๑๐
ผมใช้เวลาครึ่งวันที่เหลืออยู่กับเ้าคาซุกิสมาชิกใหม่ในครอบครัวมันเป็หมากินจุ กินได้ทั้งวัน กินแล้วก็นอน กินแล้วก็นอน มันชอบเล่นกันผมและมันก็งอแงในบางครั้ง
เหตุการณ์เมื่อคืนยังติดอยู่ในห้วงแห่งความคิดของผม พร้อมกับความรู้สึกแปลก ๆ ที่ผมไม่เคยมีมาก่อนความรู้สึกที่ผมปฏิเสธมาโดยตลอด ความจริงแล้วผมน่าจะรังเกลียดกับสิ่งที่ไอ้มาเฟียโรคจิตทำกับผมแต่ผมกลับไม่รู้สึกรังเกียจต่อการกระทำของเขาแม้แต่น้อย
หรือว่าผมกำลังอยู่ใน่สับสนอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่น่าใช่เพราะความรู้สึกของผมยังชอบผู้หญิง และผมไม่เคยคิดชอบผู้ชายด้วยกัน
็
ตลอดทั้งวันผมครุ่นคิดอยู่กับเื่นี้จนเวลาล่วงเลยมานานมากพอสมควร ผมจึงรีบไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อที่จะเตรียมไปทำงาน ถ้าไม่ไปเดี๋ยวไอ้มาเฟียเอาแต่ใจมันจะทำโทษผมอีก
ผมอาบน้ำแต่งเสร็จพร้อมกับที่มะพร้าวมารับผมพอดี
“ทำไมเอารถมาสองคันแล้วนั่นก็รถผม”
ผมถามมะพร้าวด้วยความแปลกใจเพราะมะพร้าวขับรถผมมาและยังมีรถอีกหนึ่งคันจอดรออยู่ตรงหน้าประตูบ้าน
“นายท่านบอกให้ผมเอารถของคุณตี๋เล็กมาคืนให้แล้วให้คุณตี๋เล็กไปกับผม”
“ฉันขับไปเองดีกว่าไหน ๆ นายก็เอารถมาคืนให้แล้ว”
“แต่นายท่านสั่งมาว่าให้คุณตี๋เล็กไปกับผมถ้าคุณจะขัดคำสั่งนายท่านก็ตามใจนะครับคุณก็รู้ว่า...”
“ก็ได้ๆ นายท่านของอะไรนี่คำสั่งเยอะเหลือเกินเนอะ”
ผมพูดแทรกมะพร้าวขึ้นมาทันทีด้วยความไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่ และถ้าวันนั้น ผมอ่านสัญญาทุกตัวอักษร ผมคงไม่ต้องมาอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของไอ้มาเฟียนี่หรอก
“แล้วคุณจะเอาเ้านี่ไปด้วยเหรอครับ”
มะพร้าวถามผมเพราะเห็นผมถือกรงเ้าคาซุกิออกมาด้วย
“ใช่ฉันจะเอาไปด้วย”
ผมเดินไปขึ้นรถพร้อมกับถือกรงเ้าคาซุกิไปด้วยส่วนมะพร้าวก็เดินตามมานั่งข้าง ๆ ผม ในรถมีคนขับรถอยู่อีกหนึ่งคน
“คุณนึกยังไงเลี้ยงหมา”
มะพร้าวหันมาถามผม
”เห็นมันหน้ารักดีและตอนที่เห็นมันอยู่ในกรงร้านขายหมา ก็รู้สึกถูกชะตากัน ยิ่งตอนมันมองหน้านะ สายตาที่มันมองมามันเหมือนกำลังขอร้องอ้อนวอนให้ฉันซื้อมันมาเลี้ยงน่ะ นายว่ามันน่ารักไหมล่ะ”
“น่ารักครับ”
ตอนนี้จ้าหมาของผมยังนอนหลับปุ๋ยเพราะมันเพิ่งกินนมเสร็จเดี๋ยวผมต้องพามันไปหาหมอไปฉีดวัคชีนอะไรต่อมิอะไรอีก
“เออ...มะพร้าวฉันมีเื่จะถาม”
“ครับ”
“เมื่อคืนทำไมนายท่านของนายต้องทำร้ายผู้ชายคนนั้นด้วย”
ความจริงผมอยากรู้ั้แ่เมื่อคืนแล้วว่าทำไมเขาต้องทำรุนแรงอย่างนั้นด้วย แต่ก็ไม่กล้าถามไอ้มาเฟียโหดนั่น เดี๋ยวเขาหงุดหงิดใส่ผมอีก
“คุณเห็นด้วยเหรอ”
“เห็นสิเห็นเต็มสองตาด้วยแหละ”
“นายท่านไม่ชอบคนที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อนายท่าน”
“แล้วนายคนนั้นเขาทำอะไรล่ะ”
“โกงเงินที่บ่อนของนายท่านและยังเอาข่าววงในของเราไปบอกกับเสี่ยที่เป็คู่แข่งของนายท่านเมื่อนายท่านจับได้จึงสั่งสอน”
“ถึงกับต้องสั่งสอนรุนแรงอย่างนั้นเลยเหรอ”
“เป็เื่ปกติครับ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่นายท่านจะทำแบบที่คุณเห็นเพราะนายท่านเป็คนมีเหตุมีผลพอ”
“แล้วไอ้คนเมื่อคืนตายไหม”
จากสภาพเมื่อคืนผมคิดว่าเขาไม่น่ารอดออกไปที่ไหนได้อีก
“สาหัสครับ”
คนตอบนิ่งๆ
ทำไมชีวิตผมต้องมาเจออะไรอย่างนี้ด้วยนอกจากทำงานในสถานที่ อโคจรแล้ว ยังต้องมาเจอกับไอ้มาเฟียสุดโหดนี้อีกจะบอกว่ามันเป็เวรกรรมหรือเป็วาสนาดีที่ทำให้เรามาเจอกันแต่ผมว่ามันเป็อย่างแรกมากกว่า
“ฝากคาซุกิด้วยนะมะพร้าวเดี๋ยวฉันร้องเพลงเสร็จจะมารับมันกลับ”
ตอนนี้ผมอยู่ในผับผู้คนเนืองแน่นเหมือนเช่นทุกวันผมยื่นกรงเ้าคาซูกิ และก็นมให้กับมะพร้าวเพื่อฝากมะพร้าวดูแล
“หลังจากคุณตี๋เล็กร้องเพลงเสร็จนายท่านบอกให้คุณเข้าไปหาที่ห้องทำงานด้วยครับ”
“อีกแล้วเหรอ”
“ครับ”
ถ้าผมบอกว่าไม่ไปมะพร้าวก็คงบอกกับผมว่าคุณตี๋เล็กก็รู้ดีใช่ไหมว่านายท่านไม่ชอบคนขัดคำสั่งผมว่าคุณตี๋เล็กอย่าขัดคำสั่งนายท่านเลยดีกว่า แบบนี้แน่ ๆ
“ถ้าอย่างนั้นก็เอาคาชูกิไปไว้ที่ห้องนายท่านของนายนั่นแหละ เอาทิ้งไว้ตรงนั้นเลย”
ผมบอกมะพร้าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย เพราะไหน ๆ ก็ต้องเข้าไปหาเขาที่ห้องดี และดูซิว่าไอ้มาเฟียมันจะทำอย่างไรกับหมาน้อยน่ารักของผมที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่
ทันที่ที่ผมก้าวขึ้นเวทีเสียงแฟนคลับที่คอยต้อนรับขับสู้ผมยังดังก้องเหมือนเช่นเคย นั่นหมายความว่าพวกเขายังให้ความสนใจผมและผมยังเป็ที่นิยมอยู่ไม่ใช่น้อย
เมื่อผมร้องเพลงมาจนถึง่สุดท้ายผมจึงเปิดโอกาสให้คนขอเพลง แล้วผมจะร้องตามคำขอ
มีผู้หญิงที่นั่งโต๊ะหน้าสุดยกมือขอเพลงสภาพเธอตอนนี้เมาหัวราน้ำแต่ก็ยังมีสติอยู่ มิฉะนั้นเธอคงขอเพลงไม่ได้
“ฉันขอเพลงค่ะ”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้คงเป็เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่เธอดื่มเข้าไป
“เพลงอะไรดีครับ”
“เพลงอะไรก็ได้ที่มันแทงใจดำคนอกหัก เข้าใจมั้ยเพลงอกหัก”
ตอนนี้เธอยืนขึ้นพร้อมกับถือแก้วเหล้าท่าทางเซไปเซมา จนเพื่อน ๆของเธอช่วยกันห้ามปรามและให้เธอนั่งอยู่กับโต๊ะเหมือนเดิม
“ถ้าอย่างนั้นเอาเพลงนี้ก็แล้วกันครับ...แสนรักของพี่แจ้ ดนุพล”
มันอาจจะเป็เพลงที่เหมาะกับเธอที่สุดเพราะดูแล้วเธอคงจะรักผู้ชายคนนั้นไม่น้อยเหมือนกัน เมื่อรักมาก็เจ็บมากเมื่อเขาไป เมื่อรักมากก็ยิ่งเสียใจมากเป็ธรรมดา
จงใคร่ครวญหัวใจ ใครเล่าใครไหนกัน
แสนรักมั่น ห่วงใยเธอมากกว่าฉัน
มัวปิดบังฉันไย มีเื่ใด พูดกัน
บอกกับฉัน อย่าทำเป็เหินห่างไป
สายตาเธอบ่งบอก เห็นใจกันอย่าหลอก
จะรักใคร ไม่ต้องห่วงอย่าลวงฉันเลย
ถึงต้องช้ำใจตาย ฉันก็พร้อมยอมตาย
เพราะเป็เธอย่างไรทนได้เสมอ
เธอคนที่ขอให้ผมร้องเพลงอกหักเอาแบบแทงใจดำเธอตอนนี้เธอนั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่ตรงโต๊ะของเธอ แก้วเหล้าที่ถืออยู่ในมือก็กระดกเข้าใส่ปากไม่ยั้งน้ำตาที่ไหลออกมาเป็ทาง มันคงเป็น้ำตาอันเ็ปรวดร้าวที่ผู้ชายคนหนึ่งมอบให้กับผู้หญิงคนนี้
ร้องอย่างร้องไห้เสียน้ำตา
หากจะรักเขา ก็จงลืมฉัน
จะต้องหักใจ ปวดร้าวทำไม
ตัดใคร สักคนมั่นในรักเดียว
หลังจากจบเพลงเธอก็ยังร้องไห้ไม่ยอมหยุดถึงแม้เพื่อนๆ จะช่วยปลอบเธอมากแค่ไหนก็ตาม ผมได้แต่มองเธอแต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรเธอได้ ผมเชื่อว่าสักวัน...เวลาจะช่วยเยียวยาจิตใจเธอเอง
“เพลงเศร้าผ่านไปแล้วมาถึงเพลงสุดท้ายจริง ๆ ของวันนี้ ใครอยาก เต้น...เต้น ใครอยากดื่ม...ดื่ม เพลงนี้ครับ เพียงกระซิบ ของ ดิ อินโนเซนท์”
แค่ได้ยินเสียงดนตรีขึ้นพวกนักเที่ยวทั้งหลายที่ตอนนี้แอลกอฮอล์กำลังซึมเข้าเส้นเืใหญ่ก็ออกมาเต้นกันอย่างเมามันถึงแม้เพลงจะเก่าแต่ก็ไม่ล้าสมัย
เพียง....กระซิบบอกก บอกฉันสักคำเธอไม่รักไม่อยากจดจำ
จำจดความสัมพันธ์ครั้งก่อน เคยหวานชื่น
ต่างคนเว้าวอน รอยความรัก
เกินกว่าจะถอน เลือนจากจิตใจ
รักละมุมละไมติดตรึงไว้ในความทรงจำ
ทุก ๆ การกระทำจดจำไว้
พิษรักคอยระบมขื่นและขมระทมทรวงใน
จดจำไว้จนชีพวาย...หากความรักชื่นยั่งยืนแสนนาน
ใจดวงนี้...คงไม่แหลกลาญช้ำชอกกว่าใคร
ทันทีที่เพลงสุดท้ายจบผมก็ลงจากเวที นักดื่มที่ยังดูดดื่มกับการลิ้มรสน้ำเมาก็ยังลิ้มกันต่อไป ส่วนผมมุ่งตรงไปที่ห้องของไอ้มาเฟีย เพื่อไปหาเ้าหมาของผม
ตอนนี้ผมยืนอยู่หน้าห้องไอ้มาเฟียหัวใจผมเริ่มเต้นไม่เป็จังหวะอีกแล้ว ทำไมผมต้องตื่นเต้นทุกครั้งที่มาหาเขาผมค่อย ๆ เปิดประตูเพื่อดูว่าคนที่อยู่ข้างในกำลังทำอะไรอยู่ภาพที่เห็นอยู่มันช่างเป็ภาพที่น่ารักเหลือเกิน ไม่รู้ว่าผมจะได้เห็นอีกไหม ผมจึงยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องอย่างเงียบๆ
ภาพที่เห็นอยู่คือมาเฟียกำลังอุ้มคาซุกิป้อนนมอยู่ไม่มีท่าทีรังเกียจเลยแม้แต่น้อย ซึ่งต่างกับเมื่อตอนกลางวันมากที่เขาห้ามไม่ให้ผมเลี้ยงเพราะเขาดูเหมือนไม่ชอบเลี้ยงสัตว์ ภาพตรงนี้ทำให้ผมหายกลัวเขาลงไปได้บ้างเพราะอย่างน้อยเขาก็ยังมีจิตใจแห่งความเมตตา
ผมเปิดประตูเดินเข้าไปในห้องแต่คนที่อยู่ในห้องไม่มีท่าทีว่าจะใหรืออะไรทั้งสิ้น ผมมองภาพที่อยู่ตรงหน้าอยู่นาน จนเขาเอาคาชูกิกลับเข้าไว้ที่กรงเหมือนเดิม
“มันร้องเสียงดังน่ารำคาญ”
คนที่อยู่ตรงหน้าหันมาบอกกับผมพร้อมกับเอากรงคาชูกิวางลงกับพื้น และไม่ได้สนใจมันอีก
“ผมไม่ได้ถามคุณ”
“ฉันแค่บอกเพราะกลัวนายจะคิดว่าฉันสงสารไอ้เ้านั่น ความจริงแล้วเปล่าเลยฉันแค่ไม่อยากทารุณกรรมลูกหมาตัวเล็กๆ”
“ที่คุณเรียกผมมามีอะไรอีก”
ผมตัดบทถามออกไปก่อนที่เขาจะร่ายยาวออกมาแก้ตัวให้ผมฟังมากกว่านี้
“เรียกมาชดใช้เงินที่ฉันจ่ายให้กับนายวันนี้”
“ผมเตรียมมาพอดี”
ผมหยิบกระเป๋าตังค์ออกมาแล้วเอาตังค์ยื่นให้เขา
“เก็บตังค์นายไว้เถอะ...”ตอนนี้เขามองหน้าผมด้วยแววตาเ้าเล่ห์ พร้อมกับยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย“สิ่งที่นายต้องชดใช้คือตัวนาย”
“คะคุณว่าอะไรนะ”
ผมพูดด้วยความใ...ไอ้บ้าไอ้มาเฟียเ้าเล่ห์
“นายฟังไม่ผิดหรอกมากับฉัน”
เขาดึงแขนผมให้เดินตามออกไป
“คะคุณจะพาผมไปไหนอีก...ผมไม่ไป! คุณบดินทร์ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ!”
“แต่นายต้องไป”
“ไม่ไป...ยังไงผมก็ไม่ไปปล่อยผมเดียวนี้”
ผมพูดพร้อมกับพยายามดึงมือผมให้หลุดจากไอ้มาเฟียระหว่างที่ผมกำลังดึง ๆ อยู่นั้นเขาก็ปล่อยผม จนผมล้มลงกับพื้นอย่างแรง
“อย่าขัดคำสั่งฉันอีก...”คนที่อยู่ตรงหน้าผมพูดเสียงแข็ง พร้อมฉายแววตาดุออกมา “ลุกขึ้นมา อย่าให้ฉันได้พูดมากกว่านี้อีก”
ผมค่อยๆ ลุกขึ้นด้วยความเจ็บเพราะก้นกระแทกกับพื้นอย่างแรงคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่มีท่าทีว่าจะช่วยผมเลยแม้แต่น้อย...ไอ้คนใจดำ !
“แล้วหมาผมล่ะ”
ถ้าเขาพาผมไปแล้วใครจะดูแลหมาน้อยผม
“ให้มะพร้าวดูแล”
น้ำเสียงนั้นยังคงนิ่งเรียบเหมือนเช่นเคยซึ่งน้ำเสียงที่นิ่งเรียบของเขา...มันทำเขาดูน่ากลัวมาก
“ผมไม่อยากรบกวนมะพร้าว”
ผมมองเขาด้วยความขอร้องอ้อนวอนเพราะผมอยากเลี้ยงเ้าหมาน้อยด้วยตัวเอง ทุกวันนี้งานมะพร้าวก็เยอะอยู่แล้วผมไม่อยากเอาภาระไปทิ้งไว้ให้เขาอีก
“หยุดมองฉันแบบนั้นเพราะฉันไม่เคยสงสารต่อแววตาที่นายอ้อนวอนฉันเลยแม้แต่น้อยหรือถ้านายไม่ให้มะพร้าวดูแล ก็ปล่อยให้เ้านั่นของนายตายไปเลยก็ได้นะ”
“ให้มะพร้าวดูแลก็ได้แต่ต้องจ้างมะพร้าวเลี้ยงด้วย”
ผมตอบอย่างไม่มีทางเลือก อย่างที่ผมบอก...ผมเป็ได้แค่ลูกเจี๊ยบตัวน้อยๆ ของเขา
“ได้ฉันจะเพิ่มเงินเดือนให้มะพร้าวอีกหนึ่งเท่านายพอใจไหม”
“แต่ผมจ่ายให้มะพร้าวเองได้”
“ฉันบอกว่าฉันจะจ่ายก็คือว่าฉันจะจ่ายมะพร้าวเป็คนของฉัน”
“แต่...”
“คนที่ชอบขัดใจฉันนายก็รู้ใช่ไหมว่าจะต้องเจอกับอะไร”
ผมยังพูดไม่ทันจบไอ้มาเฟียก็เข้ามาพูดแทรกผมซะก่อน ไอ้คนชอบเอาแต่ใจเอาความคิดของตัวเองเป็หลักไม่เคยฟังเหตุผลของคนอื่น
“เข้าไปนั่งอย่าให้ต้องพูดเป็รอบที่สอง”
เขาบังคับให้ผมเข้าไปนั่งในรถหรูแล้วเขาก็เดินอ้อมขึ้นมาอยู่ทางฝั่งคนขับ แล้วรีบขับรถออกไปทันที
“จะพาผมไปไหน”
“นั่งเงียบๆ เดี๋ยวนายก็รู้เอง”
ผมนั่งขดตัวอยู่ในรถตอนนี้มีแต่ความเงียบเข้ามาปกคลุม รถหรูเคลื่อนไปเรื่อย ๆ ตามถนนซึ่งตอนนี้ดูโล่งถนัดตาเพราะเป็เวลาดึกมาก ตอนตีสองกว่า ๆ
“คืนนี้นายต้องอยู่กับฉัน”
ทันทีที่รถดับเครื่องสนิทคนที่อยู่ข้าง ๆ ก็หันมาบอกผม เขาพาผมมาที่เดิม...บ้านของเขา
“ผมจะกลับบ้านผมไม่อยู่ที่นี่”
คนที่อยู่ในรถมองผมด้วยสายตาดุดันและเขาดูไม่สบอารมณ์
“ถ้านายอยากออกไปจากที่นี่ก็ได้นะแต่นายจะออกไปแต่ร่างที่ไร้ิญญาเท่านั้น”
พอสิ้นเสียงพูดเขาก็เปิดที่เก็บของที่อยู่หน้ารถให้ผมดู ในนั้นมีปืนอยู่หนึ่งกระบอกมันกำลังจะหยิบขึ้นมาผมจึงต้อง…
“ผะผมนอนที่นี่แหละผมไม่กลับบ้านแล้ว”
รีบพูดออกไป
“จำไว้ว่าอย่าดื้อกับฉันอีกลงไปได้แล้ว”
หัวใจผมเต้นแรงด้วยความกลัว ถ้าเขายิงผมขึ้นจะทำอย่างไรกว่าจะตามศพผมเจอก็คงเน่าเละเหลือแต่กระดูกหรือไม่อย่างนั้นไอ้มาเฟียมันก็คงจะเผาผมทิ้งไปเลย...ไม่ได้ผมจะตายอย่างอนาถแบบนี้นี้ไม่ได้เด็ดขาดเพราะศพผมต้องจัดงานแบบเลิศหรู ต้องมีพระสวดเดี๋ยวผมจะไม่ได้ขึ้น์ และที่สำคัญศพต้องสวยงาม
“ไปอาบน้ำ”
ทันทีที่เดินมาถึงห้องนอนเขาก็บังคับผมเหมือนเช่นเคยตอนนี้ผมว่านอนสอนง่าย ไม่เถียงเขาแม้แต่คำเดียว
ผมรีบเข้าไปอาบน้ำและหลังออกมาจากห้องน้ำก็พบว่าเขาอยู่ในชุดนอน ดูเหมือนว่ามันก็อาบน้ำเสร็จแล้วเหมือนกัน คนอะไรเร็วฉิบหาย เหมือนเมื่อคืนไม่มีผิด เพียงแต่ว่าวันนี้เขาโหดกว่าเมื่อคืนและไม่รู้ว่าผมจะต้องเจอกับอะไรอีก
“เข้ามาหาฉัน”
ผมยืนอยู่หน้าห้องน้ำ...นิ่งนาน ไม่กล้าเดินเข้าไปหาเขาเมื่อได้ยินเสียงนั้นผมจึงเดินเข้าไปอย่างช้า ๆ ยังไม่ทันที่ผมจะได้นั่งลงบนเตียงเขาก็ผลักผมลงกับเตียงอย่างที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว
“คะคุณจะทำอะไรผมอีก”
น้ำเสียงที่ถามออกไปสั่นเครือ เขาไม่ตอบผมหากเขามองด้วยแววตานั่งเฉย แล้วถอดชุดนอนของเขาออกลงไปกองอยู่กับพื้นเผยให้ผมเห็นทุกส่วนของร่างกายเขา ั้แ่หัวจรดเท้า ผมไล่ระดับสายตาลงมาเรื่อย ๆผิวขาว เนื้อตัวสะอาด หน้าท้องมีกล้ามเป็ลอนสวยงาม คงเป็เพราะการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและตรงที่ผมถึงกับใก็คืองูเหลือมของเขา ทำไมมันเกินมาตรฐานชายไทยแบบนี้ และงูเหลือมนั้นยังไม่ตื่นตัวด้วยซ้ำ ทำไมผมต้องมาเห็นอะไรแบบนี้ด้วยนะ
เขาขึ้นมาคร่อมบนร่างผมแล้วกดให้ผมนอนลงใต้ร่างโต ๆ นั้น
“ปะปล่อยผมนะ”
ผมพยายามเอาจะเอาตัวออกมาจากชายคนที่ทับร่างผมอยู่แต่ผมไม่มีทางสู้แรงมันได้เลยแม้แต่น้อย
“นายไม่มีวันสู้ฉันได้หรอก”
“คุณมันคนชอบรังแกคนที่ไม่มีทางสู้”
“ฉันไม่ได้รังแกนาย ฉัน้านายต่างหาก”
“หยุดพูดบ้า ๆ เดี๋ยวนี้นะ ผมจะไม่มีวันเป็ของคุณ...ไม่มีวัน!”
“ถ้าหัวใจนายเต้นเป็ปกติเมื่อไหร่นายค่อยพูดประโยคนี้ออกมาให้ฉันฟัง”
ใช่...หัวใจผมเต้นผิดจังหวะอีกแล้วแต่มันไม่ใช่ความกลัว ตอนนี้ผมไม่กลัวเขาเลยแม้แต่น้อยแต่หัวใจผมกลับเต้นแรงจนผิดจังหวะ สรุปแล้วความรู้สึกที่แท้จริงของผมคืออะไรกันแน่
เขาเข้าโน้มใบหน้านิ่ง ๆ หากหล่อลงมาใกล้ผม แล้วประกบจูบอย่างนุ่มนวล ริมฝีปากผมถูกดูดและกัดเม้มเบา ๆ ลิ้นอุ่น ๆดุนเข้าไปในช่องปากแล้วตวัดเกี่ยวกับลิ้นผมไปมา มือซุกซนลูบไร้ไปทั่วรางกายของผมตอนนี้เขาถอดเสื้อผ้าของผมออกจนเหลือแต่ร่างเปลือยเปล่า
“อย่าจับปล่อยเดี๋ยวนี้”
ผมพูดเสียงเข้มเพราะมือปลาหมึกเลื่อนต่ำลงไปจับัน้อยของผม พร้อมกับเค้นคลึงจนมันตื่นตัวเขาหาฟังเสียงห้ามผมไม่ เขาทำเื่บ้า ๆ กับผมอีกแล้ว...ไอ้มาเฟียมันบ้าที่สุด !
“นายมีอารมณ์อีกแล้ว”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเ้าเล่ห์และยกยิ้มตรงมุมปากใส่ผม
“ปล่อยผม ผมบอกให้ปล่อยไงเล่า”
“ฉันยังปล่อยนายไม่ได้ เพราะนายยังไม่ได้ชดใช้เงินให้กับฉันแต่ฉันสิ่งที่นายต้องชดใช้ไม่ใช่เงิน แต่เป็จูบอันหอมหวานของนาย”
สิ้นเสียงพูดเขาก็โน้มลงมาประจูบกับผมอีกครั้งอย่างรวดเร็วครั้งนี้ดูดดื่มกว่าเมื่อกี้ มือปลาหมึกจับตรงชายน้อยของผมรูดขึ้นลงความเสียวที่ผมไม่เคยได้รับจากใครมาก่อนและความรู้สึกที่เพิ่งจะผ่านไปเริ่มกลับเข้ามาหาผมอีกแล้วภาพเมื่อคืนยังไม่ทันหายออกไปจากสมองผม วันนี้ได้ภาพใหม่มาบันไว้ในสมองอีกแล้ว
มือที่ช่วยปรนเปรอส่วนล่างให้ผมตอนนี้เขายังขยับรูดขึ้นรูดลงอย่างเป็จังหวะ จนผมต้องส่งเสียงร้องครางออกมาจากลำคอเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงนั้นเขาก็ผละจูบออก ตอนนี้เขามองหน้าผมในขณะที่ผมยังนอนอยู่ภายใต้ร่างกำยำของเขา
“นายต้องเป็ของฉัน”
ผมไม่พูดอะไรได้แต่นอนส่งเสียงครางออกมาด้วยความเสียวเขาชักมือเร็วและแรงขึ้น็ซ จนผมปลดปล่อยความเสียวออกมาเต็มหน้าท้องเขาก้มลงไปมองอย่างพอใจกับผมงานของตัวเอง
“ทีนี้นายทำให้ฉันบ้างเพราะเดี๋ยวนายจะหาว่าฉันเอาเปรียบนายอีก”
“ไม่เอาผมไม่ทำ ยังไงก็ไม่ทำ”
ผมรีบเบือนหน้าหนี แต่แล้วเขาก็ขึ้นมาคร่อมตรงบริเวณอกผมอย่างรวดเร็ว ทำให้ผมเห็นงูเหลือมของเขาที่พร้อมจะฉกและพ่นพิษออกมาได้ทุกเมื่อ งูเหลือมอยู่ใกล้ผมมากจนเกือบจะทิ่มหน้าอยู่แล้ว
“ทำอย่างที่ฉันทำให้นาย”
“ไม่ผมไม่ทำ”
“ทำให้ฉัน”
“ก็ผมบอกแล้วไงว่าไม่ทำ”
“ฉันจะไม่พูดเกินสามรอบและนายก็ใช้สิทธ์นั้นหมดแล้วด้วย”
เขาเสียงดุเขาป่าเถื่อนใส่ผม เขาบังคับผม
ผมค่อย ๆ เอามือน้อย ๆของผมจับงูเหลือมของเขาอย่างไม่มีทางเลือก ผมกำแทบไม่รอบ นี่มันของจริงหรือของปลอมกันแน่อะไรมันจะใหญ่ยาวขนาดนี้ผมชักงูเหลือมของเขาเข้าออก ๆ จากช้า ๆเพิ่มเป็เร็วและแรงขึ้น
“อย่างนั้นแหละเด็กน้อย”
ผมชักไปเรื่อย ๆ จนงูเหลือมของเขาพ่นพิษใส่ผม เลอะหน้าผมไปหมด
“ฉันไม่ได้เอาเปรียบนายแล้วนะฉันเห็นของนายนายเห็นของฉัน ถือเป็อันว่าไม่มีการได้เปรียบเสียเปรียบ”
ไอ้คนบ้าใครอยากจะมาได้เปรียบเสียเปรียบกับเื่แบบนี้กันเล่าเขาลุกขึ้นจากตัวผมแล้วเดินไปที่ปลายเตียง แล้วกลับมาพร้อมกับกระดาษทิชชู่ เขาเอามายื่นให้ผมผมรับมาแต่โดยดีแล้วเอามาเช็ดทำความสะอาดพิษงูที่เขาพ่นใส่หน้าผมตอนนี้สภาพผมเหมือนนางเอกหนังเอวีที่ผมเคยดูมากเมื่อเช็ดเสร็จผมก็ลุกไปเข้าห้องน้ำเพื่อความสะอาดอีกรอบ
“นายคงรู้ใช่ไหมว่าไม่ควรให้ฉันบอกนายอีก”
เขาพูดขณะที่ผมเดินออกมจากห้องน้ำผมเดินจึงขึ้นไปนอนบนเตียงกับเขาทันที
หัวใจผมเต้นแรงมากมันเต้นแรงจนผมได้ยินเสียงหัวใจของตนเอง...ไอ้มาเฟียมันบ้าที่สุด เขาทำให้ผมกลายเป็เด็กใจแตกไปแล้วใช่ไหม ผมลืมภาพเก่าเมื่อวานไปหมดมันเหลือแต่ภาพเหตุการณ์วันนี้อยู่เต็มหัวผมเมื่อกี้ผมทำอะไรลงไป ผมทำมันไปได้อย่างไร และภาพงูเหลือยังคงติดตา !
ผมพยายามข่มตานอนแต่ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่หลับสักที เพราะหัวสมองนึกถึงแต่เหตุการณ์เมื่อสักครู่ที่ผ่านมาั้แ่เกิดมาผมยังไม่เคยเห็นของคนอื่นนอกจากของตัวเองและไม่เคยมีใครมาทำแบบนี้ให้ผมแม้แต่ครั้งเดียวก็ไม่เคย เขาเป็คนแรกที่ทำเื่บ้า ๆ นี่
แล้วผมจะต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนกัน ผมตอบตัวเองไม่ได้จริงๆ และอีกอย่างที่ผมควรจำ...ผมจะไม่ติดหนี้ไอ้มาเฟียอีก