ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 165 การทรมาน ฟางเส้นสุดท้าย

            นี่เป็นครั้งที่สองของหานอวิ๋นซีในการเข้าคุก

            อย่างไรก็ตามครั้งนี้แตกต่างจากครั้งที่แล้ว ครั้งนี้นางถูกขังอยู่ในห้องมืดเล็กๆ

            ทันทีที่ประตูเหล็กปิดลงทั้งห้องก็มืดมิดมองไม่เห็นสิ่งใด นางไม่รู้ว่าห้องนี้ใหญ่แค่ไหนมีอะไรอยู่ในห้องบ้างหรือมีใครอยู่อีกบ้าง

            ความมืดเป็นตัวแทนของความไม่รู้ไม่ว่าผู้คนจะกล้าหาญเพียงใดต่างก็กลัวมัน จะบอกว่าไม่กลัวก็คงโกหก

            หานอวิ๋นซีคลำไปที่ขอบกำแพงนั่งลงริมกำแพงแล้วขดตัว

            ข้างนอกจวนจะรุ่งสางแล้วสถานการณ์ในวังตอนนี้เป็นอย่างไรนะ?

            อี้ไท่เฟยกับหลงเฟยเยี่ยจะรู้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาง? ท่าทีของพวกเขาจะเป็นอย่างไร? แล้วท่าทีของฮ่องเต้เทียนฮุยเป็นอย่างไร?

            เมื่อไรนางจะถูกสอบสวน? ใครจะเป็นคนตัดสิน?

            หานอวิ๋นซีรออย่างใจจดใจจ่อแต่ใครจะรู้ว่ารอมาสามวันสามคืนแล้ว ในช่วงสามวันสามคืนนี้ผู้คุมก็นำน้ำมาให้นางเป็นระยะๆ เท่านั้น ไม่มีอาหารใดๆ และในช่วงสามวันสามคืนนี้ไม่มีใครมาเยี่ยมนางเลย

            ไม่มีข่าวใดๆถือเป็นข่าวที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม การไม่รู้อะไรเลยแบบนี้นั้นสำหรับหานอวิ๋นซีแล้วน่ากลัวยิ่งกว่าห้องมืดเสียอีก ยิ่งหานอวิ๋นซีรอนานเท่าไรนางก็ยิ่งกระวนกระวายใจมากเท่านั้นองค์หญิงฉางผิงเสียชีวิตก่อนที่นางจะได้วินิจฉัยสารพิษในศพอย่างละเอียดและมันไม่มีทางที่จะคาดเดาได้

            สิ่งเดียวที่นางรู้คือนี่ไม่ใช่การวางแผนทำร้ายไม่มีใครในวังกล้าเอาชีวิตองค์หญิงฉางผิง ดังนั้นความจริงมีเพียงสองประการหนึ่งคือฆาตกรวางยานางและอีกประการคือองค์หญิงฉางผิงมีบาดแผลบนร่างกายและไปสัมผัสสิ่งที่มีพิษบางอย่าง

            หากต้องการตรวจสอบให้แน่ชัดก็ต้องเริ่มจากพิษที่พบบนศพ

            อย่างไรก็ตามตอนนี้นางไม่มีโอกาสแม้แต่จะแก้ต่างให้ตัวเอง หากยังยืดเยื้อต่อไปเช่นนี้พิษในศพจะเปลี่ยนไปหลังจากผ่านไปนาน หากตรวจไม่เจอคนที่น่าสงสัยมากที่สุดจะไม่เป็นนางได้อย่างไร?

            เมื่อนึกถึงสิ่งนี้หานอวิ๋นซีก็รีบไปเคาะประตู “ปัง ปัง ปัง” อย่างเสียงดังทันที แต่นางเคาะอยู่นานกลับไม่มีใครสนใจนางเลย

            ใครจะรู้ว่าแม้กระทั่งคนส่งน้ำก็ไม่มาด้วยซ้ำและมันก็ผ่านไปอีกสองวันสองคืน

            ในที่สุดหานอวิ๋นซีก็รู้สึกกลัวนางขดตัวอยู่ในมุมมืด ทั้งกระหายน้ำทั้งหิว ร่างกายเย็นเฉียบ จิตใจเองก็ว้าวุ่น

            ด้านนอกเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

            ไม่มีใครสนใจนางจริงๆหรือ?

            หานอวิ๋นซีรู้ว่าคนที่จะช่วยนางได้ในตอนนี้มีเพียงอี้ไท่เฟยและหลงเฟยเยี่ยนางไม่ได้คาดหวังอะไรกับอี้ไท่เฟยอยู่แล้ว แต่หลงเฟยเยี่ย...

            ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนกำลังทำอะไรอยู่? เขาก็มาช่วยนางไม่ได้เหมือนกันหรือ?หรือ...เขาไม่คิดจะมาช่วยนาง?

            คำพูดที่น่าตกใจของหลงเฟยเยี่ยในงานเลี้ยงอาหารค่ำครอบครัวในวันส่งท้ายปีเก่ายังคงก้องอยู่ในหูของนางนางยอมรับว่า นางมีความคาดหวังอยู่ในใจ

            ในที่สุดเช้าวันที่ห้า ประตูเหล็กก็ถูกเปิดออก!

            เมื่อเห็นแสงส่องเข้ามาจากภายนอกหานอวิ๋นซีก็ลุกขึ้นยืนทันที ไม่ว่าจะแสบตาเพียงใด นางก็ไม่หลับตาแสงนั้นแสดงถึงความหวังแต่ใครจะรู้ว่าสิ่งที่นางเห็นคือใบหน้าที่ดุร้ายและเต็มไปด้วยน้ำตาของฮองเฮา!

            องครักษ์สองสามคนเข้ามาพร้อมกับตะเกียงในมือในไม่ช้าห้องเล็กทั้งห้องก็สว่างขึ้น ในเวลานี้หานอวิ๋นซีจึงจะสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆในห้องได้อย่างชัดเจน

            ในห้องไม่มีอะไรเลยนอกจากหม้อเหล็กขนาดใหญ่ที่ใหญ่พอที่จะใส่ผู้ใหญ่ลงไปได้และมีกองฟืนอยู่ใต้หม้อเหล็ก หานอวิ๋นซีแค่เหลือบมองไปที่มัน โดยไม่ได้คิดอะไรมากสายตาก็จับจ้องไปที่ฮองเฮา

            คนที่ฮองเฮาพามาล้วนแต่เป็นองครักษ์ไม่ใช่ผู้คุมห้องขัง ดูเหมือนว่าทุกคนในศาลต้าหลี่จะถูกไล่ออกไป

            ฮองเฮาเดินเข้ามาองครักษ์ก็ก้าวไปข้างหน้าเพื่อจับกุมหานอวิ๋นซีทันที

            รอยยิ้มอันขมขื่นปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของหานอวิ๋นซีนางไม่ขัดขืนใดๆ นางรอมาห้าวันและรอเพียงให้ฮองเฮามา นางรู้ตัวดีว่าดวงนางถึงคราวที่ยากจะพ้นเคราะห์แล้ว

            “หานอวิ๋นซีฉางผิงยังไม่ถูกบรรจุลงในโลงศพ”น้ำเสียงที่ไร้ชีวิตชีวาของฮองเฮาทำให้ผู้คนรู้สึกไม่สบายใจ

            “ยังไม่ทราบสาเหตุการตายที่แน่ชัดหากบรรจุลงโลงไปง่ายๆ เช่นนั้น ฉางผิงจะต้องตายตาไม่หลับอย่างแน่นอน”น้ำเสียงของหานอวิ๋นซีก็ราบเรียบเช่นกัน

            นางคิดว่าการที่ผ่านมาห้าวันแล้วแต่ยังไม่ได้เอาศพใส่โลง อย่างน้อยก็หมายความว่าฆาตกรตัวจริงยังไม่ถูกระบุและนางก็ยังมีความหวัง

            ใครจะคิดว่าจู่ๆฮองเฮาก็ระเบิดความโกรธออกมา และพุ่งเข้ามาตบหานอวิ๋นซี “ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเจ้าถ้าเจ้าไม่ตาย ฉางผิงเองก็คงตายตาไม่หลับ!”

            มือของหานอวิ๋นซีถูกมัดนางจึงไม่สามารถขยับได้ ใบหน้าที่หันไปตามทิศทางการตบ พร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาและสายตาราวกับคมมีดมองไปที่ฮองเฮา

            “ข้าจะพูดเป็นครั้งสุดท้ายฉางผิงไม่ได้ถูกข้าฆ่า!”

            “เจ้าฆ่านาง!เป็นเจ้าที่วางยาพิษ!”

            ฮองเฮาถอยกลับในขณะที่ดุด่าและออกคำสั่งด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “ทหาร จุดไฟเดี๋ยวนี้ วันนี้ข้าต้องทำให้นังนี่สารภาพให้ได้!”

            จุดไฟ?

            หานอวิ๋นซีหันกลับไปมองและเห็นองครักษ์จุดฟืนใต้หม้อเหล็กขนาดใหญ่จากนั้นจึงเริ่มเทน้ำมันลงไป

            นี่...นี่จะทำอะไร?

            ถ้าฮองเฮาต้องการคำสารภาพก็ควรนำตัวนางไปที่ห้องประหารไม่ใช่หรือ? จุดไฟเพื่ออะไรกัน?

            ยิ่งหานอวิ๋นซีมองมากเท่าไรนางก็ยิ่งกระวนกระวายใจมากขึ้นเท่านั้น นางมองไปที่ฮองเฮาแต่ฮองเฮากลับยิ้มให้นางอย่างเย็นชาหานอวิ๋นซีรู้สึกว่าสภาพจิตใจของฮองเฮาไม่ปกติราวกับว่านางเป็นคนวิกลจริต

            “พวกเจ้าจะทำอะไร?” หานอวิ๋นซีถามเสียงดัง

            ฮองเฮากลับยิ้มอย่างเย้ยหยันก้มลงมองนางและไม่ตอบอะไรใดๆ

            ในที่สุดน้ำมันในหม้อเหล็กขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างหลังก็เดือด ลมร้อนก็แผ่ออกมาทำให้อุณหภูมิและความชื้นของห้องสูงขึ้นกลิ่นควันในอากาศก็น่าขยะแขยงมากขึ้นเรื่อยๆ

            หานอวิ๋นซีมองไปที่มันและเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้  สีหน้าค่อยๆซีดเซียวและส่ายหัวครั้งแล้วครั้งเล่า

            “ทหารจับนางแขวนขึ้นไป!” ในที่สุดฮองเฮาก็พูดขึ้น

            ตอนนี้หานอวิ๋นซีเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าแม้ว่านางจะไม่เคยเห็นการลงโทษประเภทนี้มาก่อนแต่นางก็มั่นใจว่าจะต้องเป็นการลงโทษที่น่ากลัวที่สุดของทั้งหมดอย่างแน่นอน!

            “ปล่อยนะ!ปล่อยข้า!”

            “ฮองเฮาจุดประสงค์ของการทรมานของท่านคืออะไร หากท่านหาฆาตกรตัวจริงที่ฆ่าฉางผิงไม่เจอต่อให้ฉางผิงจะถูกฝังไปแล้วนางก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี!”

            หานอวิ๋นซีตะโกนแต่หลังจากได้ยินคำพูดของนาง ฮองเฮาไม่เพียงไม่คิดไตร่ตรองแต่ยังโมโหมากขึ้นอีกด้วย นางตะโกนอย่างบ้าคลั่งว่า “หุบปาก!คนที่ฆ่าฉางผิงคือเจ้า ต้องเป็นเจ้าอย่างแน่นอน! ตราบใดที่เจ้าตาย นางก็จะสบายใจ!”

            หากหานอวิ๋นซีให้ความสนใจอย่างจริงจังในเวลานี้นางจะพบว่าจิตใจของฮองเฮาผิดปกติอย่างแน่นอน แต่นางก็ไม่มีเวลาที่จะมาสนใจ

            นางถูกมัดและแขวนไว้บนหม้อเหล็กใบใหญ่ที่กำลังเดือดด้วยน้ำมันร้อนๆเท้าของนางอยู่เหนือน้ำไม่ถึงครึ่งฉื่อ นางต้องงอขาขึ้นเพื่อไม่ให้โดนความร้อนลวก

            มีเพียงเชือกเส้นเดียวที่อยู่ด้านหลังซึ่งถูกควบคุมโดยองครักษ์ที่อยู่ด้านข้างคอยช่วยชีวิตนางเอาไว้ตราบใดที่เชือกคลายออก ร่างทั้งร่างของนางก็จะตกลงไปในหม้อน้ำมันที่ร้อนจัดอุณหภูมิแบบนี้ พอจะทอดนางให้สุกได้ในทันทีเลยใช่หรือไม่?

            น้ำมันในหม้อเหล็กใบใหญ่ก็เพียงพอที่จะทำให้ร่างของนางจมลงไปได้ทั้งตัวนางไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าหากตนร่วงลงไปจะเป็นอย่างไร นางกัดฟันแน่นทว่าก็ไม่สามารถควบคุมอาการสั่นเทาไว้ได้

            น่ากลัวเหลือเกิน!

            ใครก็ได้มาช่วยนางที!

            เมื่อมองหานอวิ๋นซีที่ตัวสั่นเทาห้อยตัวอยู่บนหม้อน้ำมันร้อนอารมณ์ของฮองเฮาก็สงบลงไม่น้อย

            “หานอวิ๋นซีเจ้าเป็นคนฆ่าองค์หญิงฉางผิงใช่หรือไม่?” นางถามเสียงดัง

            หานอวิ๋นซีตัวสั่นเทาตลอดเวลานางไม่ได้มองไปที่ฮองเฮาแต่จ้องมองที่น้ำมันร้อน และไม่ได้ส่งเสียงเป็นเวลานาน

            “ตอบคำถามข้ามา!”เสียงของฮองเฮาดังขึ้น

            อย่างไรก็ตามหานอวิ๋นซียังคงไม่ตอบ ริมฝีปากล่างของนางมีเลือดไหลออกมาจากฟันของนาง

            “ดีเจ้าจะไม่สารภาพใช่หรือไม่?”

            ฮองเฮาสูดลมหายใจเข้าลึกๆเดินเข้าไปและทันใดนั้นก็กระชากเชือกจากมือขอองครักษ์เชือกก็ลดลงต่ำไปอีกระดับหนึ่งทันที

            “อ๊า...ช่วยด้วย...”

            หานอวิ๋นซีกรีดร้องขึ้นมาด้วยเสียงที่เสียดแทงหัวใจ!เข่าของนางงอจนถึงหน้าอก น่องของนางเกือบจะแตะน้ำมันร้อนแค่อีกนิดเดียวเท่านั้นนางก็จะแตะน้ำมันร้อนแล้ว

            หัวใจนางเต้นเร็วจนหายใจไม่ออกนางไม่กล้าแม้แต่จะมอง หลับตาแน่น ในสมองคิดอยู่อย่างเดียวว่าใครจะมาช่วยนาง!

            ฮองเฮาที่กำลังดึงเชือกบนใบหน้าก็ดูเหมือนจะมีความสุข นางมองด้วยความสนใจและพูดช้าๆ ว่า “หานอวิ๋นซีข้าจะให้โอกาสเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย เจ้าจะสารภาพ...หรือ...ไม่สารภาพ?”

            จะสารภาพหรือไม่สารภาพ?

            อยู่หรือตาย?

            เรื่องที่ไม่ได้ทำจะให้นางสารภาพได้อย่างไร? สารภาพไป ก็ต้องตาย!

            ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือถ้าไม่สารภาพก็จะตายอย่างเจ็บปวด!

            ทันใดนั้นฮองเฮาก็พูดอย่างเคร่งขรึมว่า “หานอวิ๋นซี ตอบคำถามของข้า!”

            ใครจะคิดว่าหานอวิ๋นซีลืมตาขึ้นและมองฮองเฮาอย่างโหดเหี้ยมพร้อมกับตอบอย่างโกรธเคืองว่า “ไม่! ข้าไม่ได้ทำ! ท่านใส่ร้ายข้าท่านทรมานเพื่อให้ข้าสารภาพ เป็นท่านที่ทำให้ฉางผิงตายอย่างไร้สาเหตุและตายตาไม่หลับ! ชีวิตนี้ท่านจะไม่มีวันเป็นสุขอย่างแน่นอน!”

            “หานอวิ๋นซีเจ้าไปตายเสียเถอะ!”

            ฮองเฮาเองที่โกรธเกรี้ยวเช่นกันเชือกในมือของนางก็เริ่มลดลงทีละน้อย อย่างไรก็ตามครั้งนี้หานอวิ๋นซีไม่ได้ดิ้นรนหรือขดตัว

            เรื่องที่นางทำนางกล้ายอมรับ!

            เรื่องที่ไม่ได้ทำต่อให้ตายนางก็ไม่มีวันยอมรับมัน!

            นางมองน้ำมันร้อนอย่างเงียบๆพร้อมกับยกยิ้มอย่างกล้าหาญราวกับยอมตายโดยไม่ยี่หระใดๆ ทั้งสิ้นเป็นท่าทีที่เย็นชาแต่ก็ยังงดงาม

            จะสารภาพหรือไม่สารภาพอย่างไรก็ต้องตาย จะประนีประนอมและทำลายความศักดิ์ศรีของตัวเองทำไม? ทำไมไม่ตายอย่างตรงไปตรงมาและสง่างามล่ะ?

            หลักการบางอย่างความสูงส่งบางอย่าง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามไม่สามารถปล่อยวางได้

            เมื่อเชือกค่อยๆลดลงทีละนิดมุมกระโปรงก็เริ่มหนักขึ้นและมุมของกระโปรงก็โดนน้ำมันร้อนไปแล้วเรียบร้อยอีกไม่ช้า มันกำลังจะมาถึงน่องของนาง

            นางบอกตัวเองว่าหานอวิ๋นซี เจ้าเป็นคนกล้าหาญ!

            “หานอวิ๋นซีคนอย่างเจ้า ข้าจะให้เจ้าได้ลองชิมรสชาติของน่องที่ถูกทอดว่าเป็นอย่างไร!”

            ฮองเฮาตะโกนด้วยความโกรธและทันใดนั้นก็ปล่อยเชือก!

            ตกลงไปทันที!

            อย่างไรก็ตามในขณะเดียวกันก็มีร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาราวกับลูกธนูที่แหลมคม

            ตึง!

            ร่างที่ตกลงของหานอวิ๋นซีหยุดกะทันหันจากนั้นร่างของนางก็ถูกดึงให้สูงขึ้น

            หานอวิ๋นซีลืมตาขึ้นทันทีและเห็น...หลงเฟยเยี่ยยืนอยู่ที่ขอบหม้อน้ำมันขนาดใหญ่มือข้างหนึ่งถือเชือกที่อยู่บนศีรษะนางไว้และอีกมือหนึ่งจับเชือกไว้ข้างหลังนาง

            เขาสวมชุดสีขาวและยืนตัวตรงเหมือนต้นสนทว่ากลับสง่างามราวกับเทวดาที่ตกสวรรค์ ใบหน้าเฉยเมยของเขายังคงสงบเช่นเคยแต่ดวงตาที่ลึกล้ำคู่นั้นแฝงไปด้วยความโกรธอย่างมหันต์!

            หลงเฟยเยี่ยท่านต้องเป็นเทพที่คอยปกป้องข้าใช่หรือไม่?

            หลงเฟยเยี่ยห้าวัน...ในที่สุดท่านก็มาเสียที

            หานอวิ๋นซีที่หวาดกลัวยิ้มอย่างอธิบายไม่ได้โดยไม่รู้ว่าหางตาของตัวเองเปียก

            ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าหลงเฟยเยี่ยจะปรากฏตัวในเวลานี้ฮองเฮาที่ตกใจมากที่สุด นางปล่อยเชือกและถอยหลังไปจนชิดกำแพง

            หลงเฟยเยี่ยเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร?

            ไท่เฮาได้ออกคำสั่งไว้แล้วว่าห้ามผู้ใดเข้าเยี่ยมโดยไม่ได้รับอนุญาตนางมาที่นี่วันนี้ ไม่เพียงเพื่อไท่เฮาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงฮ่องเต้ด้วย!

            แม้ว่าตอนนี้จะไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าฆาตกรคือหานอวิ๋นซีแต่ฮ่องเต้ก็พูดเป็นนัยหลายครั้งว่าหานอวิ๋นซีเป็นผู้ต้องสงสัยมากที่สุดหากไม่พบหลักฐาน ก็ทำได้เพียงสอบสวนหานอวิ๋นซีเท่านั้น

            เนื่องจากคำพูดของหลี่ซื่อก่อนที่จะเสียชีวิตฮ่องเต้จึงมองว่าหานอวิ๋นซีและฉินอ๋องเป็นเสี้ยนหนามในสายตาของเขามานานแล้วถ้าเขาไม่สามารถกำจัดฉินอ๋องได้ อย่างน้อยเขาก็ต้องฆ่าหานอวิ๋นซีก่อน

            ฮองเฮาที่สงบลงถามทันทีว่า“ฉินอ๋อง ไม่มีคำสั่งของไท่เฮา ใครอนุญาตให้เจ้าเข้ามา?”

            หลงเฟยเยี่ยถามกลับอย่างเย็นชาฮองเฮา แล้วใครอนุญาตให้ท่านลงโทษเพื่อเค้นคำสารภาพเช่นนี้ล่ะ?”

            ในขณะที่เขาพูดก็อุ้มหานอวิ๋นซีและพาออกจากหม้อน้ำมัน...

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ] ที่คุณอ่าน