การหลบหนีออกจากสตูดิโอในฟลอเรนซ์นั้นวุ่นวายและทุลักทุเลกว่าครั้งก่อนหลายเท่า
ลอเรนโซ่อยู่ในสภาพช็อกโดยสมบูรณ์ เขาวิ่งตามอริสราและราตรีมาตามสัญชาตญาณ แต่ดวงตาของเขายังคงเหม่อลอย ปากพึมพำแต่คำว่า "เป็ไปไม่ได้" และ "ฉันฝันไปแน่ๆ" ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาคือภาระที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
"เขาเป็แบบนี้ใช้การไม่ได้แน่" ราตรีสบถขณะที่พวกเขาวิ่งลัดเลาะไปตามตรอกแคบๆ ที่มีแสงจันทร์ส่องถึง "อริสรา! คุยกับเขา! ดึงสติเขากลับมา!"
อริสราซึ่งบัดนี้กลายเป็ "รุ่นพี่" โดยไม่รู้ตัว หันไปคว้าแขนของลอเรนโซ่ไว้ "ลอเรนโซ่! มองฉัน!" เธอพูดเสียงดังฟังชัด "ฉันรู้ว่ามันน่ากลัว! ฉันรู้ว่ามันไม่สมเหตุสมผล! ไม่กี่วันก่อนฉันยังนั่งจัดหนังสืออยู่ในห้องสมุดอยู่เลย! แต่ตอนนี้มันคือความจริง! ถ้าคุณอยากมีชีวิตรอดเพื่อที่จะได้ตั้งคำถามต่อ... คุณต้องวิ่ง!"
คำพูดที่ออกมาจากประสบการณ์ตรงของเธอ... และแววตาที่เข้าใจความรู้สึกของเขาอย่างแท้จริง... ดูเหมือนจะสามารถทะลุผ่านม่านแห่งความสับสนของลอเรนโซ่ได้ เขาสบตาเธอและพยักหน้ารับคำช้าๆ แม้จะยังตัวสั่นเทา แต่เขาก็เริ่มวิ่งอย่างมีความมุ่งหมายมากขึ้น
ราตรีพาพวกเขาไปยังที่หลบภัยชั่วคราวอีกแห่ง... ห้องใต้ดินของโบสถ์เก่าแก่แห่งหนึ่งที่ถูกทิ้งร้าง "ไม่มีใครคาดคิดว่าพวกจากอเวจีจะมาซ่อนตัวในบ้านของศัตรูหรอก" เธอว่า
ทันทีที่ประตูไม้หนักๆ ถูกปิดลง สติที่ลอเรนโซ่รวบรวมมาได้เมื่อครู่ก็พังทลายลงอีกครั้ง
"พวกคุณเป็ใครกันแน่! ปีศาจเหรอ!?" เขาะโพลางถอยไปจนชิดกำแพง "แล้วไอ้พลังเมื่อกี้นี่มันอะไร! ผมทำมันได้ยังไง! ผมไม่อยากเป็แบบนี้! เอามันออกไปจากตัวผม!" เขาเริ่มทุบกำแพงด้วยความโกรธและความกลัว
ราตรีทำท่าจะเข้าไปจัดการด้วยวิธีรุนแรง แต่อริสราห้ามไว้ เธอเดินเข้าไปหาลอเรนโซ่อย่างช้าๆ "ไม่มีใครเอามันออกไปได้... เพราะมันไม่ใช่สิ่งแปลกปลอม" เธอกล่าวอย่างนุ่มนวล "มันคือส่วนหนึ่งของคุณ... เหมือนกับที่มันเป็ส่วนหนึ่งของฉัน... และการยอมรับมัน คือก้าวแรกของการควบคุมมันได้"
คำพูดของเธอทำให้ลอเรนโซ่หยุดชะงัก เขามองอริสรา... ผู้หญิงที่ดูธรรมดาแต่กลับมีแววตาที่เข้าใจโลกในแบบที่เขาเพิ่งจะได้เห็น... และในที่สุด เขาก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง
หลังจากปล่อยให้ลอเรนโซ่ได้สงบสติอารมณ์ลง... บทเรียนบทใหม่ก็ได้เริ่มต้นขึ้น
"อารมณ์ของเธอคือความโกรธและความหยิ่งทะนง... มันเลยแสดงออกมาเป็การทำลายล้าง" ราตรีอธิบายกับอริสรา ก่อนจะหันไปหาลอเรนโซ่ "แต่เธอ... เธอเป็ศิลปิน พลังของเธอไม่ได้มาจากความโกรธ... แต่มันมาจาก 'ฉันทะ'... ความหลงใหลอย่างแรงกล้าในการสร้างสรรค์"
ราตรีหยิบก้อนดินเหนียวที่เธอเตรียมไว้ก้อนหนึ่งขึ้นมาวางตรงหน้าลอเรนโซ่ "ฉันอยากให้เธอลองปั้นมัน... ไม่ใช่ด้วยมือ... แต่ด้วย 'เจตจำนง' ของเธอ... นึกถึงภาพที่เธออยากจะสร้างให้ชัดที่สุด... รู้สึกถึงความปรารถนาที่จะทำให้มันมีชีวิตขึ้นมา... แล้วปลดปล่อยมันออกมา"
ลอเรนโซ่มองก้อนดินเหนียวนั้นอย่างไม่แน่ใจ แต่เขาก็ลองทำตาม เขาหลับตาลง... นึกถึงภาพแกะสลักรูปปั้นเดวิดของไมเคิลแองเจโลที่เขายืนดูได้เป็วันๆ... ความปรารถนาที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่งดงามเช่นนั้นด้วยมือของตัวเอง... ซึ่งเป็แรงผลักดันในชีวิตของเขามาตลอด... พลุ่งพล่านขึ้นมา
แล้วสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น...
ก้อนดินเหนียวบนพื้นเริ่มเคลื่อนไหวและเปลี่ยนรูปทรงด้วยตัวของมันเอง! มันถูกปั้นแต่งอย่างรวดเร็วและละเอียดลออ... ในเวลาไม่ถึงนาที มันก็กลายเป็รูปปั้นเดวิดจำลองขนาดเล็กที่สมบูรณ์แบบทุกสัดส่วน... ก่อนจะแข็งตัวลงราวกับหินอ่อนจริงๆ
ลอเรนโซ่ลืมตาขึ้นมามองผลงานของตัวเองด้วยความตกตะลึงระคนกับความปิติยินดี นี่คือพลังของเขางั้นหรือ?
ขณะที่บทเรียนกำลังดำเนินไป... ราตรีก็กำลังง่วนอยู่กับเหรียญไม้นกฮูกที่เก็บมาได้ เธอใช้เครื่องมือชิ้นหนึ่งสแกนมัน... และข้อมูลที่ปรากฏบนจอแท็บเล็ตก็ทำให้เธอต้องขมวดคิ้ว
"ราตรี... มีอะไรรึเปล่า?" อริสราถามเมื่อเห็นสีหน้าของเธอ
"มี... และมันเป็เื่ใหญ่มาก" ราตรีตอบ "เ้านกฮูกนี่... ไม่ใช่พวกเบื้องบน... และไม่ใช่พวกเรา... มันมาจากขั้วอำนาจที่สามที่เก่าแก่กว่านั้น... และเ้าเหรียญนี่... มันเป็เครื่องติดตาม... แต่มันไม่ได้ติดตามเรา"
"มันติดตาม 'ทูต์' คนนั้นต่างหาก... ไอ้พรานที่เราเจอในลานจอดรถ... ก็คือ 'เหยื่อ' ของพวกมัน"
"หมายความว่ายังไง?" อริสราถามอย่างสับสน
"หมายความว่า... าเงาที่ฉันเล่าให้เธอฟัง... มันซับซ้อนกว่าที่คิด" ราตรีกล่าว "ดูเหมือนจะมี 'ตำรวจ' กลุ่มใหม่ลงมาในสนาม... และพวกเขาไม่ได้ล่าแค่เรา... แต่ล่าพวกที่ทำผิดกฎของทุกฝ่าย"
ทันใดนั้น! อักขระป้องกันที่ราตรีแอบสลักไว้ที่ทางเข้าห้องใต้ดินก็สว่างวาบขึ้น!
"มีคนมา!"
ราตรีชักอาวุธออกมาเตรียมพร้อมทันที แต่ผู้มาเยือนคนใหม่กลับไม่ได้พังประตูเข้ามา... เสียงที่สุภาพและเยือกเย็นของผู้หญิงคนหนึ่งกลับดังขึ้นในหัวของพวกเขาทุกคนพร้อมกัน...
< ขออภัยที่มารบกวน... เหล่าทายาทแห่งอสูร... และผู้แทนจากอเวจี... ข้ามาในฐานะมิตร... เพื่อทวงทรัพย์สินของเราคืน และเพื่อเจรจา >
สิ้นเสียงนั้น... ร่างของผู้หญิงคนหนึ่งก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากอากาศธาตุใจกลางห้อง เธอสวมชุดคลุมยาวสีเทาเข้มที่ดูเรียบง่ายแต่ทออย่างประณีต ใบหน้าของเธอดูสงบนิ่งและเปี่ยมด้วยภูมิปัญญาของคนที่ผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนาน ดวงตาของเธอเป็สีเทาเหมือนท้องฟ้าก่อนพายุเข้า
"ข้าคือผู้แทนจาก 'สภาสนธยา'" เธอกล่าวแนะนำตัว "เราคือผู้รักษาสมดุล... ผู้ดูแลให้สนธิสัญญาโบราณยังคงศักดิ์สิทธิ์"
เธอเหลือบมองราตรี "เ้า... ผู้แทนจากอเวจี... กำลังรวบรวมอาวุธาที่มีชีวิต... ซึ่งเป็การกระทำที่สุ่มเสี่ยงต่อการทำลายสมดุล"
แล้วเธอก็หันไปมองอริสราและลอเรนโซ่ "และพวกเ้า... ทายาทที่ตื่นขึ้น... การมีอยู่ของพวกเ้าได้สั่นคลอนตาชั่งแห่งอำนาจ... และการกระทำของพวกเ้าเมื่อครู่... ก็เป็การขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเรา"
"หน้าที่อะไรของพวกคุณ!?" ราตรีถามเสียงกร้าว "หน้าที่ในการล่าพวกเราเหรอ?"
"ไม่ใช่" ผู้แทนจากสภากล่าว "หน้าที่ในการ 'จับกุม' ทูต์ที่ละเมิดกฎ... ทูต์ตนเดียวกับที่พวกเ้าเพิ่งขับไล่ไป... พวกเ้าได้ช่วยให้เหยื่อของการสืบสวนเรารอดพ้นไป"
คำพูดของผู้มาเยือนทำให้ทุกคนในห้องตกอยู่ในความเงียบงัน... โลกที่อริสราเพิ่งจะเริ่มทำความเข้าใจ... บัดนี้กลับซับซ้อนขึ้นไปอีกสิบเท่า
"แล้วพวกคุณ้าอะไร?" อริสราตัดสินใจถามขึ้น
"เหรียญไม้นั่นคือทรัพย์สินและเครื่องมือของเรา... เรา้ามันคืน" ผู้แทนกล่าว "และเรา้ายื่นข้อเสนอ"
เธอจ้องมองมาที่พวกเขาทั้งสาม "สถานะของพวกเ้าตอนนี้คือศัตรูของ์... และเป็หมากที่น่าจับตาของอเวจี... และบัดนี้... พวกเ้าก็ได้เข้ามาอยู่ในสายตาของสภาเราแล้ว... พวกเ้ามีศัตรูอยู่รอบด้าน"
"ข้อเสนอของเราคือ... การพักรบชั่วคราว" เธอกล่าว "สภาไม่ได้มองว่าการตื่นขึ้นของสายเือสูรเป็ภัยคุกคามโดยตรง... แต่เรามองว่ามันคือ 'ความเปลี่ยนแปลง' ที่ต้องจับตาดู... เราจะไม่ล่าพวกเ้า... ตราบใดที่พวกเ้าไม่ก่อความวุ่นวายจนเกินขอบเขต"
"แลกกับอะไร?" ราตรีถามอย่างไม่ไว้วางใจ
"แลกกับการร่วมมือ... และข้อมูล" ผู้แทนตอบ "ในฐานะการแสดงความจริงใจ... เราจะมอบข้อมูลเกี่ยวกับทายาทอสูรอีกคนหนึ่งให้พวกเ้า... เป็คนที่พวก์ยังหาไม่พบ... เพื่อแลกกับการที่พวกเ้าจะสืบหาบางอย่างให้เราเป็การตอบแทนในอนาคต"
ราตรีกับอริสรามองหน้ากัน... มันคือข้อเสนอที่ปฏิเสธได้ยาก... การมีศัตรูเพิ่มอีกฝ่ายในตอนนี้คือการฆ่าตัวตายชัดๆ
ลอเรนโซ่ที่นั่งเงียบอยู่นาน... ในที่สุดก็พูดขึ้น "ผม... ผมไม่เข้าใจเื่ทั้งหมดนี่... แต่ผมรู้ว่าผมไม่อยากถูกล่า... และผมไม่อยากเป็เครื่องมือของใคร... ถ้าการไปกับพวกคุณ... คือหนทางเดียวที่จะทำให้ผมควบคุมสิ่งที่เป็อยู่นี้ได้... ผมก็จะไป"
การตัดสินใจของเขาทำให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้น
"ตกลง" ราตรีตอบผู้แทนจากสภา "เราจะรับข้อเสนอของคุณ... แต่เป็การร่วมมือแบบไม่ผูกมัด... และเราจะเชื่อใจพวกคุณเท่าที่พวกคุณจะเชื่อใจเรา"
ผู้แทนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ เธอมอบม้วนกระดาษเล็กๆ ที่ผนึกด้วยขี้ผึ้งรูปนกฮูกให้ราตรี ก่อนจะรับเหรียญไม้คืนไป แล้วร่างของเธอก็ค่อยๆ จางหายไปในอากาศ
ราตรีคลี่ม้วนกระดาษออก... ข้างในคือภาพวาดของชายคนหนึ่งกับตำแหน่งที่อยู่ของเขา
อริสรามองไปที่เพื่อนร่วมชะตากรรมทั้งสอง... หนึ่งคือสายลับจากอเวจีผู้เ็า... และอีกหนึ่งคือศิลปินผู้สับสนที่เพิ่งค้นพบพลังของตัวเอง... ก่อนจะมองไปยังเป้าหมายใหม่บนแผนที่
เธอถอนหายใจ... นี่ไม่ใช่การรวบรวมครอบครัวที่หายไปอย่างที่เธอเคยฝันไว้...
...แต่มันคือการเกณฑ์ทหาร... สำหรับาที่เธอยังมองไม่เห็นจุดจบ