พรานคม จัดว่าเป็พรานหนุ่มฝีมือดีคนหนึ่งในหมู่บ้าน ั้แ่พรานคมยังเป็เด็ก อายุสักประมาณเจ็ดถึงสิบสองปี พ่อกับแม่ของพรานคม ก็ได้ให้พรานคมบวชเรียนกับหลวงตาที่วัดในหมู่บ้านแล้ว
เพราะบวชเรียนมาั้แ่เล็ก ดังนั้นเมื่อโตเป็ชายหนุ่มอายุย่างยี่สิบ พรานคมจึงถือว่าเป็พรานป่าที่ดีคนหนึ่ง เพราะเวลาที่เขาล่าสัตว์ เขาจะล่าเอาเนื้อเท่าที่จำเป็เท่านั้น ไม่ได้ล่าเนื้อเพื่อส่งขายให้ร้านอาหารภายในเมืองเหมือนพรานอื่นๆ สัตว์ที่พรานหนุ่มล่า จะต้องใช้นำมาประกอบอาหารให้แก่ครอบครัวได้ ไม่ใช่ยิงเพื่อเอาเนื้อ หรือเอาหนังมาเป็สิ่งประดับ
รายได้ทั้งหมดของครอบครัว โดยส่วนใหญ่จะได้มาจากสมุนไพร ผลไม้ป่า และการทอผ้า ที่ผู้เป็แม่กับน้องสาวเป็คนทอแล้วส่งไปขายในเมือง ดังนั้น เขาจึงไม่มีความจำเป็ที่ต้องล่าเอาหนังของพวกสัตว์ใหญ่ไปให้ไอ้พวกคนรวยเก็บสะสมแต่อย่างใด
ตรงกันข้ามกับพรานเล็ก ซึ่งเป็เพื่อนสนิทของพรานคม เนื่องด้วยทางบ้านของพรานเล็ก ต่างก็ใช้เงินอย่างมือเติบ พ่อของพรานเล็ก วันๆ ก็เอาแต่กินเหล้าและเ้าชู้ไปเรื่อย ส่วนผู้เป็แม่ ก็มีแต่จะเอาเงินที่ได้ไปเล่นการพนัน ตัวของพรานเล็กเองก็ใช่ย่อย เพราะติดการพนันอย่างหนัก ดังนั้นเวลาเล่นเสียมา จึงมักจะรับงานล่าสัตว์ใหญ่ เพื่อส่งขายให้กับพวกนายหน้าอยู่เสมอ งานที่เขาทำ ก็มีั้แ่การจับสัตว์ป่าเป็ๆ ส่งให้บรรดาสวนสัตว์ หรือฆ่า แล้วเอาหนังที่ได้ ไปขายให้พวกคนรวยที่ชอบสะสม
ทว่าถึงพรานเล็ก จะเป็คนที่พอเรียกว่า ‘เห็นแก่ได้’ แต่เขา ก็ยังเป็คนที่มีความจริงใจต่อเพื่อนฝูงไม่น้อย เพราะหากออกล่าสัตว์ด้วยกัน เขาก็จะแบ่งส่วนที่ได้มาอย่างยุติธรรม ไม่เคยโกงใครแม้แต่ครั้งเดียว
จากสาเหตุดังกล่าว ทำให้พรานคม และเพื่อนคนอื่นๆ พยายามตักเตือนพรานเล็กอยู่เสมอ ว่าการที่พรานเล็กล่าสัตว์ใหญ่เกินความจำเป็เช่นนี้ อาจจะทำให้เขาพบกับความวิบัติจากเ้าป่าได้
“ข้าขอบใจพวกเอ็งมากว่ะ แต่เงิน มันจำเป็สำหรับครอบครัวข้าจริงๆ ถ้าไม่ทำแบบนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้บ่อนที่ข้าติดอยู่ อีกอย่าง ความเชื่อเื่เ้าป่าเ้าเขา มันก็ไม่มีใครพิสูจน์ได้ ที่แท้แล้ว มันอาจจะเป็แค่ความงมงายก็ได้ จริงมั้ยวะ ฮ่าๆๆ!” พรานเล็กพูดขึ้นขำๆ แล้วยกเหล้าป่าดีกรีแรงเข้าปากอึกๆ
“ข้าก็แค่เตือนเอ็งเท่านั้น ถ้าเอ็งไม่เชื่อ ข้าก็จนใจ” พรานคมพูดเสียงจริงจัง
พรานเล็กยื่นมือไปตบไหล่เพื่อนรักหนักๆ ทีหนึ่ง “เออๆ ขอบใจที่เอ็งเป็ห่วงข้า แต่ถึงยังไง ข้าก็เลิกไม่ได้จริงๆ ไว้ข้าจะระวังตัวก็แล้วกัน”
เพราะคำพูดของพรานเล็กในคืนนั้น ทำให้ทุกคนที่นั่งร่วมวงเหล้าต่างพากันถอนหายใจไปตามๆ กัน...เพราะรู้ว่าถึงจะพูดอย่างไร พรานเล็กก็คงไม่ยอมหยุดพฤติกรรมดังกล่าวเป็แน่
ห้าวันผ่านไปโดยไร้เื่ราวใด กระทั่งเข้าสู่บ่ายของวันที่หก พรานเล็กแวะมาที่บ้านของพรานคม แล้วชักชวนพรานคมให้เข้าป่าไปด้วยกัน พรานคมเห็นว่า เนื้อที่จะใช้ทำอาหารกินภายในบ้านก็เริ่มน้อยลงไปทุกทีแล้ว เลยตัดสินใจเข้าป่าไปกับพรานเล็กในทันที
ในทีแรก ทั้งคู่กะว่าจะไม่ไปไกลจากหมู่บ้านมากนัก เพราะป่าในแถบนี้ก็อุดมสมบูรณ์ดี คิดว่าจะยิงเอาเฉพาะสัตว์เล็กๆ เช่นประเภทเก้งกวางก็พอแล้ว
ทว่าป่าในวันนั้นดูเงียบงันอย่างประหลาด นอกจากรอยท้าวของกวาง อีเห็น และสัตว์เล็กสัตว์น้อยบางจำพวกแล้ว กลับไม่ปรากฏศัพท์สำเนียงใดขึ้นอีก แม้แต่อากาศก็ยังดูอบอ้าว เสียงลมพัดยอดไม้ไหวก็ไม่มีมาให้ได้ยินดังเช่นทุกวัน
“ข้าว่าเริ่มท่าไม่ดีแล้วว่ะ เรากลับกันก่อนมั้ย พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่” พรานคมเอ่ยถามด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“จะว่าไป วันนี้ป่ามันก็เงียบจริงๆ แต่ข้าว่าลองเดินดูอีกสักหน่อยเถอะ เพราะข้าไม่อยากกลับไปมือเปล่า อย่างน้อย ได้เนื้อตัวอะไรติดมือกลับไปก็ยังดี” พรานเล็กตอบ ฝีท้าวจ้ำพรวดๆ ไปข้างหน้า
พรานคมรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก แต่เมื่อเห็นผู้เป็สหายยังเดินต่อไม่ลดละ หากตนจะชวนกลับอีกก็จะยังไงอยู่ ดังนั้นจึงออกเดินต่อไป พลางปลอบตนเองว่า ตนคงคิดมากไปเอง
ระหว่างที่คนทั้งคู่เดินตามหาสัตว์ที่จะยิงไปเรื่อยๆ ก็ปรากฏกวางผู้สีออกเหลืองตัวใหญ่เดินออกมาจากป่า เพื่อที่จะเดินตัดทางเพื่อเข้าป่าอีกฝั่งหนึ่ง
ด้วยความที่ทั้งสองฝ่ายพบกันอย่างกะทันหัน ทำให้ต่างก็ใมองกันนิ่ง กวางใหญ่ตัวนั้น เริ่มชูคอ หางชี้ขึ้น เป็เวลาเดียวกันกับที่ปืน ไรเฟิล ซาโก้ .375 ในมือของพรานเล็ก ลั่นเปรี้ยงออกไปหนึ่งนัด เป็ผลให้ร่างกวางโชคร้ายตัวนั้นผวาเฮือก ทรุดลงชักดิ้นชักงอไปพักหนึ่ง
ทว่าจะด้วยการยิงอย่างฉุกละหุกของพรานเล็ก ทำให้ะุไม่ถูกจุดสำคัญ หรือจะเป็เพราะแรงฮึดก่อนตายของเ้ากวางเหลืองเขางามก็ไม่ทราบ เพราะชั่วขณะต่อมา มันกลับยักแย่ยักยันทรงตัวลุกขึ้นยืน แล้วกระโจนพุ่งพรวจเข้าไปในป่าอีกฝั่ง พร้อมกับเสียงร้องอันแสดงถึงความเ็ปลั่นป่า
“ไอ้คม ยิงซ้ำเร็ว! มันจะหนีไปแล้ว เร็วเข้า!” พรานเล็กะโบอกเพื่อนรักด้วยความตื่นเต้น
อ่านนิยาย เขียนนิยาย โปรโมทนิยายกับ Keangun
https://www.keangun.com/