บทที่ 10
ไฟกลางคืนและคำมั่นสัญญาใหม่
ไฟสีส้มในทางเดินของโรงพยาบาลยามค่ำคืนดูหม่นหมองและกดดันกว่าตอนกลางวัน กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อยังแรงเหมือนเดิม แต่เสียงรอบข้างกลับต่างออกไป—ไม่ใช่เสียงพูดคุยของนักศึกษา แต่เป็เสียงร้องของผู้ป่วยที่ถูกหามเข้ามาเป็ระยะ ๆ
ฉันเพิ่งถูกส่งเข้ามาประจำเวรกลางคืนครั้งแรก ใจเต้นแรงอย่างควบคุมไม่อยู่
“ซ่งหว่านอิง มาช่วยตรงนี้เร็ว!” เสียงพยาบาลเรียกทำให้ฉันรีบวิ่งไปที่เตียงฉุกเฉิน ผู้ป่วยชายร่างผอมถูกหามเข้ามา เืไหลทะลักจากแผลที่แขน พยาบาลกดผ้าก๊อซไว้แน่นแต่เืยังซึมออกมาไม่หยุด
ฉันสวมถุงมือทันที มือสั่นน้อย ๆ แต่พยายามบังคับให้มั่นคง “ฉันจะกดแผลให้ค่ะ”
นิ้วมือกดลงไปบนาแ เือุ่นไหลผ่านจนรู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นที่ทะลุถุงมือ ความจริงตรงหน้าทำให้ฉันหายใจติดขัด แต่เสียงร้องเ็ปของผู้ป่วยดึงสติกลับมา นี่ไม่ใช่เวลาจะกลัว
คุณหมอประจำเวรรีบวิ่งเข้ามา “ทำดีแล้วนักศึกษา กดต่อให้แน่น!” เขาพูดพลางสั่งให้เตรียมอุปกรณ์เย็บแผล
เหงื่อซึมเต็มหน้าผาก แต่ฉันกัดฟันไม่ปล่อยมือ จนกระทั่งเืหยุดไหลและการเย็บแผลเสร็จสิ้น ผู้ป่วยถูกส่งไปห้องพักฟื้น ฉันจึงปล่อยมือที่ชาออกมาอย่างโล่งอก
---
เมื่อทุกอย่างสงบลง ฉันทรุดนั่งลงข้างกำแพง เหงื่อไหลท่วมหลังจนเสื้อกาวน์เปียกชื้น แต่ในใจกลับมีประกายบางอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน มันคือ ความภูมิใจ
“เธอทำได้ดีมาก” คุณหมอประจำเวรพูดพลางยกมือมาตบไหล่เบา ๆ “ไม่ใช่นักศึกษาทุกคนจะนิ่งพอในสถานการณ์จริงแบบนี้”
ฉันยิ้มบาง ๆ แม้หัวใจยังเต้นแรง “ขอบคุณค่ะ ฉันจะตั้งใจเรียนรู้ให้มากกว่านี้”
---
เมื่อเวลาผ่านไปถึงตีสอง ความเหนื่อยสะสมจนเปลือกตาฉันหนักอึ้ง แต่เสียงร้องจากห้องฉุกเฉินยังดังขึ้นเป็ระยะ ราวกับบอกว่าโลกนี้ไม่มีเวลาหยุดพักให้ใครทั้งนั้น ฉันมองรอบ ๆ เห็นพยาบาลหลายคนยังทำงานอย่างไม่หยุดหย่อน ฉันจึงสะกดตัวเองไม่ให้บ่นแม้แต่คำเดียว
“นี่คือเส้นทางที่ฉันเลือกเอง” ฉันพึมพำเบา ๆ
---
่พักสั้น ๆ ฉันนั่งอยู่ตรงมุมเงียบ หยิบขวดน้ำขึ้นมาดื่ม ความเหนื่อยล้าแล่นเข้ามาในทุกอณูร่างกาย แต่จิตใจกลับสดใสแปลกประหลาด ฉันนึกถึงชาติก่อน ที่ฉันเคยยอมทิ้งความฝันการเป็หมอเพราะหลงอยู่ในรักที่ไม่สมหวัง สุดท้ายฉันได้อะไร? นอกจากน้ำตา ความเ็ป และการถูกทรยศ
ฉันกำหมัดแน่น ไม่อีกแล้ว
ความทรงจำเ่าั้ไม่ใช่สิ่งที่จะมาฉุดรั้งฉันอีกต่อไป ฉันตัดสินใจในใจอีกครั้งว่า ั้แ่นี้ไปฉันจะเดินบนเส้นทางของตัวเอง ไม่ว่ามันจะยากแค่ไหนก็ตาม
---
รุ่งเช้า หลังเลิกเวร ฉันเดินออกมาจากโรงพยาบาลด้วยสภาพร่างกายที่แทบจะล้ม แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ฉันแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่ค่อย ๆ สว่างขึ้น แสงแรกของวันใหม่สาดลงบนเสื้อกาวน์สีขาวของฉัน
เส้นทางนี้แม้จะเหนื่อย แม้จะเต็มไปด้วยเื น้ำตา และความเ็ป แต่มันคือเส้นทางที่ฉันจะไม่เสียใจอีกต่อไป
---
หลังจากวันนั้น ฉันเริ่มปรับตัวเข้ากับการฝึกงานได้มากขึ้น ฉันได้เรียนรู้วิธีสื่อสารกับผู้ป่วยที่สิ้นหวัง วิธีปลอบโยนครอบครัวที่กำลังร้องไห้ วิธีรับมือกับความตายที่ไ
ม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ ทุกสิ่งเหล่านี้ไม่เคยมีอยู่ในตำราเรียน แต่กลับเป็บทเรียนที่ล้ำค่าที่สุด