第 二十二 章
ความร้อนใจทำให้ทั้งจื่อหลงและฟ่านเสวียนต่างลืมตัวเร่งฝีเท้าไปด้านหลังที่ใช้เป็ที่พักโดยลืมคนที่ต้องระวังไปเสียแล้ว ตัวขุนพลฉั่วลูบเคราดำของตนไปมาด้วยความสงสัย ดวงตาดุดันหันกลับมามองปู้เฉินที่ยังทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เป็ปรกติดีอยู่ด้วยความสงสัย
"ทารก? ทารกใดมีั้แ่เมื่อใด"น้ำเสียงของขุนพลฉั่วมีแต่ความสงสัย
"เรียนขุนพลฉั่ว คุณชายน้อยเป็ทารกที่พวกเรานำมาให้นายท่านขอรับ พ่อแม่ของคุณชายน้อยขายเขาให้แก่นายท่าน พวกเราเจอเขาที่ข้างภัตตาคาร"ปู้เฉินตอบตามที่ได้เตี้ยมกันไว้
"บังเอิญจริงๆ บังเอิญเกินไปแล้ว"ขุนพลฉั่วล้วนผ่านมาหลายสาทรฤดูมีหรือจะเชื่อโดยง่าย
"ขอถามหน่อยเถอะนายท่านของพวกเ้าเมื่อคืนก่อนออกไปที่ใดหรือไม่"
"ไม่ขอรับนายท่านมิได้ออกไปไหน"ปู้เฉินทำสีหน้าคล้ายมีพิรุธยิ่งเพิ่มความสงสัยให้แก่ขุนพลฉั่ว เพียงแต่จะง้างปากคนซื่อสัตย์อย่างปู้เฉินคงจะไม่ง่ายดังนั้นขุนพลฉั่วจึงแสร้งทำท่าว่าเชื่อในสิ่งที่บอก
"เอาเถอะข้าก็ถามไปเช่นนั้นเองเ้าอย่าได้ถือสา"
"หามิได้ หามิได้"
"อ้อจริงสิเถ้าแก่ของเ้าาเ็ที่ใดหรือไม่"
"ไม่ขอรับ นายท่านล้วนแข็งแรงสุขสบายดี"ปู้เฉินส่ายหน้าไปมา
"อืม ไม่เป็ไร พวกเราตามไปดูเขาเถอะไม่รู้ว่าเกิดเื่ใดขึ้น"คราวนี้ปู้เฉินเก็บอาการไม่สบายใจกลืนลงท้อง เขากะเอาไว้ว่าถ้าปล่อยให้ขุนพลฉั่วสงสัยเื่ของจื่อหลงแล้วไปสืบเสาะหาเื่ราวที่แท้จริงเช่นนั้นยังดีเสียกว่า แล้วเช่นนี้เขาจะไปตามตัวผู้ร้ายที่ทำร้ายคุณชายน้อยได้อย่างไร ยิ่งคิดก็ยิ่งกลัดกลุ้มได้แต่เดินตามขุนพลฉั่วไปยังห้องพักของจื่อหลง
"เกิดเื่ได้อย่างไร"จื่อหลงถามด้วยน้ำเสียงเ็า จิวฮุ่ยร้องราวกับจะขาดใจอยู่ในอ้อมแขนของฟ่านเสวียน ดวงหน้าของคนทั้งคู่วิตกจนเห็นได้ชัด
"ข้าน้อยไม่ทราบจริงๆ เ้าค่ะ ข้าน้อยได้เล่าไปหมดแล้วทุกอย่างจริงๆ "แม่นมคุกเข่าตอบคำถามตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว หมัวมัวรีบเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับหมอเหยียน
"ให้ข้าดู"ฟ่านเสวียนรีบวางจิวฮุ่ยลงบนเตียงขยับตัวออกมาให้หมอเหยียนเข้าไปดูอาการ
"ไม่เป็ไรนะ เ้าไม่ต้องกังวลหมอเหยียนรักษาลูกได้แน่"จื่อหลงดึงคนสีหน้าย่ำแย่เข้ามาโอบไว้จูบลงตรงขมับขาวปลอบใจ ขุนพลฉั่วเข้ามาทันได้เห็นภาพนั้นก็ยืนขาแข็งตาเบิกกว้างด้วยความใรีบหันมามองหน้าปู้เฉินที่เดินตามหลังมาหนึ่งก้าว
"เป็เช่นนี้ได้อย่างไร"ขุนพลฉั่วกัดฟันถามเสียงเบา สายตาไม่คลาดจากภาพตรงหน้า ปู้เฉินแกล้งอึกอักไม่ตอบ
"เราต้องไปคุยกัน"ขุนพลฉั่วเบนปลายเท้าออกไปยังสวนด้านหลังแทน
"ว่ามาเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่ เหตุใดเ้านายของเ้าถึงได้ทำตัวสนิทสนมกับท่านเสนาเช่นนั้นตอบข้ามาเดี๋ยวนี้"ขุนพลฉั่วคว้าคอเสื้อของปู้เฉินกระชากเข้ามาใกล้ตัวด้วยความโมโห เสียแรงที่ใต้เท้าลู่ได้ฝากฝังให้เขาดูแลบุตรอันเป็ที่รักแต่กลับมีเื่เช่นนี้ได้ให้เขาละอายใจตนเองนัก
"ข้าตอบไม่ได้ขอรับ ตอบไม่ได้จริงๆ "ปู้เฉินทุกวันนี้แสร้งทำตัวอ่อนแอรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธเสียงสั่น
"เหลวไหล! นึกว่าข้าจะเชื่อพวกเ้างั้นหรือ"
"ข้าตอบไม่ได้จริงๆ ขอรับหาก..หากท่านอยากทราบคงต้องเรียนถามท่านเสนาลู่ด้วยตัวเองเถอะขอรับ"เมื่อปู้เฉินตอบเช่นนี้ทำให้ขุนพลฉั่วคิดขึ้นได้ว่า ต่อให้เขาบีบคั้นคนผู้นี้ก็คงไม่ตอบความได้หมดเป็แน่ เขาจึงปล่อยมือที่จับอยู่ตรงคอเสื้อของปู้เฉินออก
"ระวังหัวของพวกเ้าเอาไว้ให้ดี พวกเ้าหยามเกียรติของใต้เท้าลู่ทางการไม่ละเว้นเอาไว้แน่ เื่หากเบื้องสูงรู้เขาหัวพวกเ้าคงหลุดจากบ่า"แน่นอนเสนาลู่ผู้เป็บุตรกำลังจะถูกพระราชทานสมรสให้กับองค์หญิงฉางกำลังจะเป็ว่าที่ราชบุตรเขยขององค์หญิงที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานมากที่สุด เช่นนี้แล้วจะทำเช่นไร ภาพนั้นทำให้เขารู้ว่าสองคนนั้นอาจจะเกินเลยไปถึงไหนแล้วเป็แน่
"เอ่อ..ขะ..ข้าจะบอกท่านว่า ท่านอย่าพึ่งใจร้อนเลยขอรับ ลองถามท่านเสนาลู่ก่อน พวกข้าเป็แค่บ่าวรับใช้จึงไม่ทราบตื้นลึกหนาบางเท่าใดนัก แต่ทว่าสองวันผ่านมานี้ไม่มีเื่ใดที่ท่านเสนาลู่ขุ่นเคืองใจเลยจริงๆ นะขอรับ"ปู้เฉินรีบบอกนึกเบาใจว่าเบี่ยงเบนความสนใจได้สำเร็จ อีกทั้งยังมั่นใจได้ว่าถ้าขุนพลฉั่วผู้นี้ถามคนทั้งคู่ก็คงแก้ไขปัญหาได้
"ดี! เอาแบบนั้นเ้าไปให้พ้นหน้าข้าเป็พอ"ขุนพลฉั่วคล้ายเมฆดำทะมึน ในหัวมีแต่เื่ราวเลวร้ายให้นึกอึดอัดใจจึงไล่ปู้เฉินออกไปให้พ้นหน้า ตัวเขาเองแยกย้ายไปเขียนจดหมายส่งข่าวถึงราชสำนักรายงานผลสำเร็จ ปู้เฉินลอบถอนหายใจที่หนีพ้นรีบเดินไปในครัวแท้จริงแล้วในนั้นมีประตูกลเปิดไปยังห้องนอนของจื่อหลงได้
ภายในห้องนอนเองก็วุ่นวายไม่แพ้กัน ปู้เฉินเดินตามทางลับมาหยุดตรงหน้าประตูกลจื่อหลงได้ยินเสียงฝีเท้าจึงกวาดตามองไปรอบๆ เห็นทุกคนใจจดจ่อกับจิวฮุ่ยจึงขยับขาไปหยุดตรงผนังเคาะแรงๆ ทีสองทีเป็สัญญาณว่าเขาอยู่ตรงนี้แล้ว
"นายท่านข้าน้อยเกริ่นถึงเื่นายท่านกับคุณชายแล้วนะขอรับระวังตัวด้วย ส่วนเื่สืบหาคนทำร้ายคุณชายน้อยข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้"
"ดี รีบจัดการ ขอบใจเ้ามาก"เสียงฝีเท้าเงียบหายไปแล้ว เขาจึงขยับไปยืนเคียงข้างฟ่านเสวียน
"เป็อย่างไรบ้าง"เขาถามเสียงเบา
"ข้าเองก็ไม่รู้หมอเหยียนยังไม่ออกมาบอก"ฟ่านเสวียนเสียงสั่น น่าแปลกเขาทั้งคู่รู้สึกผู้พันกับเด็กน้อยคนนี้อย่างน่าประหลาด
"วางใจเถอะหมอเหยียนนับว่าเป็หมอเก่งที่สุดในใต้หล้า ลูกเราจะต้องหายดี"จื่อหลงตบมือลงบนหลังมือของฟ่านเสวียนเพื่อปลอบใจ
"ข้าขอให้เป็เช่นนั้น"ไม่นานนักหมอเหยียนก็เดินออกมาบอกคนทั้งคู่
"อาการของคุณชายน้อยคือถูกพิษ ข้าตรวจดูแล้วไม่เป็อันตรายถึงชีวิต แต่ถ้าโดนมากกว่านี้อาจจะช่วยไม่ทันเพราะยังเป็ทารกอยู่ อีกทั้งยาที่ให้ไม่ได้หมายตั้งใจจะเอาชีวิตจริงๆ "
"ยาพิษงั้นหรือ เขายังเป็เด้กแค่พูดเขายังทำไม่ได้ จะไปปองร้ายใครได้ แล้วมันจะทำไปเพื่อสิ่งใด"ฟ่านเสวียนโมโหจนมือสั่น
"ใจเย็นก่อนเถอะเสี่ยวเสวียน แล้วตอนนี้อาการของลูกข้าเป็เช่นไร"
"ปลอดภัยแล้วขอรับ เดี๋ยวข้าจะเขียนเทียบยาให้แม่นมต้มตามนี้"
"ขอบใจท่านหมอมาก"ฟ่านเสวียนค่อยยิ้มออกเมื่อได้ยินดังนั้น จื่อหลงเองถึงกับถอนหายใจโล่งอกเขาสั่งการให้ทุกคนดูแลเื่ความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดจากนั้นทั้งคู่ก็เข้าไปดูเด็กน้อยที่นอนหลับพร้อมกับเสียงสะอื้น
"โธ่เอ๊ยตัวแค่นี้ต้องมาเฉียดความตายแล้ว"ฟ่านเสวียนจับมือน้อยเอาไว้ จื่อหลงเองเช่นกันทั้งคู่จ้องมองเด็กน้อยในห่อผ้าแล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตากัน
"ไม่ต้องเป็ห่วง ข้าจะดูแลเ้าทั้งคู่อย่างดีข้าขอสัญญา"จื่อหลงบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"เ้าดูจิวฮุ่ยเถอะตัวข้าดูแลเองได้ อีกอย่างเราทั้งคู่ก็ใช่ว่าจะ อ๊ะ! "ฟ่านเสวียนนิ่วหน้าด้วยความเจ็บมือของจื่อหลงเลื่อนมาบีบมือของเขาแทนจนแน่น
"ปล่อยข้านะ"
"เลิกพูดจาเช่นนั้นได้แล้ว พวกเราสองคนมาไกลเกินกว่าที่จะถอยหลังแล้วเสี่ยวเสวียนหรือเ้าจะให้ข้าตอกย้ำอีกกี่รอบเ้าถึงจะมั่นใจว่าเ้าคือคนของข้า"
"ข้าไม่รับเื่พวกนี้มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ ข้าไม่เคยชอบบุรุษและไม่คิดจะชอบด้วย"
"อย่างนั้นหรือ เ้าคิดว่าข้าจะปล่อยมือเ้าไปง่ายๆ หรือไง"จื่อหลงแสยะยิ้มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบจนฟ่านเสวียนเองนึกสะท้านในอก
"เื่เหลวไหลเช่นนี้ท่านพ่อข้าไม่ยอมรับหรอก อีกอย่างพอข้ากลับไปข้าก็จะได้รับพระราชทานโอ๊ย! ข้าเจ็บนะ"
"ปู้เฉิน! พาคุณชายเ้าไปพักอย่าให้เดินออกมาข้างนอกเพื่อรักษาความปลอดภัย"ไม่รู้ปู้เฉินรออยู่ข้างนอกั้แ่เมื่อใด ทันทีที่จื่อหลงสั่งการปู้เฉินก็มาปรากฏตัวทันที
"เชิญขอรับใต้เท้า"ปู้เฉินก้มตัวลงผายมือออกในท่าทีเชื้อเชิญ
"ข้าไม่ไป ท่านขุนพล ท่านขุนพล"ฟ่านเสวียนดื้อรั้นไม่ยอมเดินออกไปยังไม่ทันขาดคำร่างบางก็ทรุดตัวลงราวกับหมดแรงกะทันหัน จื่อหลงสอดแขนประคองอุ้มในท่าเ้าหญิง
"ไป! "จื่อหลงสั่งปู้เฉินเสียงเย็น ทั้งคู่เดินตามทางเดินจากโถงไปยังห้องพัก ขุนพลฉั่วที่กำลังเดินตามหลังมาทันได้เห็นเพียงหลังของปู้เฉินเท่านั้นจะะโเรียกก็ไม่ทันเสียแล้ว เขาอยากจะสอบถามเื่ทุกเื่ให้กระจ่างดูท่าคงต้องรอให้อีกฝ่ายสะดวก เขาหันซ้ายขวาเพื่อจะสอบถามใครสักคนว่าใต้เท้าลู่อยู่ไหนกลับพบแต่ความว่างเปล่า เขาหงุดหงิดในใจขึ้นมาอีกครั้งเหมือนมีอะไรค้างคาในความรู้สึกที่เขาเองก็คิดไม่ออกเช่นกันว่าคือสิ่งใดกันแน่
"นายท่าน"
"ข้าสกัดจุดให้เขาสลบไป พ้นวันนี้คงไม่ยังไม่ตื่น เ้าไปจัดการบอกท่านขุนพลฉั่วเถอะถ้าเขาสงสัยให้บอกว่าเสี่ยวเสวียนกำลังพักผ่อน หากเขาไม่เชื่อเ้าก็ให้เขาได้เห็นกับตาเถอะ
"จะอ้างเช่นไรดีขอรับ"
"พักผ่อนและยังใกับเื่ของจิวฮุ่ย"จื่อหลงบอกสั้นๆ
"ขอรับ"
"อีกอย่างหนึ่ง วันนี้เ้าให้คนปลอบตัวเป็ข้าอยู่ในห้องหนังสือข้าจะไปพบท่านอาจารย์"
"นี่มันอันตรายมากนะขอรับ ขุนพลฉั่วก็อยู่"ปู้เฉินไม่เห็นด้วย
"วางใจเถอะแค่เื่ของเสี่ยวเสวียนก็ทำความยุ่งยากให้กับเขาเต็มทีแล้วคงไม่มีเวลามาสืบค้นเื่ข้า"
"ข้าน้อยไม่ไว้วางใจสักนิด เมื่อกลางวันข้าน้อยพยายามโยงเื่ท่านและคุณชายเสวียนดูเหมือนจะทำให้สนใจได้เพียงครู่เท่านั้น"
"ยังไงข้าก็ต้องไปหาท่านอาจารย์วันนี้ ช้ากว่านี้เกรงว่าพวกเราจะไม่ปลอดภัย ขุนพลฉั่วผู้นี้กัดไม่ปล่อยจริงๆ เอาเถอะทำตามที่ข้าสั่งเ้าเองคอยระวังทั้งเสี่ยวเสวียนทั้งจิวฮุ่ยให้ดีอย่าให้พวกเขาไม่ปลอดภัย"ปู้เฉินจำต้องทำตามคำสั่ง เขาแอบซุ่มวางกำลังพลโดยไม่ให้ขุนพลฉั่วรู้และสั่งให้คนที่มีรูปร่างใกล้เคียงกับจื่อหลงนำมาให้หมอเหยียนแปลงโฉมให้