.
.
..คิว
..คิดถูกที่มารอคุณอาร์ที่รถ เพราะแค่คุณอาร์ตบหน้า ‘ลุง’อย่างผม ไอ้หมอชินก็คงสงสัยมากแล้ว ถ้าผมเดินตามคุณเขาไปอีกคงยิ่งดูแปลกประหลาด
“เออ ขอบใจมึงมากที่รีบมา” ผมใช้เวลาที่มีโทรหาไอ้ชวดพูดไปก็ถอดหน้าปลอมไปในมุมอับของกล้องวงจรปิดของลานจอดรถ
[เออ ก็ช่วยคน มันต้องทําอยู่แล้ว ว่าแต่เมื่อกี้มันลูกนายไม่ใช่เหรอวะ]
“เออ ลูกนาย”
[แล้วเขาตบหน้ามึงทําไมวะ กูล่ะงง สนิทกับมึงมากเหรอวะ ถึงขั้นตบหน้ายังไงวะ]
ผมไม่ได้สนใจฟังประโยคหลังๆ ที่ไอ้ชวดพูดเพราะคุณอาร์กําลังเดินมาในระยะสายตา
“..แค่นี้ก่อน ไว้คุยกัน”
ผมเก็บมือถือเข้ากางเกงทันทีเตรียมพร้อมที่จะบุกรุกพื้นที่รถของคุณอาร์ทันทีที่คุณเขาปลดล็อครถ ดีที่คุณอาร์กดรีโมทั้แ่ตัวยังเดินมาไม่ถึงผมเลยเดินเข้าไปเปิดประตูฝั่งคนขับและเข้าไปนั่งทันที คุณอาร์ผงะเล็กน้อย
“..ลงไป”
“ไม่ครับ คุณอาร์เหนื่อยแล้ว เดี๋ยวผมขับให้เอง”
“..ลง”
“นะครับ คุณอาร์ไปนั่งสบายๆ เถอะ” คุณอาร์ยังยืนนิ่งพร้อมกับเบือนหน้าหลบสายตาผมผมจึงลงจากรถและจูงมือคุณอาร์มาอีกฝั่ง ผมเปิดประตูให้คุณเขาขึ้น..คุณอาร์ฝืนแรงดันของผมเล็กน้อย แต่ก็ยอมโดยดี ผมคาดเข็มขัดนิรภัยให้ก่อนจะแวะมองหน้าของคุณเขา ..คุณอาร์กําลังร้องไห้ถึงจะพยายามยกแขนขึ้นปิดไม่ให้ผมเห็น ผมสลดลงและรีบเดินกลับไปฝั่งที่นั่งคนขับและออกตัวรถทันที
...
..มีแต่ความเงียบ กับเสียงแอร์รถ
“คุณอาร์ กินอะไรรองท้องก่อนนะครับ ผมซื้อมาแล้วอยู่เบาะหลัง”
คุณอาร์นั่งนิ่งไม่ขยับตัวสักนิด ส่วนผมจะหันตัวไปหยิบให้ก็ไม่ได้เมื่อคุณเขาไม่หือไม่อือกับอะไร ผมเลยตวัดพวงมาลัยเข้าจอดข้างทางผมเอี้ยวตัวไปหยิบขนมปังไส้ทูน่าที่คุณเขาชอบและส่งให้ คุณอาร์รับมันแต่ก็ถือไว้อย่างนั้น
“คุณอาร์เป็อะไรครับ”
“...”
“ผมทําอะไรไม่ถูกใจคุณอาร์รึไง”
“...”
“บอกผม ผมจะได้รู้ว่าคุณอาร์ไม่ชอบอะไร ผมจะได้ไม่ทําอีก”
“..อย่ามาตายต่อหน้ากู”
“!!!!!”คุณอาร์หันมามองผมด้วยสายตาที่จริงจังที่สุด
“..อย่ามาตายต่อหน้ากูอีก”
“????”ผมพยายามจะทําความเข้าใจในสิ่งที่คุณอาร์พูด
“..ทําไม”
“เพราะกูไม่อยากร้องไห้แบบนี้อีก!!”
“..คุณอาร์ห่วงผม ..เหรอครับ”
“เออใช่! กูห่วงมึง กูห่วงมึงมากด้วย!!”
“ทำไมครับ..” ใจผมเต้นแรง ทั้งคาดหวัง แล้วก็รอคอยผมมองตาคุณอาร์นิ่ง ดวงตาแดงก่ำเองก็จ้องมองตอบผม
“กูว่า.. กูคิดกับมึงมากกว่าเพื่อนร่วมงาน”
“!!!!!”
“..กูชอบมึง”
“คุณอาร์ ..คือผม”
“มึงไม่ต้องพูดอะไร แล้วกูก็ไม่สนด้วยว่ามึงคิดยังไงกับกู”
“...”
“เื่ที่เกิดวันนี้ มันทำให้กูรู้ว่ากูควรพูดในเวลาที่ยังมีให้พูดดีกว่าเก็บมันไว้..แล้วไม่ได้พูด”
“...”
“กูง่วง กูอยากนอนแล้ว”
คุณอาร์พูดจบก็หันหน้าออกนอกหน้าต่างและหลับตาลง.. ส่วนผม..ได้แต่เงียบไม่กล้าตอบอะไรคุณอาร์ ไม่ใช่ไม่รู้ว่าจะตอบว่าอะไร..ผมว่าผมมีคำตอบอยู่ในใจมาได้สักพักแล้ว แต่ผม..ยังไม่กล้าพอ
ผมขับรถพาคุณอาร์กลับมาถึงที่จอดรถใต้คอนโด คุณอาร์ยังคงหลับสนิทผมลงจากรถและเดินไปเปิดประตูรถฝั่งคุณเขา ตัดสินใจช้อนร่างคุณอาร์ขึ้นอุ้มนาทีนี้ถ้าคุณอาร์จะตื่นมาชกผม ..ผมก็ยอม
.
..อาร์
“..กูชอบมึง”
พูดจบก็นึกอยากจะโขกหัวของตัวเองเข้ากับคอนโซลรถฟอร์มที่รักษามาตลอดหมดกันก็วันนี้ ถึงจะรู้ใจตัวเองมาตลอดแต่ก็ไม่เคยคิดว่าจะต้องเป็ฝ่ายสารภาพออกไปก่อน แต่สถานการณ์วันนี้มันบอกผมจริงๆ ว่าชีวิตคนเรามันสั้นเสี้ยววินาทีที่ร่างของคิวหายไปจากสายตา ใจของผมมันเหมือนจะหยุดเต้นผมแทบจะะโตามลงไป ดีที่พอมองลงไปแล้วเห็นคิวอยู่บนเบาะลมตอนนั้นเองที่ผมตัดสินใจว่าต้องพูดความรู้สึกของตัวเองให้คิวรู้เพราะเราไม่อาจรู้ได้จริงๆ ว่าเวลาของเรามันจะหมดลงตอนไหน.. ผมพอใจที่ได้บอกคิวไปแต่ตอนนี้กลับกระดากใจที่จะต้องลืมตามาเผชิญหน้ามันผมยังแกล้งหลับต่อทั้งที่รู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลาที่นั่งอยู่บนรถรวมถึงตอนนี้ที่เครื่องยนต์ของรถถูกดับลงแล้ว ผมปล่อยให้ไอ้คิวอุ้ม..ใจของผมยิ่งเต้นแรงขึ้นไปอีก การอยู่ในอ้อมแขนของคิวทำผมรู้สึกดีทุกครั้งไม่รู้เหมือนกันว่าต่อจากนี้ระหว่างเราจะเป็ยังไงแต่ผมก็พร้อมจะยอมรับผลการกระทำของตัวเอง
คิววางผมลงบนเตียงในห้องของมันผมขยับตัวเพื่อให้ได้ท่านอนที่สบายตัวทั้งที่ยังปิดตาแน่นเอาเป็ว่าเนียนหลับหนีทุกความอึดอัดไปก่อน คิวถอดเสื้อเชิ้ต และกางเกงสแล็คของผมออกด้วยความคุ้นเคยก่อนจะเช็ดตัวและเปลี่ยนชุดให้ มันคงคิดแน่ๆว่าผมหลับลึกขนาดไหนถึงได้ไม่รู้สึกตัวขนาดนี้ ผมพยายามผ่อนอารมณ์ควบคุมลมหายใจให้เป็ปกติที่สุด จนกระทั่งคิวลุกออกจากเตียงไปเข้าห้องน้ำผมถึงหายใจสะดวกจริงๆ
ผมนอนตะแคงหันออกนอกเตียง ระหว่างที่คิวอาบน้ำก็นึกด่าตัวเองว่าแทนที่จะหลับไปจริงๆซะ กลับนอนใจเต้นระทึก ไม่รู้ว่าคิวจะทำยังไงต่อกับการสารภาพของผมในคืนนี้ทั้งคาดหวัง แล้วก็..คาดหวัง
คิวอาบน้ำไม่นานก็กลับมาที่เตียงพื้นฟูกนุ่มยวบตามแรงกดทับทันทีที่คิวทิ้งน้ำหนักตัวลง ไอ้คนที่มีกลิ่นหอมสะอาดกำลังขยับตัวเข้ามาใกล้คิวยกเอาหัวของผมขึ้นจากหมอนอย่างอ่อนโยน และสอดแขนของตัวเองรองรับลำคอของผมแผ่นหลังของผมกำลังถูกััแนบชิดด้วยกล้ามอกเปลือยของคิวลมหายใจอุ่นกำลังเป่ารดหลังคอของผม มืออีกข้างของคิวกำลังกอดผมไว้หลวมๆ..ผมเริ่มหายใจถี่
“..ถ้าผมจะบอกคุณอาร์ว่า ..ผมเองก็ชอบคุณอาร์เหมือนกัน”
“...”
“..คุณอาร์จะอนุญาตให้ผมชอบคุณอาร์ได้ไหม”
ผมลืมตาขึ้นมาในความมืด ยิ้มอย่างที่ไม่เคย.. ความรู้สึกนี้มันโคตรดีการที่ใครคนที่เรารู้สึกดีด้วยกำลังบอกชอบเราตอบ ความรู้สึกสมหวัง..
“..อืม กูอนุญาต”
คิวกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น ไออุ่นของตัวมันถูกส่งผ่านแผ่นหลังมากขึ้นร่างของเราเบียดเสียดกันทั้งที่พื้นที่บนเตียงกว้างร้างอยู่อีกฝั่งคิวจูบลำคอของผม และพรมัันุ่มไล่ลามไป
“..พรุ่งนี้ต้องไปทำงาน” ผมพยายามพูดเสียงหนักแน่นทั้งที่ลมหายใจเริ่มหอบถี่
“..ลาได้ไหมครับ” เสียงของคิวแหบพร่าและอู้อี้เพราะริมฝีปากของมันยังนาบแนบไปกับร่างกายของผม
“..ไม่ได้”
ผมได้ยินเสียงคิวหัวเราะเบาๆ ในลำคอก่อนที่มันจะฝังจูบแน่นๆเข้าที่หลังคอของผม
“งั้น.. เรานอนกันเถอะครับ”
“..อืม” ถึงใจจะบอกว่า้าอีกอย่างแต่สมองของผมดันบอกว่า้าแบบนี้ ..ต้องนอนได้แล้ว
เรานอนนิ่งทั้งคู่ ผมกำลังพยายามสงบสติอารมณ์ปรับลมหายใจให้เข้าสู่โหมดการนอน ..แต่จู่ๆไอ้คิวกลับเลื่อนมือที่กอดผมอยู่ลงไปยังด้านล่างของร่างกายผม!!
“..แต่ผมยังไม่อยากนอน”
“...”
“คุณอาร์จะตามใจผมได้ไหมครับ”
มือของคิวลูบไล่ไล้ไปตามสรีระของอวัยวะความเป็ชายของผมมันคลึงเคล้าอยู่สักพักก่อนจะเลื่อนมือขึ้นแล้วบุกรุกล่วงล้ำเข้าไปใต้ผ้าเนื้อบางที่ปกป้องมันอยู่..อยากจะห้าม แต่ทันทีที่คิวออกแรงกระทำ ผมก็มีปฏิกิริยาตอบต่อแรงกระตุ้นของมันทันทีร่างกายของผมกำลังกระตุกแรงคิวจัดการปลดบ็อกเซอร์ของผมให้ร่นถอยตามแรงอารมณ์ของมันไปทุกขณะนาทีไม่ก็เป็ผมเองที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้มัน..นาทีนี้คงไม่มีเหตุผลไหนจะมาหยุดยั้งผมได้อีกแล้ว..ความสุขร่วมกันของคนที่รู้สึกตรงกันในวันที่แม้แต่ความเหนื่อยล้าของร่างกายก็ไม่อาจเอาชนะความ้าของจิตใจได้
“เราเป็แฟนกันแล้วนะครับ” คิวกระซิบบอกผมที่ข้างหู ณเวลาที่เราสองคนเดินทางมาถึงปลายทางของความสุขสูงสุด
“อือ” ผมตอบทั้งที่น้ำตารื้นไหลอยู่ข้างแก้มมันเป็ความรู้สึกรวมๆ ของความเ็ป ความเสียวซ่าน และความสุขสมที่ผมเพิ่งได้รับตลอดคืนนี้..ทั้งร่างกายและหัวใจ
เราสองคนยังคงกอดก่ายหายใจหอบถี่.. คิวจูบผมนุ่มนวล..
“คุณอาร์อยากอาบนํ้าก่อนนอนไหมครับ”
“อยากอาบ ..แต่”
ผมยังพูดไม่ทันจบ คิวก็ลุกขึ้นอุ้มตัวผมลอยและพาไปห้องนํ้า
“คุณอาร์อาบเองได้นะครับ” ไอ้คิวถามผมด้วยสีหน้าทะเล้นขณะที่ปล่อยตัวผมลงยืนในห้องน้ำ
“เออ อาบเองได้” ผมตอบแบบไม่ค่อยกล้าสู้หน้ามัน..ยังทําตัวไม่ถูก
“ดีครับ แต่รอผมอาบด้วยนะ ผมขอไปเปลี่ยนผ้าปูที่นอนก่อน”
“ไม่! กูจะอาบคนเดียว”
“คุณอาร์กลัวผมเหรอครับ” ไอ้คิวทำสายตาเ้าเล่ห์ใส่ผมขณะที่ยืนเท้ากรอบประตูห้องน้ำ
“กูไม่ได้กลัว แต่กูต้องนอนแล้ว”
“อ๋อ ครับ” รอยยิ้มปนขำของไอ้คิวทำผมหน้าร้อนขึ้นไปอีกปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าผมตกหลุมรอยยิ้มที่มีเสน่ห์นี้ รอยยิ้มซื่อที่เต็มไปด้วยความจริงใจแต่เวลาที่คิวนิ่งขรึมราวกับเป็คนละคน ..ก็ชวนมองไม่แพ้กันสรุปว่าผมชอบทุกอย่างที่เป็คิวเรายังคงมองโต้ตอบกันผ่านสายตาอย่างกับว่าเราไม่เคยได้เจอหน้ากันมาก่อน แต่จู่ๆ สมองของผมก็สั่งให้มือปิดประตูก่อนที่ความรู้สึกจะสั่งให้ผมก้าวเท้าเข้าหาไอ้คิว ..พรุ่งนี้มึงต้องไปทำงานท่องไว้หมออาร์ ผมเทศนาตัวเองก่อนจะเดินยิ้มเข้าหาสายน้ำของฝักบัว
..คิว
คุณอาร์ปิดประตูห้องน้ำใส่หน้าผม ..คงเขินใจนึงอยากจะผลักประตูเข้าไปรวบตัวคุณเขามากอดไว้แต่แค่นี้ใจของผมก็โคตรรู้สึกดีแล้ว มันมีความสุขอย่างกับว่า.. อะไรดี..คงประมาณถูกหวยชุดสิบห้าใบทั้งที่เพิ่งเคยซื้อล็อตเตอรีเป็ครั้งแรกในชีวิตแล้วที่แจ่มกว่านั้นคือ ไม่มีญาติคนไหนโลภอยากได้ส่วนแบ่ง..ผมยิ้มมีความสุขกับตัวเอง ..โลกทั้งใบของคุณอาร์เป็ของผมแล้ว
“ฝันดีนะครับ”
ผมกระซิบข้างหูของคุณอาร์ที่ผมเข้าใจว่าเคลิ้มใกล้หลับเต็มที ผมขยับตัวออกนอนห่างๆถึงจะยังนอนตะแคงมองหน้าคุณเขาก็ตาม ..ไม่อยากกวนแล้ว คืนนี้พอแค่นี้
..คืนแรกที่ผมได้นอนกับคุณอาร์ทั้งคืนในสถานะที่ชัดเจน
.
.
‘..เป็ที่จับตามองตลอดสัปดาห์ค่ะ สำหรับการขึ้นลงของตลาดหุ้นทั่วโลกที่มีความผันผวนสูงจนหลายฝ่ายเริ่มหวั่นวิตกว่านี่อาจเป็การตกต่ำครั้งสำคัญของเศรษฐกิจทั่วทั้งโลก..’
‘เหตุการณ์ก่อวินาศกรรมที่ทยอยเกิดขึ้นในประเทศมหาอำนาจกำลังท้าทายความสามารถของหน่วยงานความมั่นคงและอินเตอร์โพล..’
‘ความอดอยากยากแค้น กำลังก่อตัวขึ้นในหลายประเทศทั้งที่ในอดีตเคยเป็ประเทศที่สามารถอยู่ได้ด้วยทรัพยากรธรรมชาติอันอุดม..’
‘การแย่งชิงเข่นฆ่าทวีความรุนแรงขึ้น โลกของเรากำลังถอยหลังกลับสู่ยุคที่ไร้ซึ่งอารยธรรมแม้ความก้าวหน้าทางวิทยาการกำลังจะพาเราสู่ดาวเคราะห์ดวงใหม่..’
‘ความร่วมมือระหว่างประเทศ ก็แค่หน้าฉากเพื่อความอยู่รอดรวมกันเราอยู่ แยกอยู่เราตาย สัจธรรมที่ไม่เคยผิดเพี้ยน ไม่ว่าเราจะพยายามสร้างกฎระเบียบเพื่อรักษามาตรฐานทางคุณธรรมมากแค่ไหน..’
ภาพข่าวข้อมูลของภารกิจชิ้นต่อไปกำลังถูกเล่นอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องปฏิบัติการลับในคอนโดวันนี้ผมโดนคุณอาร์สั่งห้ามไม่ให้ไปที่โรงพยาบาล เพราะว่าคุณอาร์อยากให้ผมพักรักษาอาการาเ็ของผมให้หายสนิทถึงผมจะบอกว่าผมหายดีแล้ว แต่คุณเขาก็ยังยืนกรานคำสั่งโดยใช้ความ ‘แฟน’ หมาดๆข่มขืนใจผมให้ทำตาม ยังดีที่ยอมให้ผมไปรับเย็นนี้ ผมเลยเอาเวลาที่มีทำความสะอาดห้องของเราก่อนจะนอนพัก.. แต่แค่ 15 นาที ผมก็โดนปลุกเรียกด้วยเสียงรหัสสัญญาณว่ามีการติดต่อมาจากนาย
‘นักวิเคราะห์กำลังจับตามองการควบรวมธุรกิจของบริษัทเอกชนั์ใหญ่ในหลายประเทศเพราะนอกจากจะเกิดการผูกขาดทางการค้าซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนแล้ว นี่ยังเป็การเคลื่อนไหวที่ดูมีนัยแอบแฝงและน่าแปลกที่รัฐบาลเองก็อนุมัติ ทั้งที่รู้ว่าจะส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศ และยังจะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยและคนจนมากยิ่งขึ้น..’
ผมนั่งฟัง ฟัง แล้วก็ฟัง.. พยายามทำความเข้าใจประเด็น และหาความเชื่อมโยงกันระหว่างเนื้อหาของข่าวที่ได้รับ
“..คุณเองก็พอจะรู้ข่าวควบรวมธุรกิจของหลายบริษัท เบื้องบนเองก็กำลังเพ่งเล็งการทำงานของรัฐบาลเหมือนกันเพราะมันดูแปลก ขนาดฝ่ายค้านเองก็ดูจะเห็นดีเห็นงามนี่อาจเป็การคอรัปชั่นครั้งใหญ่ที่สุดของคนมีอำนาจในมือ” เสียงของนาย
“…”
“สิ่งที่พวกคุณต้องทำคือ สืบให้รู้ว่าอะไรคือเงื่อนไขของการสมคบคิดครั้งนี้คงไม่ใช่แค่ผลประโยชน์แน่”
“ครับ”
“ผมส่งข้อมูลที่เป็เบาะแส และต้นทางที่พวกคุณจะเริ่มตามเื่ได้ ..ขอลับที่สุดและเร็วที่สุด”
“ครับท่าน”
ผมถอนหายใจ จะนานแค่ไหนก็ยังคงไม่ถนัดที่จะรับมือกับข้อมูล ผมชอบงานใช้แรงใช้ไหวพริบ แล้วก็การด้นสดหน้างานมากกว่าการนั่งวิเคราะห์เชิงสถิติตัวเลข ความน่าจะเป็ตรรกะเหตุผล ..เฮ้อ คิดถึงคุณอาร์ ผมสะบัดหัวไล่ความรู้สึก งานเว้ยงานไอ้คิว ก่อนจะพยายามไล่อ่านข้อมูลตรงหน้า..ผ.อ. โรงพยาบาลเอกชน A จะเซ็นควบรวมธุรกิจกับโรงพยาบาลทหาร B ..โรงพยาบาลที่คุณอาร์ทำงานมันจะเป็ไปได้ยังไง?! มันต้องมีอะไรแน่ๆ เพราะไม่ใช่แค่ที่โรงพยาบาลสองแห่งนี้ที่มีพฤติกรรมประหลาดแม้แต่พวกของกินของใช้ที่เคยต่างคนต่างขายกันมา ยังเริ่มส่งสัญญาณว่าจะควบกิจการอยู่ใต้เ้าของเดียวกันการแข่งขันทางการค้ากำลังสวนทางกับความเป็จริงที่ควรจะเป็เหมือนกับว่ามีใครชักใยอยู่เื้ั ..เื่ที่ไม่น่าเกิดขึ้นจริงผมคว้าเอาเป้ใบคูลขึ้นสะพาย ภายในมีแต่ของใช้จำเป็สำหรับการสอดแนมยิ่งสถานที่เป็ที่ที่คนรักของผมทำงานอยู่.. บอกเลยว่ามีแรงจูงใจในการทำงานขั้นสูงสุด
‘มาทำอะไร?’
คุณอาร์มองผมด้วยสายตาที่มีคำถามทันทีที่เจอหน้า หลังจากที่เดินออกมาจากห้องฉุกเฉินแล้วสะดุดตาเข้ากับความคูลของผมอย่างจังเพราะผมกำลังเดินฝ่าสายลมของเครื่องปรับอากาศตรงเข้ามาจากด้านหน้าตึกด้วยความสง่างามอย่างกับฉากเปิดตัวพระเอกในละครหลังข่าวสักเื่ที่เข้าข้างตัวเองขนาดนี้ก็พราะว่าวันนี้ผมไม่ได้ปลอมตัวเป็ใคร แถมยังเป็ตัวเองที่แต่งตัวดีเป็พิเศษ..เสื้อเชิ้ตยีนส์ขนาดพอดีตัวโชว์บ่ากว้าง กางเกงยีนส์สีดำเข้มสนิทรองรับขาที่ยาวเรียวแต่มีกล้ามเนื้อรองเท้าหนังกลับสีตาลเข้ม และเป้ที่เข้าชุด ไม่นับความหล่อคมเข้มที่ภาคภูมิ ..ผมคือจุดรวมสายตาของใครหลายคนอาจเพราะหน้าตา.. ไม่ก็เพราะแว่นกันแดดสีดำที่ไม่เข้ากันกับสถานที่
“มาทำงานครับ” ผมตอบไปยิ้มไป ยังไงคุณอาร์ก็ว่าผมไม่ได้ เพราะผมมีข้ออ้างที่ดีที่จะมาและที่วันนี้ผมมาแบบไม่ปลอมตัวใดๆ ก็กะว่าถ้าได้เจอหน้าไอ้หมอชินชาปลาสลิดจะได้ประกาศศักดากางอาณาเขตกันไปเลย
“..ภารกิจ?”
“ครับ”
“อืม งั้นกูไปหาหมอชินก่อนนะ ไว้ค่อยคุยกัน” แล้วคุณอาร์ก็เดินจากไปด้วยท่าทีเร่งรีบ..ทำไมวะ นี่แฟนมาหาทั้งคน ไม่ได้มีความสนใจใยดีกันสักนิด ใจผมบอกให้เดินตามไปแต่สมองผมกลับะโบอกห้าม แน่นอนผมเลือกเชื่อสมอง เพราะว่าเชื่อคุณอาร์ แล้วก็เชื่อในตัวเอง
.
..ชั้น 11 อาคารปีกซ้าย
..อาร์
“เขาฟื้นแล้วเหรอครับคุณหมอ!”
“ใช่อาร์ พี่เลยรีบโทรบอกอาร์น่ะ”
ผมยิ้มตอบหมอชิน “งั้นผมขอเข้าไปดูนะครับ”
“ได้สิ พี่จะเข้าไปด้วย ได้เวลาตรวจพอดี อาร์รอพี่แป๊บนึงนะขอพี่ส่งเมลก่อน”
“ครับ” ผมถือวิสาสะนั่งลงบนโซฟาที่มีไว้ใช้รับแขก การตกแต่งภายในห้องทำงานส่วนตัวของหมอชินดูสมฐานะความเป็หน้าเป็ตาของโรงพยาบาลไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ไปทำงานอยู่ในโรงพยาบาลเอกชนเพราะความสามารถระดับนี้คงได้ค่าตอบแทนสูงทั้งจากโรงพยาบาลและจากคนไข้ระดับวีไอพี
สายตาของผมไล่ไปตามชั้นหนังสือที่วางอยู่มุมหนึ่งของห้อง “คุณหมอเขียนโค้ดได้ด้วยเหรอครับ”
“ไม่ได้หรอกอาร์ พี่เพิ่งเริ่มเอง” หมอชินตอบทั้งที่ดวงตาภายใต้กรอบแว่นยังคงมองไปที่พื้นที่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์
“ทำไมถึง..”
“ทำไมถึงอยากเขียนโค้ดเป็ใช่ไหม”
“ครับ”
“ก็.. ยุคนี้ใครๆ ก็เขียนโค้ดเป็ ทำแอพพลิเคชั่น เขียนโปรแกรมได้ ถึงเราจะเป็หมอที่ถูกการันตีด้วยทักษะวิชาชีพแต่ก็ไม่มีอะไรการันตีนิว่าอีกหน่อยอาชีพหมอจะไม่ถูกเอไอแย่งงาน”
“ออ.. ก็จริงครับ”
“อาร์ล่ะ สนใจพวกโค้ด พวกภาษาโปรแกรมอะไรพวกนี้รึเปล่า”
“ไม่นะครับ” ผมโกหก
“แต่พี่ว่าเราเรียนรู้ไว้บ้างก็ดีนะ อ่ะ เสร็จเรียบร้อย เราเข้าไปหาคุณออสบอร์กันเถอะ”
“ครับ” ผมตอบพลางลุกขึ้นเดินตามหลังหมอชิน ในที่สุดก็จะได้พูดคุยกับคนที่หน้าเหมือนคิวราวฝาแฝดนึกไม่ออกเหมือนกันว่ามันจะเป็ยังไง ..คนที่หลับไปเกือบสิบเก้าปี
“สวัสดีครับคุณออสบอร์ ผมชื่อเตชินท์ เป็แพทย์ผู้ดูแลคุณ”หมอชินกล่าวแนะนำตัวเองกับคนไข้ด้วยภาษาสากล ขณะที่ผมค่อยๆ ก้าวเท้ายืนเยื้องอยู่ด้านข้างของหมอชินผมมองตรงไปยังมิสเตอร์ออสบอร์ที่ยังคงนอนอยู่ ใบหน้าอิดโรย ไร้สีเื ชั้นไขมันใต้ิัช่างบางเบาแต่มันก็ยังหุ้มกระดูกอยู่อย่างรู้หน้าที่..คิวชัดๆ แค่เป็เวอร์ชั่นป่วย
“…” ไม่มีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากแห้งมีแค่ระดับการยกมุมปากทั้งสองข้างที่บอกว่าชายคนนี้พยายามจะแสดงสีหน้าตอบรับคำพูดของหมอชิน
“คุณออสบอร์เข้าใจที่ผมพูดใช่ไหมครับ ถ้าใช่ให้กะพริบตานะครับ”
……
“ดีครับ ผมจะอธิบายอาการของคุณในตอนนี้นะครับ”แล้วหมอชินก็อธิบายที่มาที่ไปของการป่วยของมิสเตอร์ออสบอร์ ระยะเวลาที่เขาหลับไป อาการตอนนี้และขั้นตอนต่อไปของการรักษาเพื่อให้เขากลับมาเป็ปกติ โดยที่เขาก็กะพริบตาแสดงความเข้าใจตลอดเวลาส่วนผมก็เฝ้าสังเกตหาความแตกต่างของคนตรงหน้ากับคิว
“และนี่คือหมออาร์ครับ หมออาร์เป็แพทย์ที่จะมาคอยช่วยติดตามอาการและการฟื้นฟูร่างกายของคุณ”
“สวัสดีครับ” ผมกล่าวทักทาย ก่อนจะถือโอกาสสบเข้ากับดวงตาที่คุ้นเคย..ว่างเปล่า ไม่มีอารมณ์ ไม่มีความรู้สึกใดๆ ในดวงตาคู่นี้ทั้งที่เหมือน..
“อย่างที่ผมอธิบายไปเมื่อครู่ เราจะเริ่มขั้นตอนการรักษาคุณั้แ่วันนี้เป็ต้นไปโปรดให้ความร่วมมือด้วยนะครับ กำลังใจของคุณมีผลอย่างมากต่อการรักษาครับ”
……… มิสเตอร์ออสบอร์กะพริบตาตอบรับ
“ถ้าไงอาร์กลับไปที่วอร์ดก่อนก็ได้ เดี๋ยวพี่ดูต่อเอง”
“ครับคุณหมอ” หมอชินพูดกับผมหลังจากเดินออกจากห้องของมิสเตอร์ออสบอร์“เอ่อ แล้วญาติๆ ของเขาล่ะครับ”
“อย่างที่บอก เขามีความจำเป็ต้องกลับไปก่อนนี่พี่ก็ยังติดต่อพวกเขาไม่ได้”
“…”
“ไม่ต้องกังวลนะ ว่างเมื่อไหร่ค่อยมา พี่จะคอยรายงานอาร์เอง”
“เกรงใจคุณหมอจังเลยครับ”
“แค่เรียกพี่ว่าพี่..” หมอชินหยุดยืนมองตาผมนิ่ง และส่งความรู้สึกที่มีผ่านดวงตามาแต่ผมก็เลือกที่จะหลบและไม่รับรู้มัน
“ผมจะหาเวลาขึ้นมาบ่อยๆ นะครับ ขอบคุณที่ให้โอกาสผมครับคุณหมอ”
“พี่ถามอะไรอาร์หน่อยได้ไหม”
“…”
“มันอาจจะไม่เหมาะที่เราจะคุยกันเวลานี้ ถ้าไง..เย็นนี้ไปทานข้าวกับพี่ได้ไหม”
..เย็นนี้ “ได้ครับ ผมออกเวรแล้วจะโทรหานะครับ”
“เจอกันนะ” แล้วหมอชินก็เดินจากไปพร้อมกับฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีส่วนผมน่ะเหรอ? ก็แค่บอกไอ้คิวตรงๆ ก็ไม่ได้ทำอะไรผิด ถึงจะตงิดๆ นิดๆ อยู่ในใจไม่ได้ห่วงอะไรกับใจของไอ้คิว แต่ห่วงสวัสดิภาพของหมอชินมากกว่า
.
..คิว
“อะไรนะครับ! ให้ผมกลับไปก่อน”
“ใช่”
“ทำไมครับ”
“กูมีนัดกับหมอชิน”
“หมอชิน?”
“เออ”
“ถ้าผมไม่อนุญาตจะได้ไหมครับ” ขอใช้สิทธิ์ความเป็แฟนบ้าง คุณอาร์ทำหน้านิ่งก่อนจะหลุดขำคงจะสุดกลั้นจริงๆ
“ไม่ได้” คุณเขาตอบไปก็ขำไป ผมไม่เคยเห็นคุณอาร์ในมุมนี้มาก่อน ปกติที่นิ่งๆก็โคตรน่ามองอยู่แล้ว ยิ่งมาหัวเราะสดใสใส่แบบนี้ ..ใจผมละลาย เก็บยิ้มไว้ไอ้คิว
“เื่งานล้วนๆ เข้าใจ?”
“ครับ เข้าใจ”
“อืม ดี งั้นก็แยกย้าย”
..ผมนี่มันลูกไก่ในกำมือของคุณอาร์ชัดๆ
.
.
..มุมหนึ่งในโรงพยาบาล
“คืนนี้ผมว่าจะหาอะไรสนุกๆ ทำ”
[…]
“ครับ ไม่อยากเสียเวลาอยู่ที่นี่นาน”
[…]
“ครับ ถ้ามีโอกาส ..ก็ว่าจะจบเื่ซะ”
.
.