ตอนที่หนึ่งร้อยเจ็ด ส่งจักรพรรดิไปเรียนหนังสือ10
มีการแจ้งเตือนจากระบบให้ผมกำหนดงบประมาณและระดับความยากของการสอบ
ผมกำหนดงบประมาณมากที่สุดและระดับการสอบยากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อคุณภาพของนักบินระดับยานเอ็นเตอร์ไพรซ์
ด้วยเกียรติยศของกัปตันเคิร์กกับกัปตันพิคาร์ด
ผมไม่สามารถตอบต่อมโนธรรมของผมหากระดับความยากนั้นน้อยกว่านั้นได้
Most difficulty
ระดับยากที่สุด
นั้นทำให้ผมต้องใช้งบประมาณมากขึ้นและเวลาการฝึกเพิ่มมากขึ้น
แต่ผมคิดว่ามันคุ้มค่าหากเราได้คนในระดับลูกเรือของยานเอ็นเตอร์ไพรซ์จริงๆ
เท่าที่ผมจำได้ว่าผมคิดว่าตนเองตัดสินใจผิดเช่นกันว่าสงครามจริงๆ
การทำตัวอย่างจักรวรรดิของ Warhammer 40000 นั้นคิดถูกต้องแล้วในแง่ของลอจิสติกและกำลังพล
ว่าหากเรามีจำนวนประชากรมาก
การใช้ทหารเกณฑ์ที่มีจำนวนมากเข้าว่าและใช้อาวุธที่แม้จะคุณภาพไม่ดีเท่าอาณาจักรอื่นๆแต่สามารถผลิตได้จำนวนมากมหาศาลและสามารถผลิตใหม่และส่งกองกำลังบำรุงได้ง่ายคือหนทางของการต่อสู้ในระดับจักรวาลได้ดีที่สุด
กองทัพของผมอาจจะเก่งกาจแต่อาจจะต้องเจอสถานการณ์เหมือนกับน้ำแก้วเดียวไม่สามารถดับไฟที่ลุกอยู่ท่วมทั้งจักรวาลได้
แต่นี่คือการที่ผมจะผลักดันขอบเขตความเป็นไปได้ของผมในด้านคุณภาพเท่าที่จะทำได้ก่อนที่จะเน้นในด้านปริมาณทีหลัง
อย่างที่ว่า
ปริมาณก็คือคุณภาพอย่างหนึ่ง
ทำให้ผมเน้นไปที่ยานสู้รบที่มีการเคลื่อนไหวและการโจมตีที่รุนแรง
ที่ตอนนี้กำลังพัฒนาในด้านการวิจัยมากขึ้นทีละอย่าง
และเลเซอร์ระดับหกก็เริ่มได้รับการเข้ามาใช้แล้วในกองยานของผม
แม้อาจจะต้องกินพลังงานมากขึ้นก็เป้นเรื่องที่เราต้องวิจัยค้นคว้าด้านการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อไป
แต่อย่างน้อยอาวุธแบบเลเซอร์ก็พัฒนาขึ้นพร้อมกันในจักรวรรดิของผม
เวลาสินะนี่
เฮ้อ ผมช่างทำอะไรได้ชักช้าจริงๆ
...
ในสถานฝึกอบรบด้านนักบินต่างๆได้มีการเคลื่อนไหวกันอย่างขันแข็ง
“เราต้องเตรียมการทดสอบให้พร้อมเตรียมเดอะ สตลอกเกอร์สัตว์ประลหาดที่ล่องหนได้เอาไว้เป้นด่านทดสอบอย่างหนึ่งให้นักบินของเราด้วยเพิ่มการรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุดต่อตัวตนจากต่างโลกที่เราจะใช้เป้ฯบททดสอบความเข้มแข็งทางจิตใจของนักบิน”
บรรดาสมาชิกสถาบันการฝึกนักบินได้พยายามใช้งบประมาณที่ได้มีการอนุมัติมาอย่างเต็มที่สร้างบททดสอบระดับความยากสูงสุดเท่าที่พวกเขาจะคิดได้
“ปรับอาวุธเลเซอร์เป็นระดับการรบจริงนักบินของจักรวรรดิของเราต้องสามารถเผชิญกับความตายได้โดยไม่หวาดหวั่น”