ไม่อยากเป็นแล้ว ตัวเอกของเรื่อง

    ตอนที่ 34 คนสกุลหู

            “ไป๋เซ่อนั่นปกติไม่ได้มีใครเข้าใกล้ง่ายๆ แม้แต่เราสามคนก็ตาม เวลานี้แม่นางน้อยรักษาเจ้านายของมัน มันย่อมรู้ความถึงได้ยินยอมให้แม่นางน้อยสัมผัสตัว ลู่เสวียนยังไม่ฟื้นไป๋เซ่อก็กลับเข้าไปในถุงเก็บสัตว์อสูรไม่ได้ คงต้องรบกวนฝากให้แม่นางดูแลแล้ว” หนึ่งในกลุ่มบุรุษสี่คนกล่าวกับหลินหนิงชิน

            หลินหนิงชิน หันมามองเจ้าเสือขาวตัวโตอีกครั้ง มันยังคงตกตะลึงกับการถูกตีอยู่ไม่น้อย ตาเบิกกว้าง ปากอ้าค้างน้ำลายไหล ดูไปก็น่าเอ็นดู หลินหนิงชินจึงเทน้ำทิพย์จากกระบอกลงในถ้วยส่งให้มัน ถือเป็นการรับปาก

    ……….

             “แม่นางน้อย ผ่านไปสามวันแล้วสหายข้ายังไม่ฟื้นขึ้นมาเลย ท่านช่วยตรวจดูเขาอีกสักรอบได้หรือไม่” บุรุษต่างแคว้นนามว่ากู้ฉี เอ่ยถามหลินหนิงชินด้วยสีหน้าลำบากใจ

            หลินหนิงชินหันหน้าไปมองบุรุษหนุ่มอายุราว 17-18 ปี ที่นอนอยู่เปลหาม บริเวณลำตัวถูกพันด้วยผ้าไว้โดยรอบ บาดแผลเล็กๆรอบตัวล้วนแห้งจนเริ่มตกสะเก็ดแล้ว จากนั้นก็เดินไปตรวจดูตามคำขอร้องของกู้ฉี

            “บาดแผลส่วนใหญ่สมานตัวดีแล้ว เขาเพียงใช้พลังปราณจนหมดสิ้นกับเสียเลือดไปมากจากบาดแผลบริเวณลำตัว ทำให้ร่างกายอ่อนแอเป็นพิเศษ อาจจะหมดสติไปหลายวันหน่อย แต่ไม่มีสิ่งใดน่ากังวลเจ้าค่ะ”

            “ขอบคุณแม่นางน้อย” กูฉีกล่าวขอบคุณอีกครั้ง โดยมีสัตว์อสูรสีขาวตัวโตเอาหัวมาถูกับแขนของหลินหนิงชิน ราวกับต้องการขอบคุณนางด้วย

            ไป๋เซ่อที่ไม่ค่อยเป็นมิตรกับผู้อื่นมากนัก คอยปะทะกันทางสายตากับหลินซ่งอวี้และหลินไฉ่หงอยู่บ่อยๆ บ้างก็เดินวนเวียนอยู่รอบตัวเจ้านายที่ถูกหามไว้ในเปลที่ทำจากไม้ไผ่ เวลาอื่นก็ติดตามหลินหนิงชินเพื่อขอ "น้ำ" ดื่ม บางครั้งก็ให้นางนั่งบนหลังอีกด้วย ทำให้เด็กหญิงรู้สึกสะดวกสบายเป็นอย่างยิ่ง

            "ข้างหน้าเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่นอกกำแพงเมืองรุ่ย พวกเราไปขอเช่าบ้านจากชาวบ้านพักค้างคืนกันที่นั่นดีกว่า พาไป๋เซ่อเข้าเมืองรุ่ยไปด้วยคงไม่ดีนัก" หลินซ่งสวินออกความเห็น

             หมู่บ้านแห่งนี้ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีบ้านเรือนไม่ถึง 20 หลังคาเรือน ชาวบ้านเห็นกลุ่มคนเดินเข้ามาก็รีบออกมาดู พอเห็นเสือขาวตัวใหญ่อยู่ในกลุ่มด้วยก็ตัวสั่นไปบ้างแต่ก็ยังมีคนใจกล้าเข้ามาถามความ

            "พวกท่านจะไปที่ใดกันหรือขอรับ เหตุใดจึงมาถึงหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ได้"

            "ท่านลุง เราเดินทางผ่านมาเท่านั้น เดิมทีคิดจะไปหาโรงเตี๊ยมในเมืองพักสักวันสองวัน. แต่ติดว่าพวกเรามีสัตว์อสูรมาด้วยเลยไม่สะดวกที่จะเข้าเมือง. พวกท่านพอจะมีบ้านว่างให้พวกเราได้พักผ่อนกันหน่อยหรือไม่ขอรับ เราจะจ่ายค่าตอบแทนให้" หลินเจียวหย่งผู้มีลักษณะคล้ายบัณฑิต หน้าตาเป็นมิตรที่สุดจึงเป็นผู้ตอบคำ

            "อ้อ เป็นเช่นนี้เอง เวลานี้บ้านว่างในหมู่บ้านเรามีหลายหลังเลยทีเดียว อีกฝากหนึ่งของเมืองรุ่ยข้ามแนวเขาทางนั้นไปเป็นพื้นที่ติดทะเล ชาวบ้านออกไปใช้แรงงานทำนาเกลือกัน สามเดือนจึงจะได้กลับบ้านครั้งหนึ่ง  ท่านรอสักครู่ ข้าจะไปถามชาวบ้านดูว่าใครสะดวกจะให้ใช้บ้านของเขาบ้าง"   

            ชายสูงวัยกลับไปพูดคุยกับพวกชาวบ้านพักหนึ่งก็กลับมา

            "ท้ายหมู่บ้านมีบ้านอยู่สามหลังของครอบครัวยายจาง สองหลังเป็นของบุตรชายสองคนที่ตอนนี้ไปทำนาเกลือ ไม่มีคนอยู่ อีกหลังหนึ่งยายจางอยู่กับหลานชายวัย 5 ขวบกันแค่สองคน. ที่นั่นเป็นบ้านหลังใหญ่มีบริเวณบ้านกว้างขวาง พวกท่านอยู่ได้แน่นอน ยายจางก็ตกลงแล้ว ข้าจะนำทางพวกท่านไปเอง"

            "รบกวนแล้ว ท่านลุง" หลินเจียวหย่งกล่าวจบก็หันมาพยักหน้ากับทุกคนให้เดินตามไป

             เมื่อมาถึงบ้านของครอบครัวยายจาง พวกบุรุษแยกย้ายกันไปพักที่บ้านสองหลัง ส่วนสตรีทั้งหกคนมาพักรวมกับยายจางและหลานชายตัวเล็ก 

            "ท่ายยาย พวกเราคงต้องรบกวนท่านจัดการเรื่องอาหารให้พวกเราด้วย ในถุงนี่มีเงิน 15 เหรียญเงินท่านรับไว้ก่อน หากไม่พอก็มาบอกข้าได้"  หลินซ่งสวินกล่าวพร้อมกับยื่นถุงเงินให้หญิงชรา

            หญิงชราลังเลเล็กน้อย หลินหนิงชินมองเห็นสีหน้าลำบากใจของยายจางจึงเอ่ยสมทบขึ้นมา

            "ท่านยาย พวกเรามีกัน 30 กว่าคน ท่านคนเดียวคงทำอาหารให้พวกเราไม่ไหว ทั้งยังต้องหาซื้อวัตถุดิบมาเตรียมอาหารให้อีก เงินนี่ท่านก็ว่าจ้างคนในหมู่บ้านมาช่วยเถิดเจ้าค่ะ ยังต้องซื้อเนื้อให้กับสัตว์อสูรของพวกเราด้วยอีก  พวกเราไม่รู้ราคาของสินค้าที่เมืองนี้ ไม่แน่ว่าอาจไม่พอด้วยซ้ำ ท่านรับไปก่อนเถิด"

            ยายจางได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าดีขึ้น รับเงินมาแล้วรีบจูงหลานชายออกไปหาคนช่วยซื้อของสำหรับเตรียมอาหาร

            เมื่ออาบน้ำชำระร่างกายกันดีแล้ว พวกเขาก็ทยอยกันออกมานั่งเล่นบริเวณลานบ้าน มีเพียงชาย 4 คนที่มาจากต่างแคว้นที่ยังคงพักผ่อนอยู่ พวกเขาได้รับบาดเจ็บมากกว่าผู้อื่น ไป๋เซ่อก็นอนหมอบอยู่ตรงหน้าบ้านที่พวกเขาพัก

            หลินหนิงชินมองไปยังกลุ่มคนสกุลหู มีหูอันโหรวกับบุรุษอีกคนหนึ่ง ที่แต่งกายด้วยผ้าเนื้อดี ผิวพรรณและมือไม้สะอาดสะอ้าน เดาว่าสองคนนี้คือผู้หลอมโอสถ ส่วนบุรุษสี่คนกับสตรีอีกหนึ่งคนที่สวมใส่เสื้อผ้าทะมัดทะแมง ผิวมีสีคล้ำจากการตากแดดคงเป็นผู้ฝึกยุทธ์ในสกุลหู

            “นี่ลูกพี่ลูกน้องของข้า หูจิ่ง เขาอายุ 25 ปีเป็นผู้หลอมโอสถระดับปฐพีขั้นกลาง ส่วนข้ายังอยู่ในระดับปฐพีขั้นต้น” หูอันโหรวแนะนำญาติผู้พี่ของนาง ที่กำลังมีสีหน้าภาคภูมิใจกับระดับการฝึกฝนของตนเองอยู่ แต่ก็ยังตอบกลับด้วยท่าทีนอบน้อม

            “เกรงใจแล้ว ทุกท่าน พวกเรายังคงต้องเดินทางร่วมกันอีกนาน เรียกขานกันตามสบายเถิด” หูจิ่งโค้งคำนับเล็กน้อยแล้วหันไปทางหลินเจียวหย่ง

            เขาสังเกตว่าชายผู้นี้ดูมีอายุมากกว่าผู้อื่นในกลุ่มคนสกุลหลิน ทั้งยังไม่เหมือนผู้ฝึกยุทธ์ น่าจะเป็นผู้หลอมโอสถวัยเดียวกับเขา ในใจก็อยากรู้ระดับการฝึกฝนของเขาอยู่บ้าง

            “พี่ชายท่านนี้ ท่านคงเป็นผู้นำในกลุ่มผู้หลอมโอสถสกุลหลิน ไม่ทราบว่าจะเสียมารยาทหรือไม่หากข้าจะถามถึงระดับการฝึกฝนของท่าน เราไม่ได้พบผู้หลอมโอสถมากนักขออภัยท่านหากว่าข้าล่วงเกินไป”

            “ไม่เป็นไรๆ นี่ก็ไม่ใช่เรื่องต้องปิดบังอะไร อย่างไรไปถึงสำนักเย้าเตียนพวกเราก็ต้องกลายเป็นศิษย์ร่วมสำนักแล้วมิใช่หรือ  ข้าชื่อหลินเจียวหย่ง อายุ 26 ปี เป็นผู้หลอมโอสถระดับปฐพีขั้นสูง นี่ภรรยาข้า จงเป่าเป้ยนางอยู่ที่ระดับปฐพีขั้นต้น”

            หูจิ่ง หูอันโหรวและคนสกุลหูทั้งหมด เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ระดับการฝึกฝนของหูจิ่งนับว่าเป็นความภาคภูมิใจของคนในสกุลหูแล้ว พวกเขาลงทุนกับการหาซื้อสมุนไพร และใช้ทรัพยากรในสกุลไปไม่น้อยกับการฝึกฝนสองพี่น้องสกุลหูคู่นี้ขึ้นมา นี่อันใดกัน!! ผู้อื่นอายุมากกว่าหูจิ่งเพียง 1 ปี ระดับการฝึกฝนยังมากกว่าไป 1 ขั้น ช่างน่าตกตะลึงจริงๆ

            “โอ..พวกเราช่างหูตาคับแคบนัก เราไม่เคยไปเมืองเป่ยถังมาก่อน คนในสกุลท่านช่างน่านับถือจริงๆ สามารถสร้างผู้หลอมโอสถมากมายได้ถึง 11 คน พี่เจียวหย่งต่อไปข้ากับอันโหรวคงต้องขอคำชี้แนะจากท่านบ้าง” หูจิ่งสลดไปไม่น้อย ท่าทีภาคภูมิใจในตอนแรกแทบจะไม่ปรากฏออกมาอีกเลย

            คนสกุลหูเห็นว่าหลินเจียวหย่งอายุมากที่สุด ระดับการฝึกฝนก็สูงกว่าหูจิ่ง จึงคิดว่าหลินเจียวหย่งเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่ผู้หลอมโอสถสกุลหลินแล้ว จึงไม่ได้ถามถึงระดับการฝึกฝนของคนอื่นต่อไป

            ส่วนคนสกุลหลิน ก็เพียงแค่แนะนำชื่อกันไป ไม่ได้กล่าวถึงระดับการฝึกฝนเช่นกัน ผู้อื่นไม่ถามพวกเขาก็ไม่คิดจะตอบอะไรให้มากความ อย่างไรเมื่อไปถึงสำนักเย้าเตียนย่อมรู้กันอยู่ดี

            ส่วนผู้ฝึกยุทธ์ทางคนสกุลหู พอเห็นว่าสกุลหลินมีผู้หลอมโอสถที่ระดับสูงกว่าคนสกุลเขา ในใจยังไม่ยินยอมอยู่บ้าง จึงมีคนหนึ่งเอ่ยถามออกมา

            “เช่นนี้ผู้ฝึกยุทธ์สกุลหลินคงมีฝีมือไม่ด้อยเลย ข้าชื่อหูกุ้ยขอบเขตนักรบขั้นกลาง ไม่ทราบว่าจะขอคำแนะนำบ้างได้หรือไม่” เขาสังเกตเห็นแล้วว่าหลินซ่งสวินเป็นผู้ออกคำสั่งอยู่เสมอ จึงชำเลืองไปทางหลินซ่งสวินเล็กน้อย

    คล้ายกับเรื่องไม่อยากเป็นแล้ว ตัวเอกของเรื่อง ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 516