พลอยทอดถอนใจด้วยความเปลี่ยนแปลงในยุคของเธอ เธอไม่รู้ว่าเธอมาที่นี่ด้วยเหตุผลอะไรกัน และเธอต้องอยู่อย่างไร ทำอะไร แต่เป้าหมายแรกตอนนี้ของเธอคือต้องเอาชีวิตของคนทั้งสามให้รอดเสียก่อน
“แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร ว่าท่านตาของข้านั้นจะต้อนรับพวกเราหรือไม่ ที่ผ่านมาไม่เคยมาดูดำดูดีพวกเราพี่น้อง ข้าเกรงว่าจะต้องมีเบื้องลึกเื้ัใดสักอย่างที่ทำให้ท่านตาของข้าตัดขาดจากพวกเรา ข้าว่าพวกเราอย่าไปหนีเสือปะจระเข้เลยเสียดีกว่า ตอนนี้ใครก็ช่วยเราไม่ได้” พลอยเอ่ยขึ้นด้วยความหนักใจ คิดถึงคนที่บ้านในโลกเดิม จากครอบครัวที่อบอุ่นมาอยู่ในครอบครัวที่เปรียบดังรังงูเห่า เธอจักทำเช่นใดดี
“เื่นั้นบ่าวก็ไม่แน่ใจ” เรืองส่ายหน้าเบาๆ
“ว่าแต่พวกคนเมื่อคืนอยู่ที่ไหนกันล่ะ แล้วเราพักที่บ้านของใคร” พลอยเพิ่งนึกได้ จึงถามขึ้นมา
“นายท่านผู้นั้นออกเรือไปั้แ่เช้าตรู่แล้วเ้าค่ะ ท่านว่านายของท่านมีราชการงานด่วน รีรอไม่ได้ จึงได้ฝากอัฐเอาไว้ให้เราหนึ่งถุงเพื่อเดินทางกลับเรือนเ้าค่ะ” ว่าแล้ว เรืองก็นำถุงอัฐออกมาแล้วยื่นให้กับนายของตน พลอยโบกมือเบาๆเพื่อให้สัญญาณว่าให้เรืองเก็บไว้ เธอจำได้ว่าธรรมเนียมของคนยุคนี้จะจับจ่ายสิ่งใดจะต้องเป็บ่าวเป็ผู้จ่ายให้ เ้านายจะไม่จ่ายเงินให้พ่อค้าแม่ค้าด้วยตัวเอง
“พวกเขาก็ดีนะ ถ้าเจอกันครั้งหน้า ข้าจะตอบแทนน้ำใจเขาเอง” พลอยลุกขึ้นก่อนจะเดินออกไปจากกระท่อมไม้ไผ่ เธอพบว่าด้านนอกมีสองตายายกำลังหุงหาอาหารอยู่ เธอจึงเดาได้ว่าทั้งคู่เป็เ้าของกระท่อมหลังนี้
“ตื่นแล้วรึ แม่หนู มาๆ กินข้าวกินปลาก่อน คงขวัญเสียสินะเมื่อคืนนี้” หญิงชรากวักมือเรียกพลอย เธอจึงเดินเข้าไปหาตามคำเชิญชวน
“กับข้าวบ้านๆ เอ็งกินได้ไหมล่ะ ข้าดูแล้วเอ็งน่าจะเป็ลูกผู้ดีมีตระกูล กระท่อมของพวกข้าก็มีแค่นี้แหละ” ชายแก่เอ่ยขึ้นบ้าง พลางตักข้าวในหม้อดินให้กับพลอย น่าเศร้านักที่พลอยไม่ได้มีชีวิตธรรมดาที่จะมีความสุขเรียบง่ายเช่นนี้ได้ ราวกับว่าเธออยู่บนยอดหิมะ ยิ่งสูงก็ยิ่งหนาว
“ขอบใจจ้ะคุณตา คุณยาย” พลอยไหว้ขอบคุณทำเอาสองผู้เฒ่าถึงกับผวา เกิดมาทั้งคู่ไม่เคยได้รับการไหว้จากลูกผู้ดีมีตระกูลมาก่อน
“ไหว้พระเถอะลูก ไม่ต้องเกรงใจ กินเยอะๆ เอ้า พ่อหนู แม่หนู ออกมากินข้าวเร็วเข้า” ยายเฒ่าร้องเรียกให้นิลกับเรืองออกมากินข้าวพร้อมหน้ากัน
ทั้งสามคนนั้นกินง่ายอยู่ง่ายเป็ที่ประทับใจของสองผู้เฒ่าชรา เสียงของนิลเจื้อยแจ้วตลอดการกิน เขาอวดสองตายายว่าพี่สาวของเขานั้นว่ายน้ำได้เร็วนัก แต่นั่นกลับทำให้เรืองสำลักข้าวเป็พัลวัน แม่หญิงบ้านใดเล่า เขาอวดว่าว่ายน้ำเร็วแข่งกัน
เมื่อทานอาหารเสร็จ พลอยสบโอกาสก็ถามตาเฒ่าที่นั่งอยู่ตรงข้ามว่า
“คุณตาจ๊ะ ที่นี่คือที่ไหนหรอ เอ่อ ข้าหมายถึงเราอยู่เมืองอะไรน่ะจ้ะ” เกือบไปแล้วพลอยรดา เธอเกือบหลุดอีกแล้ว
“ที่นี่รึ ก็ละโว้อย่างไรล่ะ” ชายชราตอบเสียงเนิบ
“ละโว้… เมืองลพบุรีสินะ ครึ่งทางระหว่างนคร์กับอยุธยาพอดี กลับอยุธยาไม่ได้ ก็คงมีแต่ต้องไปนคร์” เธอพึมพำกับตัวเอง
“แล้วถ้าข้าจะไปปากน้ำโพล่ะจ๊ะ จะไปทางไหนได้บ้าง” เธอกล่าวต่อ
“ก็ไปทางเรือ วันสองวันก็ถึง หรือถ้าจะเดินไป ก็วันสองวันเหมือนกัน” ชายชราคลำที่เอวพลางมีสีหน้าเ็ป พลอยที่สังเกตุเห็นก็อดถามขึ้นไม่ได้
“คุณตาปวดขาหรือจ๊ะ” เธอสังเกตอาการของเขา พบว่าขาของชายชราไม่สามารถเหยียดตรงได้
“ใช่ โรคคนแก่น่ะแม่หนู พออายุมากขึ้นก็เดินเหินลำบากแบบนี้แหละ” ตอบเสียงอ่อย เขาเอามือนวดคลึงต้นขาไปมาเพื่อไล่ความเ็ปให้หายไป แต่มันกลับคงอยู่
“คุณตาพอจะมีไม้ไผ่มั้ยจ๊ะ เดี๋ยวข้าจะทำไม้ค้ำให้ เวลาเดินจะได้สะดวกขึ้น” พลอยเสนอตัว ทำเอานิลที่ฟังอยู่ตาลุกวาวเห็นเป็เื่สนุก แต่เรืองกลับส่ายหน้าด้วยเกรงว่าข่าวลือของเ้านายทำสิ่งของที่ผู้ชายทำจะแพร่ออกไป
“จะดีรึแม่หนู ไอ้ไม้ค้ำอะไรนั่นน่ะ มันช่วยข้าได้จริงรึ” ชายแก่เอนตัวเข้ามาถามด้วยความสงสัย เขาไม่แน่ใจว่าพลอยนั้นจะทำของที่ช่วยเขาได้
“ช่วยได้จ้ะ คุณตา แค่คุณตาหนีบเอาไว้ที่รักแร้ แล้วใช้เดินแทนขาข้างที่ปวด แค่นั้นก็เดินคล่องแล้วจ้ะ” พลอยยิ้มรับ มากินข้าวบ้านเขา นอนค้างบ้านเขา อย่างน้อยก็ควรตอบแทนอะไรบ้าง นั่นคือคติของเธอ
“คุณพลอยเ้าคะ จะไหวเหรอเ้าคะ” เรืองแอบเข้ามาใกล้พลางกระซิบถาม
“ต้องไหวสิ เอาน่า เชื่อฉัน” พลอยพยักหน้ายิ้มกริ่มให้กับเรือง แท้อีกฝ่ายกลับยิ้มไม่ออกด้วย
“ยายเฒ่า ไม้ไผ่ที่ข้าตัดไว้ยังเหลืออยู่หรือไม่” ชายชราะโถามภรรยาที่เก็บกวาดถ้วยชามอยู่
“ไม่มีแล้ว ข้าเอาไปมัดเป็แคร่อันนั้นอย่างไรเล่า เ้าเฒ่านี่ขี้ลืมเสียจริง” หญิงชราบ่นพลางส่ายหน้า จากนั้นก็ก้มลงไปล้างจานชามต่อ
“เดี๋ยวข้าจะไปตัดให้ใหม่แล้วกัน รออยู่นี่นะแม่หนู” ชายแก่ยันตัวลุกขึ้น ก่อนจะหยิบพร้าขึ้นมาด้ามหนึ่งแล้วเดินเข้าไปในป่าไผ่
“เดี๋ยวจ้ะ รอข้าด้วยจ้ะ เดี๋ยวข้าไปช่วย” พลอยวิ่งตัวปลิวตามไป ตามด้วยนิลที่วิ่งไปด้วยติดๆ และมีหรือเรืองจะพลาด เธอเองก็วิ่งตามไปด้วย ไม่ได้วิ่งไปช่วย แต่วิ่งไปห้าม!
“คุณพลอยเ้าคะ อย่าเลยเ้าค่ะ” เด็กสาววิงวอน แต่ก็หาหยุดสองพี่น้องที่นำหน้าไปแล้วได้ไม่…
ณ ป่าไผ่ไม่ไกลนักจากกระท่อม
ชายชราเดินเลือกต้นไผ่ที่แทงออกจากผืนดินพร้อมถามพลอยว่า
“เอาต้นขนาดไหนล่ะแม่หนู เอ็งเลือกเลย” ชี้ไปที่กอไผ่ ชายชราพร้อมจะตัดต้นไผ่ให้เด็กสาวแล้ว
“เอาต้นใหญ่ๆได้ไหมขอรับคุณพี่พลอย น้องอยากได้ต้นใหญ่ๆ” เสียงของนิลเจื้อยแจ้วมา พลอยทำได้แต่หัวเราะพลางขยี้หัวที่เกล้ามวยเอาไว้อย่างขันๆ เธอหันไปพูดกับชายชราว่า
“ส่งพร้ามาให้ข้าเถอะจ้ะ เดี๋ยวข้าตัดเอง…” เมื่อได้ยินเช่นนั้นเรืองที่วิ่งมาถึงพอดีก็ฉุดร่างของพลอยเอาไว้เพื่อหยุดเธอ ตอนนี้เธออยากจะตายเสียให้ได้ เหตุใดกันคุณพลอยของเธอถึงราวกลับกลายเป็คนละคน ความอ่อนหวานที่เคยมีนั้นได้หายไปสิ้นแล้ว!
“ไม่ได้เ้าค่ะคุณพลอย มันไม่งามนะเ้าคะ” เรืองเบะปากทำท่าเหมือนจะร้องไห้
“อะไรกันพี่เรือง ให้ข้าทำเถอะน่า ร่างกายต้องออกแรงบ้างนะ ถึงจะแข็งแรง” พลอยรู้สึกได้ว่าร่างกายนี้ดูอ่อนแอกว่าคนทั่วไป แค่วิ่งก็เหนื่อยแล้ว แบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน
“ไม่ได้เ้าค่ะ บ่าวไม่ยอมเ้าค่ะ” คนเกาะที่แขนพลอยส่ายหน้าอย่างไม่คิดชีวิต เป็ที่น่าขบขันจนนิลได้กุมท้องและหลุดหัวเราะออกมา
“ตา ส่งมาเถอะจ้ะ” ว่าแล้วเธอก็ได้พร้าเล่มใหญ่มาไว้ในมือ หญิงสาวควงพร้าอย่างชำนาญถึงแม้ว่ากล้ามเนื้อจะยังไม่ว่องไวเท่าร่างเดิมของเธอ แต่ก็ยังถือว่าใช้การได้
เด็กสาวเงื้อมือและสับพร้าลงไปที่ลำต้นไผ่อย่างเต็มแรง แต่ทว่าคมมีดนั้นจมลึกเข้าไปในลำต้นเพียงแค่ข้อเดียวเท่านั้น และที่สำคัญแขนของเธอรู้สึกเจ็บร้าวยิ่งนัก!
“นี่มัน… สุดยอดของความปวกเปียกเลยนี่นา ไม่จริงใช่มั้ยเนี่ย” พลอยบ่นกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะไปแงะพร้าออกจากลำต้นไผ่เพื่อลองฟันดูอีกครั้ง แต่ทว่า ตาเฒ่าที่มองอย่างสงสารก็เอ่ยขึ้นกับเธอว่า
“เอ็งเอาพร้ามานี่เถอะแม่หนู แรงแค่นี้ฟันทั้งวันก็ไม่ขาดดอก” พลอยยิ้มเจื่อนเมื่อได้ยินเช่นนั้น เรืองเองก็เห็นดีเห็นงามด้วย ดันมือของเธอให้ส่งพร้าไปที่ตาเฒ่าที่น่าจะแรงดียิ่งกว่าแม่หญิงบอบบางอย่างพลอย
“เชื่อตาเถอะนะเ้าคะ คุณพลอย”
แต่ทว่า ก่อนที่เธอจะได้ทันส่งพร้าให้กับตาเฒ่า หางตาของเธอก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง ทันใดนั้น มือของเธอก็ขยับไปเองตามสัญชาตญาณ พร้าด้ามใหญ่ถูกเหวี่ยงออกไปปักลงบนสัตว์ร้ายซึ่งขาดอยู่เป็สองท่อน ทุกคนมองตามไปก็ใยิ่งนัก
“งู!” เรืองกรีดร้องออกมา พ่อนิลเองก็กระโจนเข้าไปหาเรืองอย่างรวดเร็วด้วยความกลัว มีแต่พลอยและพ่อเฒ่าเท่านั้นที่ดูไม่ใเลย
“งูเห่า โชคดีนักที่ไม่มีใครเป็อันใด แม่หนู เอ็งนี่ฝีมือใช้ได้ เคยฝึกดาบฝึกมวยรึ” ชายชราหันไปถามพลอย สายตาดูเหลือเชื่อกับปฏิกิริยาอันว่องไวของเด็กสาว
“ไม่เคยเ้าค่ะ!” เรืองตอบให้แทนเ้านาย คุณพลอยของเธอไม่เคยฝึกต่อยตีเช่นบุรุษ ครั้งนี้อาจจะแค่บังเอิญ แต่หากมีครั้งต่อไป ใครจะปกป้องคุณพลอย ในป่าดงเช่นนี้ น่ากลัวยิ่งนัก
พลอยเองก็ดูใกับความสามารถของตัวเองไม่น้อย วันนี้เธอได้ทดสอบแล้วว่ากล้ามเนื้อของเธอนั้นเป็ของแม่พลอยคนเดิมที่ได้ตายจากไปแล้ว จึงไม่สามารถออกแรงได้อย่างใจ หากแต่ว่าสัญชาติญาณ ไหวพริบ และความแม่นยำนั้นได้ติดตัวเธอมาด้วย ลำตัวของงูที่ถูกตัดขาดออกเป็สองท่อนนั้นเป็ตัวพิสูจน์ได้ดี