ตกเย็นของวันอภิวิชญ์และผู้เป็มารดาเดินทางไปยังไร่องุ่นชัยศิริเตชินทร์ตามคำเชิญชวนของสิตางค์ เขามองภาพหญิงสาวที่ตนแอบรักนั่งอิงแอบแนบชิดพูดคุยหยอกล้อกับว่าที่คู่หมั้นของเ้าหล่อนด้วยความปวดใจ และได้แต่นึกภาวนาขอให้ปกเกล้าจริงจังกับเธอและอย่าทำให้เธอผิดหวัง
แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายเ้าชู้มากแค่ไหนแต่เขาก็พูดอะไรไม่ได้เพราะถึงอย่างไรปกเกล้าก็เป็เพื่อนรักของเขาด้วยเช่นกัน เขาก็ได้แต่หวังว่าอีกฝ่ายจะกลับตัวกลับใจและหันมารักสิตางค์เพียงคนเดียวนับจากนี้
“ไหวไหมลูก” คุณอรฤดีถามบุตรชายด้วยความสงสารเมื่อได้เห็นใบหน้าเศร้าของเขา
“ครับแม่”ตอบผู้เป็มารดาก่อนจะปรับสีหน้าของตัวเองให้เรียบนิ่งเหมือนไม่รู้สึกอะไรและก้าวลงจากรถ
“ตางค์กำลังจะโทรหาพอดีเลยค่ะคุณป้า”สิตางค์วิ่งเข้าไปหาคุณอรฤดีพร้อมกับเก็บโทรศัพท์มือถือของตนใส่กระเป๋าไว้เช่นเดิมเมื่อเห็นว่านางและอภิวิชญ์เดินทางมาถึงแล้ว
“โทษทีจ๊ะที่มาสายพอดีป้ามีธุระนิดหน่อย”
“ไม่เป็ไรค่ะเข้าไปข้างในกันเถอะค่ะ ป่านนี้เป้าเพ็ญกับพี่สำลีคงตั้งโต๊ะเสร็จแล้ว” บอกพร้อมกับจับจูงมือว่าที่คุหมั้นเดินนำอภิวิชญ์และผู้เป็มารดาของเขาเข้าไปข้างในบ้าน
“สวัสดีครับอานิ่มอาตุ๊ ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่ให้รอนาน”อภิวิชญ์ยกมือไหว้ผู้เป็บุพการีทั้งสองของสิตางค์พร้อมกล่าวขอโทษที่ตนมาช้า
“ไม่เป็ไรจ๊ะสำหรับอิฐนานแค่ไหนอาก็รอได้มาลูกมา” คุณนฤมลตอบรับคำของชยหนุ่ม พร้อมกับเดินไปจูงแขนเขาและพาไปยังโต๊ะอาหาร โดยไม่ได้ให้ความสนใจต่อว่าที่ลูกเขยเลยสักนิดและทำเหมือนอีกฝ่ายเป็เพียงแค่ธาตุอาการที่ไม่มีตัวตนเท่านั้น
“ไม่เป็ไรนะเกล้าอดทนหน่อยนะ” สิตางค์บอกกับแฟนหนุ่มออกไปอย่างให้กำลังใจเมื่อได้เห็นท่าที่ผู้เป็มารดาของตนที่มีต่อเขา
“ไม่เป็ไรตางค์อย่าคิดมากนะ” บอกเ้าหล่อนพร้อมกับยิ้มให้
“กับข้าวน่าทานทั้งนั้นเลย”คุณอรฤดีเอ่ยขึ้นเพ่อไม่ให้เสียบรรยากาศ เพราะรับรู้ได้ถึงความอึมครึมของครอบครัวนี้ที่มีต่อปกเกล้า
“นี่อาบอกให้หนูตางค์ทำแต่ของโปรดอิฐทั้งนั้นเลยนะ”บอกชายหนุ่มออกไปอย่างเอาใจ
“แหมแบบนี้ผมก็อิจฉาแย่สิครับ”ธนวรรธน์เอ่ยแซวผู้เป็มารดา ก่อนจะหันไปยิ้มให้อภิวิชญ์และเอ่ยชวนให้เขามานั่งข้าง ๆ ตน ก่อนที่ใบหน้าอันยิ้มแย้มของเขาเมื่อสักครู่จะหุบลงทันทีเมื่อได้เห็นว่ามีใครอีกคนมาร่วมทานมื้อเย็นด้วยในวันนี้
“ผมเคยบอกหลายครั้งแล้วไม่ใช่เหรอครับว่าอย่าเอาลูกคนงานในไร่มาร่วมโต๊ะด้วย”
ปาลิดาได้แต่ก้มหน้านิ่งและเก็บความเศร้าเสียใจเอาไว้หลังจากได้ยินคำพูดของธนวรรธน์ เพราะไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไรเธอก็ไม่ควรโต้ตอบ
“ตาเต้ยทำไมเสียมารยาทแบบนี้” คุณนฤมลปรามผู้เป็บุตรชายออกไปเสียงดุ
“ใช่ค่ะเสียมารยาทพี่เต้ยนิสัยไม่ดียัยดาเป็เพื่อนตางค์นะคะ จะทำอะไรก็ให้เกียรติกันบ้าง”สิตางค์ว่าให้พี่ชายอย่างปกป้องผู้เป็เพื่อนรัก
“เอาล่ะทานข้าวเถอะหยุดเถียงกันได้แล้วมาหนูดา หนูเป้ยนั่งลงลูก” คุณจารุตงค์ปรามลูกสาวและลูกชายของตนก่อนจะบอกให้ปาลิดาและนลินีนั่งลงทานข้าวด้วยกัน
หลังจากทานมื้อค่ำกันอิ่มแล้วสิตางค์จึงเอ่ยชวนเพื่อน ๆ ของเธอไปนั่งพูดคุยกันที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ขณะที่อภิวิชญ์ก็ได้แต่มองภาพการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกันระหว่างเธอกับปกเกล้าด้วยความปวดใจแม้จะเจ็บสักแค่ไหนแต่เขาก็ยังคงปั้นหน้าฝืนยิ้มและหัวเราะไปกับกลุ่มเพื่อน ๆเหมือนตัวเองไม่ได้รู้สึกอะไร
“ไหวไหมอิฐ”ปาลิดากระซิบถามเพื่อนรักด้วยความเป็ห่วง
“ฉันไม่เป็ไร” ตอบเ้าหล่อนพร้อมกับยิ้มให้ ก่อนจะหันไมองนลินีเมื่อจู่ๆ เ้าหล่อนก็ลุกขึ้น
“ดึกแล้วฉันว่าเรากลับกันเถอะเกล้า” นลินีเอ่ยชวนปกเกล้าด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ หลังจากนั่งทนดูเขาพะเน้าพะนอเอาใจสิตางค์อยู่นานด้วยอาการเงียบสงบทั้งที่ในใจเหมือนมีเปลวเพลิงมาสุมอยู่
“จริงด้วยนี่มันก็ดึกมากแล้วฉันก็คงต้องขอตัวเหมือนกัน” ปาลิดาพูดขึ้นอย่างเห็นด้วยกับความคิดของนลินีเพราะเธออยากเปิดโอกาสต่อจากนี้ให้อภิวิชญ์และสิตางค์ได้อยู่ด้วยกันเพียงลำพัง
“งั้นเกล้ากลับก่อนนะตางค์เดี๋ยวพรุ่งนี้สาย ๆ จะมารับไปดูหนัง” บอกหญิงคนรักออกไปอย่างเอาใจพร้อมกับกดจมูกเข้าที่แก้มขาวเนียนอย่างไม่อายใคร
“ทำอะไรเนี่ยอายคนอื่นเขา” หญิงสาวว่าออกไปด้วยความเขินอาย ก่อนที่ใบหน้าหวานจะแดงก่ำขณะที่อภิวิชญ์ก็ได้แต่เบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพราะไม่อาจทนดูภาพที่ทำให้หัวใจบอบช้ำได้
“เร็ว ๆ เข้าเถอะเกล้าฉันง่วงแล้ว”นลินีบอกปกเกล้าด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจเพราะเธอไม่ชอบการกระทำเมื่อสักครู่ของเขาที่มีต่อสิตางค์
“ดูแลเป้ยดี ๆ นะเกล้า”
“ไม่ต้องห่วงหรอกตางค์เกล้าเขา....” ยังไม่ทันที่นลินีจะพูดต่อจนจบ ปกเกล้าก็พูดแทรกขึ้นเพราะเขากลัวว่าเธอจะพูดอะไรให้สิตางค์ระแคะระคายถึงความสัมพันธ์ของเธอและเขา
“กลับเถอะเป้ยไหนบอกว่าง่วงไง” บอกออกไปเสียงเข้มพร้อมกับเดินนำเ้าหล่อนไปขึ้นรถ
“บอกหลายครั้งแล้วใช่ไหมว่าเวลาอยู่ต่อหน้าตางค์ให้เก็บอาการบ้าง”บอกเ้าหล่อนออกไปเสียงดุเมื่อได้อยู่ด้วยกันเพียงลำพังบนรถยนต์คันหรูของเขา
“ก่อนจะมาว่ากันก็ลองให้ยัยตางค์ไปนั่งสวีทหวานกับอิฐดูสิแล้วเกล้าจะรู้ว่าเป้ยรู้สึกยังไง”ต่อว่าเขาออกไปด้วยน้ำเสียงปนสะอื้นก่อนที่น้ำใส ๆ จะหยดลงมาอาบสองแก้มเนียน
“เกล้าขอโทษที่พูดแรงไปแต่เป้ยก็น่าจะเข้าใจนะว่าอีกไม่กี่เดือนเกล้ากับตางค์ก็ต้องหมั้นกันเกล้าไม่อยากให้มีปัญหา” บอกเ้าหล่อนด้วยน้ำเสียงที่เย็นลง
“แล้วความสัมพันธ์ของเราก็ต้องจบใช่ไหม”
“....”ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ กลับมาจากปกเกล้านอกจากความเงียบ
ขณะเดียวกันณ ไร่องุ่นชัยศิริเตชินทร์ ปาลิดาก็ได้แต่ยืนมองธนวรรธ์จูงจักรยานของเธอไปขึ้นท้ายรถกระบะของเขาด้วยความหวั่นใจแม้เธออยากจะอยู่ใกล้เขา แต่ทว่าเขาไม่ได้อยากอยู่ใกล้เธอสักนิดเพราะใบหน้าของเขาแสดงความรู้สึกไม่พอใจที่โดนผู้เป็มารดาบังคับออกมาอย่างเห็นได้ชัดโดยไม่คิดปิดบัง
“ฉันจะโดนหักคอจิ้มน้ำพริกไหมอิฐ”กระซิบถามผู้เป็เพื่อนรักเสียงเบา
“ไม่หรอกมองตาเดียวก็รู้พี่เต้ยยังรักดาอยู่แต่ที่เป็แบบนี้ฉันก็ไม่รู้สาเหตุเหมือนกันว่าเพราะอะไร”ตอบเ้าหล่อนก่อนจะส่งยิ้มให้ธนวรรธน์เมื่อเห็นอีกฝ่ายมองมา
“จะยืนอยู่อย่างนั้นอีกนานไหมหรือจะต้องให้ผมเชิญคุณขึ้นรถเหรอครับคุณปาลิดา” ว่าออกไปด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
“ขอโทษค่ะ”ยกมือไหว้ขอโทษเขาก่อนจะมองอภิวิชญ์และสิตางค์ด้วยสีหน้าที่เครียดจัด
“ไม่ได้พาไปฆ่าหมกป่าหรอกไม่ต้องมาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ นี่ถ้าไม่โดนบังคับนะฉันไม่มีวันไปส่งเธอเด็ดขาด”บอกเ้าหล่อนออกไปเสียงดุ เมื่อได้เห็นสีหน้าหวาดกลัวของเธอที่มีต่อเขา
“พรุ่งนี้เจอกันนะตางค์กลับก่อนนะอิฐ” หันมาล่ำลาเพื่อนรักทั้งสอง ก่อนจะตามธนวรรธ์ไปขึ้นรถ
“หวังว่าคงไม่ตีกันกลางทาง....ว๊าย” ว่าให้คนทั้งคู่ก่อนจะร้องอุทานออกมาเสียงหลงเพราะระหว่างที่หมุนตัวกลับและกำลังจะเดินเข้าไปข้างในบ้านเธอเกิดสะดุดขาตัวเอง ขณะที่อภิวิชญ์ก็รีบเดินเข้าไปรั้งเธอเอาไว้ไม่ให้ล้ม
ทั้งคู่ยืนนิ่งเหมือนถูกไฟฟ้าช๊อตเมื่อริมฝีปากของเขาและเธอประกบกันโดยไม่ได้ตั้งใจอีกทั้งการได้อยู่ภายใต้อ้อมกอดอันอบอุ่นของอภิวิชญ์มันทำให้หัวใจของสิตางค์เต้นเร็วแทบจะผิดจังหวะ ใบหน้าหวานเริ่มซับสีเื ขณะที่ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยก็กำลังแผ่ซ่านแทรกซึมเข้ามาในหัวใจ
“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”อภิวิชญ์เอ่ยถามสาวเ้าอย่างนึกห่วงใย
“เอ่อเปล่าขอบใจนะ”ตอบเขา ก่อนจะพาตัวเองออกมาจากอ้อมกอดอบอุ่นนั้นเพราะกลัวตัวเองจะหวั่นไหวและคิดกับเขาไปไกลเกินกว่าคำว่าเพื่อน
“เข้าบ้านเถอะเดี๋ยวฉันก็จะกลับแล้ว”บอกกับเ้าหล่อน พร้อมกับพาเธอเดินเข้าไปข้างในบ้านก่อนจะเอ่ยชวนผู้เป็มารดาของตนเดินทางกลับ
เวลาเดียวกันในส่วนของปาลิดาก็ได้แต่นั่งตัวลีบและเงียบไปตลอดทางเธอเอาแต่มองสองข้างทางและไม่หันมามองหน้าธนวรรธ์เลยแม้แต่น้อยเพราะไม่อยากทำให้เขารู้สึกขุ่นเคืองโดยไม่รู้ตัวสักนิดว่าการกระทำของเธอที่เป็อยู่ ณตอนนี้นั้นมันยิ่งทำให้เขาไม่ชอบใจ
“ฉันมันน่ารังเกียจจนไม่อยากเข้าใกล้ขนาดนั้นเลยเหรอแม้แต่หน้าก็ยังไม่อยากจะมอง” ว่าออกไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ”
“เปล่าค่ะดาก็แค่ไม่อยากเอาหน้าตัวเองไปให้คุณเต้ยเห็นเดี๋ยวจะอารมณ์เสีย”ตอบเขาออกไปเสียงแ่
“ก็ดีรู้ตัวก็ดีวันหลังก็อย่าสะเออะเอาหน้าเธอไปให้ฉันเห็นอีก”
“คงไม่ได้หรอกค่ะเพราะดากับตางค์เป็เพื่อนกัน อีกอย่างดาก็ต้องเข้าไปช่วยงานคุณเต้ยในออฟฟิศ มันเป็ไปไม่ได้หรอกค่ะที่ดาจะเลี่ยงและไม่ให้คุณเต้ยเห็นหน้า”ตอบเขาออกไปตามความเป็จริง
“นี่เธอพูดประชดฉันเหรอ”
“เปล่านะคะดาไม่ได้ประชดค่ะ ดาแค่พูดความจริง”
“ความจริงอะไร”
“ก็ความจริงที่คุณเต้ยบอกดาว่าอย่าเอาหน้าตัวเองไปให้คุณเต้ยเห็นไงคะดาก็เลยบอกว่าดาคงทำแบบนั้นไม่ได้เพราะเราต้องทำงานด้วยกันอีกอย่างดากับตางค์ก็เป็เพื่อนกันมันคงเป็ไปไม่ได้หรอกค่ะที่คุณเต้ยจะไม่เห็นหน้าดา”
“ปาลิดา”ตวาดกร้าวออกไปเสียงดุด้วยความโกรธ หลังจากได้ยินคำพูดของเ้าหล่อน
“อู๊ยโกรธอะไรเนี่ย” หญิงสาวได้แต่นิ่งเงียบและคิดประโยคนี้ในใจไม่กล้าเอ่ยออกมาให้เขาได้ยินก่อนที่เธอจะหันไปมองเขาหน้าตาตื่น เมื่อจู่ ๆ เขาก็จอดรถอย่าบอกนะว่าเขาจะไล่เธอลงตรงนี้และให้ปั่นจักรยานกลับเอง
“ขะ...คุณเต้ยจะจอดรถ ทะ ทำไมคะ” ถามเขาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“สั่งสอนคนปากดียังไงล่ะ”ธนวรรธน์รั้งปาลิดาเข้ามาสู่อกแกร่งทันทีที่พูดจบ ก่อนจะกดปากหยังได้รูปไปบดเคล้าเรียวปากหวานโดยที่เ้าหล่อนไม่ทันตั้งตัว
“อื้อ”หญิงสาวพยายามร้องประท้วงและหลีกหนีการรุกรานของเขา แต่ทว่ามันก็ไม่สำเร็จยิ่งเธอดิ้นรน เขาก็ยิ่งรุกหนัก
“จำไว้อย่ามาอวดดีกับฉันอีก”กระซิบบอกที่ข้างใบหูเล็ก ก่อนจะลงทัณฑ์เธออีกครั้งด้วยรสจูบที่หนักหน่วง ก่อนจะแปลเปลี่ยนเป็ความนุ่มนวลในนาทีต่อมา
ความหวานล้ำในรสจูบที่กำลังตักตวงเอาจากคนตัวเล็กกำลังแผ่ซ่านความรู้สึกอิ่มเอมให้แทรกซึมเข้าไปแผ่กระจายทั่วทุกอณูในหัวใจแกร่งและก่อเกิดเป็ความยินดีเมื่อได้รับรู้ว่าตนคือจูบแรกของเธอแล้ววันนั้นที่เขาเห็นเหมือนเธอกับเพื่อนรักของเขากำลังจูบกันอยู่มันคืออะไร
“อุ๊ย”ปาลิดาร้องออกมาเสียงหลงเมื่อถูกเศษฝุ่นปลิวเข้าตา
“เป็อะไรครับน้องดา”ไม่รู้อะไรเข้าตาค่ะพี่เสือ
“ไหนพี่ดูหน่อย” ธนาธรบอกหญิงสาวที่รักดุจน้องแท้ๆ ด้วยความเป็ห่วงก่อนจะใช้ผ้าเช็ดหน้าของตัวเองเขี่ยเศษฝุ่นออกจากตาให้กับเ้าหล่อนโดยที่ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าการกระทำเ่าั้กำลังสร้างความเข้าใจผิดให้กับธนวรรธ์
เพราะในมุมนั้นที่เขาเห็นมันเหมือนคนทั้งคู่กำลังจูบกันอย่างดูดดื่มแบบไม่อายฟ้าอายดิน ชายหนุ่มทิ้งน้ำดื่มที่ซื้อมาให้กับหญิงคนรักทิ้งและเดินกลับบ้านโดยไม่เหลียวหลังกลับไปมองภาพที่มันบาดตาบาดใจเขาสัญญากับตัวเองว่านับจากนี้จะไม่ไว้ใจและมอบความรักให้กับผู้หญิงคนไหนอีกแล้วเพราะแต่ละคนที่เข้ามาหาเขาล้วนแต่หวังผลประโยชน์เพราะเขาเป็ลูกเ้าของไร่องุ่นชื่อดังไม่ใช่ผู้ชายธรรมดา ๆ ที่ผู้หญิงอยากจะรัก