บทที่ 8 เือาบปาก
เยี่ยอันอันคิดอยากจะอาเจียนออกมา แต่เธอก็โดนเซิ่นมู่เสวี่ยบีบคางไว้เซิ่นมู่เสวี่ยกรอกโจ๊กใส่ปากเธออย่างต่อเนื่อง
“แกไม่พูดไม่จาแล้วไม่ใช่เหรอไง งั้นคอนี่แกก็คงไม่ต้องใช้แล้วล่ะกินเข้าไปเดี๋ยวนี้”
เยี่ยอันอันขัดขืน ดิ้นไปมาตามสัญชาตญาณ เธอใช้ข้อศอกดันเซิ่นมู่เสวี่ยให้ออกไปจากนั้นก็พยายามอาเจียนออกมา
เศษกระจกที่แตกละเอียดและแหลมคมที่อยู่ในโจ๊กนั้นมีจำนวนไม่น้อยที่ไหลเข้าไปในลำคอของเยี่ยอันอัน เธอรู้สึกเ็ปมาก หลอดอาหารของเธอนั้นแสบร้อนไปหมดจนเธอไม่สามารถพูดจาได้
ส่วนเซิ่นมู่เสวี่ยนั้นกลับรู้สึกพอใจเป็อย่างมาก“เยี่ยอันอัน นี่ฉันกำลังช่วยแกอยู่นะ ต่อจากนี้ไป แกจะได้ไม่ต้องแกล้งทำเป็ใบ้แล้วยังไงล่ะ”
เยี่ยอันอันจ้องเซิ่นมู่เสวี่ยอย่างโมโห
เธออยากจะตอบโต้ผู้หญิงคนนี้มาก มากสุดก็แค่คนหนึ่งอยู่คนหนึ่งตายไป แต่พอนึกย้อนไป ทุกครั้งที่เธอตอบโต้...เธอก็จะโดนเซิ่นมู่เสวี่ยลอบทำร้ายทุกครั้ง
เซิ่นมู่เสวี่ยมีลู่ชือิคอยช่วยอยู่ด้านหลังแต่เยี่ยอันอันไม่มีใคร
แค่จุดนี้ ตัวเธอก็แพ้ราบคาบแล้ว
สู้กับเซิ่นมู่เสวี่ยไปมันก็เสียเวลาเปล่าๆ
เยี่ยอันอันมองเซิ่นมู่เสวี่ยอย่างเ็าก่อนจะผลักประตูออกไปเข้าห้องน้ำ
เธอ้ากลั้วคอเดี๋ยวนี้...
ลำคอเธอทั้งเจ็บทั้งแสบร้อนไปหมด เธอปิดปากไออย่างแรงไปตลอดทางแต่หลอดอาหารเธอนั้นเสียหาย เธอจึงไอเป็เืออกมา เืที่เปื้อนมือเธอนั้นมันช่างน่ากลัวเสียเหลือเกิน
เยี่ยอันอันมองมือของตัวเอง เธอรู้สึกปวดใจเป็อย่างมาก
“คุณเยี่ย...” กู้เวินจิ่งเดินผ่านมาพอดี เมื่อเขาเห็นเืที่มือของเธอสีหน้าเขาก็เปลี่ยนไป “คุณเป็อะไรหรือเปล่าครับ? ได้รับาเ็ตรงไหนหรือเปล่า?”
เยี่ยอันอันส่ายหัว เธอคิดจะพูดอะไรบางอย่างแต่เพราะลำคอเธอเต็มไปด้วยาแเพียงเธอคิดจะพูดมันก็เจ็บไปหมด
เธอพูดอะไรออกมาไม่ได้เลยสักคำ
“คอคุณาเ็งั้นเหรอ” กู้เวินจิ่งเป็หมอ เขาแค่เห็นอาการก็รู้แล้วเขารีบจูงมือเย้อันอันไปที่ห้องทำแผลทันที
เยี่ยอันอันนั่งอยู่บนเก้าอี้ เธออ้าปากให้กู้เวินจิ่งคีบเอาเศษกระจกออกมาทีละชิ้นๆ
เพราะมันมีเยอะมาก ยังมีส่วนที่ติดค้างอยู่ในหลอดอาหารจำนวนมากเขาไม่สามารถนำออกมาได้
“ส่วนที่เหลือคงต้องใช้ยาทำให้มันอ่อนตัวลงล่ะจากนั้นก็ต้องดูว่าร่างกายคุณจะฟื้นตัวได้ขนาดไหน...” กู้เวินจิ่งขมวดคิ้วแน่น เขาพูดอย่างเป็ห่วง“แต่ระหว่างนี้ คุณจะเจ็บมากเลยนะ...ไม่ใช่แค่กินข้าว แม้แต่ดื่มน้ำ ก็จะรู้สึกเจ็บเหมือนโดนเข็มทิ่ม...แล้วก็ในระหว่างนี้คุณคงไม่สามารถพูดได้”
เยี่ยอันอันยิ้มอย่างขมขื่น เธอไม่ได้คิดจะพูดจาอะไรอีกอยู่แล้ว
“ใครกันที่โเี้ให้คุณกินเศษกระจกขนาดนี้...”กู้เวินจิ่งโมโห “นี่มันทำเกินไปแล้วนะครับ”
เยี่ยอันอันส่ายหัว ความเ็ปเหล่านี้ยังไงก็ไม่เท่ากับความเจ็บที่เธอโดนเหยียดหยามศักดิ์ศรีหรอกนะ
เธอกลายเป็คนที่ชินชากับทุกสิ่งไปเสียแล้วบางทีเธอก็คิดว่าเธอตายไปแบบนี้เสียดีกว่า ทุกอย่างมันจะได้จบไปเสียที
กู้เวินจิ่งถอนหายใจ “คุณเยี่ย ผมรู้ว่าพูดแบบนี้มันก็เหมือนกับผมยุ่งเื่ของคุณ แต่ว่า...ทำไมคุณถึงไม่หนีจากลู่ชือิไปซะล่ะครับคุณอยู่กับเขาไปแบบนี้ มันมีความหมายอะไรจริงๆ น่ะเหรอครับ”
เยี่ยอันอันอึ้งไป ตาของเธอค่อยๆ แดงก่ำ เธอส่ายหัวพร้อมยิ้มเจื่อนหลับตาลง ไม่ตอบคำถามของเขา
เธอเองก็อยากจะหนี แต่ลู่ชือิไม่ยอมปล่อยเธอไปน่ะสิ
กู้เวินจิ่งเห็นใบหน้าซีดขาวของเธอ เขาก็รู้สึกปวดใจเป็อย่างมากเขาอดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไปจับหน้าของเธอ
เยี่ยอันอันเบิกตาโตด้วยความใ เธอมองเขาด้วยความสงสัย
“ขอโทษครับ...” กู้เวินจิ่งเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองเสียมารยาทไปเขากำลังจะชักมือออกมา ณ ตอนนั้น ประตูห้องก็โดนคนถีบเข้ามา
ร่างกายสูงใหญ่ของลู่ชือิ ปรากฏขึ้นที่หน้าประตู
“เยี่ยอันอัน นี่เธอไปทำอะไรข้างในน่ะ” เขาถามด้วยเสียงที่เ็า พร้อมแผ่รังสีความเยือกเย็นไปทั่ว
เยี่ยอันอันใมาก เธอรีบลุกขึ้น เธออยากจะอธิบายแต่พอเธอเอ่ยปาก ลำคอของเธอก็แสบร้อนไปหมด
ในเมื่ออธิบายไม่ได้ เธอจึงได้แต่รีบวิ่งไปอยู่ข้างๆลู่ชือิ ไม่อย่างนั้นถ้าเขาโกรธขึ้นมาล่ะก็ กู้เวินจิ่งคงได้พลอยเดือดร้อนไปด้วยแน่
เธอไปยืนข้างๆ ลู่ชือิแต่โดยดี ทำท่าทางเชื่อฟังและยอมเขาแต่ลู่ชือิก็ยังคงโมโหเป็อย่างมาก เขากำมือแน่น พร้อมชำเลืองมองกู้เวินจิ่งด้วยสายตาเ็า
เขาไม่ได้พูดอะไร แต่ั์ตาของเขาเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น
เมื่อเยี่ยอันอันััได้ เธอก็รีบจับมือขอร้องลู่ชือิแต่ก็โดนเขาสะบัดออกอย่างแรง