เมื่อทานอาหารกันเสร็จ หลังจากที่จ่ายค่าอาหารเรียบร้อยแล้ว พวกเขาทั้งสามก็เดินออกมาจากเหลาอาหารในทันที
"เราจะอยู่ในเมืองนี้อีกซักสองสามวัน เผื่อว่าจะเจอสิ่งที่หน้าสนใจ หลังจากนั้นค่อยออกเดินทางกันต่อ"หยางตงเทียนกล่าวออกมา
"ถ้าเช่นนั้นพวกเราไปพักที่โรงเตี้ยมด้านหน้าดีไหมเ้าค่ะ!?"อิงฮวากล่าวขึ้นมา พร้อมกับชี้ไปที่สิ่งปลูกสร้างสองชั้น ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่พวกเขายืนอยู่
"งั้นก็ไปพักที่นั้นกัน!"หยางตงเทียนและตงฟางหยูหันไปมองตามทิศทางที่อิงฮวาชี้ไป แล้วกล่าวขึ้นมา จากนั้นพวกเข้าทั้งสามก็เดินตรงไปยังที่หมาย…
"ไม่ทราบว่านายท่านทั้งสาม้าทานอาหารหรือเป็ห้องพักดีขอรับ!?"พอเสี่ยวเอ้อเห็นทั้งสามคนเดินเข้ามา เขาก็รีบวิ่งเข้ามาตอนรับและกล่าวแนะนำอย่างมืออาชีพในทันที
"พวกข้า้าห้องพัก!"ตงฟางหยูกล่าวขึ้น
"ห้องพัก คืนละสิบเหรียญทองต่อหนึ่งห้องขอรับ! ไม่ทราบว่าพวกท่าน้ากี่ห้อง และพักกี่คืนดีขอรับ!?" เสี่ยวเอ้อกล่าวถาม
"สามห้อง! พักสามคืน!"ตงฟางหยูกล่าวตอบ
"ห้องพักสามห้อง ห้องละสิบเหรียญทอง พักสามคือคิดเป็ เก้าสิบเหรียญทองขอรับ!"เสี่ยวเอ้อคิดค่าที่พักอย่างรวดเร็ว
"นี่ค่าที่พัก ในนั้นมีอยู่หนึ่งร้อยเหรียญทอง เ้าพาพวกข้าไปที่ห้อง ข้ามีเื่จะถาม!" ตงฟางหยูกล่าวขึ้น พร้อมกลับโยนถุงเหรียญทองไปให้กับเสี่ยวเอ้อ
"ขอรับ!! เชิญนายท่านทางนี้เลยขอรับ!!"เสี่ยวเอ้อตอบรับด้วยความตื่นเต้น
เขาเขย่าถุงเงินเบาๆ ในนั้นมีถึงหนึ่งร้อยเหรียญทอง! หักจากค่าห้องพักเก้าสิบเหรียญทองแล้ว หมายความว่าเหลือให้เขาสิบเหรียญทอง! หากใช้อย่างไม่ฟุ่มเฟือย มันทำให้เขาอยู่ได้หลายปีโดยไม่ลำบาก จะไม่ให้เขาตื่นเต้นได้อย่างไร! จากนั้นเขาก็ผายมือเชิญพวกหยางตงเทียนแล้วเดินนำทางไปที่ชั้นสอง
"เชิญขอรับท่านประมุข!"ตงฟางหยูกล่าวเชิญหยางตงเทียน ให้เดินนำไปก่อน หยางตงเทียนพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเดินนำออกไป ไม่นานพวกเขาทั้งสามก็ขึ้นมาถึงห้อง้า
............................
พอพวกเขาเดินขึ้นไป้า ผู้คนที่นั่งอยู่ภายในโรงเตี๊ยมก็คุยกันขึ้นมาเสียงดัง
"พวกเขาไปใครกัน!?"จอมยุทธ์หนึ่ง
"ดูแล้วไม่ธรรมดาเลย!"จอมยุทธ์สอง
"หญิงสาวนางนั้น แม้ว่าจะใส่ผ้าปิดหน้าอยู่ แต่ก็ไม่สามารถปกปิดความงามของนางไว้ได้เลย!"จอมยุทธ์สาม
"#&฿&&฿_"
คล้อยหลังกลุ่มของหยางตงเทียนขึ้นห้องไป ผู้คนมากมายต่างก็พูดคุยกันกลับสหายของตนเองอย่างสงสัยใคร่รู้
"ผู้าุโใหญ่ คนพวกนั้นดูแล้วไม่ธรรมดาเลย? ท่านมองการบ่มเพาะของพวกเขาออกหรือไม่ขอรับ!?"ชายหนุ่มคนหนึ่งอายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปดปี กล่าวถามชายชราคนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงข้ามกลับเขา
"ข้ามองออกเพียงแค่สตรีน้อยที่มีผ้าปิดหน้าเพียงคนเดียว!? นางมีระดับพลังยุทธ์อยู่ที่รวมิญญาขั้นหนึ่ง ส่วนสองคนนั้น บุรุษที่รูปร่างกำยำดุดันคนนั้นเต็มไปด้วยปราณกระบี่คมกริบแผ่ออกมารอบกาย เขาอันตรายเป็อย่างมาก! ข้าไม่สามารถมองผ่านระดับพลังของเขาได้ เพราะเขามีระดับพลังเหนือกว่าข้า"
"ส่วนอีกคนที่สวมชุดสีขาว ที่ไม่สามารถมองเห็นใบหน้าได้ผู้นั้น!? เขาเก็บกลิ่นอายได้อย่างมิดชิดมาก ดูแล้วไม่ต่างจากคนธรรมดาเลย แต่สังเกตจากคนสองคนนั้นให้เกียรติเขามาก ในบรรดาคนทั้งหมด! คนๆนี้คือคนที่อันตรายที่สุด!!"
ชายชรากล่าวขึ้นมา พร้อมกลับอธิบายออกมาให้ชายหนุ่มเข้าใจ
"ผู้าุโใหญ่ ท่านมีพลังยุทธ์สูงถึงระดับจักรพรรดิขั้นเก้า ขนาดท่านก็ยังมองไม่ออกอีกหรือ!?"ชายหนุ่มกล่าวขึ้นด้วยความประหลาดใจ
"ฉือเซิน ยุทธภพนั้นกว้างใหญ่ ตระกูลฉือของเราเป็เพียงแค่ตระกูบเล็กๆ ไม่ติดอยู่ในการจัดอันดับของขุมกำลังเลยด้วยซ้ำ! แม้ว่าเ้าจะถือว่าเป็อัจฉริยะในรอบห้าร้อยปีของตระกูลฉือก็ตาม! "
"แต่เมื่อเทียบกับอัจฉริยะของขุมกำลังที่ติดอันดับเ่าั้แล้ว เ้านับว่าไม่เป็อันใดเลย... ตอนนี้เ้าอายุสิบแปดปีแล้ว มีระดับการบ่มเพาะเพียงรวมิญญาขั้นหนึ่ง เมื่อเทียบกลับสตรีน้อยนางนั้นที่มีอายุประมาณสิบสามสิบสี่ปี แต่มีระดับพลังยุทธ์เท่ากันกลับเ้าแล้ว เ้าคิดว่าเช่นใดหล่ะ?"
เมื่อฉือเซินได้ยินชายชรากล่าวขึ้นมาเช่นนั้น เขาก็ใเป็อย่างมาก เขาเคยคิดว่าตระกูลของตนที่เป็ขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองแห่งนี้นั้นยิ่งใหญ่มากแล้ว
แต่เมื่อได้ยินสิ่งที่ผู้าุโใหญ่ ผู้ที่มีความแข็งแกร่งที่สุดภายในตระกูลกล่าวออกมาเช่นนั้น มันก็ทำให้เขาถึงกลับตกตะลึง! ไม่คิดว่าโลกภายนอกจะกว้างใหญ่ขนาดนี้
"เฮ้อ~ เอาหล่ะ! เ้าไม่ต้องคิดมากไปหรอก!? เ้าอย่าเอาตนเองไปเปรียบเทียบกับคนเ่าั้เลย เ้าเป็ผู้ที่มีพร์คนหนึ่ง ที่มีโอกาสทะลวงขึ้นสู่ระดับมหาจักรพรรดิได้!"
"เมื่อถึงตอนนั้น ตระกูลฉือของเราก็จะสามารถติดอันดับที่ห้าของระดับขุมกำลังได้แล้ว! เ้าจงพยายามฝึกฝนให้ดี!...."
ชายชรากล่าวปลอบใจฉือเซิน
"ขอรับข้าจะตั้งใจฝึกฝน เพื่อทำให้ตระกูลของเราแข็งแกร่งขึ้น!!"ฉือเซินกล่าวออกมาด้วยความแน่วแน่!
"ดี!! มีความมุ่งมั่นนับว่าเป็วิสัยของจอมยุทธ์!"ชายชรากล่าวออกมา
"ผู้าุโใหญ่ ท่านบอกข้าได้หรือไม่ว่าการที่จะติดอันดับของขุมกำลังระดับต่างๆได้นั้น จะต้องทำเช่นไร?"ฉือเซินกล่าวถามต่อ
“การที่จะติดอันดับของขุมกำลังได้นั้น จะต้องมีจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งระดับต่างๆ นั่งประจำการอยู่ในขุมกำลัง เช่น ขุมกำลังขั้นห้า ต้องมีมหาจักรพรรดิหนึ่งคนขึ้นไป ขั้นสี่ ต้องมีมหาจักรพรรดิสามคนขึ้นไป ขั้นสาม ต้องมีมหาจักรพรรดิห้าคนขึ้นไป ขั้นสอง ต้องมีเซียนหนึ่งคน ส่วนขั้นหนึ่งนั้นต้องมีเซียนสองคนขึ้นไป”
"แต่ขุมกำลังขั้นหนึ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่ใครจะสามารถคาดเดาถึงความแข็งแกร่งของพวกเขาได้! เพราะว่าพวกเขามีความแข็งแกร่งที่แตกต่างกัน ขุมกำลังขั้นหนึ่งบางขุมกำลัง ต่อให้ขุมกำลังขั้นหนึ่งด้วยกันสี่หรือห้าขุมกำลังรวมกำลังกันเข้าโจมตี ก็ไม่สามารถชนะพวกเขาได้"
"แต่บางขุมกำลังที่มีเซียนอยู่เพียงสองคน หากขุมกำลังชั้นสอง สองสามขุมกำลังรวมกำลังกันเข้าโจมตี พวกเขาก็สามารถล่มสลายได้ ขุมกำลังระดับอื่นๆเองก็เช่นเดียวกัน มันย่อมมีความแข็งแกร่งที่แตกต่างกัน!?"
ชายชรากล่าวอธิบาย
"ขอคุณผู้าุโใหญ่ที่ไขความกระจ่างแก่ข้าขอรับ!"ฉือเซินกล่าวขอบคุณ
"ช่างเถอะเ้าอย่าสนใจเื่นี้เลย ไปเถอะ! ต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะเดินทางไปถึงป่าหมื่นอสูร! เราต้องรีบออกเดินทางแล้ว..."ชายชรากล่าวขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นทั้งสองก็ลุกขึ้นแล้วออกจากโรงเตี้ยมไป เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาคือพาฉือเซินออกไปฝึกประสบการณ์ที่ป่าหมื่นอสูร
...............
ตัดมาที่บนห้องชั้นสอง หยางตงเทียน ตงฟางหยูและอิงฮวานั่งอยู่บนเก้าอี้ สวนเสี่ยวเอ้อยืนอยู่ด้านหน้า
"ขุมกำลังของเมืองนี้เป็เช่นใด?"หยางตงเทียนกล่าวถามขึ้น
"เมืองนี้ตระกูลฉือมีอำนาจมากที่สุดขอรับ! พวกเขาเป็ผู้ปกครองเมืองนี้!"เสี่ยวเอ้อกล่าวออกมา
"ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลฉือแข็งแกร่งขนาดไหน!?"หยางตงเทียนกล่าวถามต่อ
"คนที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลฉือคือผู้าุโใหญ่ของพวกเขา ว่ากันว่าเขามีระดับการบ่มเพาะอยู่ที่จักรพรรดิขั้นเก้า"เสี่ยวเอ้อกล่าวตอบตามที่เขารู้
"ขุมกำลังไม่ติดอันดับ! อ่อนแอ! ไม่จำเป็ต้องสนใจ! แล้วเมืองนี้มีสถานที่ใดหน้าสนใจหรือไม่?"หยางตงเทียนถามต่อ
"สถานที่หน้าสนใจ? อืม!? เมื่อห้าปีก่อนที่ต้นแม่น้ำที่ไหลลงมาหล่อเลี้ยงคนในเมือง ว่ากันว่าใกล้น้ำตกมีเซียนโอสถมาอาศัยอยู่ที่นั้นขอรับ"
"แต่ก็ไม่เคยมีใครเคยพบเจอ แต่บริเวณรอบๆ รัศมียี่สิบลี้ตรงนั้นมีค่ายกลปกป้องอยู่ ว่ากันว่าจักรพรรดิของตระกูลฉือไปตรวจดูก็ไม่สามารถผ่านเข้าไปข้างในได้ขอรับ!?"
เสี่ยวเอ้อคิดเล็กน้อยแล้วกล่าวออกมา
"มีสถานที่อื่นอีกหรือไม่?"หยางตงเทียนถามต่อ
"ไม่มีแล้วขอรับ"เสี่ยวเอ้อกล่าว
"เช่นนั้นเ้าออกไปเถอะ"หยางตงเทียนโบกมือไล่
"ผู้าุโใหญ่ เ้าคิดเช่นใด?"หยางตงเทียนถามความคิดเห็นจากตงฟางหยู
"ข้าว่าเราควรไปตรวจสอบดูขอรับ!"ตงฟางหยูตอบกลับมา
"เช่นนั้นเอาไว้วันสุดท้ายค่อยไปตรวจสอบดูแล้วกัน จากนั้นก็ค่อยออกเดินทางต่อเลย พวกเ้าก็ออกไปพักเถอะ หากอยากออกไปเที่ยวในเมืองก็ระวังตัวด้วยแล้วกัน โดยเฉพาะเ้าอิงฮวา...."หยางตงเทียนกล่าวออกมา และสั่งให้ทั้งสองแยกย้ายไป
"ขอรับ!/เ้าค่ะ!"เมื่อกล่าวตอบรับแล้ว ทั้งสองก็เดินออกจากห้องไป ส่วนหยางตงเทียนก็เข้าไปในกำไลมิติ เพื่อที่จะไปอาบน้ำที่ทะเลสาบด้านใน แม้ว่าจะใช้ลมปราณชำระล้างสิ่งสกปรกได้ แต่เข้าก็ไม่ค่อยสบายใจนัก......