ตอนที่ 18
หลังจากจ้องตากันสักพักพี่โม่งก็ได้ ร่ายรำวิชาฝ่ามือลอยลมซึ่งเป็วิชาพื้นฐานที่ถ่ายทอดกันในหมู่ชาวบ้าน เคลื่อนที่มาหาไป๋กุนหลาง
ด้านไป๋กุนหลางที่เห็นพี่โม่งมายืนอยู่ข้างหลังเขาโดยไม่รู้ตัวก็รู้ถึงความร้ายกาจของพี่โม่งดีจึงทำได้แค่ยืนจ้องไม่กล้าทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าแต่เมื่อเห็นพี่โม่งใช้วิชาฝ่ามือลอยลมเข้ามาหา แม้จะไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่ก็เข้าใจว่านี่คือการท้าสู้ไป๋กุนหลางจึงได้ใช้กระบี่ออกด้วย สำนึกััสายลมพงไพร หวัง ประชันแข่งขันความพริ้วไหวกัน
ปึก!!!
อัก!!!
ฟุบ!!!
ััสายลมพงไพรได้ไปััอยู่ในพุ่มดอกไม้ข้างทาง
ไป๋กุนหลางลุกขึ้นอย่างยากลำบากมองไปที่พี่โม่งที่ไม่มีเจตนาจะตามมาซ้ำเติมตอนนี้เขารู้แล้วว่าอะไรที่เรียกว่ายอดฝีมือถ้าพี่ชายใหญ่ของเขาคือคนที่ใช้สุดยอดวิชาเหมือนการรำมวยของอาม่าในสวนสีลมแล้วละก็พี่โม่งก็คือคนที่ใช้วิชาระดับต่ำที่สุดจนกลายเป็สุดยอดวิชาไร้คู่เปรียบ
เพราะนับั้แ่พัวพันกันในครั้งแรกไป๋กุนหลางก็รู้ว่าพี่โม่ง้าจะโจมตีในตำแหน่งหัวใจของเขา
ฝ่ามือของพี่โม่งนั้นเหมือนกับขีปนาวุธนำวิถีที่ไม่ว่าไป๋กุนหลางจะโยกซ้ายหรือย้ายขวายังไงก็ไม่สามารถหลบฝ่ามือของพี่โม่งพ้นจนเขาได้แต่เบิ่งตามองดูฝ่ามือของพี่โม่งกระแทกหน้าอกข้างซ้ายของเขาเต็มๆ
แต่เื่นี้ก็ทำให้ไป๋กุนหลางรู้ว่าพี่โม่งไม่ได้คิดจะฆ่าเขา เพราะเมื่อตะกี้ถ้าพี่โม่ง้าจะฆ่าเขาแค่แผ่พุ่งพลังออกมาก็จะขยี้หัวใจของเขาจนแหลกเหลวทันที
ด้านพี่โม่งที่เห็นไป๋กุนหลางตั้งหลักได้แล้ว ก็ร่ายรำเข้ามาอีกรอบหนึ่ง
ไป๋กุนหลางที่ได้ลิ้มรสแล้วว่าเขาไม่อาจสู้ความพริ้วไหวของพี่โม่งได้ ก็ได้ใช้กระบี่ออกด้วย สำนึกทัศนาเมืองมนุษย์
ไป๋กุนหลางใช้การโจมตีหลอกๆผสมผสานกับการเคลื่อนที่หลอกล่อให้พี่โม่งโจมตีที่ช่องว่างด้านหลังของเขา
เพียงเสี้ยววินาทีที่พี่โม่งหลงกลเคลื่อนที่เข้าไปโจมตี…
ไป๋กุนหลางก็หมุนตัวกลับมาพร้อมทิ่มแทงกระบี่ออก
กระบี่ที่แทงออกไปของไป๋กุนหลางนี้ ได้คาดคำนวณความเร็วของพี่โม่งไว้แล้วเมื่อพี่โม่งไปถึงจุดที่เขาวางกับดักไว้จะเป็่เวลาที่พลังกระบี่ของเขาเพิ่มขึ้นถึงขีดสุดต่อให้ตอนนั้นพี่โม่งรู้ตัวแล้วตั้งรับได้ทันแต่ก็จะถูกพลังกระบี่ของเขาทำให้เสียหลักเปิดโอกาสให้เขารุกไล่ต่อเนื่องจนพี่โม่งพบกับความพ่ายแพ้
แต่ไป๋กุนหลางร้อยคำนวณพันคำนวณไม่ได้คำนวณว่าพี่โม่งจะหยุดกึก!!! อย่างกับไม่ได้เคลื่อนไหวมาั้แ่แรก
ไป๋กุนหลางที่เห็นอย่างนี้ก็รู้ว่าตัวเองแย่แน่เพราะการโจมตีครั้งนี้เขาใช้พลังเต็มที่อยู่ในระดับที่มีไปแต่ไม่มีกลับเมื่อโจมตีไม่ถูกก็จะทำให้เขาตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบในทันทีแต่ในยามคับขันไป๋กุนหลางกลับบังเกิดปฏิภาณคิดว่าในเมื่อการเก็บพลังกลับมาจะทำให้เขาตกเป็รองจึงคิดจะใช้สภาวะการโจมตีเคลื่อนที่ผ่านพี่โม่งแล้วค่อยหันกลับมาป้องกันการรุกของพี่โม่ง
ปฏิภาณนี้เกิดในเสี้ยววินาทีและไป๋กุนหลางตัดสินใจทำทันที เขาเปลี่ยนตำแหน่งการวางเท้าส่งกำลังไปที่ขา ขาถีบพื้นส่งตัวพุ่งไปข้างหน้าแล้วก็…..
วูบ…..
ปึง!!!!!
แอก!!!!!
ขณะที่ไป๋กุนหลางกำลังจะเคลื่อนตัวผ่านพี่โม่งนั้นฝ่ามือของพี่โม่งก็ได้เปลี่ยนเป็กรงเล็บข้างหนึ่งตะปบคว้ามือข้างที่ถือกระบี่ของไป๋กุนหลางอีกข้างสอดเข้าไปใต้จักแร้แล้วอาศัยแรงพุ่งตัวของเขาทำการจับไป๋กุนหลางทุ่มลงไปนอนหลังแอ่นอยู่ที่พื้น
เมื่อดิ้นรนลุกขึ้นมาได้ 'อา!!โอ๊ย!!!..หลังตู..แม่มไม่ได้การแล้วขืนตั้งรับอย่างนี้ต่อไปเราโดนอัดอยู่ฝ่ายเดียวแน่เราต้องลองบุกดูบ้าง!!' เมื่อตัดสินใจได้ไป๋กุนหลางก็ได้ใช้ สำนึกฟังสำเนียงเสียงอัสนี พุ่งเข้าใส่พี่โม่งทันที!!!
และก็ตีลังกากลับมาด้วยมอญยันหลักของพี่โม่งกระบงกระบี่ไม่รู้กระเด็นหลุดมือไปที่ไหนแล้ว
_________________________________
ณตำหนักองค์ชายห้า
ปินปินออกมายืนคอยไป๋กุนหลางที่หน้าตำหนักก็ต้องสะดุ้งใ เมื่อสังเกตเห็นเงาตะคุ่มตะคุ่มเคลื่อนที่เข้ามาที่ตำหนักจนเกือบจะะโเรียกองครักษ์แต่เมื่อสังเกตดูดีๆทิศทางที่เ้าเงาตะคุ่มเคลื่อนเข้ามานั้นเป็ทางเข้าของประตูใหญ่ซึ่งก็ต้องเจอกับองครักษ์ที่เฝ้าประตูอยู่แล้ว ในเมื่อองครักษ์เ่าั้ปล่อยให้เขาเข้ามาเขาก็คงจะไม่มีอันตรายใดๆและเมื่อมองดูการก้าวเท้าแต่ละก้าวของเ้าเงาที่ดูลำบากยากเย็นเสียเหลือเกินต่อให้เขาคิดจะทำร้ายใครก็คงทำยากหน้าดู
จนเมื่อเ้าเงาเดินมาถึงบริเวณที่มีแสงสว่างปินปินก็ร้องเสียงหลงอย่างใพร้อมวิ่งเข้าไปหาว่า "ว๊าย!!!องค์ชายท่านเป็อะไรไปเพคะ!!"
เ้าเงาตะคุ่มนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนก็คือไป๋กุนหลางนั่นเองที่ถูกพี่โม่งกระทืบจนต้องเดินกลับตำหนักด้วยท่าเดินของ ท่านมุเท็นโรชิเพียงใช้กระบี่ไม้แทนไม้เท้าเท่านั้น แต่ไป๋กุนหลางก็ไม่ได้รู้สึกโกรธอะไรเพราะสิ่งที่พี่โม่งทำมันเป็เหมือนการชี้แนะและการที่เขาได้มีคู่ประลองที่เป็ยอดฝีมือแบบพี่โม่งก็จะทำให้วิชากระบี่ของเขาพัฒนาก้าวหน้าเร็วขึ้นเพราะฉะนั้นไป๋กุนหลางไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกไม่พอใจแต่เขากลับรู้สึกยินดีอย่างยิ่งเสียด้วย