บทที่ 2 ไม่เข้าใจ ถามพี่จิ่นเฉิง
“อ้อ งั้นพี่จัดการให้ก็ได้” ฟ่านซีซีพยักหน้ายิ้มรับ
พี่จิ่นเฉิงในอนาคตจะเป็ศัลยแพทย์ชื่อดัง เขาสนใจเื่การแพทย์มาั้แ่เด็ก ๆ แล้ว ถ้าเขาบอกว่าจะจัดการให้ก็ปล่อยให้เขาจัดการเถอะ
ต้องรู้ไว้ว่า แผลบนหน้าผากของเธอตอนนั้นไม่ได้รับการรักษาที่ดี ต่อมาจึงติดเชื้อ พอแผลหายแล้วก็ยังทิ้งรอยแผลเป็จาง ๆ เอาไว้ พี่จิ่นเฉิงจึงค่อนข้างจะกังวลเื่นี้มาตลอด และบอกว่าถ้าเขากลับจากบ้านญาติเร็วกว่านี้ก็คงดี
แต่ไม่รู้ทำไมครั้งนี้เขาถึงกลับมาเร็ว
“จิ่นเฉิงมาแล้วเหรอ!” ฟ่านจื้อซิงเดินออกมาจากโรงเก็บของหลังบ้านพร้อมกับเข็นจักรยานออกมา เห็นฟ่านจิ่นเฉิงกำลังทำแผลที่หน้าผากให้ลูกสาวจึงทักทายไปตามเื่ตามราว
“ลุงครับ ลุงกับป้ากำลังจะออกไปข้างนอกเหรอครับ?” ฟ่านจิ่นเฉิงถามขึ้นขณะทำแผลให้ฟ่านซีซีอย่างคล่องแคล่ว สายตาก็มองไปยังเสื้อตัวใหม่ของลุงที่มักจะใส่เฉพาะ่เทศกาลเท่านั้น
ฟ่านจื้อซิงพยักหน้า “ใช่ พวกเรากำลังจะไปดูบ้านที่เขตหมี่ซีกัน”
ดวงตาของฟ่านจิ่นเฉิงเป็ประกาย เขารีบพูดขึ้นทันที “บังเอิญจังเลยครับ แม่ของผมก็กะว่าจะไปซื้อบ้านที่เขตหมี่ซีเหมือนกัน กำลังหาเวลาไปดูอยู่พอดี งั้นผมไปกับลุงกับป้าด้วยเลยดีไหมครับ!”
ฟ่านจื้อซิงถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง “บ้านพวกเธอเองก็จะไปซื้อบ้านที่เขตหมี่ซีเหมือนกันเหรอ? ฉันเพิ่งได้ยินมาว่า พ่อของเธอเสียชีวิตในหน้าที่ คราวนี้ทางการจะให้สิทธิพิเศษในการเลือกบ้านก่อน ใคร ๆ ก็อยากได้บ้านในโครงการที่เขตหมี่ตง พวกเธอน่าจะได้ส่วนลดตั้งห้าสิบเปอร์เซ็นต์เลยนี่ ทำไมไม่ไปซื้อที่เขตหมี่ตงล่ะ?”
ฟ่านจิ่นเฉิงยิ้มแล้วพูดว่า “เงินค่าเวนคืนที่บ้านเราได้มาทั้งหมดก็แค่แสนเดียว เงินแสนเดียวซื้อบ้านหลังใหญ่ที่เขตหมี่ตงไม่ได้หรอก ไปซื้อที่เขตหมี่ซีก็น่าจะดี ได้อยู่บ้านหลังใหญ่กว่าด้วย อีกอย่าง ผมได้ยินข่าววงในมาว่า ในอนาคตเขตหมี่ซีจะพัฒนาเป็เมืองท่า จะมีการสร้างสนามบิน ไม่ใช่สุสาน เพราะงั้น ผมเลยอยากไปซื้อบ้านที่เขตหมี่ซี”
“สร้าง...สร้างสนามบิน?” ฟ่านจื้อซิงแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
แม้แต่ฟ่านซีซีในตอนนี้ก็ยังทำสีหน้าฉงนสงสัย พี่จิ่นเฉิงรู้ได้ยังไงว่าเขตหมี่ซีจะสร้างสนามบิน?
“จิ่นเฉิง นี่เธอไปได้ยินมาจากไหน?” เฉินเยว่อิงเพิ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เดินออกมาได้ยินที่ฟ่านจิ่นเฉิงพูดพอดี เธอเอามือปิดปาก แล้วร้องด้วยความใ
ฟ่านจิ่นเฉิงเหลือบมองฟ่านซีซีที่มองเขาด้วยแววตาเหม่อลอย ก่อนจะจงใจลดเสียงลงแล้วพูดว่า “ผมมีญาติอยู่คนหนึ่ง เป็ญาติฝ่ายแม่ ทำงานอยู่ที่บริษัทรับเหมาก่อสร้างในเมือง ได้ยินมาว่า โครงการก่อสร้างสนามบินเมืองหมี่เฉิงครั้งนี้ บริษัทเขาก็ได้เข้าร่วมประมูลด้วย ตอนนี้ข่าวยังเป็ความลับอยู่ บุคคลภายนอกยังไม่มีใครรู้ แต่ก็มีบางคนที่รู้แล้ว เลยแอบไปซื้อบ้านที่เขตหมี่ซีกันเงียบ ๆ”
พอเฉินเยว่อิงได้ยิน ก็รีบร้อนขึ้นมาทันที “ถ้างั้นพวกเรารีบไปกันเถอะ”
ไม่นานนัก ทั้งสี่คนก็มุ่งหน้าไปยังเขตหมี่ซี
เนื่องจากมีฟ่านจิ่นเฉิงเพิ่มเข้ามา พวกเขาจึงต้องปั่นจักรยานสองคัน ฟ่านจิ่นเฉิงฉวยโอกาสนี้หลอกล่อฟ่านซีซีขึ้นรถของเขาได้สำเร็จ
พอได้เห็นฟ่านซีซีที่ดูอ่อนหวาน ผิวพรรณผุดผ่อง และสดใสร่าเริงอีกครั้ง หัวใจของฟ่านจิ่นเฉิงก็เต็มไปด้วยความสุข ในชีวิตนี้ เขาอยากจะดูแลเธอ รักเธอ ปกป้องเธอ เติบโตไปพร้อมกับเธอ และอยู่เคียงข้างเธอจนแก่เฒ่า
เพราะรู้ว่าฟ่านซีซีชอบบ้านที่ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ ครั้งนี้เขาจึงทำตัวเป็ผู้นำ พาทุกคนตรงไปยังสำนักงานขายของ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ ในเขตหมี่ซี
หลังจากไปดูสถานที่จริงแล้ว ฟ่านจิ่นเฉิงก็เลือกที่จะเป็เพื่อนบ้านกับฟ่านซีซีอย่างมีเลศนัย บ้านทั้งสองหลังอยู่ตรงข้ามกัน
ตอนที่จ่ายเงินมัดจำ พนักงานขายพูดอย่างสะท้อนใจว่า “บ้านดี ๆ ของพวกเรา ทำไมถึงไม่มีใครมาซื้อกันนะ ชั้นล่างสุดกับชั้นบนสุดแค่หนึ่งร้อยแปดสิบหยวนต่อตารางเมตร ชั้นอื่น ๆ ก็แค่สามร้อยหยวน ราคาถูกเหมือนขายผักเลย ทั้งหมดนี้ต้องโทษข่าวลือที่ทำร้ายพวกเรา มีแต่คนบอกว่าแถวนี้กำลังจะสร้างสุสาน”
เฉินเยว่อิงถามด้วยความอยากรู้ว่า “ไม่สร้างสุสานจริง ๆ เหรอ?”
“แต่เดิมก็มีแผนแบบนี้อยู่หรอก แต่มันเป็แค่ข้อเสนอ เสนอไปก็ยังไม่แน่ว่าจะผ่านเลยนะ! แล้วอีกอย่าง ต่อให้สร้างสุสาน มันก็ต้องสร้างบนเขาชานเมืองหมี่ซีอยู่แล้ว มันจะมีผลอะไรกับบ้านในเขตหมี่ซี อีกอย่าง โดยทั่วไปแล้วประเทศจะต้องเลือกสถานที่ที่มีฮวงจุ้ยดี ๆ สำหรับสร้างสุสาน นี่ก็เป็การยืนยันทางอ้อมว่า เขตหมี่ซีเป็สถานที่ที่ดี...”
เฉินเยว่อิงหัวเราะเบา ๆ สองสามครั้ง แล้วไม่ได้พูดอะไรต่อ
แต่ตอนนี้ความสนใจของฟ่านซีซีกลับอยู่ที่โบรชัวร์แนะนำร้านค้าที่อยู่ข้างๆ ร้านค้าหน้าทางเข้าหมู่บ้าน ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ ราคาแค่สองร้อยแปดสิบหยวนต่อตารางเมตร คิดจากราคาบ้านในอนาคตแล้ว นี่มันถูกมากจริง ๆ อยากซื้อจัง!
แต่อนิจจา...เธอไม่มีเงิน ครอบครัวเพิ่งซื้อบ้านไปหนึ่งร้อยห้าสิบตารางเมตร หมดไปสี่หมื่นห้าพันหยวน ตอนนี้ก็แทบไม่เหลือเงินแล้ว
เฮ้อ! เธอต้องหาวิธีเองแล้ว
“ทำไมถึงไม่ดีใจล่ะ” ฟ่านจิ่นเฉิงยื่นกระติกน้ำเก็บความร้อนที่เขาพกติดตัวมาให้เธอ
“ฉันไม่ได้ไม่ดีใจสักหน่อย” ฟ่านซีซีเปิดฝากระติกน้ำแล้วดื่มไปหนึ่งอึก จากนั้นก็มองพ่อแม่ของเธอด้วยแววตาเป็ประกาย
“พ่อกับแม่คะ ่ปิดเทอมนี้หนูว่างมากเลยค่ะ ให้หนูดูแลเื่ตกแต่งบ้านให้ดีไหมคะ”
ฟ่านจื้อซิงชะงักไปครู่หนึ่ง “ลูกเป็ผู้หญิงจะไปรู้เื่ตกแต่งอะไร พ่อจ้างช่างมาทำให้ดีกว่า แค่ตกแต่งแบบเรียบ ๆ ง่าย ๆ ก็พอ พยายามให้เสร็จก่อนวันที่ห้าเดือนหน้า พวกเราจะได้ย้ายเข้าไปอยู่พอดี”
ฟ่านซีซีรีบพูดเสนอตัวอีกครั้ง “พ่อคะ บ้านของพี่จิ่นเฉิงก็ต้องตกแต่งเหมือนกัน หนูช่วยพี่เขาจัดการก็ได้ค่ะ หนูจะคอยดูแลงานก่อสร้างที่นี่ รับรองว่าบ้านใหม่ของเราจะเสร็จก่อนวันที่ห้าเดือนหน้าแน่นอนค่ะ เป็ไงคะ”
ฟ่านจื้อซิงกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ฟ่านจิ่นเฉิงพูดแทรกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ใช่ครับ ลุง ผมกับซีซีจะช่วยกันดูแลเื่ตกแต่งบ้านใหม่เองครับ บ้านของเราสองหลังตกแต่งพร้อม ๆ กันไปเลย จ้างช่างทีเดียวก็พอ ประหยัดทั้งเงินทั้งเวลาด้วย ผมจะอยู่ดูแลงานที่นี่เองครับ อีกอย่างซีซีบอกว่า เธออยากเรียนต่อด้านบัญชี ปล่อยให้เธอฝึกฝนประสบการณ์ตรงนี้ไปเลยก็ดีครับ...ลุงกับป้าก็เตรียมเก็บของย้ายบ้าน มีอะไรต้องทำตั้งเยอะแยะ”
ฟ่านซีซีได้แต่นิ่งอึ้งไป เธอไปบอกตอนไหนว่าอยากเรียนบัญชี ที่จริงเธอไม่อยากเรียนหนังสือแล้วด้วยซ้ำ
แต่เอาเถอะ เกิดใหม่ทั้งที อายุแค่นี้ จะไม่ให้เรียนหนังสือเลยก็คงไม่ได้ พี่จิ่นเฉิงอยู่มัธยมปลายปีที่ 2 เขาอยากเข้าคณะแพทย์ ส่วนเธออยู่มัธยมปลายปีที่ 1 ถ้าในอนาคตอยากอยู่ใกล้ชิดกับพี่เขา เธอก็คงเลือกเรียนหมอเช่นกัน
ฟ่านจื้อซิงเห็นฟ่านจิ่นเฉิงพูดแบบนั้น จึงปรึกษากับภรรยาแล้วตอบตกลง
“ก็ได้ งั้นเริ่มพรุ่งนี้แล้วกัน ลูกกับจิ่นเฉิงรับผิดชอบเื่ตกแต่งบ้านไปเลย ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจก็ถามพ่อกับแม่ได้ พรุ่งนี้พ่อจะให้เงินไปซื้อวัสดุก่อนหนึ่งพันหยวนนะ จำไว้ว่าต้องจดบัญชีด้วยล่ะ”
เฉินเยว่อิงกำชับว่า “เวลาซื้อของต้องเปรียบเทียบราคาหลาย ๆ ร้านด้วยนะลูก มีอะไรไม่เข้าใจก็ถามจิ่นเฉิง”
“ทราบแล้วค่ะ” ฟ่านซีซีพยักหน้ารับอย่างตั้งใจ
ั้แ่เล็กจนโต เื่ที่พ่อแม่ไม่ค่อยวางใจให้เธอทำ กลับเป็เื่ที่พวกเขาวางใจให้พี่จิ่นเฉิงทำได้อย่างสนิทใจ ก็ใครให้พี่จิ่นเฉิงเป็เด็กดีแบบที่พ่อแม่คนอื่นอยากมีกันล่ะ ทั้งเชื่อฟัง กตัญญู รู้เื่สารพัดสารเพ แถมเรียนเก่งอีกต่างหาก อย่างแย่ที่สุดก็แค่ได้ที่สองของโรงเรียน
ตกเย็น ฟ่านซีซีได้รับเงินค่าวัสดุตกแต่งมาหนึ่งพันหยวนสมใจอยาก และได้สิทธิ์ในการตกแต่งบ้านมา
“พี่สาว ฉันอยากได้ห้องสีชมพู เหมือนห้องเ้าหญิง” ก่อนนอน ฟ่านมี่มี่บรรยายลักษณะห้องในฝันให้พี่สาวฟัง หวังว่าพี่สาวจะเห็นด้วย
ฟ่านซีซีพยักหน้า “ได้เลย เดี๋ยวพี่จะออกแบบห้องเ้าหญิงให้ แล้วพี่ใหญ่ล่ะ อยากได้ห้องแบบไหน?”
ฟ่านเจวียนเจวียนที่กำลังทำการบ้านอยู่เงยหน้าขึ้น เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงพูดว่า “การตกแต่งหลายแบบคงจะยุ่งยากน่าดู เอาแบบเดียวกับห้องของมี่มี่ก็แล้วกัน”
ฟ่านซีซีก้มหน้าแล้วยิ้มออกมา ทุกคนล้วนมีความฝันอยากเป็เ้าหญิง แม้แต่พี่ใหญ่ก็อยากได้ห้องแบบเ้าหญิงเช่นกัน!
คิดได้ดังนั้นเธอจึงหยิบปากกาขึ้นมาแล้วร่างแบบบนกระดาษ...
ขณะที่เธอกำลังออกแบบการตกแต่งบ้านใหม่ อยู่ ๆ บ้านของพี่จิ่นเฉิงก็เกิดเื่ใหญ่โตขึ้น