ภายในตำหนักใหญ่ของตระกูลหลัว บรรยากาศหนักอึ้งจนราวกับอากาศทั้งหมดแข็งตัว
เปลวไฟจากตะเกียงทองแดงสั่นไหวแ่เบา เงาของผู้คนทอดยาวอยู่บนพื้นหินเย็นเฉียบ ทุกสายตากำลังจับจ้องไปยังชายวัยกลางคนผู้ยืนอยู่กลางห้องโถง
หลัวหยุนไห่
อดีตอัจฉริยะของตระกูลหลัว
บุรุษผู้เคยได้รับการยกย่องว่าจะก้าวขึ้นเป็เสาหลักของตระกูล แต่สุดท้ายกลับถูกทำลายเส้นชีพจรจนกลายเป็คนพิการไร้ค่า
และในวันนี้…
เขากำลังยืนขวางหน้าลูกชายของตนเอง
แม้ร่างกายอ่อนแอ
แม้ลมหายใจติดขัด
แต่แผ่นหลังกลับยังตั้งตรง
ราวกับต่อให้ถูกโลกทั้งใบกดลงมา เขาก็จะไม่มีวันยอมก้มหัว
หลัวเฟิงมองแผ่นหลังของบิดานิ่งงัน
ภายในอกเกิดความรู้สึกซับซ้อนจนยากอธิบาย
ั้แ่เล็กจนโต เขาเห็นคนผู้นี้ถูกดูถูกมาตลอด
ถูกเยาะเย้ย
ถูกเหยียบย่ำ
ถูกลดคุณค่า
แต่ถึงอย่างนั้น…
หลัวหยุนไห่ไม่เคยทอดทิ้งเขา
ไม่เคยกล่าวโทษโชคชะตา
และไม่เคยยอมจำนนอย่างแท้จริง
“ลูกข้า…”
“ไม่มีทางเป็คนชั่ว”
เสียงของหลัวหยุนไห่ยังคงดังก้องอยู่ในห้องโถง
ทว่าหลัวเทียนหรงกลับหัวเราะเย็น
“ช่างน่าขัน”
“คนพิการเช่นเ้า ยังกล้าพูดเื่ความดีความชั่วอีกหรือ?”
สายตาของเขาเต็มไปด้วยความดูถูก
ในฐานะผู้าุโสายหลัก เขาไม่เคยมองครอบครัวหลัวหยุนไห่อยู่ในสายตา
โดยเฉพาะหลังจากอีกฝ่ายตกเป็คนไร้ประโยชน์
สำหรับโลกแห่งผู้ฝึกยุทธ์…
คนอ่อนแอก็ไม่ต่างจากเศษขยะ
“หลัวหยุนไห่”
หลัวเทียนหรงก้าวออกมาช้า ๆ
“ลูกชายเ้าพลังประหลาดที่ดูดกลืนพลังิญญาผู้อื่น”
“เ้ายังคิดปกป้องมันอีก?”
หลัวหยุนไห่ไอเบา ๆ ก่อนตอบเสียงต่ำ
“ข้าเชื่อในตัวลูกข้า”
“ต่อให้คนทั้งโลกกล่าวหาเขา…”
“ข้าก็ยังเชื่อ”
คำพูดเรียบง่ายนั้น ทำให้หัวใจของหลัวเฟิงสั่นะเือย่างรุนแรง
ในโลกที่เต็มไปด้วยการทรยศและการเหยียบย่ำ…
กลับยังมีคนผู้หนึ่งเชื่อมั่นในตัวเขาโดยไม่ลังเล
แม้ไม่มีเหตุผล
แม้ไม่มีหลักฐาน
เพียงเพราะเขาคือ “ลูกชาย”
ทันใดนั้น
ปัง!
เสียงตบโต๊ะดังสนั่น
ผู้าุโใหญ่สีหน้าเคร่งขรึม
“พอได้แล้ว!”
แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกทั่วห้องทันที
ทุกคนเงียบลง
แม้แต่หลัวเทียนหรงยังหรี่ตาเล็กน้อย
ผู้าุโใหญ่กวาดตามองทุกคน ก่อนหยุดที่หลัวเฟิง
“พลังของเ้า…”
“อันตรายเกินไป”
“ต่อให้เ้าไม่ได้ตั้งใจ แต่หากวันหนึ่งควบคุมไม่ได้ ตระกูลหลัวอาจพินาศเพราะเ้า”
น้ำเสียงของเขาหนักแน่น
ไม่มีความโกรธ
แต่ก็ไม่มีความเมตตา
เพราะสำหรับผู้นำตระกูล สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ความมั่นคง”
หากมีสิ่งใดควบคุมไม่ได้…
ก็ต้องกำจัดทิ้ง
หลัวเฟิงกำหมัดแน่น
เขารู้ดี
วันนี้ ต่อให้พูดสิ่งใดก็ไร้ประโยชน์
เพราะคนพวกนี้ตัดสินเขาไปแล้ว
หลัวเฉินยืนอยู่ด้านข้าง พลางมองเขาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
ภายในใจของเขายังคงสั่นสะท้านจากเหตุการณ์ก่อนหน้า
พลังดูดกลืนนั้น…
น่ากลัวเกินไป
และเพราะเหตุนี้ เขายิ่งต้องกำจัดหลัวเฟิง
คนเช่นนี้…
หากเติบโตขึ้นจริง วันหน้าคงกลายเป็ภัยร้ายแรง
“ท่านผู้าุโ”
หลัวเฉินกล่าวขึ้นช้า ๆ
“ข้าว่าไม่จำเป็ต้องฆ่าเขาทันที”
“เพียงขับไล่ออกจากตระกูล แล้วปล่อยให้ชะตากรรมตัดสินก็พอ”
ทันทีที่กล่าวจบ หลายคนพยักหน้าเห็นด้วย
“ถูกต้อง”
“หากฆ่าเขาตรง ๆ อาจทำให้คนภายนอกครหา”
“แต่หากขับออกจากตระกูล ก็ถือว่าเมตตาแล้ว”
เสียงสนับสนุนดังต่อเนื่อง
หลัวหยุนไห่หน้าเปลี่ยนสีทันที
“ไม่ได้!”
เขาก้าวออกมาหนึ่งก้าว แต่ร่างกายกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง
“เฟิงเอ๋อร์ยังเด็ก!”
“หากถูกขับออกไป เขาจะเอาชีวิตรอดได้อย่างไร?!”
หลัวเทียนหรงหัวเราะเยาะ
“นั่นก็เื่ของพวกเ้า”
“ตระกูลหลัวไม่เลี้ยงขยะ”
คำว่า “ขยะ” ดังสะท้อนในหูหลัวเฟิงอีกครั้ง
ครั้งแล้วครั้งเล่า
ั้แ่เด็กจนโต
คำนี้เหมือนโซ่ตรวนที่ล่ามเขาไว้
แต่ตอนนี้…
บางอย่างกำลังเปลี่ยนไป
เมล็ดพันธุ์โลกาภายในร่างเริ่มสั่นะเืช้า ๆ
รากสีดำแผ่ขยายออกภายในเส้นชีพจร
กลิ่นอายเย็นเยียบเริ่มไหลเวียน
หอคอยกลืนิญญาเปล่งแสงสีดำจาง ๆ
“ผู้ใดเหยียบย่ำเ้า…”
“จงกลืนกินมัน…”
เสียงโบราณดังขึ้นอีกครั้ง
ครั้งนี้ หนักแน่นกว่าเดิม
หลัวเฟิงหายใจช้าลง
ดวงตาค่อย ๆ เย็นเยียบ
หลัวเทียนหรงพลันแค่นเสียง ก่อนสะบัดแขนเสื้อ
ตูม!
แรงกดดันมหาศาลพุ่งเข้าใส่หลัวหยุนไห่ทันที
“อึก!”
หลัวหยุนไห่กระอักเื ร่างกระเด็นถอยหลัง
“ท่านพ่อ!”
หลัวเฟิงะโลั่น รีบพุ่งเข้าไปประคอง
เืสีแดงสดไหลออกจากมุมปากของหลัวหยุนไห่ไม่หยุด
ใบหน้าซีดเผือดลงทันที
าแเก่าภายในร่างกำเริบอีกครั้ง
หลัวเฟิงมือสั่น
หัวใจของเขาราวถูกบางสิ่งบีบรัด
“พวกเ้า…”
เสียงของเขาแหบต่ำ
ทั่วห้องเงียบลงเล็กน้อย
เพราะนี่เป็ครั้งแรก…
ที่พวกเขาเห็นสายตาเช่นนี้จากเด็กหนุ่มผู้เคยอ่อนแอ
ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเ็า
และความโกรธที่กำลังก่อตัวอย่างเงียบงัน
หลัวเทียนหรงกลับหัวเราะ
“เหตุใด?”
“ไม่พอใจหรือ?”
“เ้าคิดว่าตัวเองเป็ใคร?”
“ขยะเช่นเ้า ต่อให้มีพลังประหลาด ก็ยังเป็แค่มดปลวกในสายตาข้า!”
คำพูดนั้นเหมือนประกายไฟหยดสุดท้าย
วูมมมม!
กลิ่นอายสีดำพลันปะทุออกจากร่างหลัวเฟิง
พื้นหินรอบตัวเริ่มสั่นะเื
อากาศเย็นลงอย่างรวดเร็ว
ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็ดำสนิทชั่วขณะ
“เฟิงเอ๋อร์!”
หลัวหยุนไห่หน้าเปลี่ยนสีทันที
เขาััได้
พลังในร่างลูกชายกำลังควบคุมไม่อยู่
ขณะเดียวกัน ผู้าุโทั้งหมดต่างลุกพรวด
“พลังมาร!”
“จับเขาไว้!”
เสียงะโดังลั่น
แต่ก่อนที่ผู้ใดจะลงมือ หลัวเฟิงกลับค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นช้า ๆ
สายตาของเขากวาดมองทุกคนในห้อง
ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงต่ำเย็น
“พวกเ้าบอกว่าข้าเป็ขยะ…”
“แต่ขยะที่พวกเ้าดูถูก…”
“กลับกำลังทำให้พวกเ้าหวาดกลัว”
ทั่วทั้งห้องเงียบกริบทันที
ไม่มีใครคิดว่าเด็กหนุ่มผู้เคยก้มหน้ารับการดูถูกมาตลอด จะกล้าพูดเช่นนี้
แม้แต่หลัวเฉินยังหรี่ตาลง
แววตาเย็นเยียบกว่าเดิม
หลัวเฟิงค่อย ๆ ลุกขึ้น
แม้ร่างกายยังสั่นจากแรงกดดัน
แต่แผ่นหลังกลับตั้งตรง
“หากวันนี้พวกเ้า้าขับไล่ข้า…”
“เช่นนั้นก็จงจำไว้ให้ดี”
“วันหนึ่ง…”
“ข้าจะกลับมา”
“และวันนั้น คนที่ต้องเงยหน้ามอง… จะเป็พวกเ้าเอง”
คำพูดนั้นไม่ได้ดังมาก
แต่กลับก้องะเือยู่ในใจผู้คน
โดยเฉพาะเมื่อมันออกมาจากปากเด็กหนุ่มผู้ถูกดูแคลนมาตลอดสิบกว่าปี
หลัวเทียนหรงสีหน้ามืดครึ้มทันที
“โอหัง!”
เขาก้าวออกมาพร้อมแรงกดดันมหาศาล
ผู้าุโใหญ่พลันยกมือขึ้น
“พอ”
ทุกคนชะงัก
ผู้าุโใหญ่จ้องหลัวเฟิงนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
แววตาลึกซึ้งจนยากคาดเดา
สุดท้าย เขาจึงกล่าวช้า ๆ
“ั้แ่วันนี้…”
“หลัวเฟิงและหลัวหยุนไห่ ถูกถอดออกจากตระกูลหลัก”
“ย้ายไปอยู่เขตนอกเมือง”
“ห้ามใช้ทรัพยากรของตระกูลอีก”
คำประกาศนั้นดังก้องทั่วห้อง
หลัวหยุนไห่หลับตาลงช้า ๆ
แม้คาดไว้แล้ว…
แต่หัวใจยังคงหนักอึ้ง
ส่วนหลัวเฟิงกลับเงียบงัน
เขาประคองบิดาลุกขึ้นช้า ๆ
ก่อนหันหลังเดินออกจากตำหนักโดยไม่กล่าวสิ่งใดอีก
ไม่มีการอ้อนวอน
ไม่มีการร้องขอ
มีเพียงแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่ค่อย ๆ เดินออกไปท่ามกลางสายตาดูแคลนของผู้คน
แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า ภายในจิติญญาของเขา
หอคอยกลืนิญญากำลังสั่นะเือย่างช้า ๆ
และเมล็ดพันธุ์โลกา…
กำลังเริ่มหยั่งรากลึกลงเรื่อย ๆ แล้ว…