“ป้ารองอย่างไรท่านก็เป็นผู้ใหญ่ ช่วยกล่าวอันใดบ้างได้หรือไม่” หลินฮวาหันมามองผู้เป็นป้าอย่างอ่อนใจ
“นั่นสิขอรับ ป้ารองข้าเห็นมันวางทิ้งไว้หลายวันแล้ว” หลินซานกลืนข้าวคำโตลงคอ และพูดขึ้นมาบ้าน
สามป้าหลาน ต่างนั่งมองกันไปมาอย่างหนักใจ พวกเขาไม่เคยคลางแคลงใจในความสามารถพี่ใหญ่ของบ้าน นางมักริเริ่มทำสิ่งใหม่ ๆ และมันมักจะดีทุกครั้ง
แต่ในครั้งนี้มันช่างแตกต่าง ในคราแรกพวกเขาก็ตกใจที่รู้ว่าพี่ใหญ่ของตนนำเงินที่เหลือทั้งหมดซื้อรังผึ้งร้างมาเต็มบ้าน แต่ประสบการณ์สอนว่าอย่าด่วนตัดสินเพียงพริบตา
แต่ผ่านมาหลายวันแล้ว นอกจากพวกเราจะไม่มีเงินแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายทุกวัน โชคดีที่จ่ายค่าวัสดุไปเรียบร้อยแล้ว มีเพียงค่าจ้างรายวันที่ต้องจ่ายให้กับนายช่างเท่านั้น ในส่วนนั้นป้ารองเป็นผู้จ่ายให้อย่างงุนงง
หลินเว่ยเว่ยไม่อยากออกความคิดเห็น นางพอจะเดาทางหลินลี่ได้ว่านางจะทำอะไร แม้จะไม่เคยอ่านผ่านเหตุการณ์นี้มาก่อน แต่นางคาดว่าหลินลี่คงไม่ทิ้งลายการหาโอกาสค้าขายเป็นแน่
ในวันแรกที่ซื้อมา แม้หลังจากปะทะกับสองแม่ลูกจากบ้านใหญ่จะทำให้พวกบ้านสามเหนื่อยทั้งกายทั้งใจก็ตาม แต่ถึงอย่างไรในตอนเช้า หลินลี่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น ก็เงียบหายไป หลังจากนั้นนางก็เอาแต่เข้าป่า อ้างว่าจะหาสมุนไพรดี ๆ ไปขาย
แต่ก็ผ่านไปหลายวัน หลินลี่ไม่เจอสมุนไพรอย่างปาฏิหาริย์เช่นเคย
และรังผึ้งร้างยังคงนอนแอ้งแม้งในห้องเก็บของใต้ดิน
หลินเว่ยเว่ยคิดว่าหลินลี่คงตั้งใจจะทำสีผึ้งทาปาก แต่นางก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไป หญิงสาวไม่ได้คิดถึงกรณีที่หลานสาวผู้นี้จะไม่รู้วิธีทำ ไม่งั้นนางจะกล้าซื้อมันมาทำไม
หลินลี่มักออกไปตั้งแต่ยามเหม่า และกลับมาในยามเซิน จึงไม่มีเวลาให้คุยเรื่องนี้ แต่ตอนนี้หลินเว่ยเว่ยตั้งใจดักรอหลินลี่อยู่หน้าบ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงเด็กทั้งสอง
“ปะ…ป้ารอง” หลินลี่ตกใจพอเห็นผู้เป็นป้ายืนรอตนอยู่หน้าบ้าน
“ตกใจอันใด? ข้าน่ากลัวขนาดเลยรึ หรือเจ้ากำลังหลบหน้าข้า” หลินเว่ยเว่ยเอ่ยออกไป
“ป้ารองข้าแค่...อยากหาเงินมาก ๆ ข้าไม่อยากรบกวนป้ารองนานเกินไป” หลินลี่ตอบไปอย่างมั่นใจ
หลินเว่ยเว่ยถอนหายใจ “แล้วเป็นอย่างไร”
หลินลี่ส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง “ไม่ ข้าไม่เจอสมุนไพรอะไรเลย”
หลินลี่ไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย นางเคยหาได้มาก หรือเท่าที่ต้องการแต่ตอนนี้ที่ไหนก็ว่างเปล่า เหมือนไม่เคยมีมาก่อน หลินลี่ยังนึกว่ามันเป็นความฝันด้วยซ้ำไป นางไม่นึกอยากทำมาค้าขายให้มากความในเมื่อการหาสมุนไพรสำหรับนางแล้วเป็นเรื่องง่าย
หลินลี่เดินไปตลาดด้วยความรู้สึกหลากหลาย และในที่สุดนางก็พบบางอย่างที่จะทำให้นางรู้สึกเติมเต็มได้ นั่นก็คือรังผึ้งร้าง มันมีเพียงไม่กี่รังเท่านั้น บางคนก็หวังดีบอกนางว่ารังผึ้งนี้ไม่มีน้ำผึ้งแล้ว แต่หลินลี่ก็ยืนยันที่จะซื้อ คนขายดีใจมาก ๆ เขาหลอกขายรังผึ้งร้างมานานแล้ว แต่น้อยคนนักที่จะโดนหลอก เขารีบกลับบ้านไปนำมาทั้งหมดที่มี และหลินลี่ก็ซื้อมันทั้งหมดด้วยราคาเป็นธรรม
เพราะนางคาดว่า นางจะสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ จึงไม่อยากเอาเปรียบเขา
ทั้งนางยังไปสั่งช่างไม้ทำตลับไม้สำหรับใส่สีผึ้งทั้งหมด 100 ตลับ ตกตลับละ 10 อีแปะ นางจ่ายไปแล้วครึ่งหนึ่ง และอีกไม่กี่วันก็ไปรับได้ แต่นางต้องจ่ายไปอีก 500 อีแปะ
มันไม่ได้มากมายอันใด แต่ในตอนนี้นางไม่เหลือติดตัวแล้ว จะเอาพวกผักป่า เห็ด หรือสัตว์ป่าที่อาซานล่าได้ไปขายมันก็ไม่ใช่เรื่อง
ในเมื่อนางยังไม่รู้วิธีทำสีผึ้งด้วยซ้ำ นางพุ่งเข้าไปด้วยความดีใจ และลืมไปเลยว่านางไม่รู้วิธีทำ
นางจึงหลีกเลี่ยงที่จะพบหน้า ป้ารอง และหลินซาน โดยเฉพาะหลินฮวาน้องสาวผู้ช่างสงสัย นางจะตอบได้อย่างไรว่าตัวเองนำเงินทั้งหมดที่มีมาซื้อรังผึ้งที่ไร้ประโยชน์
“ป้ารองข้ามีเรื่องจะสารภาพ” หลินลี่กลั้นใจพูดออกมา
“เจ้าจะบอกว่า ไม่รู้ว่าซื้อรังผึ้งนั่นมาทำไมใช่หรือไม่” หลินเว่ยเว่ยชิงพูดก่อน
“ท่านรู้” หลินลี่แปลกใจ
หลินเว่ยเว่ยนึกขันในใจ ไม่ใช่แค่นาง ทั้งหลินฮวา และหลินซานก็ต่างรู้กันหมดว่าพี่ใหญ่ของพวกเขาซื้อรังผึ้งร้างมาทิ้งไว้ โดยที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรกับมัน
หลินเว่ยเว่ยคิดว่านางต้องช่วยหลานสาวผู้นี้บ้าง “เจ้าต้องการทำสีผึ้งที่ใช้ทาปากใช่หรือไม่”
หญิงสาวเบิกตาอย่างตกใจ “ป้ารอง ท่านรู้ได้อย่างไร”
“ท่านแม่เป็นคนสอนข้าน่ะ” หลินเว่ยเว่ยโกหกหน้าตาย
...
เช้าวันต่อมาหลินลี่เดินทางเข้าเมืองมาพร้อมกับก้อนตำลึง 2 ก้วน จากป้ารอง หลินลี่ไม่เกรงใจอีกต่อไป เพราะนางรู้ขั้นตอนการทำแล้ว ฉะนั้นอย่างไรนางก็มีเงินมาคืนป้ารองในเร็ววัน
ในตอนนี้เมืองต้าหลางกำลังครึกครื้น หลินลี่ได้รู้จากคนอื่นแล้วว่า ราชวงศ์จะจัดงานล่าสัตว์ในอีกไม่กี่วัน เหล่าขุนนางต่างเดินทางมาล่วงหน้า ผู้คนต่างมาเฝ้ารอความสนุก
เดิมทีวังหลวงเองก็มีอุทยานสำหรับล่าสัตว์อยู่แล้ว แต่มีข่าวว่ากลุ่มพ่อค้าได้พบกวางทองตัวหนึ่ง หลังจากนั้นเขาก็มีฐานะที่ร่ำรวยขึ้น
ปีนี้ทั้งแห้งแล้ง ข้าวยากหมากแพง ชาวบ้านเดือดร้อนทุกย่อมหญ้า ราชวงศ์คงหวังพึ่งกวางทองที่ไม่รู้ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ชาวบ้าน
หลินลี่ไม่เข้าใจสักนิด ถ้ากวางตัวนั้นจะช่วยทำให้สถานการณ์บ้านเมืองดีขึ้นจริง ๆ แต่การล่ากวางทองตัวนั้นมันจะช่วยอะไรได้ ฆ่ามันแล้วมันจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นจริง ๆ หรือ
หลินลี่ไม่ได้รับผลกระทบเท่าไรนัก นางกักตุนข้าวของไว้เยอะแยะมากมาย แม้มีใจอยากช่วยเหลือผู้อื่นเพียงใด แต่นางเป็นแค่สตรีตัวเล็ก ๆ ที่มีน้อง 2 คน ป้าและหลานที่กำลังจะเกิดอีกหนึ่งคน ฉะนั้นนางจะเอาตัวออกห่างจากเหตุการณ์ทั้งหมดที่จะสร้างความเดือดร้อนมาแก่ตัวนาง และครอบครัว
หญิงสาวเหลือบไปเห็นบุรุษผู้หนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากนาง สายตานางดันหันไปเจอบุรุษอีกคนที่ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ จังหวะที่เขากำลังจะขวักมีดออกมา ร่างบางกระโดดผลักบุรุษผู้เคราะห์ร้ายในพ้นภัย
ตุบ!!
“เจ้า สตรีที่ตัดหน้าม้า!!”
หญิงสาวเบิกตากว้าง และพบว่าตัวนางทับอยู่บนร่างของบุรุษที่ดูคุ้นหน้าคุ้นตาเต็ม ๆ
“เจ้า!! แม่ทัพใจหมา”