ทะลุมิติมาเป็นนางร้ายท้ายหมู่บ้าน

    63. ร้ายมาร้ายกลับ

    “อื้อ... (._.) ” หนิงหนิงที่ไม่คิดว่าจะมีคนมาติดกับดักจริงไ ก็ได้จ้องมองพวกอันธพาลที่ถูกจับมัดอยู่ด้วยสายตาว่างเปล่า

    “มีเรื่องไม่สบายใจหรือหนิงเอ๋อร์” ชิงหลงที่เห็นคนรักเอาแต่จ้องมองพวกคนร้ายอยู่ก็ถามออกมาด้วยความสงสัย

    “อื้มก็มีนิดหน่อย ข้าก็แค่กำลังสงสัยว่าตัวเองไปทำอะไรให้นางเกลียดหรือเปล่า นางถึงได้เอาแต่เล่นงานข้า” นางไม่เข้าใจจริงๆ ว่าตนเองได้ไปสร้างความบาดหมางอะไรระหว่างคุณหนูหยวนไว้ เพราะเท่าที่นางจำได้นางเคยเจออีกฝ่ายแค่ครั้งเดียวก็คือที่ร้านตำรานั้นก็เท่านั้นเอง

    “บางทีนางอาจจะอิจฉาเจ้าก็เป็นได้” ชิงหลงรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย เมื่อต้องพูดถึงเรื่องนี้ เพราะเขาไม่กล้าพูดหรอกว่าเรื่องทั้งหมดมันมีต้นเหตุมาจากตน แต่ที่บอกว่าอีกฝ่ายอิจฉานางนั้นเรื่องนี้เป็นความจริง เพราะอีกฝ่ายอิจฉาคนรักของเขาจริงๆ

    “เรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้หรอกมั้งพี่ชิงหลง ข้าเป็นแค่สาวชาวบ้านธรรมดาๆ ที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไรเมื่อเทียบกันนางแล้ว ควรเป็นข้ามากกว่าที่ต้องอิจฉาน่ะ^^” หนิงหนิงพูดออกมาใบหน้าใสซื่อ เพราะสำหรับนางแล้วที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ไม่ได้นับว่าร่ำรวยอะไร เมื่อเทียบกับเศรษฐีในยุคของนางแล้ว นางก็ยังถือว่าเป็นแค่คนธรรมดาอยู่

    “...” ชิงหลงที่ได้ฟังคำพูดของคนรัก ก็ได้กุมขมับกับความถ่อมตนของนาง เขาละอยากจะพูดเหลือเกินว่าหากนางเป็นแค่คนธรรมดาแล้ว พ่อแม่ของเขาก็คงเป็นขอทานแล้ว เพราะกิจการของนางทำกำไรได้มากกว่าร้านตำราของบ้านเขาตั้งไม่รู้เท่าไหร่ นี่ยังไม่นับกิจการค้าดอกไม้ของนาง ไม่อย่างนั้นจะบอกว่านางเป็นเศรษฐีอันดับต้นๆ ของแคว้นก็ยังได้

    “พี่ชิงหลง”

    “มีอะไรหรือ”

    “ข้าเห็นว่าพวกเขาตากน้ำค้างมาทั้งคืนแล้วก็รู้สึกสงสาร ข้าเลยอยากยกน้ำแกงมาให้พวกเขาได้กินสักหน่อยจะได้รึเปล่าเจ้าคะ” นางมองเขาด้วยสายตาออดอ้อน

    “ได้สิ” ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการสิ้นเปลื้องไปหน่อยก็เถอะ คำพูดสุดท้ายชิงหลงได้แต่เก็ยไว้ในใจไม่พูดออกมา เพราะเขารู้สึกว่าถ้าพูดออกไปแล้วตนจะกลายเป็นพวกจิตใจคับแคบ

    “ถ้าเช่นนั้นเดี๋ยวข้ามานะ” ว่าจบหญิงสาวก็เดินเข้าบ้านไปอย่างร่าเริง

     

    ราวสิบนาทีต่อมา หนิงหนิงก็ออกมาพร้อมกับถาดใบนึง บนถาดมีน้ำแกงถ้วยเล็กๆ อยู่ด้วยประมาณเจ็ดแปดถ้วย ซึ่งพอชิงหลงได้เห็นสีของน้ำแกงเขาก็ได้ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาทำเพียงแค่มองนางป้อนน้ำแกงให้พวกอันธพาลบนพื้นเท่านั้น

    “นะนายน้อยคนพวกนั้นจะไม่ตายใช่ไหมขอรับ” อาอู๋มองสีของน้ำแกงด้วยความหวาดกลัว

    “ไม่หรอกหนิงเอ๋อร์ไม่ใช่คนโหดร้ายขนาดนั้-” ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยจบ เหล่าอันตพาลบนพื้นก็เริ่มกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด หลังจากดื่มน้ำแกงเข้าไปเพียงไม่กี่นาที

    “เอ๋แปลกจัง มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้นี่นา” หนิงหนิงได้แต่มองปฏิกิริยาของพวกเขาด้วยความสงสัย เพราะนางไม่เข้าใจยาบำรุงของนางทำผิดตรงไหน

    “นะนายน้อย”

    “ไม่เป็นไรหากพวกเขาตาย พวกเราก็แค่ต้องซ่อนศพก็เท่านั้นเอง” ชิงหลงยังคงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ในใจเขากลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นต่อพรสวรรค์การปรุงยาของหนิงหนิงเอามาก เพราะเมื่อกี้เขาได้ยินที่นางพูดอย่างชัดเจน นางบอกว่านี่คือยาบำรุงแต่ที่เขาดูแล้วอย่างไรมันก็เหมือนยาพิษมากกว่า

    “เจ้าอย่าลืมกำชับทุกคนในจวนด้วยว่าอย่าให้นายหญิงน้อยได้ลงมือต้มยาเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่” เขาหันไปสั่งอาอู๋ว่าในอนาคตอย่าให้ภรรยาตัวน้อยได้เป็นคนต้มยา ไม่อย่างนั้นตนคงได้ตายอย่างอนาถแน่นอน

    “ขอรับนายน้อย” อาอู๋รับคำด้วยสีหน้าหวาดกลัว ส่วนในใจก็อดทึ่งกับฝีมือการปรุงยาของนายหญิงน้อยไม่ได้ เพราะนางช่างมีพรสวรรค์ในการเปลี่ยนยาธรรมดาให้เป็นยาพิษเหลือเกิน

    “พี่ชิงหลงน้ำแกงของข้ามันแย่ขนาดนั้นเลยหรือ?” หนิงหนิงหันมาถามคนข้างกายเมื่อนางเห็นว่าอันธพาลบนพื้นเริ่มมีน้ำลายฟูมปาก

    “พี่คิดว่าไม่น่าเกี่ยวกับน้ำแกงแต่น่าจะเป็นยาที่เจ้าใส่ลงไปมากกว่า”

    “หืม? แต่ว่านั้นเป็นแค่ยาบำรุงเองนะเจ้าค่ะ”

    “เช่นนั้นบางทีร่างกายของพวกเขาอาจจะอ่อนแอเกินไปก็เป็นได้^_^”

    “อืมๆ เป็นเช่นนี้นี่เอง”

    “^^” ชิงหลงยกมือขึ้นลูบหัวนางเบาๆ ก่อนจะหันไปสั่งงานให้อาอู๋แล้วพานางกลับเข้าไปในบ้าน

    “....” อาอู๋ นายน้อยท่านตามใจนายหญิงน้อยมากเกินไปแล้วนะขอรับ

    .

    .

    ยามซื่อ (09:00-10:59)

    หลังจากที่อันธพาลเหล่านั้นได้ลิ้มรสน้ำแกงสุดพิเศษจนเกือบได้ไปเฝ้ายมบาล ตอนนี้พวกเขาก็ก้มหน้าลงด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นว่า หญิงสาวเดินเข้ามาหาพวกเขา

    “อื้อ..พวกเจ้าน่ะมาหาข้าด้วยเหตุอันใดหรือ” หลังจากคิดไปสักพักนางก็ถามคำถามนี้ออกไป ซึ่งมันก็สร้างความงุนงงให้แก่พวกเขาเป็นอย่างมาก

    “คะคุณหนู เหตุใดท่านถึงได้ถามอะไรแปลกๆ เช่นนี้เล่า เหตุผลที่พวกข้ามาบุกบ้านท่านมันก็น่าจะจะชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่หรือ” หัวหน้าของกลุ่มอันธพาลมองหน้าด้วยความสงสัย เขาไม่เข้าใจว่านางใสซื่อเกินไปหรือไม่ได้ใส่ใจกันแน่ ถึงได้ถามคำถามโง่ๆ ออกมาแบบนี้

    “งั้นพวกเจ้าก็มาปล้นบ้านข้าหรือ”

    “....” หัวหน้าอันธพาล ยัยหนูนี่แค่ใสซื่อหรือว่าไม่รู้กันแน่

    “หนิงเอ๋อร์ถ้าเจ้าไม่ว่าอะไร ให้พี่เป็นคนจัดการเรื่องนี้ให้ดีหรือไม่” ชิงหลงรู้ดีว่านางไม่ถนัดสอบปากคำ แต่เขาก็ไม่คิดว่านางจะเป็นหนักถึงขั้นนี้จริงๆ เฮ่อภรรยาของเขาจะน่ารักเกินไปแล้ว

    “หืมพี่ชิงหลงจะเป็นคนจัดการให้ข้าหรือ ถ้าเช่นนั้นก็ต้องขอบคุณมากนะเจ้าคะ”

    “ไม่เป็นไร ไม่ต้องขอบคุณ”

    “ถ้าเช่นนั้นพี่ชิงหลงข้าขอตัววไปจัดงานก่อนนะ ถ้าท่านจัดการตรงนี้เสร็จแล้วก็ไปหาข้าที่สวนนะเจ้าคะ” ว่าจบนางก็หันหลังเดินจากไป ส่วนชิงหลงที่ได้ยินว่านางให้เขาไปหา เขาก็รู้สึกสงสัยนิดหน่อยว่าแม่กระต่ายน้อยของเขามีเรื่องอะไรหรือเปล่า ถึงได้เรียกเขาไปหา

    “พวกเจ้าน่ะ จะสารภาพมาเองหรือว่าต้องให้ข้าใช้กำลัง” เขามองพวกนั้นด้วยใบหน้าเย็นชา ไหนเลยจะมีร่องรอยของความอบอุ่นอ่อนโยนเหมือนตอนที่คุยกับหนิงหนิง

    “....” เหล่าอันธพาล

    .

    .

    ผ่านไปสองเค่อ

    ชิงหลงก็เดินมาหาหญิงสาวที่สวนหลังจากจัดการเรื่องสอบปากคำเสร็จ และนอกจากนี้เขาก็ส่งคนพวกนั้นกลับไปหาคนบงการด้วยตนเองอีกด้วย ในเมื่อคุณหนูหยวนต้องการทำลายความบริสุทธิ์ของคนรักของเขา ถ้าเช่นนั้นก็ให้นางได้ลิ้มรสมันด้วยตนเองเสีย นอกจากเขาจะส่งคนพวกนั้นกลับไปแล้วเขาก็ยังสั่งให้องครักษ์ของเขาไปช่วยด้วย เพื่อที่งานจะได้ออกมาดี

    “หนิงเอ๋อร์เรียกพี่มามีเรื่องอันใดหรือ” ชิงหลงเอ่ยถามหญิงสาวที่กำลังก้มหน้าทำบัญชีอยู่ เขานั่งลงข้างนางก่อนจะรินชาให้ตัวเองแล้วนั่งจ้องนาง

    “หืมพี่ชิงหลงท่านมาแล้ว”

    “อื้ม หนิงเอ๋อร์มีเรื่องอะไรอยากคุยกับพี่หรือ?”

    “อื้อ..จะว่ามีก็ได้ ข้าเพียงสงสัยว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องพี่หรือเปล่า” เมื่อได้ยินคำถามของนาง ใบหน้าเปื้อนยิ้มของชิงหลงก็มีอันต้องชะงัก

    “เจ้าคิดว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวกับพี่หรือ?”

    “ข้าก็แค่คิดว่ามีความเป็นไปได้นะเจ้าคะ เพราะในวันนั้นนอกจากข้าแล้วก็แค่ท่านที่ได้ยุ่งกับนาง” หนิงหนิงพูดไปพลางก็ทำงานไปพลาง โดยที่นางไม่ได้เห็นเลยว่าใบหน้าของคนรักนั้นเริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย

    “เจ้าคงไม่คิดว่าที่นางพุ่งเป้ามาที่เจ้าเป็นเพราะพี่หรอกใช่ไหม?”

    “อื้อ..ข้าก็แค่คิดว่ามันน่าจะเป็นไปได้ แล้วอีกอย่างพี่ชิงหลงหน้าตาดีออกแบบนี้ ก็เป็นไปได้เลยที่นางจะไม่สนใจพี่” หนิงหนิงตอบออกไปตามตรง เพราะนางรู้สึกว่าเรื่องนี้จะเป็นความอิจฉาธรรมดาก็คงจะไม่ใช่ ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายจะจ้องเล่นงานทำไหม ในเมื่อนางยังไม่ได้ทำอะไรในอีกฝ่ายเลย

    “เฮ่อ เจ้าฉลาดจริงๆ พี่ยอมแพ้แล้ว” เมื่อเห็นว่าตนไม่สามารถโกหกนางต่อไปได้แล้ว เขาก็คิดว่าสู้สารภาพออกไปตามตรงเลยจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นหากนางมารู้ที่หลังนางคงได้เกลียดเขาแน่ๆ

    “พี่ชิงหลง?”

    “เรื่องนี้มันเกี่ยวกับพี่จริงๆ” จากนั้นชิงหลงก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้นางฟัง จนเมื่อนางฟังจบก็ได้แค่ถอนหายใจ เพราะเรื่องจะว่ายังไงดีละมันก็แค่เรื่องความอิจฉาของผู้หญิง แบบที่นางเคยเห็นในซีรีส์บ่อยๆ ก็เท่านั้นเอง

    “เรื่องก็เป็นเช่นนี้แหละ เจ้าคงไม่โกรธพี่หรอกใช่ไหม” ชิงหลงมองนางด้วยแววตาเศร้าหมอง เขากลัวจริงๆ ว่านางจะทิ้งเขาไปเพราะเรื่องนี้ ด้วยเหตุที่ว่านางนั้นเกลียดความวุ่นวาย ดังนั้นเขาจึงกังวลจริงๆ ว่านางจะทิ้งตนไป

    “อื้อ..ก็ถ้ามารู้เองทีหลังก็คงโกรธอยู่ แต่ตอนนี้พี่ก็ช่วยเอาคืนให้ข้าแล้วข้าจึงไม่ได้รู้สึกโกรธ เพียงแต่..”

    “เพียงแต่อะไรหรือ?”

    “ถึงยังไงก็ต้องมีบทลงโทษสำหรับคนนิสัยไม่ดีบ้างก็เท่านั้น”

    “บทลงโทษ?”

    “ใช่แล้วบทลงโทษ จนกว่าข้าจะหายโกรธห้ามพี่ชิงหลงเข้าใกล้ข้าเกินสองเมตรเข้าใจหรือไม่^^” นางมองชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มหวาน ความจริงแล้วนางไม่ได้โกรธอะไรขนาดนั้นหรอก เพียงแต่ช่วงนี้เขาเองแต่รังแกนางมากเกินไป นางจึงหาข้ออ้างมาออกห่างเขาบ้างก็เท่านั้นเอง

    “หนิงเอ๋อร์พี่ผิดไปแล้ว จากนี้พี่ไม่ปิดบังอะไรเจ้าอีกดังนั้นเรื่องบทลงโทษนี่ก็ขอให้...”

    “ไม่เจ้าค่ะ ห้ามมีข้อต่อรองไม่เช่นนั้นท่านก็ออกไปจากบ้านข้าซะ”

    “หนิงเอ๋อร์~~T^T”

    “^^”

    .

    .

    จวนตระกูลหยวน

    ยามจื่อ (23:00-00:59)

    ผู้เฝ้ายามหน้าจวนตระกูลหยวน ต่างก็สลบไสลไม่ได้สติไปเพราะยาสลบ หลังจากที่พวกเขาหลับไปแล้ว ก็ได้มีร่างเงาของชายฉกรรจ์ประมาณเจ็ดแปดคน เดินมาเปิดประตูเข้าไปในจวน โดยที่มีคนคอยเปิดประตูให้พวกเขาจากด้านใน และยังนำทางพวกเขาไปจนถึงเรือนโบตั๋นของคุณหนูหยวนอีกด้วย

    หญิงสาวที่อยู่ในเรือนต่างก็นอนหลับไปด้วยฤทธิ์ยาสลบของเหล่าองครักษ์ จะมีก็แต่คุณหนูหยวนที่โดนยาปลุกกำหนัดเข้าไป จึงทำให้ตอนที่พวกอันธพาลเดินเข้าไปในห้องนอนของนาง พวกเขาก็โดนนางกระโจนใส่เข้าเสียก่อน จึงทำให้ในคืนนั้นเองที่คุณหนูหยวนได้ร่วมรักกับบุรุษพร้อมกันทีเดียวถึงแปดคน ซึ่งกว่าพวกเขาจะหยุดบทเพลงรักนี้ก็ปาเข้ารุ่งเช้าแล้ว เลยทำให้มีคนทันได้เห็นฉากนี้พอดิบพอดี ซึ่งคนที่เห็นก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกบิดาของนางที่ต้องแอบมาเยี่ยมบุตรสาว

    ซึ่งภาพที่นายท่านหยวนได้เห็นก็ทำเอาเขาโกรธจนกระอักเลือดออกมาก่อนจะเป็นลมลงไป ในขณะที่คุณหนูหยวนผู้ซึ่งเป็นต้นเหตุนั้น นางก็ได้แต่กรีดร้องออกอย่างเจ็บปวด ก่อนจะสั่งให้องครักษ์ในจวนลากอันธพาลทั้งแปดออกไปฆ่าทิ้ง แต่ถึงข่าวลือเรื่องที่คุณหนูหยวนร่วมรักกับบุรุษอย่างเร่าร้อนก็ยังแพร่ออกไปอยู่ดี...

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นนางร้ายท้ายหมู่บ้าน ที่คุณอ่าน