สองสัปดาห์ผ่านไป...
หลังจากที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและได้แจ้งเกี่ยวกับสาเหตุของไฟไหม้ว่าเป็เพราะไฟฟ้าลัดวงจรทำให้เกิดเพลิงไหม้จึงได้มีการปิดคดีไปอย่างรวดเร็วจนน่าสงสัยก็ได้มีการจัดงานศพพ่อแม่ของการันต์ เขาจมอยู่กับความเศร้าและไม่ยอมพูดจากับใครตลอดสองอาทิตย์เอาแต่ตื่นเช้าไปนั่งอยู่ริมทะเลสาบสถานที่ที่มีแต่ความทรงจำอันสวยงามของสามคนพ่อแม่ลูกนั่งนึกถึงวันเก่าที่เคยได้มีความสุขจนถึงเย็น โดยที่ไม่ยอมกินข้าวและพูดจากับใครในหัวเริ่มมีแต่ความคิดที่ว่าหากเขาอยู่กับพ่อแม่ที่บ้านวันนั้นเขาอาจจะยังสามารถช่วยพวกท่านได้หรือไม่เขาก็จะได้เสียไปพร้อมกับท่านจะได้ไม่ต้องมานั่งทรมานอยู่ตรงนี้อีกเขาคิดถึงเื่การตายวนไปวนมาจิตใจเริ่มอ่อนแอ ตัวเขาเองเดินลงมาในทะเลสาปอย่างไม่รู้ตัวและดำดิ่งลงไปน้ำปล่อยให้สายน้ำเย็น ๆ ไหลััผิวกาย ชั่วขณะเขาก็จมลงไปในทะเลสาปพร้อมกับฉากของภาพความทรงจำของเขาและครอบครัวที่ลอยเข้ามาในหัวจนร่างกายเริ่มชาและหายใจไม่ออกแต่จู่ก็ปรากฎเป็ร่างของชายหนุ่มดึงเขาขึ้นจากผิวน้ำพร้อมกับเรียกเตือนสติเขาให้ตื่นจากภวังค์
“แปะ แปะ การันต์ตื่น ตื่นสิ” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับใช้มือตีเบาๆ ที่แก้มขาวเนียนของการันต์
“ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาของนาย เพราะฉะนั้นตื่นขึ้นมาได้แล้ว” เสียงทุ้มฟังดูสงบและสบายใจของชายหนุ่มพูดขึ้นมาเบาๆ เรียกสติให้กับหนุ่มหน้าหวานที่นอนราบอยู่ที่พื้น
“แค่ก แค่ก แค่ก แค่ก” การันต์สำลักน้ำและค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา
“เอ่อ คุณเป็ใครครับ” เสียงหวานๆ ของการัตน์เอ่ยถามคนตรงหน้า
“ฉันคือคนที่จะเข้ามาช่วยนายจออกากความทรมานไงล่ะ” หนุ่มหล่อปริศนาเอ่ยพร้อมพูดต่อว่า
“สวัสดีการันต์ ฉันต้นน้ำ ในที่สุดเราก็ได้เจอกันสักทีนะ” เขาพูดหลังจากจบประโยคการันต์ทำหน้าตาสงสัย แต่ก็ต้องใกับการกระทำของต้นน้ำ เมื่อเขาประกบริมฝีปากบางเฉียบมาที่ปากนุ่มนิ่มของผมวินาทีนั้นเหมือนกับว่าเวลาหยุดเดิน แถมจูบของเขายังทำให้ผมสบายใจ ทั้งที่ผมควรจะผลักหรือโวยวายไล่เขาออกไปผมกลับจูบตอบเขาคล้ายกับว่าเป็จูบที่ผมรอคอยมาแสนนานมันทั้งหวาน และเย็นแต่ไม่ใช่ความรู้สึกทีเหมือนโดนคุกคามมันกลับเป็รอยจูบที่ทำให้ผมสบายใจ หลังจากนั้นตาผมก็ค่อย ๆปิดจนหลับไปแบบไม่รู้ตัว