คิรินและเซริวเดินเลือกซื้อของไปพร้อมๆ กับถามตอบกันไปมาเรื่อยๆ ตอนนี้เองระยะห่างของทั้งสองก็น้อยลงเช่นกัน
"ทั้งหมด 1,500 เหรียญค่ะ" เสียงของพนักงานเอ่ยราคาของที่ต้องจ่าย ทำให้คิรินหน้ามืดอยู่เล็กน้อย ไม่คิดว่าจะแพงขนาดนี้ อีกทั้งเงินที่เหลืออยู่ยังต้องซื้ออีกหลายอย่าง ทว่าเพียงเท่านี้ก็น่าจะอยู่ได้หลายวันเช่นกัน
"สแกนได้เลยครับ" ในขณะที่คิรินกำลังปลงตกกับราคาพร้อมกับหยิบเงินมาจ่าย
เซริวที่ยืนอยู่ด้านข้างก็รีบตัดหน้าจ่ายไปเสียก่อนแล้ว ด้วยจำนวนเงินที่เซริวมีดังนั้นแค่ 1,500 เหรียญไม่ได้ทำให้เซริวรู้สึกอะไรอยู่แล้ว
"ผมกำลังจะจ่ายคุณมาตัดหน้าผมทำไม" คิรินถามออกมา
"ถือว่าเป็ค่าข้าววันนี้ ผมคิดว่าน่าจะต้องฝากท้องกับคุณเสียหน่อย" เซริวพูดออกมา
แม้ในโลกนี้จะไม่ค่อยมีคนทำอาหารกินทว่าก็ยังมีบางคนที่พอจะทำอาหารได้แต่ก็ไม่ได้น่าอร่อยขนาดนั้น แต่เซริวััได้ว่าคิรินต้องทำออกมาอร่อยอย่างแน่นอน
"คุณจะไปกินข้าวที่ห้องผมหรอ" คิรินถามออกมา
เอาในความเป็จริงทั้งคู่เพิ่งจะรู้จักกันไม่กี่ชั่วโมงนี้เองนะ สมองน้อยๆ เริ่มคิดอย่างรวดเร็ว
"ไม่ได้หรอ เนี่ยผมรีบหนีออกมาจากห้องเพราะมีคนกำลังตามตัวผมอยู่ น่ากลัวมากเลยล่ะ อะไรก็ยังไม่ได้กิน ผมของฝากท้องมื้อหนึ่งนะ เดี๋ยวมืดๆ ผมก็กลับห้องแล้ว เนี่ยดูสิเขาโทรหาผมไม่หยุดเลย ผมกลัวมากๆ เลยล่ะ" เซริวรีบพูดออกมาด้วยกลัวว่าคิรินจะไม่ยอมให้ไปด้วย
ที่เซริวพูดมาว่ามีคนตามเป็ความจริง ตอนนี้เจโรมกำลังตามตัวเซริวอย่างหนัก โทรหาสายแทบไหม้ คิรินที่เห็นว่ามีคนโทรหาเซริวจริงก็คิดไม่ตก
หากเซริวกลับห้องตอนนี้ไม่แน่ว่าอาจจะโดนทำร้ายก็เป็ได้ แค่ไปที่ห้องกับทานอาหารคงไม่มีอะไรหรอก อีกอย่างทั้งคู่ก็เริ่มรู้จักกันนิดหน่อยแล้ว
"ก็ได้" คิรินพูด เพียงเท่านี้ใบหน้าที่หงอยลงในตอนแรกก็เริ่มจะมีชีวิตชีวาขึ้นมา
เหมือนคิรินจะตาฝาดเล็กน้อย เพราะสายตาเหมือนจะเห็นหางที่ส่ายไปส่ายมาอย่างมีความสุขจากด้านหลังของเซริว
ใช้เวลาไม่นานนักทั้งคู่ก็เดินทางมาถึงที่พักของคิริน ตอนออกไปคิรินไม่ได้สังเกตอะไร ในตอนนี้เองพบว่าเป็ตึกที่สูงไม่น้อย
เซริวที่เห็นตึกตรงหน้าก็ใอยู่เล็กน้อย ไม่คิดว่าคิรินจะมาอยู่ในที่แออัดเช่นนี้ อีกทั้งยังเป็สถานที่ของคนไม่ค่อยมีเงินเสียด้วย
"ผมอยู่ชั้นสี่ ที่อาจจะแคบหน่อยนะครับ" คิรินเอ่ยบอกกับเซริวก่อนจะพามาที่ลิฟต์และกดไปยังชั้นที่4
เดินเข้ามาด้านในไม่ไกลนัก คิรินก็หยุดที่หน้าห้อง เลข้าปรากฏห้อง 418 เซริวสำรวจคร่าวๆ พบว่าชั้นที่สี่มีห้องทั้งหมด 20 ห้องด้วยกันแบ่งเป็ฝั่งละ10 ห้อง และคิรินก็อยู่เกือบจะสุด
เมื่อเปิดเข้ามาห้องโทนสีขาวสะอาดตาก็ปะทะเข้าที่เซริว กลิ่นหอมอันเป็เอกลักษณ์ของคิรินตีเข้ามาทำให้เซริวผ่อนคลายไม่น้อย
คนในโลกนี้มีกลิ่นกายเฉพาะตัวกันอยู่ คล้ายจะเป็ฟีโรโมน กลิ่นกายจะถูกกลบจนหมดยามออกไปด้านนอกเพื่อป้องกันการรบกวนผู้อื่น และกลิ่นกายจะปลดปล่อยเมื่อกลับมายังที่พัก ดังนั้นห้องที่ถูกสร้างจึงมีกำแพงที่หนาเพื่อป้องกันกลิ่นอีกด้วย แน่นอนว่าคิรินยังไม่รู้เื่นี้
"คุณตามสบายเลย ผมจะไปทำอาหารให้" น้ำเสียงของคิรินทำให้เซริวได้สติขึ้นมา กลิ่นหอมของคิรินไม่ใช่เื่เล่นๆ เลย
มันเป็กลิ่นหอมที่ชวนผ่อนคลาย อีกทั้งความเครียดต่างๆ ที่เซริวมีก็ได้หายไป อาการต่างๆ ทำให้เซริวเผลอหลับตาลงไปกับความผ่อนคลายที่ไม่ได้รับมานาน
"คุณดูชอบกลิ่นนี้นะ" คิรินเอ่ยขึ้นมา
"มันช่วยให้ผมลืมเื่เครียดๆ ได้" เซริวตอบพร้อมกับซึมซับกลิ่นอีกครั้ง
"กลิ่นนี้เป็กลิ่นดอกแก้ว ผมไม่รู้ว่ามันจะมีไหมแต่มันก็ช่วยให้ผ่อนคลายขึ้นจริงๆ " คิรินตอบ ไม่แน่ว่าเซริวอาจจะไปหาซื้อเครื่องปรับเป็กลิ่นนี้ก็ได้
"มันไม่มีหรอกกลิ่นนี้เป็กลิ่นเฉพาะตัวของคุณ" เซริวตอบพร้อมกับข้อสงสัยในหัว
ั้แ่ที่คุยกันมาดูเหมือนว่าคิรินแทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับที่แห่งนี้เลย เื่พื้นฐานง่ายๆ อย่างกลิ่นเฉพาะตัวคิรินยังไม่รู้ ทว่าเื่ยากๆ ที่เกี่ยวกับอาหารหรือสิ่งที่คนอื่นไม่รู้จัก คิรินกลับมีความรู้เต็มเปี่ยม
"เอ๊ะ งั้นหรือ เอาเป็ว่าคุณพักผ่อนเถอะผมจะไปทำอาหารให้ คุณทานเผ็ดได้ใช่ไหม" คิรินเอ่ยตัดไปเนื่องจากคิดว่าไม่จะเป็ ก่อนจะหันมาถามเซริวอีกครั้ง
"ผมคิดว่าผมกินได้" เซริวเอ่ยตอบ
"โอเค งั้นคุณรอผมสักครู่" คิรินบอกก่อนจะเดินมาที่ห้องครัวพร้อมกับถุงใส่วัตถุดิบต่างๆ
คิรินมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะคิดเมนูออกมาอย่างรวดเร็ว มีกะเพราที่ไม่คิดว่าจะได้เจอ ไหนจะพริกที่คุ้นเคย กระเทียมเป็กลีบใหญ่สวยงาม เห็นเพียงเท่านี้คิรินก็ตัดสินใจทำผัดกะเพรา อาหารไทยสุดแซ่บที่คุ้นเคยกันดี แค่คิดว่าจะได้รสเผ็ดคิรินก็น้ำลายแตกไปแล้ว
เมื่อเริ่มลงมือคิรินรีบหุงข้าวไว้รอปริมาณที่คิดว่าเซริวน่าจะ้ามัน ก่อนจะนำกระเทียม พริก วางลงก่อนจะใช้มีดทุบลงไปอย่างชำนาญ
หมูสับ2กิโล ที่ได้มาจากซูเปอร์นำออกมาครึ่งหนึ่ง ก่อนจะนำส่วนที่เหลือใส่ตู้เย็นไว้
หันมาที่กระทะตั้งไฟอ่อนใส่น้ำลงไปเล็กน้อย ที่คิรินไม่ใส่น้ำมันเนื่องจากหาที่ซูเปอร์ไม่เจอ ดังนั้นจึงซื้อหมูมาเพื่อทำน้ำมันหมูไว้ใช้เอง
เมื่อตั้งกระทะเรียบร้อยคิรินก็ใส่พริกและกระเทียมที่เตรียมไว้ลงไป กลิ่นหอมที่ลอยฟุ้งขึ้นมาทำให้เซริวที่มองดูอยู่ั้แ่แรกอดที่จะน้ำลายไหลไม่ได้
เมื่อกลิ่นหอมได้ที่คิรินนำหมูสับลงไปผัดพร้อมกัน ก่อนจะใส่ซอสลงไปเพิ่มความอร่อย ใส่น้ำตาลลงไปอีกเล็กน้อยเพื่อตัดเค็ม ก่อนจะตักชิม รสชาติเป็ไปตามที่้า
รอยยิ้มของคิรินในตอนที่ได้ทำอาหารไม่รู้เลยว่าเซริวจ้องมองมันมากแค่ไหน รู้อีกทีก็คงเป็ตอนที่เซริวเดินมานั่งที่โต๊ะพร้อมกับจ้องมองอย่างจริงจัง
เมื่อทุกอย่างได้ที่เซริวก็ใส่กะเพราลงไป ผัดอีกเล็กน้อยทุกอย่างก็เสร็จสิ้น ถ้วยที่เตรียมไว้นำมาใส่เป็อันเสร็จ
คิรินหันกลับมาเพื่อจะวางผัดกะเพราที่โต๊ะก็ต้องใ เมื่อเซริวนั่งนิ่งจ้องมองตนอยู่
"คุณเข้ามาตอนไหน" คิรินถามก่อนจะนำอาหารวางลงที่โต๊ะ สีที่มองดูก็รู้ว่าเผ็ดทำให้เซริวน้ำลายแตกอีกครั้ง
"ั้แ่แรกแล้ว" เซริวพูดพร้อมกับจ้องมองอาหารตรงหน้าอย่างจริงจัง หากคิรินไม่ยืนอยู่ตรงนี้ ไม่แน่ว่าเซริวอาจจะหยิบช้อนมาตัดจ้วงกินอย่างแน่นอน
"คุณรอข้าวอีกเดี๋ยว จริงสิเวลาเหลือผมทอดไข่อีกอย่างหนึ่งดีกว่า" คิรินพูด
ก่อนจะตรงไปที่ตู้หยิบไข่ใบใหญ่ออกมา อันที่จริงตอนไปซูเปอร์คิรินได้ไข่ในขนาดปกติมา ทว่าไข่ใบนี้เพียงลูกเดียวก็พอให้อิ่มได้ ดังนั้นคิรินจึงเลือกไข่ใบนี้ใช้ทำอาหาร เซริวที่มองอยู่ก็รีบวิ่งไปคว้าอย่างรวดเร็ว
"เดี๋ยวคุณจะกินมันหรือ ว่าแต่คุณไปเอาไข่นี่มาจากไหน" เซริวที่คว้าได้ก็รีบหมุนตัวหลบคิรินเนื่องจากกลัวว่าคิรินจะมาแย่งกลับคืน
คิรินที่ยืนค้างอยู่ที่เดิมเนื่องจากทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก รู้อีกทีไข่ใบใหญ่ก็หายวับไปแล้ว
"มันคือไข่อะไรหรือ ผมเจอมันในตู้อยู่ก่อนแล้ว" คิรินเอ่ยอย่างกังวล
จะไม่ให้กังวลได้อย่างไร ก็เมื่อวานเพิ่งจะกินมันลงท้องไปใบหนึ่งนั่นเอง
"มันคือไข่ที่หายไปจากศูนย์วิจัย มันเป็ไข่ที่ถูกทดลองเพื่อเป็เครื่องจักรสังหารของกองทัพ จากสีไข่คาดว่าน่าจะเป็ส่วนที่ผิดพลาด แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ต้องถูกทำลาย ไม่ควรให้ใครได้พบเจอ หากมันฟักออกมาแล้วความผิดพลาดนั้นทำให้คนเดือดร้อน แน่นอนว่าต้องเกิดปัญหาใหญ่ แต่เมื่อไม่นานมานี้พบว่ามันหายไป ไข่ทั้งหมดสี่ใบได้หายไปจากศูนย์วิจัยทั้งหมด" เซริวเอ่ยเื่ราวออกมาพร้อมกับจ้องมองคิรินไปด้วย
ปฏิกิริยาที่คิรินแสดงออกคือความใ และความวิตกกังวล กังวลว่าทุกอย่างจะต้องเกิดเื่อะไรตามมา ไหนจะไข่ที่หายไปอยู่ดีๆ โผล่มาที่ห้องนี้ แน่นอนว่าเซริวต้องมองว่าคิรินขโมยมาแน่นอน เซริวที่จ้องมองดูอยู่ก็ยิ้มออกมาก่อนจะหัวเราะลั่น
"คุณหัวเราะอะไร" คิรินถามอย่างไม่เข้าใจ เมื่อกี้นี้ยังซีเรียสอยู่เลยไม่ใช่หรือไง
"ขอโทษๆ ฮ่าฮ่า ผมล้อคุณเล่น อันที่จริงไข่ใบนี้ได้รับการวิจัยจริง แต่มันไม่ได้ผิดพลาดหรอก มันเป็ไข่ที่ได้รับการรับรองว่าสมบูรณ์แบบ มันถูกพัฒนาให้เป็สัตว์เลี้ยงของทุกคนน่ะ" เซริวเอ่ยความจริงออกมา
คิรินที่ได้ยินก็โล่งใจไม่น้อยที่มันไม่ได้เป็เื่ใหญ่ดังเช่นที่เซริวเอ่ยล้อเล่น หากเป็อย่างนั้นจริง เห็นทีชีวิตนี้คิรินอาจจะไปนอนคุกแทน
"เดี๋ยวนะสัตว์เลี้ยง" คิรินเอ่ยอีกครั้ง ดังนั้นเมื่อวานนี้ตนก็กินสัตว์เลี้ยงไปแล้วอะดิ
"ใช่ แต่ผมว่าไข่มันแปลกๆ ดูไม่เหมือนที่เคยเห็น แต่ช่างมันเถอะ อาจจะเป็สัตว์หายากก็ได้" เซริวพูดก่อนจะนำมันไปใส่ตู้เย็นเช่นเดิม
ไข่ทุกใบที่ได้รับการวิจัยแน่นอนว่ามันไม่้าอุณหภูมิที่สูงเพื่อฟัก แต่มัน้าความเย็นในระดับที่พอดี ใช้เวลาไม่นานเดี๋ยวมันจะฟักออกมาเอง
"ดูเหมือนคุณจะทุ่มไปกับสัตว์เลี้ยงไม่น้อยนะ ไข่แต่ละใบราคาตั้ง 100 เหรียญ" เซริวพูดก่อนจะเดินมานั่งที่โต๊ะอย่างสบายใจ
คิรินที่ได้ยินราคาไข่ก็นิ่งอึ้งอีกครั้ง 1ใบร้อยเหรียญ สี่ใบก็สี่ร้อยเหรียญ นี้ลงทุนไปสี่หมื่นแต่มันลงท้องมาแล้วหนึ่งหมื่นอะนะ คิรินที่กำลังวิตกเกี่ยวกับเงินก็ต้องใอีกครั้ง กับสมองที่คิดคำนวณออกมาอย่างรวดเร็ว
"ผมกินไอ้นี่ได้ตอนไหน" เสียงของเซริวทำให้คิรินได้สติก่อนจะหันไปมองดูข้าวที่พบว่าน่าจะใกล้สุกแล้ว ดูจากไอน้ำที่ลอยขึ้นมา
"มันชื่อผัดกะเพรา คุณรออีกครู่เดียวรอข้าวสุกก่อน ระหว่างรอเดี๋ยวผมทอดไข่ให้" คิรินเอ่ยบอกก่อนจะหยิบไข่ปกติมาสามฟอง
"ผมนึกว่าคุณจะเอาไข่ใบนั้นมาทำเสียอีก" น้ำเสียงหยอกล้อของเซริวดังขึ้นมา
"ถ้าคุณไม่หยุดล้อผม ไม่แน่ว่าข้าวเม็ดเดียวคุณก็จะไม่ได้กิน" คิรินพูดออกมาในขณะที่มือก็ทำไข่เจียวไปด้วยอย่างชำนาญ เซริวที่ได้ยินก็รีบปิดปากเงียบก่อนที่คิรินจะโมโหและไม่ได้กินอาหารตรงหน้า
ใช้เวลาไม่นานนักไข่เจียวร้อนๆ ก็มีเสิร์ฟอีกจานพร้อมกับข้าวที่สุกพอดี คิรินตักข้าวให้ในปริมาณที่มากเพื่อให้เซริว
จากสายตาเชฟมองดูพบว่าเซริวเป็คนที่มีร่างกายแข็งแรงไม่น้อย ดังนั้นปริมาณจึงเป็ส่วนสำคัญเช่นกัน
อาหารร้อนๆ ตรงหน้าวางครบหมดแล้ว เซริวที่จ้องมองอยู่ตอนนี้เริ่มตาลายอยู่เล็กน้อย ทุกอย่างมันหอมน่าอร่อยไปเสียหมดแม้ว่าจะกินอาหารสำเร็จรูปมาแล้วก็เถอะ ทว่าข้าวสีขาวสวยเรียงเป็เม็ด สีอาหารที่สดน่าทาน ทุกอย่างมันทำให้เซริวแทบหน้ามืดเนื่องจากไม่เคยเจอใครทำอาหารได้น่าอร่อยเช่นนี้มาก่อน
"คุณกินเถอะจ้องแบบนั้นมันจะอิ่มไหม" คิรินพูดพร้อมกับตักข้าวเข้าปากเพื่อเป็สัญญาณให้เซริว
ชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็รีบตักข้าวตามบ้าง ข้าวที่นุ่มพอดี อีกทั้งเวลาเคี้ยวก็รู้สึกดีไม่น้อย ตักผัดกะเพราพร้อมกับก็จะทำให้เซริวเจอกับโลกใบใหม่
รสชาติที่เผ็ดพอดีบวกกับข้าวที่แสนนุ่มอร่อย ไหนจะความเข้มข้นของตัวหมูสับ ทุกอย่างมันอร่อยไปเสียหมด เซริวที่ไม่เคยเจอรสััเช่นนี้ก็ตั้งหน้าตั้งตากินอย่างรีบร้อน โดยทิ้งคราบชายหนุ่มสุดหล่อไปอย่างไม่ไยดี
คิรินที่มองดูอยู่ก็นิ่งอึ้ง ไม่คิดว่าเซริวจะจ้วงกินอย่างไม่คิดชีวิตเช่นนี้ ข้าวที่หมดแล้วหมดอีก เติมแล้วเติมอีกจนนับไม่ไหวว่ากินไปเท่าไหร่ รู้อีกทีก็ข้าวในปริมาณมากที่หุงไว้ได้หมดลง พร้อมกับผัดกะเพราและไข่เจียวเช่นกัน และดูเหมือนว่าคิรินจะกินไปได้เพียงจานเดียว เนื่องจากกินตามเซริวไม่ทันนั่นเอง
"ครั้งหน้าผมมาฝากท้องอีกนะ" เซริวเอ่ยพร้อมกับลูบท้องที่นูนขึ้นเบาๆ
"คุณกินข้าวผมหมดหม้อ คิดว่าผมจะให้คุณมาอีกหรือ" คิรินเอ่ยอย่างไม่จริงจัง
แม้จะทานไม่ทันเซริว แต่จิติญญาเชฟการได้เห็นคนทานอาหารอร่อยมันก็ต้องดีใจอยู่แล้ว อีกทั้งเซริวยังเป็คนแรกที่เขารู้จักั้แ่มาโลกนี้ การที่เซริวกินอาหารได้อร่อยมันก็เป็อีกหนึ่งสิ่งที่คิรินดีใจ
ยามเย็นผ่านไปเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงล้างจานภายในห้อง เสียงพูดคุยต่างๆ ที่เกิดขึ้นทำให้เซริวที่ผ่อนคลายจนลืมบางอย่างไปแล้ว
"ไอ้บ้านั่น" เจโรมพยายามติดต่อเซริวอย่างหนักพบว่ามีข้อความที่เซริวตอบมาสั้นๆ ว่าเดี๋ยวกลับ แล้วก็หายไป สิ่งนี้เองทำให้เจโรมโกรธขึ้นกว่าเดิมเสียอีก
พี่โว๊ยยยยย ไปตอบพี่เจโรมก่อน จะกินหัวแล้ว
ไหนใครบอกพี่เซริวเป็คนใหญ่โต สายตาน้องคิรินเหมือนจะเห็นแค่หมาตัวใหญ่เท่านั้น5555
เจอกันตอนหน้าค้าาา