ตอนที่ 2 การทดสอบ
“หนึ่งเค่อ...”
ใบหน้าน้อยๆ ต่างแข็งทื่อ หากว่าหมัดนั้นซัดเข้าใส่ร่างของมนุษย์ ไม่อยากจะคิดเลยว่าจุดจบจะเป็เช่นไร
เฉียนหลินสังเกตเห็นสายตาของหมู่ศิษย์ในสำนักที่ต่างเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงความภาคภูมิใจที่ฉายอยู่บนใบหน้ายิ่งชัดเจนเขาหันกายกลับไปมองซูเยว่ด้วยสายตาเป็ประกายร้อนแรง
ซูเยว่เป็หญิงงามอันดับหนึ่งแห่งสำนักกวางไท้ใคร ๆ ต่างก็อยากจะเชยชมกลิ่นหอมเย้ายวนของนางทว่าจนบัดนี้ก็ไม่เคยมีผู้ใดที่สามารถ่ชิงหัวใจของนางมาได้ อีกทั้งความเป็มาของนางก็ใช่จะธรรมดาผู้คนต่างสงสัยถึงเหตุผลที่นางมาอยู่ที่สำนักกวางไท้แห่งนี้
หลังจากนั้นเฉียนหลินได้หันกายจ้องมองไปยังหยางโฮ้ว และส่งสายตาดูถูกเหยียดหยาม “ต่อหน้าของข้าแล้ว แม้แต่ที่รองเท้าของข้าเ้าก็มิอาจทัดเทียมได้”
“เฉียนหลิน ระฆังสะท้านหนึ่งเค่อ พละกำลังหนึ่งหมื่นชั่ง
ซูเยว่กล่าวออกมาด้วยความพึงพอใจทั่วทั้งบริเวณพลันเกิดเสียงฮือฮาขึ้น พละกำลังหนึ่งหมื่น ชั่ง!พลังกายเช่นนี้นับว่าเป็ค่าพลังที่สูงอย่างมากอีกทั้งเพียงไม่ถึงครึ่งเดือนก็จะถึงวันที่สำนักไท้ซานจะเปิดรับสมัครศิษย์เข้าสำนักเมื่อถึงครานั้นเชื่อได้ว่าเฉียนหลินจะต้องเป็ที่จับตามองอย่างแน่นอน
ระดับพลังในขั้นหลอมกายานี้การทดสอบก็คือพร์ความแข็งแกร่งทางกาย ยิ่งแข็งแกร่งมากเท่าใดความสำเร็จในภายภาคหน้าก็จะยิ่งใหญ่มากขึ้นเท่านั้น อีกทั้งมีพละกำลังในขั้นนี้มีมากถึงหนึ่งหมื่นชั่งก็ยังสามารถทะลวงไปสู่ระดับขั้นต่อไปได้ในทันที
“แค่หนึ่งหมื่นชั่งก็กร่างขนาดนี้เลยงั้นหรือ?” หยางโฮ้วรู้สึกเย้ยหยันในใจเป้าหมายข้าคือ “หนึ่งแสนชั่งต่างหาก” แต่มันก็ยากนักสำหรับข้าในตอนนี้เพราะต่อให้ข้าจะฝึกหนักมากเพียงไรข้าก็ยังหยุดอยู่ที่พละกำลัง หนึ่งพันชั่งเท่านั้น
แต่ว่าผลลัพธ์เพียงเท่านี้ก็สามารถสั่นะเืไปทั่วทั้งแคว้นหยางได้แล้วแม้แต่หยางอี้เฟยอัจฉริยะผู้มีพร์อันดับหนึ่งในแคว้นหยางในขั้นหลอมกายาก็ยังมีพลังเพียงห้าหมื่นชั่งเท่านั้น
ผืนแผ่นดินแคว้นหยางกว้างใหญ่เขตแดนไร้ที่สิ้นสุด หากจะเฟ้นหาอัจฉริยะก็มีอยู่นับไม่ถ้วน ซึ่งการเป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งของแคว้นหยางได้นั้น ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะน่ากลัวมากเพียงใด
การใช้เพลิงอัคคีหลอมกายามันคืออะไรกันในวันที่ข้าฝึกฝนถึงขีดจำกัดของร่างกาย เคล็ดวิชาหลอมกายาเพลิงอสูรก็ผุดขึ้นมาในสมองข้าทันทีและดูเหมือนว่าหากข้าคิดจะฝึกฝนตามเคล็ดวิชาโดยไม่มีคำแนะนำจากผู้าุโละก็ ข้าคงได้ถูกเผาตายอย่างไม่ต้องสงสัย
“แล้วตกลงว่าเคล็ดวิชานี้จะเป็เื่จริงหรือไม่นะ?”
ซูเยว่ล่ะสายตาจากระฆังั์สีหน้าพลันเคร่งขรึม “หยางโฮ้วถึงตาของเ้า เ้าขึ้นไปตรวจวัดค่าพลัง!”
ศิษย์รอบข้างพลันหัวเราะเยาะอย่างสนุกสนานถึงคราวซวยของหยางโฮ้วเสียแล้วให้เ้านั่นขึ้นไปทดสอบกับระฆังั์เนี่ยนะให้ไปทดสอบกับหุ่นฟางยังจะดูเข้าท่าเสียกว่า
หยางโฮ้วหน้าถอดสีแต่ก็มิอาจกล่าวปฏิเสธอาจารย์ผู้ฝึกสอนได้ จึงเริ่มสาวเท้าที่แข็งทื้อออกไปเขาอยู่ที่สำนักกวางไท้มาสองปี ไม่ว่าอาจารย์ท่านใดต่างก็ใช้เขาเป็เครื่องมือเพื่อความบันเทิงแต่มีเพียงซูเยว่ที่ไม่เคยทำเช่นนั้น ครั้งนี้เขาคงทำให้นางโกรธมากเกินไปไม่อย่างนั้นนางคงไม่ทำให้เค้าต้องอับอายเช่นนี้
บนลานทดสอบหยางโฮ้วจดจ้องมองไปที่ระฆังั์สีทองเบื้องหน้า “หวังว่าอาการาเ็ของข้า จะสามารถทำให้ท่านอาจารย์อารมณ์ดีขึ้น”เฟยหลงยิ้มอย่างไม่สู้ดีนัก สายตาจดจ้องไปที่ระฆังั์พลางเอื้อมมือดึงกระบี่จากด้านหลังอันเป็อาวุธคู่กายของตนออกมา
“ถึงแม้ว่าร่างกายของข้าในตอนนี้จะมาถึงทางตันแต่ข้าก็มั่นใจในวิถีกระบี่ของข้าเป็อย่างมาก ข้าไม่เคยลงมือด้วยกระบี่ให้คนอื่นๆ ได้เห็น จนถูกมองว่าเป็คนไร้ความสามารถ ดังนั้นวันนี้ข้าจะลบความคิดเช่นนั้นของทุกคนออกไปซ่ะ!!”