบบไม่คิดชีวิตไม่ใช่หรือ?”
แม้ว่าหานอวิ๋นซีจะขอร้องเพื่อโรงน้ำชาเทียนเซียงแต่ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากความโกรธที่นางมีต่อหลงเฟยเยี่ยเลยการช่วยเหลือของกู้ชีฉ่าวที่ช่วยนางนั้น เหมือนกับที่หลงเฟยเยี่ยช่วยนางไม่มีผิดทั้งคู่ต่างถ่วงเวลาโดยไม่คำนึงถึงอันตรายของนางและพยายามล่อฆาตกรตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังออกมาศิลปะการต่อสู้ของกู้ชีฉ่าวนั้นไม่ด้อยกว่าของชิงอีอย่างแน่นอนและเขาสามารถช่วยนางในถ้ำได้ในตอนนั้น
หลังจากที่หานอวิ๋นซีเปิดโปงกู้ชีฉ่าวก็ลูบผมยาวจากด้านหลังใบหูและค่อยๆ เกลี่ยให้เรียบ ไม่พูดโต้เถียงใดๆ
หานอวิ๋นซีเลิกคิ้วมองเขารู้สึกได้ถึงอารมณ์นับพันในหัวใจ ท่าทางการเกี่ยวผมของชายผู้นี้ดูสวยกว่าสตรีได้อย่างไรกันนะ? ทั้งยังดูไม่ขัดตาเลยแม้แต่น้อย?
เป็นไปได้หรือไม่ว่าพอโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจะหล่อทุกอย่างจะดูดีขึ้น?
แน่นอนหานอวิ๋นซีจะไม่ถูกหลอกด้วยความงามของเขา นางพูดอย่างไม่เกรงใจว่า“เจ้ามาหาข้าทำไมกัน?”
นางที่แค่ถอดถุงเท้ารองเท้าก็ทำให้หลงเฟยเยี่ยไม่มีความสุขแล้วหากเขารู้ว่ามีชายผู้หนึ่งบุกเข้าไปในห้องของนางพระเจ้าคงรู้ดีว่าภูเขาน้ำแข็งใหญ่ที่อนุรักษนิยมนั้นจะตอบสนองอย่างไร
“มีเรื่องบางอย่าง”กู้ชีฉ่าวตอบทันที
“เช่นนั้นก็พูดมาสิ”อันที่จริงหานอวิ๋นซียังคงสงสัยอยู่มากการที่มาหานางถึงที่นี่ต้องมีเรื่องบางอย่างแน่นอน
กู้ชีฉ่าวหัวเราะเบาๆลุกขึ้นและเดินเข้าไป หานอวิ๋นซีรีบก้าวถอยหลังทันที “อยู่ห่างๆ ข้าไม่อย่างนั้นข้าจะเรียกคนเข้ามา!”
ผู้ชายคนนี้เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ได้คืบจะเอาศอกจริงๆ
เช่นนั้นกู่ชีฉ่าวจึงหยุดฝีเท้าเต็มไปด้วยความจริงจังและถามด้วยเสียงต่ำว่า “สาวน้อย ใครสอนวิชาพิษให้เจ้า? ใครบอกให้เจ้าใช้ปลาทองทดสอบพิษงูหมื่นตัว?”
เมื่อคืนกู้ชีฉ่าวอยู่ที่ประตูศาลต้าหลี่ และเห็นขั้นตอนการทดสอบพิษของหานอวิ๋นซีอย่างชัดเจน
ไม่ต้องพูดถึงหลี่ซื่อหรอกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปลาทองสามารถทดสอบพิษงูหมื่นตัวได้สันนิษฐานว่าชายสวมหน้ากากที่อยู่เบื้องหลังหลี่ซื่อก็ไม่รู้เช่นกัน
สตรีผู้นี้น่าทึ่งจริงๆ!
ใครคืออาจารย์ของนาง? นางเรียนรู้วิชาพิษมาจากที่ไหน?
หากหานอวิ๋นซีจำไม่ผิดชายผู้นี้เคยถามคำถามนี้กับนางแล้วในถ้ำคงไม่ได้มาที่นี่แค่เพราะคำถามนี้หรอกใช่หรือไม่?
“ข้าคิดว่าเจ้ามาที่นี่เพื่อขอร้องให้โรงน้ำชาเทียนเซียงเสียอีก”หานอวิ๋นซีรู้สึกประหลาดใจ
“แค่โรงน้ำชาข้ายอมเสียได้” กู่ชีฉ่าวยิ้มอย่างสง่างาม“ข้าสนใจในตัวเจ้ากับวิชาพิษของเจ้ามากกว่า”
ช่างเป็นสิ่งที่เป็นเสนียดจัญไรเสียจริง!
หานอวิ๋นซีรู้สึกเสียใจกับโรงน้ำชาจริงๆเดิมทีต้องการหาโอกาสถามฉู่ซีเฟิงว่าหลงเฟยเยี่ยจัดการอย่างไรแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าคงไม่จำเป็น
ส่วนวิชาพิษของนางหนึ่งในสามส่วนก็มาจากพรสวรรค์ อีกส่วนก็มาจากความขยันหมั่นเพียรและส่วนสุดท้ายมาจากความช่วยเหลือของระบบล้างพิษ
ถ้านางต้องถามว่าใครเป็นอาจารย์ของนางนางคงพูดได้เพียงว่าอาจารย์ของนางคือระบบล้างพิษระบบที่มองไม่เห็นนี้มีความรู้เรื่องพิษทุกประเภททั้งจีนโบราณ จีนสมัยใหม่และต่างประเทศ จนถึงตอนนี้นางได้เรียนรู้มันในขณะที่ใช้งาน
แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นความลับความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนางและนางไม่มีทางบอกใครเด็ดขาด
“แล้วใครสอนวิชาพิษให้เจ้าล่ะ? เจ้าของโรงน้ำชา ไม่ต้องพูดถึงศิลปะการต่อสู้ชั้นสูงวิชาพิษเองก็ไม่เลวเช่นกัน ไม่แปลกใจที่หลงเฟยเยี่ยจะตรวจสอบเจ้า”หานอวิ๋นซีเปลี่ยนหัวข้อไปที่กู้ชีฉ่าวอย่างชาญฉลาด